top of page
ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Yakiniku Maeda" (สาขาทาวน์อินทาวน์) ยากินิคุสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟเนื้อวากิวแท้ๆ-น้ำจิ้มสูตรพิเศษ

อัปเดตเมื่อ 25 ต.ค. 2565



วันนี้ผมมีนัดกับพี่สาวมานั่งทานข้าวกันแบบชิลๆที่ร้านเนื้อย่างยากินิคุสไตล์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงเสิร์ฟวัตถุดิบระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมเพิ่งย้ายจากย่านสุขุมวิทใจกลางเมืองติดกับ BTS สถานีพร้อมพงษ์เพียง 100 เมตรมาได้สักพักนึงนั่นก็คือ "Yakiniku Maeda" ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนศรีวราย่านทาวน์อินทาวน์ โดยสถานที่ตั้งเป็นอาคารขนาดใหญ่เมื่อก่อนนั้นเคยเปิดร้านบุฟเฟ่ต์จำหน่ายเมนูในรูปแบบเดียวกัน จุดเด่นอันดึงดูดให้อยากลองคือหัวหน้าเชฟใช้เฉพาะเนื้อพิเศษนำเข้าจากเมืองมิยาซากิ Kuroge Wagyu (คุโรเกะ วากิว) หรืออีกชื่อเรียกว่า Japanese Black (วัวดำญี่ปุ่น) เท่านั้น ชั้นไขมันแทรกสวยงามราวกับลายหินอ่อนสีชมพูให้รสชาติหวาน,นุ่มละมุนเหมือนละลายในปากและมีกลิ่นหอมยั่วยวนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับวิธีการทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแค่ปักหมุด-ขับตามระบบแผนที่บนมือถือจอดตรงถนนข้างหน้าได้ตลอดเวลา ถ้าเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง MRT สถานีห้วยขวางแล้วเรียกรถแท็กซี่ขับตามแผนที่บนมือถืออีกประมาณ 6.3 กิโลเมตร มีจุดสังเกตก็คืออยู่ตรงข้าม KFC ในห้าง The Scene จะพบตึกขนาดใหญ่ 3 ชั้น พร้อมป้ายชื่อและประดับโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นสีขาวสะอาดตาแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับผม

เดินเข้ามาด้านในเนื่องจากทางร้านเปิดให้บริการความอร่อยตั้งแต่มื้อเย็นเป็นต้นไปเวลา 16.00-24.00 น. จึงได้ทำการตกแต่งบรรยากาศโดยรวมเน้นไปทางโทนสีดำสลับไม้ดูหรูหราพร้อมป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศญี่ปุ่นหลากหลายยี่ห้อออกมาเป็นสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ผสมอิซากายะ สำหรับพื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวครีมดูสะอาดตาส่วนที่นั่งทั้งหมดใช้โซฟาหนังสีดำขนาดใหญ่นั่งได้ 2-4 คน โต๊ะปิ้งย่างยากินิคุทุกตัวทำจากหินอ่อนสีดำซึ่งวางระบบดูดควันป้องกันหัวเหม็นเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมฉากกั้นพลาสติกขนาดเล็กไว้บังสายตาจากลูกค้าท่านอื่นๆและแปะป้ายเมนูโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษประจำเดือนชวนให้อยากสั่งเพิ่ม ถ้าคุณเป็นคนในพื้นที่เคยมาใช้บริการก่อนเปลี่ยนเจ้าของ,ตั้งชื่อใหม่จะทราบทันทีว่าโครงสร้างไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนักแต่ดูหรูหราสมสถานะมากยิ่งขึ้น วันนี้เรามาตั้งแต่เปิดใหม่ๆเพื่อจะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันก่อน เสร็จแล้วค่อยเลือกที่นั่งแล้วเปิดเล่มเมนูชมกันเลยครับ

เปิดหน้าแรกจะพบรายการเนื้อวัวนำเข้าสุดพิเศษส่งตรงจากเมืองมิยาซากิสายพันธุ์คุโรเกะวากิวเท่านั้นให้เราสั่งหลากหลายส่วน โดยทางเชฟชาวญี่ปุ่นของร้าน "Yakiniku Maeda" คัดมาเฉพาะระดับแทรกไขมันที่ A4 และ A5 เท่านั้นเริ่มต้นกันด้วย Rosu สันนอกธรรมดา 320 บาท,Tokusen Rosu สันนอกคัดพิเศษ 450 บาท,Miyazaki Rosu Steak สเต๊กเนื้อวัวมิยาซากิสันนอกคัดพิเศษตัดเสิร์ฟชิ้นใหญ่ 650 บาท,Tokusen Yaki Suki Rosu ส่วนสันนอกคัดพิเศษราดซอสสุกี้ยากี้กินคู่ไข่ดิบ 490 บาท,Zabuton สันนอกไขมันดีสวยงามที่สุด 600 บาท,Kiwami Set ชุดรวมเนื้อหลายๆส่วนมีทั้งลิ้นวัวพรีเมี่ยม (Kiwami Gyu Tan) /ซี่โครง/สันนอก/กะบังลมสำหรับ 2 คนราคา 580 บาท,Wagyu Set รวมเนื้อวากิวคัดพิเศษ 3 ส่วน 500-980 บาท,Karubi ส่วนซี่โครง 320 บาท,Tokusen Karubi ซี่โครงคัดพิเศษ 450 บาท,Nakaochikarubi วากิวส่วนอกถึงท้อง 380 บาท,Gyu Tan ลิ้นวัวธรรมดาๆ 260 บาท,Gyu Tan Jo ลิ้นวัวพรีเมี่ยม 380 บาท,Harami กะบังลมวากิว 380 บาท,Kainomi ปลายท้องติดสันใน 450 บาท,ชุดเครื่องในรวม (หมักเกลือ/มิโสะ) 260-490 บาท,เครื่องในวัวส่วนไส้อ่อน/ลำไส้ใหญ่/กระเพาะวัวหมักเกลือ,มิโสะราคาจานละ 260-300 บาท เมนูสุดท้าย Wagyu Yukke ยำเนื้อวัวดิบสไตล์ญี่ปุ่น 380 บาทครับ

สำหรับสมาชิกร่วมโต๊ะท่านใดไม่กินเนื้อวากิวก็สามารถอิ่มอร่อยร่วมกันได้เพราะเชฟของทางร้านได้คัดเลือกเนื้อหมูกับไก่คุณภาพสูงเกรดอนามัยปลอดสารเร่งโต-ยาปฏิชีวนะเอาไว้หลากหลายเมนูมีทั้งคอหมู/กะบังลมหมักมิโสะ/ลิ้นหมู/หลอดลมหมู/กระดูกอ่อนส่วนคอ/สเต๊กหมู/สันในหมู/ไส้หมูและซี่โครงราคา 150-180 บาท ชุดรวมเนื้อกับเครื่องในจานเล็ก 180 บาท,จานใหญ่ 350 บาท เนื้อไก่มีทั้งหมด 4 รายการจานเล็ก 150 บาท,รวมทุกอย่างใส่จานใหญ่ 250 บาท เมนูอื่นๆได้แก่ชุดผักรวมย่าง (ฟักทอง/หอมหัวใหญ่/แครอท/และเห็ดหอมสด) 150 บาท, ไส้กรอกหมูอาราบิกิหนังกรอบเนื้อหยาบสไตล์ญี่ปุ่นราคา 100 บาท ต่อกันด้วยเมนูข้าวต่างๆจัดเสิร์ฟเป็นเครื่องชุดเคียงและอาหารแบบจานเดียวทั้งข้าวหน้าเนื้อวากิวหม้อร้อน 290 บาท,บิบิมบับคลุกหม้อร้อนๆ 260 บาท,ข้าวต้มซุปยุเกะจัง 160-200 บาท,ข้าวต้มซุปไข่สไตล์ญี่ปุ่น 100-140 บาท,บิบิมบับบนชามธรรมดา 180 บาท,ข้าวญี่ปุ่นโรยต้นหอมพริกเขียวซอย 120 บาท สุดท้ายข้าวสวยญี่ปุ่น 50-90 บาท เลือกสั่งตามความจุกระเพาะของแต่ละคนได้เลยครับ

ใครที่ไม่ถนัดปิ้งย่างทางร้านก็มีเมนูอาหารจานเดียวให้เลือกอีกหลายรายการเริ่มต้นด้วย บะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี 200 บาท , บะหมี่เย็นคลุกแห้งแบบเผ็ด 200 บาท , ซุปยุกเกะจัง 160 บาท , น้ำซุปสาหร่ายญี่ปุ่น 100 บาท , ซุปไข่ 100 บาท , นามูรุผักรวม 90 บาท , ผักกาดเกาหลี 90 บาท , สลัดผักคัดพิเศษ 140 บาท , สลัดผักโซเรกิแบบเกาหลี 90 บาท , กิมจิ 90 บาท , เครื่องในปลาคอตหมักสไตล์เกาหลี 80 บาท , ถั่วแระญี่ปุ่น 80 บาท , สลัดเต้าหู้เย็น 120 บาท , แตงกวาคลุกบ๊วยดอง 100 บาท , สาหร่ายแผ่นเกาหลี 50 บาท , กะหล่ำปลีคลุกเกลือ 90 บาท , กระเทียมอบฟอยล์ 100 บาท , เมล็ดข้าวโพดอบเนย 70 บาท , เห็ดออรินจิอบเนย 70 บาท ของหวานเป็นไอศครีมรสชาติต่างๆเพียงถ้วยละ 40 บาท หน้าหลังๆคือเมนูใหม่และรายการซึ่งเชฟแนะนำว่าต้องลองทั้ง ลิ้นวัวพรีเมี่ยมหั่นหนาหรือ Kiwami Gyu Tan ราคาจานละ 420 บาท , เนื้อโทคาราชิส่วนไหล่จนถึงขาหน้าราคาพิเศษแค่ 420 บาทจาก 480 บาท (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) ถ้าอยากกินแนะนำว่าให้มาตั้งแต่ร้านเปิดหรือโทรสอบถามก่อนจะดีที่สุดครับ

หน้าถัดไปยังคงเป็นรายการเมนูแนะนำจากทางร้านมาต่อกันที่ เนื้อวัวแบบซาชิมิ 390 บาท,ส่วนร่องซี่โครงหมักโถ 390 บาท,เนื้อน่องไก่ 150 บาท,สันคอหมูสไลด์ 180 บาท,ซุปชิเกซีฟู้ดในหม้อร้อน 200 บาท,อูด้งซุปยุกเกะจัง 200 บาท,อูด้งในซุปไข่ 140 บาท,สลัดผักหน้าเต้าหู้นิ่ม 140 บาท,ยำสาหร่ายญี่ปุ่น 70 บาท,เบคอนแผ่นหนา 120 บาท,เบคอนคู่ไส้กรอกอาราบิกิ 120 บาท,กิมจิหัวไชเท้า 100 บาท,เส้นโซเมงเย็น 120 บาท,ชุดกุ้ง-หอยเชลล์ญี่ปุ่นย่าง 360 บาท,กุ้งแดงตัวยักษ์จากอาเจนติน่า 180 บาท,หอยเชลล์ญี่ปุ่นโฮตาเตะ 240 บาท,ปลาหมึกสดย่าง 180 บาท,สตูว์ลิ้นวัว 120 บาท,วาซาบิดอง 90 บาท,ชุด Family Set สำหรับครอบครัวประกอบไปด้วยเนื้อวากิวกับหมูอนามัยคุณภาพสูงรวมกว่า 500 กรัมได้แก่ ลิ้นวัวพรีเมี่ยม/เนื้อหน้าท้องส่วนบน/เนื้อวากิวส่วนซี่โครง/กะบังลมวัว/ซี่โครงหมู/ไส้กรอกและผักชนิดต่างๆให้อิ่มจัดเต็มขนาดนี้ราคาเพียง 1,200 บาทเท่านั้นซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆครับผม

สำหรับคนชอบอาหารทะเลตัวจริงแล้วอยากลองชิมหลายๆอย่างแนะนำให้สั่งชุดซีฟู้ดรวมปลาหมึก/กุ้งและหอยเชลล์สดราคาแค่ 520 บาท,ข้าวผัดกระเทียมหม้อร้อน 160 บาท ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มต่างๆซึ่งรวมกันกว่า 3 หน้ากระดาษโดยจะแบ่งเป็นหมวดเริ่มต้นด้วย 1. เบียร์ของไทยและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นที่ 100-190 บาท 2. วิสกี้ของซันโทรี่แบบทั้งขวดหรือผสมน้ำเปล่าโซดา 160-1,800 บาท 3. ชูไฮหรือน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ชวนดื่มง่ายๆรวมกว่า 9 สูตร 110-160 บาท 4. ไวน์แดงกับไวน์ขาวแก้วละ 160 บาท 5. มักกอลลีเกาหลียกทั้งขวด 600 บาท 6. Umeshu (เหล้าดองบ๊วยญี่ปุ่น) ขวดละ 200 บาท 7. เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์มีทั้งน้ำอัดลม/โซดารสนมเปรี้ยว/มะนาวโซดาญี่ปุ่น/น้ำผลไม้คั้นสด/ชาเขียว/ชาอู่หลงจีน/น้ำเปล่า/โซดา/น้ำแข็งราคา 40-120 บาท ส่วนหน้าสุดท้ายคือสาเกคุณภาพสูงนำเข้าตรงจากประเทศญี่ปุ่นความเข้มข้นของระดับแอลกอฮอลล์เริ่มตั้งแต่ 13-15% ดีกรีราคาขวดละ 350-2,700 บาท มีให้เลือกได้ตามระดับพรีเมี่ยมที่ต้องการและงบในกระเป๋าเงินของคุณเลยครับ

จัดการสั่งอาหารที่อยากทานไปให้เรียบร้อยระหว่างนี้ก็มาสำรวจและเตรียมตัวสำหรับการทานยากินิคุกันเริ่มต้นด้วยเครื่องจิ้มต่างๆซึ่งสูตรของทางร้านมีให้บริการทั้งหมด 4 รูปแบบคือ 1. บาร์บีคิวซอสหรือน้ำจิ้มยากินิคุต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆโฮมเมดทำเองไม่เหมือนใคร 2. บาร์บีคิวซอสสูตรเผ็ดเนื้อสัมผัสดูเข้มข้นพิเศษมีสีน้ำตาลอมแดงดูแซ่บสมชื่อโดยน้องพนักงานแจ้งว่าลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบ 3. ซอสโคชูจังตำรับเกาหลีสำหรับจิ้มก่อนห่อผักสดหรือผสมลงในน้ำจิ้มยากินิคุเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อน-กลมกล่อมมากขึ้นกว่าเดิม 4. เกลือสูตรผสมสาหร่ายนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้รสชาติเค็มอูมามิเข้ากับเนื้อย่างชั้นดีเป็นที่สุดผสมพริกไทยดำบดเองใหม่ๆตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีกระเทียมบดละเอียดและพริกป่นของไทยไว้ผสมลงในน้ำจิ้มเพื่อความเผ็ดร้อน (ปกติร้านอื่นๆมักจะใช้พริกสดแต่ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี) อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปิ้งย่างก็ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยทั้งตะเกียบ/ที่คีบ/จานรองพักเนื้อกับถ้วยน้ำจิ้มแบบสามช่องก็จัดการเทน้ำจิ้มพร้อมปรุงรสเองจนกว่าจะพอใจ ส่วนเครื่องดื่มถ้าสังเกตในเล่มเมนูดีๆก็จะทราบว่าไม่มีแบบรีฟีลเลยสั่งมาแค่ "ชาเขียว" กับ "ชาอู่หลง" ใส่น้ำแข็งพร้อมหลอดพร้อมแผ่นรองช่วยซึมซับเป็นอย่างดีราคาแก้วละ 50 บาท เป็นสูตรไม่หวานทั้งคู่กลิ่นหอมของใบชาเข้มข้นดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่าดีครับผม

จานแรกมาเสิร์ฟก่อนคือ "Wagyu Set" เนื้อคุณภาพคัดพิเศษชุดใหญ่จัดเต็มราคา 980 บาท ประกอบไปด้วย คุโรเกะวากิวระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมมีทั้งหมด 3 ส่วนได้แก่ 1. เนื้อวากิวสันนอกคัดพิเศษ 2. เนื้อวากิวซี่โครงคัดพิเศษ 3. เนื้อวากิวสันนอกคัดพิเศษซาบุตง ตัดเสิร์ฟอย่างละ 4 ชิ้นหนาแทรกไขมันสวยงามคล้ายก้อนหินอ่อนสีชมพู เรียงลำดับตามรสชาติความเข้มข้นสูงสุดด้วยคารูบิ,สันนอกคัดพิเศษและซาบุตงสุดนุ่มชวนละลายในปากและมีกลิ่นหอมเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมวาซาบิสำหรับปาดลงบนเนื้อย่างสุกก่อนจิ้มลงในซอสยากินิคุเพื่อเพิ่มความเผ็ดฉุนสดชื่นขึ้นจมูกกับผักสดประดับจานอีกเล็กน้อย ต่อกันด้วยเมนูถัดไป "Special Miyazaki Wayuy Rosu Steak" หรือสเต๊กเนื้อวัวมิยาซากิวากิวสันนอกคัดพิเศษแผ่นใหญ่มีชั้นไขมันสลับเนื้อแดงสวยงามแบบนี้ราคาแค่ 650 บาท ตอนเสิร์ฟน้องพนักงานยกออกมาให้ถ่ายรูปก่อนจะบิดเกลือ-พริกไทยดำลงไปพร้อมลงย่างบนเตาทันที ข้างจานยังคงให้วาซาบิกับผักสดอีกเล็กน้อยเพิ่มกระเทียมสไลด์บางๆไว้กินคู่กับเนื้อแบบร้านสเต๊กสไตล์เทปันยากิสุดหรูอีกด้วยครับ

เมนูถัดไปถูกวางแผ่นทองคำเปลวด้านบนดูหรูหราและพรีเมี่ยมเพราะเป็นเนื้อวากิวส่วนพิเศษอยู่นอกเล่มเมนูซึ่งวันที่เรามาทางร้านกำลังจัดโปรโมชั่นอยู่นั่นก็คือ "Tokujyo Karubi" ปกติราคาเต็ม 680 บาท ลดเหลือ 650 บาท ชิ้นส่วนซี่โครงคุณภาพดี-รสชาติเข้มข้นชั้นไขมันแทรกตัวราวกับหินอ่อนละเอียดที่สุดมีเพียงชิ้นเล็กๆในหนึ่งก้อนเนื้อนำมาแล่ชิ้นหนาขนาดพอดีคำ โดยน้องพนักงานแนะนำว่าให้ย่างบนเตาพอสุกประมาณ 60-70% แล้วจิ้มเกลือผสมพริกไทยดำจึงจะได้รับความอร่อยระดับสูงสุด อีกจานเหมาะสำหรับคนชอบเนื้อไขมันน้อยพอสวยงามแต่นุ่ม,รสชาติเต็มเปี่ยมซึ่งมีจำหน่ายจำนวนจำกัดต่อวันหั่นชิ้นหนาชวนเคี้ยวเต็มคำเรียงใส่จานมาอย่างสวยงามนั่นก็คือ "Kuroge Wagyu Togarashi" ปกติราคาเต็ม 480 บาท ลดเหลือ 420 บาท โดยเนื้อวากิวส่วนพิเศษเหล่านี้จะถูกนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นต่างกันในแต่ละวันต้องคอยสอบถามน้องพนักงานอยู่เรื่อยๆครับ นอกนั้นก็ได้สั่งอาหารทานเล่นอีกหลายรายการเริ่มต้นกันด้วย "Wagyu Yukke" หรือยำเนื้อวากิวดิบสไตล์ญี่ปุ่นราคา 380 บาท จุดเด่นของชามนี้ที่ต่างจากร้านอื่นๆนั่นก็คือใช้เนื้อวัววากิวแทรกไขมันลายหินอ่อนหั่นเป็นเส้นแนวยาวคลุกลงในน้ำยำสูตรเฉพาะรสชาติหวาน-เผ็ดอมเปรี้ยวเพิ่มความนัวด้วยไข่แดงสด/งาขาว/ต้นหอมซอยเคล้าให้เข้ากันก่อนนำเข้าปากคือฟินขั้นสุดครับ

อยากทานเนื้อวากิวในรูปแบบอื่นๆนอกจากยากินิคุบ้างเลยสั่งอาหารจานเดียวมาลองแบ่งกันระหว่างสองพี่น้องทั้ง "ข้าวหน้าเนื้อวากิว" ราคา 290 บาท เป็นหม้อหินร้อนสไตล์เกาหลีบรรจุข้าวสวยญี่ปุ่นโรยงาขาวคั่ว,ต้นหอมไทยซอย,ต้นหอมญี่ปุ่นซอย,กระเทียมเจียว,เนื้อวัวคุโรเกะวากิวหั่นเส้นราดปิดท้ายด้วยสูตรซอสพิเศษกับไข่แดงสด หลังจากถ่ายรูปตอนยกมาเสิร์ฟซึ่งถูกตกแต่งเรียงวัตถุดิบต่างๆอย่างสวยงามเสร็จแล้วน้องพนักงานก็จะนำไปเคล้าผสมให้เข้ากันก่อนทาน โดยรวมมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกรุบกรอบกระเทียมเจียวหอมกลิ่นซอสและข้าวไหม้ก้นนิดๆผสมชิ้นเนื้อวากิวสุดนุ่มอร่อยเกินต้าน สำหรับอีกชามนั่นก็คือ "ซุปยุกเกะจัง" ราคา 160 บาท ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าดีมากเพราะเต็มไปด้วยเนื้อวากิวติดมันหั่นชิ้นใหญ่ชวนเคี้ยวเต็มคำเอามาตุ๋นกับผักต่างๆหลากหลายชนิดจนนุ่มซึมซับรสชาติอันกลมกล่อมเข้าไปอย่างเต็มที่ ตกแต่งให้สวยงามก่อนเสิร์ฟด้วยการโรยหน้าด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย,ต้นหอมไทยซอยละเอียด,งาขาวคั่วใหม่ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นช่วยตัดเลี่ยนจากไขมันในที่ลอยอยู่บนซุปได้เป็นอย่างดีครับ

สั่งแต่เนื้อวากิวไขมันเยอะๆมาเต็มโต๊ะก็ต้องมีเครื่องเคียงเอาไว้ตัดเลี่ยน,ให้ความสดชื่นอีกหลายรายการเริ่มต้นกันด้วย "Special Green Salad" หรือ สลัดผักคัดพิเศษ ราคา 140 บาท ภายในชามประกอบไปด้วยบรอกโคลี่/ผักบัตเตอร์เฮด/แตงกวาและไข่ต้ม ก่อนทานเพียงคลุกน้ำสลัดสูตรโฮมเมดทำเองของเชฟมีรสชาติหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติเข้ากับผักสดใหม่ให้สัมผัสที่กรุบกรอบชวนเคี้ยวเพลินได้อย่างลงตัว จานต่อไปสั่งเป็น "นามูรุผักรวม" ราคา 90 บาท โดยคัดผักตามฤดูกาลมารวมไว้ในเมนูเดียวกันทั้งถั่วงอก/แครอทกับปวยเล้งปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและน้ำมันงาจากนั้นจับเรียงแบ่งตามสีสันจากขาว>ส้ม>เขียวพร้อมโรยงาขาวคั่วใหม่อีกครั้งให้สวยงามก่อนยกเสิร์ฟ รสชาติเค็ม,หวานตามธรรมชาติกลมกล่อมหอมกลิ่นน้ำมันงาเอาไว้ทานเพลินๆระหว่างรอเนื้อบนเตาสุก สุดท้าย "กิมจิ" ให้ปริมาณเต็มถ้วยแบบนี้ราคา 90 บาท เน้นความกรุบกรอบเคี้ยวฉ่ำน้ำตามธรรมชาติของผักกาดขาวผสานการปรุงรสอย่างสมดุลจึงไม่เปรี้ยวจี๊ด-เผ็ดร้อนหรือเค็มนำเท่าสไตล์เกาหลีที่เราคุ้นเคยนักแต่ก็อร่อยดีไปอีกแบบนึงครับ

เมนูต่างๆที่เราสั่งไปทั้งหมดถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะเกือบจะครบทุกรายการแล้วน้องพนักงานได้นำเตาย่างยากินิคุจากถ่านกะลามะพร้าวอัดแท่งเกรดพรีเมี่ยมมาวางไว้ตรงกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติสุดพิเศษนั่นก็คือให้ความร้อนสูงอย่างสม่ำเสมอทนทานและยาวนานกว่าอีกทั้งยังไร้ควันเนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นน้อยมากๆจึงเหมาะที่สุดสำหรับการปิ้งเนื้อวากิวคุณภาพดีของทางร้าน โดยรอบๆหลุมข้างเตาได้ติดตั้งเครื่องดูดอากาศความแรงสูงเพื่อช่วยระบายกลิ่นอาหารออกไปด้านนอกจึงสามารถสนุกกับการทานมื้อนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวเส้นผม,เสื้อผ้าเหม็น จัดการนำเมนูเนื้อวัววากิวส่วนคัดพิเศษพร้อมผักต่างๆวางเรียงลงบนเตาถ่านใช้เวลาเพียงไม่นานก็เริ่มสุกให้พลิกกลับอีกด้านหรือจนกว่าจะได้ตามระดับที่พอใจ ส่วนตัวชอบย่างให้ด้านนอกเกรียมนิดๆแต่ข้างในยังอมชมพูดูชุ่มฉ่ำสวยงามและถ้ารู้สึกว่าชิ้นใหญ่เกินไปสามารถขอกรรไกรมาตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำได้ด้วยตัวเอง จัดการพักเนื้อสัตว์ที่สุกกำลังดีแล้วลงบนจานกันก่อนจากนั้นเราค่อยมาสนุกกับการเปลี่ยนรสชาติ-วิธีการกินไปเรื่อยๆทั้งหมด 6 รูปแบบเป็นลำดับถัดไปเลยครับ

วิธีการลิ้มรสชาติของเนื้อวากิวนำเข้าจากเมืองมิยาซากิสายพันธุ์ Kuroge Wagyu (คุโรเกะวากิว) หรือมีอีกชื่อนึงเรียกว่า Japanese Black (วัวดำญี่ปุ่น) นั้นเริ่มต้นด้วย 1. เกลือสมุทรกับพริกไทยดำ โดยทางร้านเลือกใช้เกลือสาหร่ายนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นจึงมีความอูมามิตามธรรมชาติผสานพริกไทยดำบดใหม่กลิ่นหอมขึ้นจมูกเข้ากันได้ดีเมื่อเจอกับเนื้อวากิวราดด้วยซอสสูตรเฉพาะย่างใหม่ๆช่วยดึงความอร่อยออกมาได้อย่างสุดความสามารถ 2. BBQ Sauce หรือน้ำจิ้มยากินิคุต้นตำรับญี่ปุ่นรสชาติเค็มหวานพอกลมกล่อมเบาบางจึงไม่รบกวนกลิ่นหอมตามธรรมชาติของเนื้อคุณภาพสูงมากเกินไปและยังสามารถผสมวาซาบิ,โคชูจังลงไปเพื่อเพิ่มความเผ็ดฉุน-เข้มข้นได้อีกตามใจ 3. BBQ Sauce Spicy หรือน้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรเผ็ดซึ่งมีสัมผัสเหนียวข้นรสชาติหวานเค็มเผ็ดปลายลิ้นเล็กน้อยพร้อมทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่กระเทียมบด-พริกป่นลงไปเพื่อเพิ่มความแซ่บ 4. ซอสโคชูจังใช้ผสมกับ BBQ Sauce ให้รสชาติเค็ม,เผ็ดอมหวานหรือจะจิ้มทานเปล่าๆกับเนื้อวากิวย่างคุณภาพสูงก็ให้ความอร่อยใหม่สไตล์เกาหลีดีครับผม

สำหรับใครที่อยากทานเนื้อย่างให้ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในซีรีส์ชื่อดังมากยิ่งขึ้นแนะนำว่าต้องสั่ง "ผักกาดเกาหลี" ราคา 90 บาท คัดเฉพาะใบใหญ่สีเขียวสดใสดูสวยงามเสิร์ฟคู่กับซอสมิโสะสูตรเข้มข้นพิเศษรสชาติหวานเผ็ดปลายลิ้นเล็กน้อยพอกลมกล่อม ส่วนวิธีลิ้มลองคุโรเกะวากิวคุณภาพระดับพรีเมี่ยมรูปแบบที่ 5 นั่นก็คือเมื่อย่างบนเตาจนได้ระดับสุกตามต้องการแล้ววางบนใบผักกาดหอมเกาหลี,แตะซอสมิโสะลงไปเล็กน้อยพร้อมห่อเข้าปากได้เลยทันที (อาจจะเพิ่มสัมผัสพิเศษด้วยนามูรุหรือกิมจิลงไปอีกหน่อยให้ความอร่อยไปอีกแบบ) ถ้าชีวิตขาดคาร์โบไฮเดรตไม่ได้นอกจากข้าวสวยธรรมดาแล้วทางร้านก็ยังมี "ข้าวหน้าต้นหอมและพริกเขียว" ราคา 120 บาท เป็นข้าวสวยญี่ปุ่นใช้สายพันธุ์โคชิฮิคาริกลิ่นหอมหุงสุกนุ่มหนึบเคี้ยวสนุก ท็อปปิ้งด้วยต้นหอมญี่ปุ่นคัดเฉพาะโคนสีขาวซอยละเอียด/ต้นหอมและพริกขี้หนูไทยสีเขียวนำเมล็ดตรงกลางออกเพื่อลดความเผ็ดลงปิดท้ายด้วยงาขาวคั่ว เหมาะสำหรับกินคู่กับเนื้อวากิวย่างใหม่เพื่อเพิ่มความแซ่บ,กลิ่นฉุนขึ้นจมูกช่วยตัดเลี่ยนจากไขมันปริมาณมากของวัวได้เป็นอย่างดีครับผม

น้องพนักงานแจ้งว่าวันนี้มีเครื่องในวัวสดใหม่เพิ่งเข้าซึ่งส่วนตัวชอบทานมากๆอยู่แล้วเลยสั่งมาให้พี่สาวผมลองชิมพร้อมกันหลายอย่างก็คือ "Horumon Set" หรือชุดรวมเครื่องในของวัวคุณภาพชั้นดีราคา 490 บาท ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคัดคุณภาพพิเศษได้แก่ 1. Maruchyo ส่วนไส้อ่อนย่างแล้วหดตัวเป็นก้อนวงกลมชวนเคี้ยวหนึบมีไขมันรสชาติสุดเข้มข้นและชุ่มฉ่ำไหลเข้ามาในปากเรื่อยๆ 2. Shimachyo สำไส้ใหญ่นำมาล้างจนสะอาดหั่นเป็นท่อนๆพร้อมลงปิ้งให้สัมผัสกระชับเคี้ยวสนุกแต่ไม่เลี่ยนเท่ากับส่วนแรก 3. Mino ส่วนกระเพาะของวัววางบนเตาจนสุกให้ความกรุบกรอบเคี้ยวสู้ฟันถ้าลองปิดตาชิมเหมือนกำลังกินเนื้อปลาหมึกสดๆไม่มีผิด โดยทางร้านแบ่งเสิร์ฟออกเป็น 2 สูตรออเดอร์ตามความชอบเริ่มต้นกันด้วย 1. Miso หรือมิโสะสีน้ำตาลแดงรสชาติเผ็ดอมหวานเข้มข้นถูกปากคนไทยแน่นอนแต่มีข้อควรระวังอีกนิดหน่อยคือต้องพลิกกลับไป-มาบ่อยๆเพราะตัวซอสนั้นไหม้ง่ายมาก 2. Shio หรือหมักเกลือสมุทรสกัดจากสาหร่ายใต้ทะเลของประเทศญี่ปุ่นรสชาติเค็มกลมกล่อมช่วยดึงความหวานพร้อมกลิ่นหอมตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่อีกทั้งยังปิ้งง่ายกว่าเพราะไม่ต้องกลัวไหม้อีกด้วย โดยรวมถือว่าเครื่องในวัววากิวของร้านนี้ทำออกมาดีล้างสะอาดคัดเฉพาะเกรดคุณภาพสูงจริง,ไร้กลิ่นผิดปกติแลดูเอาใจใส่ได้ดีมากครับ

อิ่มแน่นแล้วก็ปิดท้ายด้วยขนมหวานอีกเล็กน้อยเพื่อล้างคาวเนื้อวากิวในปากก่อนเดินออกจากร้านเลยสั่งมาเป็น "Green Tea Ice Cream" หรือไอศครีมรสชาเขียวมัทฉะราคา 60 บาท รสชาติหวานมันหอมกลิ่นนมผสมชาเขียวเข้มข้นปนขมนิดๆเย็นสดชื่นสไตล์ญี่ปุ่น และ "Yuzu Cherbet" หรือไอศครีมเซอร์เบตรสส้มยูสุราคา 60 บาท จากน้ำส้มยูสุคั้นแท้ 100% ผสมชิ้นเนื้อและเปลือกแช่แข็งแล้วตีให้เนื้อเนียนพร้อมตักเป็นลูกพร้อมเสิร์ฟรสชาติหวานอมเปรี้ยวกลิ่นหอมฟุ้งในปากแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร คิดเงินออกมามื้อนี้เราสองคนพี่น้องสั่งอาหารรวมทั้งหมด 18 รายการ 4,746 บาท รวม Vat. 7% กับ Service Charge 10% แล้วอยู่ที่ 5,587 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างพอตัวแต่ก็สอดคล้องกับคุณภาพอาหาร-บริการที่ได้รับเป็นอย่างดี ถ้าอยากลิ้มรสชาติของเนื้อมิยาซากิวากิว A4-A5 แต่ไม่ชอบขับรถเข้าเมืองเพื่อไปพบสภาพการจราจรอันแสนโหดร้ายบอกเลยว่ามาที่ร้าน "Yakiniku Maeda" แห่งนี้ก็อร่อยฟินได้ไม่แตกต่างกันเลย ดีครบขนาดนี้รับคะแนนความอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเต็มเลยครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 260 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา (ทาวน์อินทาวน์) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. 10310

เปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 02-258-5776

Facebook : https://www.facebook.com/yakinikumaeda


ปัจจุบัน "Yakiniku Maeda" เปิดบริการอีกสาขาภายในห้าง "Donki Mall" ทองหล่อชั้น 3 ใกล้ที่ไหนไปลองเลย

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘




ดู 1,969 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page