ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Yakiniku Maeda" ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ระดับพรีเมี่ยม ย้ายจากพร้อมพงษ์มาย่านทาวน์อินทาวน์



วันนี้ผมมีนัดกับพี่สาวมานั่งทานข้าวกันแบบชิลๆที่ร้านเนื้อย่างยากินิคุสไตล์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงเสิร์ฟวัตถุดิบระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมเพิ่งย้ายจากย่านสุขุมวิทใจกลางเมืองติดกับ BTS สถานีพร้อมพงษ์เพียง 100 เมตรมาได้สักพักนึงนั่นก็คือ "Yakiniku Maeda" ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนศรีวราย่านทาวน์อินทาวน์ โดยสถานที่เป็นอาคารขนาดใหญ่ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเคยเปิดร้านบุฟเฟ่ต์เมนูรูปแบบเดียวกันแต่เจ้าของได้เสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากติดเชื้อ Covid-19 พร้อมปรับปรุงภายในใหม่เพื่อส่งต่อคนอื่นๆมาเช่าต่อ มีจุดเด่นอันดึงดูดให้อยากลองก็คือหัวหน้าเชฟใช้เฉพาะเนื้อวากิวนำเข้าจากเมืองมิยาซากิสายพันธุ์ Koroge Washu (คุโรเกะวาชู) หรือมีอีกชื่อนึงที่เรียกว่า Japanese Black (วัวดำญี่ปุ่น) เท่านั้น ชั้นไขมันแทรกสวยงามราวกับลายหินอ่อนสีชมพูให้รสชาติหวาน,นุ่มละมุนเหมือนละลายในปากและมีกลิ่นหอมยั่วยวนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับวิธีการทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแค่ปักหมุด-ขับตามระบบแผนที่บนมือถือจอดตรงถนนข้างหน้าได้ตลอดเวลา ถ้าเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง MRT สถานีห้วยขวางแล้วเรียกรถแท็กซี่ขับตามแผนที่บนมือถืออีกประมาณ 6.3 กิโลเมตร มีจุดสังเกตก็คืออยู่ตรงข้าม KFC ในห้าง The Scene จะพบตึกขนาดใหญ่ 3 ชั้น พร้อมป้ายชื่อและประดับโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นสีขาวสะอาดตาแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับผม

เดินเข้ามาด้านในเนื่องจากทางร้านเปิดให้บริการความอร่อยตั้งแต่มื้อเย็นเป็นต้นไปเวลา 16.00-24.00 น. จึงได้ทำการตกแต่งบรรยากาศโดยรวมเน้นไปทางโทนสีดำสลับไม้ดูหรูหราพร้อมป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศญี่ปุ่นหลากหลายยี่ห้อออกมาเป็นสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ผสมอิซากายะ สำหรับพื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวครีมดูสะอาดตาส่วนที่นั่งทั้งหมดใช้โซฟาหนังสีดำขนาดใหญ่นั่งได้ 2-4 คน โต๊ะปิ้งย่างยากินิคุทุกตัวทำจากหินอ่อนสีดำซึ่งวางระบบดูดควันป้องกันหัวเหม็นเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมฉากกั้นพลาสติกขนาดเล็กไว้บังสายตาจากลูกค้าท่านอื่นๆและแปะป้ายเมนูโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษประจำเดือนชวนให้อยากสั่งเพิ่ม ถ้าคุณเป็นคนในพื้นที่เคยมาใช้บริการก่อนเปลี่ยนเจ้าของ,ตั้งชื่อใหม่จะทราบทันทีว่าโครงสร้างไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนักแต่ดูหรูหราสมสถานะมากยิ่งขึ้น วันนี้เรามาตั้งแต่เปิดใหม่ๆเพื่อจะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันก่อน เสร็จแล้วค่อยเลือกที่นั่งแล้วเปิดเล่มเมนูชมกันเลยครับ

เปิดมาหน้าแรกก็จะพบกับรายการเนื้อวัววากิวนำเข้าพิเศษส่งตรงจากเมืองมิยาซากิเฉพาะสายพันธุ์คุโรเกะวาชูหลากหลายส่วน โดยทางเชฟชาวญี่ปุ่นของร้าน "Yakiniku Maeda" คัดมาเฉพาะระดับแทรกไขมันที่ A4 และ A5 เท่านั้น เริ่มต้นด้วย Rosu สันนอกธรรมดา 320 บาท , Tokusen Rosu สันนอกคัดพิเศษ 450 บาท , Miyazaki Rosu Steak สเต๊กสันนอกคัดพิเศษชิ้นใหญ่ 650 บาท , Zabuton สันนอกส่วนไขมันสวยและดีที่สุด 600 บาท , Kiwami Set ชุดรวมเนื้อหลายๆส่วนทั้งลิ้น/ซี่โครง/สันนอก/กะบังลมสำหรับกิน 2 ท่านราคา 580 บาท , Wagyu Set รวมเนื้อวากิวคัดพิเศษ 3 ส่วน 500-980 บาท , Karubi ส่วนซี่โครง 320 บาท , Tokusen Karubi ซี่โครงคัดพิเศษ 450 บาท , Tokusen Yaki Suki Rosu สันนอกคัดพิเศษราดซอสสุกี้ยากี้กับไข่ไก่ดิบ 490 บาท , Gyu Tan ลิ้นวัวธรรมดาๆ 260 บาท , Gyu Tan Jo ลิ้นวัวพรีเมี่ยม 380 บาท , Harami กะบังลมวัววากิว 380 บาท , ชุดเครื่องในรวม (หมัดเกลือ/มิโสะรสเผ็ด) 260-490 บาท , Nakaochikarubi วากิวส่วนอกถึงท้อง 380 บาท , Kainomi ปลายท้องติดสันใน 450 บาท , เครื่องในวัวส้วนไส้อ่อน/ลำไส้ใหญ่/กระเพาะวัวหมักเกลือและมิโสะแดงราคาเริ่มต้น 260-300 บาท เมนูสุดท้ายคือ Wagyu Yukke หรือยำเนื้อวากิววัวดิบสไตล์ญี่ปุ่น 380 บาทครับผม

สำหรับสมาชิกร่วมโต๊ะท่านใดไม่กินเนื้อวากิวก็สามารถอิ่มอร่อยร่วมกันได้เพราะเชฟของทางร้านได้คัดเลือกเนื้อหมูกับไก่คุณภาพสูงเกรดอนามัยปลอดสารเร่งโต-ยาปฏิชีวนะเอาไว้หลากหลายเมนูมีทั้งคอหมู/กะบังลมหมักมิโสะ/ลิ้นหมู/หลอดลมหมู/กระดูกอ่อนส่วนคอ/สเต๊กหมู/สันในหมู/ไส้หมูและซี่โครงราคา 150-180 บาท ชุดรวมเนื้อกับเครื่องในจานเล็ก 180 บาท,จานใหญ่ 350 บาท เมื่อก่อนไก่มีทั้งหมด 4 รายการแต่ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนอกราคา 150 บาท เมนูอื่นๆก็คือชุดผักรวมย่าง (ฟักทอง/หอมหัวใหญ่/แครอท/ข้าวโพดอ่อน/เห็ดหอมสด) ราคา 150 บาท, ไส้กรอกหมูอาราบิกิหนังกรอบสไตล์ญี่ปุ่นราคา 100 บาท ต่อกันด้วยเมนูข้าวต่างๆจัดเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง-อาหารแบบจานเดียวทั้ง ข้าวหน้าเนื้อวากิวหม้อร้อน 290 บาท , บิบิมบับอบหม้อดิน 260 บาท , ข้าวต้มซุปยุเกะจังรสเผ็ด 160-200 บาท , ข้าวต้มซุปไข่แบบญี่ปุ่น 100-140 บาท , บิบิมบับชามธรรมดา 180 บาท , ข้าวสวยญี่ปุ่นโรยต้นหอมพริกเขียวซอย 120 บาท สุดท้ายข้าวญี่ปุ่น 50-90 บาท เลือกสั่งตามความจุกระเพาะของแต่ละคนได้เลยครับ

ใครที่ไม่ถนัดปิ้งย่างทางร้านก็มีเมนูอาหารจานเดียวให้เลือกอีกหลายรายการเริ่มต้นด้วย บะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี 200 บาท , บะหมี่คลุกแห้งแบบเผ็ด 200 บาท , ซุปยุกเกะจังรสเผ็ด 160 บาท , ซุปสาหร่ายญี่ปุ่น 100 บาท , ซุปไข่ 100 บาท , นามูรุผักรวม 90 บาท , ผักกาดเกาหลี 90 บาท , สลัดผักคัดพิเศษ 140 บาท , สลัดผักโซเรกิแบบเกาหลี 90 บาท , กิมจิ 90 บาท , เครื่องในปลาคอตหมักสไตล์เกาหลี 80 บาท , ถั่วแระญี่ปุ่น 80 บาท , สลัดเต้าหู้เย็น 120 บาท , แตงกวาคลุกบ๊วยดอง 100 บาท , สาหร่ายแผ่นเกาหลี 50 บาท , กะหล่ำปลีคลุกเกลือ 90 บาท , กระเทียมอบฟอยล์ 100 บาท , เมล็ดข้าวโพดอบเนย 70 บาท , เห็ดออรินจิอบเนย 70 บาท ของหวานเป็นไอศครีมรสชาติต่างๆเพียงถ้วยละ 40 บาท หน้าหลังๆคือเมนูใหม่และรายการซึ่งเชฟแนะนำว่าต้องลองทั้ง ลิ้นวัวพรีเมี่ยมหั่นหนา 420 บาท , เนื้อโทคาราชิส่วนไหล่จนถึงขาหน้าราคาพิเศษแค่ 420 บาทจาก 480 บาท (มีจำนวนจำกัดต่อวัน)

หน้าถัดไปยังคงเป็นรายการเมนูแนะนำจากทางร้านมาต่อกันด้วย เนื้อวากิวซาชิมิ 390 บาท , วากิวซี่โครงหมักโถ 390 บาท , เนื้อน่องไก่ 150 บาท , สันคอหมูสไลด์ 180 บาท , หม้อไฟซีฟู้ดชิเก 200 บาท , อูด้งซุปรสเผ็ดเนื้อ 200 บาท , อูด้งซุปไข่ 140 บาท , สลัดผักหน้าเต้าหู้นิ่มๆ 140 บาท , ยำสาหร่ายญี่ปุ่น 70 บาท , เบคอนแผ่นหนา 120 บาท , เบคอนกับไส้กรอกอาราบิกิ 120 บาท , กิมจิหัวไชเท้า 100 บาท , เส้นโซเมงเย็น 120 บาท , ชุดกุ้งกับหอยเชลล์ญี่ปุ่นย่าง 360 บาท , กุ้งลายเสือตัวยักษ์ย่าง 180 บาท , หอยเชลล์ญี่ปุ่นโฮตาเตะ 240 บาท , ปลาหมึกสดย่าง 180 บาท , สตูว์ลิ้นวัว 120 บาท , วาซาบิดอง 90 บาท , ชุด Family Set สำหรับครอบครัวรวมเนื้อวากิวและหมูอนามัยคุณภาพดีรวมกว่า 500 กรัมประกอบไปด้วย ลิ้นวัวพรีเมี่ยม/เนื้อหน้าท้องส่วนบน/ซี่โครง/กะบังลม/ซี่โครงหมู/ไส้กรอกและผักชนิดต่างๆให้อิ่มจัดเต็มขนาดนี้ราคาเพียง 1,200 บาทเท่านั้นซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆครับผม

สำหรับคนชอบอาหารทะเลตัวจริงแล้วอยากลองชิมหลายๆอย่างแนะนำให้สั่งชุดซีฟู้ดรวมปลาหมึก/กุ้งและหอยเชลล์สดราคาแค่ 520 บาท , ข้าวผัดกระเทียมหม้อดิน 160 บาท ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มต่างๆซึ่งรวมกันกว่า 3 หน้ากระดาษโดยจะแบ่งเป็นหมวดเริ่มต้นด้วย 1. เบียร์ของไทยและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นที่ 100-190 บาท 2. วิสกี้ของซันโทรี่แบบทั้งขวดหรือผสมน้ำเปล่าโซดา 160-1,800 บาท 3. ชูไฮหรือน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ชวนดื่มง่ายๆรวมกว่า 9 สูตร 110-160 บาท 4. ไวน์แดงกับไวน์ขาวแก้วละ 160 บาท 5. มักกอลลีเกาหลียกทั้งขวด 600 บาท 6. Umeshu (เหล้าดองบ๊วยญี่ปุ่น) ขวดละ 200 บาท 7. เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์มีทั้งน้ำอัดลม/โซดารสนมเปรี้ยว/มะนาวโซดาญี่ปุ่น/น้ำผลไม้สด/ชาเขียว-อู่หลง/น้ำเปล่า/โซดา/น้ำแข็งราคา 40-120 บาท ไอศครีมแบบพรีเมี่ยมรสช็อกโกแลตชิพ/ชาเขียวและเชอร์เบตยูสุถ้วยละ 40-60 บาท หน้าสุดท้ายคือสาเกคุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น 13,15 %ดีกรีราคาขวดละ 350-2,700 บาท เลือกตามระดับความพรีเมี่ยมที่ต้องการได้เลยครับผม

จัดการสั่งอาหารที่อยากทานไปให้เรียบร้อยระหว่างนี้ก็มาสำรวจและเตรียมตัวสำหรับการทานยากินิคุกันเริ่มต้นด้วยเครื่องจิ้มต่างๆซึ่งสูตรของทางร้านมีให้บริการทั้งหมด 4 รูปแบบคือ 1. บาร์บีคิวซอสหรือน้ำจิ้มยากินิคุต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ 2. บาร์บีคิวซอสสูตรเผ็ดเนื้อสัมผัสเข้มข้นมีสีน้ำตาลอมแดงดูแซ่บสมชื่อ 3. ซอสโคชูจังเกาหลีสำหรับจิ้มก่อนห่อผักสดหรือผสมลงในน้ำจิ้มยากินิคุเพื่อเพิ่มความเผ็ด,กลมกล่อมยิ่งขึ้น 4. เกลือสูตรผสมสาหร่ายนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้รสชาติเค็มอูมามิเข้ากับเนื้อย่างชั้นดีเป็นที่สุดผสมพริกไทยดำบดเองใหม่ๆตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีกระเทียมบดละเอียดและพริกป่นของไทยไว้ผสมลงในน้ำจิ้มเพื่อความเผ็ดร้อน (ปกติร้านอื่นๆมักจะใช้พริกสดแต่ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี) อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปิ้งย่างก็ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยทั้งตะเกียบ/ที่คีบ/จานรองพักเนื้อกับถ้วยน้ำจิ้มแบบสามช่องก็จัดการเทน้ำจิ้มพร้อมปรุงรสเองจนกว่าจะพอใจ ส่วนเครื่องดื่มถ้าสังเกตในเล่มเมนูดีๆก็จะทราบว่าไม่มีแบบรีฟีลเลยสั่งมาแค่ "ชาเขียว" กับ "ชาอู่หลง" ใส่น้ำแข็งพร้อมหลอดพร้อมแผ่นรองช่วยซึมซับเป็นอย่างดีราคาแก้วละ 50 บาท เป็นสูตรไม่หวานทั้งคู่กลิ่นหอมของใบชาเข้มข้นดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่าดีครับผม

จานแรกมาเสิร์ฟก่อนคือ "Wagyu Set" หรือเนื้อวากิวคัดพิเศษชุดใหญ่ราคา 980 บาท ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนของคุโรเกะวาชูคุณภาพระดับพรีเมี่ยมคัดพิเศษทั้งหมดทั้ง 1. เนื้อวากิวสันนอกคัดพิเศษ 2. เนื้อวากิวซี่โครงคัดพิเศษ 3. เนื้อวากิวสันนอกซาบุตง ตัดเสิร์ฟอย่างละ 4 ชิ้นหนาๆแทรกไขมันสวยงามราวกับก้อนหินอ่อนสีชมพู เรียงลำดับตามรสชาติความเข้มข้นสูงสุดด้วยคารูบิ,สันนอกคัดพิเศษและซาบุตงสุดนุ่มชวนละลายในปากและมีกลิ่นหอมเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมวาซาบิสำหรับปาดลงบนเนื้อย่างสุกก่อนจิ้มลงในซอสยากินิคุเพื่อเพิ่มความเผ็ดฉุนสดชื่นขึ้นจมูกกับผักสดประดับจานอีกเล็กน้อย ต่อกันด้วยเมนูถัดไป "Special Miyazaki Wayuy Rosu Steak" หรือสเต๊กเนื้อวัวมิยาซากิวากิวสันนอกคัดพิเศษแผ่นใหญ่มีชั้นไขมันสลับเนื้อแดงสวยงามแบบนี้ราคาแค่ 650 บาท ตอนเสิร์ฟน้องพนักงานยกออกมาให้ถ่ายรูปก่อนจะบิดเกลือ-พริกไทยดำลงไปพร้อมลงย่างบนเตาทันที ข้างจานยังคงให้วาซาบิกับผักสดอีกเล็กน้อยเพิ่มกระเทียมสไลด์บางๆไว้กินคู่กับเนื้อแบบร้านสเต๊กสไตล์เทปันยากิสุดหรูอีกด้วยครับ

เมนูถัดไปถูกวางแผ่นทองคำเปลวด้านบนดูหรูหราและพรีเมี่ยมเพราะเป็นเนื้อวากิวส่วนพิเศษอยู่นอกเล่มเมนูซึ่งวันที่เรามาทางร้านกำลังจัดโปรโมชั่นอยู่นั่นก็คือ "Tokujyo Karubi" ปกติราคาเต็ม 680 บาท ลดเหลือ 650 บาท ชิ้นส่วนซี่โครงคุณภาพดี-รสชาติเข้มข้นชั้นไขมันแทรกตัวราวกับหินอ่อนละเอียดที่สุดมีเพียงชิ้นเล็กๆในหนึ่งก้อนเนื้อนำมาแล่ชิ้นหนาขนาดพอดีคำ โดยน้องพนักงานแนะนำว่าให้ย่างบนเตาพอสุกประมาณ 60-70% แล้วจิ้มเกลือผสมพริกไทยดำจึงจะได้รับความอร่อยระดับสูงสุด อีกจานเหมาะสำหรับคนชอบเนื้อไขมันน้อยพอสวยงามแต่นุ่ม,รสชาติเต็มเปี่ยมซึ่งมีจำหน่ายจำนวนจำกัดต่อวันหั่นชิ้นหนาชวนเคี้ยวเต็มคำเรียงใส่จานมาอย่างสวยงามนั่นก็คือ "Kuroge Wagyu Togarashi" ปกติราคาเต็ม 480 บาท ลดเหลือ 420 บาท โดยเนื้อวากิวส่วนพิเศษเหล่านี้จะถูกนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นต่างกันในแต่ละวันต้องคอยสอบถามน้องพนักงานอยู่เรื่อยๆครับ นอกนั้นก็ได้สั่งอาหารทานเล่นอีกหลายรายการเริ่มต้นกันด้วย "Wagyu Yukke" หรือยำเนื้อวากิวดิบสไตล์ญี่ปุ่นราคา 380 บาท จุดเด่นของชามนี้ที่ต่างจากร้านอื่นๆนั่นก็คือใช้เนื้อวัววากิวแทรกไขมันลายหินอ่อนหั่นเป็นเส้นแนวยาวคลุกลงในน้ำยำสูตรเฉพาะรสชาติหวาน-เผ็ดอมเปรี้ยวเพิ่มความนัวด้วยไข่แดงสด/งาขาว/ต้นหอมซอยเคล้าให้เข้ากันก่อนนำเข้าปากคือฟินขั้นสุดครับ

อยากทานเนื้อวากิวในรูปแบบอื่นๆนอกจากยากินิคุบ้างเลยสั่งอาหารจานเดียวมาลองแบ่งกันระหว่างสองพี่น้องทั้ง "ข้าวหน้าเนื้อวากิว" ราคา 290 บาท เป็นหม้อหินร้อนสไตล์เกาหลีบรรจุข้าวสวยญี่ปุ่นโรยงาขาวคั่ว,ต้นหอมไทยซอย,ต้นหอมญี่ปุ่นซอย,กระเทียมเจียว,เนื้อวากิวคุโรเกะวาชูหั่นเป็นเส้นคลุกซอสผัดสูตรพิเศษกับไข่แดงไก่สด หลังจากถ่ายรูปตอนยกมาเสิร์ฟซึ่งถูกตกแต่งเรียงวัตถุดิบต่างๆอย่างสวยงามเสร็จแล้วน้องพนักงานก็จะนำไปเคล้าผสมให้เข้ากันก่อนทาน โดยรวมมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกรุบกรอบกระเทียมเจียวหอมกลิ่นซอสและข้าวไหม้ก้นนิดๆผสมชิ้นเนื้อวากิวสุดนุ่มอร่อยเกินต้าน สำหรับอีกชามคือ "ซุปยุกเกะจังรสเผ็ด" ราคา 160 บาท ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าดีมากเพราะเต็มไปด้วยเนื้อตัดแต่งจากวากิวเอามาตุ๋นกับผักต่างๆจนเปื่อยนุ่มซึมซับรสชาติความเผ็ดเค็มกลมกล่อมชวนซดคล่องคอตักเสิร์ฟลงในชามหินเพื่อรักษาอุณหภูมิให้ร้อนระอุอยู่เสมอจนกว่าจะถึงคำสุดท้าย โรยหน้าด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย,ต้นหอมไทยซอย,งาขาวคั่วเพิ่มความหอมมันสดชื่นช่วยตัดเลี่ยนจากไขมันในน้ำซุปได้เป็นอย่างดีครับ

สั่งแต่เนื้อวากิวไขมันเยอะๆมาเต็มโต๊ะก็ต้องมีเครื่องเคียงเอาไว้ตัดเลี่ยน,ให้ความสดชื่นอีกหลายรายการเริ่มต้นกันด้วย "Special Green Salad" หรือ สลัดผักคัดพิเศษ ราคา 140 บาท ภายในชามประกอบไปด้วยบรอกโคลี่/ผักกาดบัตเตอร์เฮด/แตงกวาและไข่ต้ม ก่อนทานเพียงคลุกน้ำสลัดสูตรโฮมเมดซึ่งมีส่วนประกอบหลักเลยก็คือหอมหัวใหญ่/งาขาว/แครอทสับละเอียดผสมกันให้เป็นเนื้อครีมแต่ไร้ส่วนประกอบจากนม-ไข่ทุกชนิดใครมีประวัติการแพ้ก็ทานได้อย่างสบายใจ รสชาติหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติของน้ำสลัดเข้ากับผักสดใหม่ให้สัมผัสที่กรุบกรอบชวนเคี้ยวเพลินได้อย่างลงตัว จานต่อไปสั่งเป็น "นามูรุผักรวม" ราคา 90 บาท ทางเชฟได้คัดผักตามฤดูกาลมารวมไว้ในเมนูเดียวกันทั้ง ถั่วงอก/แครอท/ปวยเล้งโดยลวกให้พอสุก,บีบน้ำส่วนเกินออกแล้วปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำมันงาจากนั้นจับเรียงแบ่งตามสีจากขาว>ส้ม>เขียวพร้อมโรยงาขาวคั่วอีกครั้งก่อนยกเสิร์ฟ มีรสชาติเค็มหวานกลมกล่อมหอมกลิ่นน้ำมันงาเอาไว้กินรอระหว่างเนื้อย่างบนเตาสุก สุดท้าย "กิมจิ" ให้ปริมาณเต็มถ้วยแบบนี้ราคา 90 บาท ซึ่งสูตรการหมักนั้นทางเชฟได้เลือกใช้ตำรับของจีนโดยเน้นความกรุบกรอบเคี้ยวฉ่ำน้ำตามธรรมชาติของผักกาดขาว ผสานการปรุงรสอย่างสมดุลจึงไม่เปรี้ยวจี๊ด-เผ็ดร้อนหรือเค็มนำเท่าสไตล์เกาหลีที่เราคุ้นเคยก็อร่อยไปอีกแบบนึงครับผม

เมนูต่างๆที่เราสั่งไปทั้งหมดถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะเกือบจะครบทุกรายการแล้วน้องพนักงานได้นำเตาย่างยากินิคุจากถ่านกะลามะพร้าวอัดแท่งเกรดพรีเมี่ยมมาวางไว้ตรงกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติสุดพิเศษนั่นก็คือให้ความร้อนสูงอย่างสม่ำเสมอทนทานและยาวนานกว่าอีกทั้งยังไร้ควันเนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นน้อยมากๆจึงเหมาะที่สุดสำหรับการปิ้งเนื้อวากิวคุณภาพดีของทางร้าน โดยรอบๆหลุมข้างเตาได้ติดตั้งเครื่องดูดอากาศความแรงสูงเพื่อช่วยระบายกลิ่นอาหารออกไปด้านนอกจึงสามารถสนุกกับการทานมื้อนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวเส้นผม,เสื้อผ้าเหม็น จัดการนำเมนูเนื้อวัววากิวส่วนคัดพิเศษพร้อมผักต่างๆวางเรียงลงบนเตาถ่านใช้เวลาเพียงไม่นานก็เริ่มสุกให้พลิกกลับอีกด้านหรือจนกว่าจะได้ตามระดับที่พอใจ ส่วนตัวชอบย่างให้ด้านนอกเกรียมนิดๆแต่ข้างในยังอมชมพูดูชุ่มฉ่ำสวยงามและถ้ารู้สึกว่าชิ้นใหญ่เกินไปสามารถขอกรรไกรมาตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำได้ด้วยตัวเอง จัดการพักเนื้อสัตว์ที่สุกกำลังดีแล้วลงบนจานกันก่อนจากนั้นเราค่อยมาสนุกกับการเปลี่ยนรสชาติ-วิธีการกินไปเรื่อยๆทั้งหมด 6 รูปแบบเป็นลำดับถัดไปเลยครับ

วิธีการลิ้มรสชาติของเนื้อวากิวนำเข้าจากเมืองมิยาซากิสายพันธุ์ Koroge Washu (คุโรเกะวาชู) หรือที่มีอีกชื่อนึงเรียกว่า Japanese Black (วัวดำญี่ปุ่น) นั้นเริ่มต้นด้วย 1. เกลือสมุทรกับพริกไทยดำ โดยทางร้านเลือกใช้เกลือสาหร่ายนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นจึงมีความอูมามิตามธรรมชาติผสานพริกไทยดำบดใหม่กลิ่นหอมขึ้นจมูกเข้ากันได้ดีเมื่อเจอกับเนื้อวากิวราดด้วยซอสสูตรเฉพาะย่างใหม่ๆช่วยดึงความอร่อยออกมาได้อย่างสุดความสามารถ 2. BBQ Sauce หรือน้ำจิ้มยากินิคุต้นตำรับญี่ปุ่นรสชาติเค็มหวานพอกลมกล่อมเบาบางจึงไม่รบกวนกลิ่นหอมตามธรรมชาติของเนื้อคุณภาพสูงมากเกินไปและยังสามารถผสมวาซาบิ,โคชูจังลงไปเพื่อเพิ่มความเผ็ดฉุน-เข้มข้นได้อีกตามใจ 3. BBQ Sauce Spicy หรือน้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรเผ็ดซึ่งมีสัมผัสเหนียวข้นรสชาติหวานเค็มเผ็ดปลายลิ้นเล็กน้อยพร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่กระเทียมบด-พริกป่นลงไปเพื่อเพิ่มความแซ่บ 4. ซอสโคชูจังใช้ผสมกับ BBQ Sauce ให้รสชาติเค็ม,เผ็ดอมหวานหรือจะจิ้มทานเปล่าๆกับเนื้อวากิวย่างคุณภาพสูงก็ให้ความอร่อยใหม่สไตล์เกาหลีดีครับผม

สำหรับใครที่อยากได้อารมณ์เหมือนอยู่ในซีรีส์มากยิ่งขึ้นแนะนำให้สั่ง "ผักกาดเกาหลี" ราคา 90 บาท เสิร์ฟกับน้ำพริกซัมจังสูตรเข้มข้นรสชาติหวานเผ็ดเล็กน้อยพอกลมกล่อม โดยผักในจานนำเข้าจากประเทศเกาหลีซึ่งมีจุดเด่นพิเศษไม่เหมือนใครตรงใบกับก้านขนาดใหญ่เต็มฝ่ามือให้สัมผัสตอนเคี้ยวอันกรุบกรอบไร้กลิ่นเหม็นและรสขมอ่อนๆต่างจากผักกาดหอมของไทยอย่างสิ้นเชิง วิธีลิ้มลองเนื้อคุโรเกะวาชูระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบที่ 5 นั่นก็คือเมื่อย่างจนได้ระดับสุกตามต้องการแล้ววางบนใบผักกาดหอมเกาหลี,แตะซอสซัมจังลงไปเล็กน้อยพร้อมห่อเข้าปากได้เลยทันที (อาจจะเพิ่มสัมผัสพิเศษด้วยนามูรุหรือกิมจิลงไปอีกหน่อยให้ความอร่อยไปอีกแบบ) ถ้าชีวิตขาดคาร์โบไฮเดรตไม่ได้นอกจากข้าวสวยธรรมดาแล้วทางร้านก็ยังมี "ข้าวหน้าต้นหอมและพริกเขียว" ราคา 120 บาท เป็นข้าวสวยญี่ปุ่นใช้สายพันธุ์โคชิฮิคาริกลิ่นหอมหุงสุกนุ่มหนึบเคี้ยวสนุก ท็อปปิ้งด้วยต้นหอมญี่ปุ่นคัดเฉพาะโคนสีขาวซอยละเอียด/ต้นหอมและพริกขี้หนูไทยสีเขียวนำเมล็ดตรงกลางออกเพื่อลดความเผ็ดลงปิดท้ายด้วยงาขาวคั่ว เหมาะสำหรับกินคู่กับเนื้อวากิวย่างใหม่เพื่อเพิ่มความแซ่บ,กลิ่นฉุนขึ้นจมูกช่วยตัดเลี่ยนจากไขมันปริมาณมากของวัวได้เป็นอย่างดีครับผม

น้องพนักงานแจ้งว่าวันนี้มีเครื่องในวัวสดใหม่เพิ่งข้าซึ่งส่วนตัวชอบกินมากอยู่แล้วเลยสั่งมาให้พี่สาวผมลองชิมหลายอย่างเป็น "Horumon Set" หรือชุดรวมเครื่องในของวัวคุโรเกะวาชูราคา 490 บาท ประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่อร่อยสุดๆนั่นก็คือ 1. Maruchyo ส่วนไส้อ่อนย่างแล้วหดตัวเป็นก้อนวงกลมชวนเคี้ยวหนึบหนับมีไขมันรสชาติสุดเข้มข้นและชุ่มฉ่ำไหลเข้ามาในปากเรื่อยๆ 2. Shimachyo สำไส้ตรงส่วนกลางล้างสะอาดหั่นเป็นท่อนๆพร้อมย่างให้สัมผัสกระชับเคี้ยวสนุกแต่ไม่เลี่ยนเท่าส่วนแรก 3. Mino ส่วนกระเพาะวัววากิวย่างจนสุกให้ความกรุบกรอบเคี้ยวสู้ฟันถ้าลองปิดตาชิมเหมือนเนื้อปลาหมึกสดๆไม่มีผิด โดยทางร้านแบ่งเสิร์ฟออกเป็น 2 สูตรเริ่มต้นกันด้วย 1. Kare Miso หรือมิโสะสีน้ำตาลแดงรสชาติเผ็ดอมหวานเข้มข้นถูกปากคนไทยแน่นอนแต่มีข้อควรระวังอีกนิดหน่อยคือต้องพลิกกลับไป-มาบ่อยๆเพราะซอสไหม้ง่ายมาก 2. Shio หรือหมักเกลือสมุทรสกัดจากสาหร่ายใต้ทะเลประเทศญี่ปุ่นรสชาติเค็มกลมกล่อมช่วยดึงความหวานธรรมชาติของเนื้อวัวออกมาอย่างเต็มที่อีกทั้งย่างง่ายกว่าเพราะไม่ต้องกลัวไหม้อีกด้วย โดยรวมถือว่าเครื่องในวัววากิวของร้านนี้ทำออกมาสะอาดคุณภาพสูงไร้กลิ่นผิดแปลกกวนใจดีมากครับ

อิ่มแน่นแล้วก็ปิดท้ายด้วยขนมหวานอีกเล็กน้อยเพื่อล้างคาวเนื้อวากิวในปากก่อนเดินออกจากร้านเลยสั่งมาเป็น "Green Tea Ice Cream" หรือไอศครีมรสชาเขียวมัทฉะราคา 60 บาท รสชาติหวานมันหอมกลิ่นนมผสมชาเขียวเข้มข้นปนขมนิดๆเย็นสดชื่นสไตล์ญี่ปุ่น และ "Yuzu Cherbet" หรือไอศครีมเซอร์เบตรสส้มยูสุราคา 60 บาท จากน้ำส้มยูสุคั้นแท้ 100% ผสมชิ้นเนื้อและเปลือกแช่แข็งแล้วตีให้เนื้อเนียนพร้อมตักเป็นลูกพร้อมเสิร์ฟรสชาติหวานอมเปรี้ยวกลิ่นหอมฟุ้งในปากแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร คิดเงินออกมามื้อนี้เราสองคนพี่น้องสั่งอาหารรวมทั้งหมด 18 รายการ 4,746 บาท รวม Vat. 7% กับ Service Charge 10% แล้วอยู่ที่ 5,587 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างพอตัวแต่ก็สอดคล้องกับคุณภาพอาหาร-บริการที่ได้รับเป็นอย่างดี ถ้าอยากลิ้มรสชาติของเนื้อมิยาซากิวากิว A4-A5 แต่ไม่ชอบขับรถเข้าเมืองเพื่อไปพบสภาพการจราจรอันแสนโหดร้ายบอกเลยว่ามาที่ร้าน "Yakiniku Maeda" แห่งนี้ก็อร่อยฟินได้ไม่แตกต่างกันเลย ดีครบขนาดนี้รับคะแนนความอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเต็มเลยครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 260 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา (ทาวน์อินทาวน์) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. 10310

เปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 02-258-5776

Facebook : https://www.facebook.com/yakinikumaeda

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘




ดู 1,140 ครั้ง0 ความคิดเห็น