ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Wisdom International Buffet" บุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดพรีเมี่ยมกว่า 130 เมนู เริ่มต้นแค่คนละ 999฿++



วันนี้ผมพาคุณแม่มาตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลตำรวจตรงแยกราชประสงค์แต่กว่าจะเสร็จทุกๆอย่างก็ล่วงเลยเวลาไปเกือบบ่ายสอง อดน้ำกับอาหารยาวนานมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงปัจจุบันจึงตัดสินใจลุยมื้อพิเศษกันสองคนที่ "Wisdom International Buffet" หลังจากห่างหายไปนานกว่า 1 ปีตอนนี้เห็นว่าอัปเกรดเมนูใหม่เพิ่มรวมทั้งหมด 130 รายการในราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 999 บาท++ สำหรับวิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกดปักหมุดแผนที่บนมือถือขับตรงไปยังห้าง Siam Square One มีลานจอดเสียเงินรอบๆอีกหลายแห่ง ถ้าเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะแค่ลง BTS สถานีสยามเดินทะลุเข้าทางเชื่อมขึ้นมาชั้น 5 หน้าบันไดเลื่อนฝั่งขวาด้านในสุดจะพบตัวร้านโดดเด่นด้วยสีดำสลับทองแดงทันที รีบติดต่อน้องพนักงานตรงเคาน์เตอร์และรับบัตรคิวซึ่งโชคดีมากๆเพราะรอเพียงแค่ 3 คิวเท่านั้น ระหว่างนี้ขอเดินสำรวจป้ายไฟซึ่งรวมรายการอาหารขนาดใหญ่ด้านหน้าร้าน เริ่มต้นด้วยระดับ Platinum ราคาคนละ 1,176 บาทสุทธิ เด็กส่วนสูง 100-140 ซม.จ่าย 588 บาทสุทธิ / ระดับ Daimond ราคาคนละ 1,765 บาทสุทธิ เด็กส่วนสูง 100-140 ซม.จ่าย 822 บาทสุทธิ และ ระดับ Elite ราคาคนละ 3,530 บาทสุทธิ เด็กส่วนสูง 100-140 ซม.จ่าย 1,765 บาทสุทธิ เรียงลำดับสามารถสั่งอาหารได้ 98 > 116 > 130 เมนูตามระดับราคาแบ่งออกเป็นหลากหลายเชื้อชาติทั้งตะวันตก/ญี่ปุ่น/ไทย/จีนรวมเครื่องดื่ม-ขนมหวานเรียบร้อยแล้วครับ

ยืนรอไม่นานนักก็ถูกประกาศเรียกเลขคิวให้เข้าไปด้านในร้านและเนื่องจากเราแวะมาทานข้าวกันช่วงบ่ายกระแสมหาชนเวลาเที่ยงตรงถูกเคลียร์เกือบหมดแล้วจึงคงเหลือลูกค้าท่านอื่นๆอยู่แค่น้อยนิด โดยจุดแข็งของที่ "Wisdom International Buffet" ซึ่งส่วนตัวชอบมากเลยก็คือเพียงนั่งสบายๆแล้วสั่งพร้อมรออาหารมาเสิร์ฟถึงโต๊ะไม่ต้องเดินหรือต่อคิวรับอาหารเอง บรรยากาศข้างในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนเข้มเน้นสีดำสนิทสลับน้ำตาลทองแดงใช้วัสดุหนังสัตว์และหินอ่อนดูหรูหราสมกับเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติคุณภาพระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยม ส่วนโต๊ะมีให้บริการเต็มทั้งพื้นที่หลากหลายขนาดตั้งแต่คู่รักเพียง 2 คน/ครอบครัวขนาดเล็กประมาณ 4-6 คน ไปจนถึงเพื่อนกลุ่มใหญ่เลือกเหมาได้ทั้งโซนได้ทั้งโต๊ะเดี่ยวหรือโซฟายาวสุดนุ่มชวนนั่งสบายๆ ซึ่งทุกที่นั่งสามารถมองเห็นภายในครัวกั้นด้วยกระจกใสบานขนาดใหญ่ชมการปรุงอาหารเมนูต่างๆได้ตลอดเวลา ส่วนบาร์ใกล้ประตูทางเข้าร้านเป็นเคาน์เตอร์ยาวไว้จัดเตรียมเครื่องดื่ม/ขนมหวานกับไอศครีมทำสดใหม่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับใครที่อยากจะนั่งตรงจุดไหนเป็นพิเศษรบกวนแจ้งพนักงานเพื่อทำการปรับเปลี่ยนก่อนสั่งอาหารเพราะต้องสลับระบบใน tablet อีกรอบครับผม

โต๊ะที่ผมเคยมานั่งถ่ายรูปอาหารรีวิวกับแฟนรอบก่อนว่างพอดีเลยตัดสินใจเลือกตรงนี้เพราะติดหน้าต่างรับแสงธรรมชาติได้อย่างสวยงาม โดยปัจจุบันมีการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆให้สะดวกทันใจมากยิ่งขึ้นหลายอย่างเริ่มต้นด้วยเหล่าซอสต่างๆซึ่งเมื่อก่อนต้องรอมาพร้อมจานอาหารทั้ง จิ๊กโฉ่วรสเปรี้ยวเค็มสำหรับจิ้มกินคู่กับขนมจีบหรือเทผสมลงในซุปกระเพาะปลาลดความเลี่ยน / น้ำจิ้มเป็ดปักกิ่งทำจากฮอยซินรสหวานนำเค็มสัมผัสข้นเหนียวหรือจะจิ้มทานกับหมูกรอบ,หมูแดงก็ช่วยเพิ่มความอร่อย / น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพริกตำสไตล์ไทยรสเปรี้ยวหวานหอมมะนาวเผ็ดกำลังดีและไม่ค่อยเค็มเข้ากับอาหารทะเลย่าง,ทอด,ดองซีอิ๊วหรือซาชิมิปลาดิบได้อย่างสารพัด / เกลือ,พริกไทยสำหรับเพิ่มรสชาติให้กับเมนูสไตล์ตะวันตกทั้งหลายเช่นสเต๊ก,พิซซ่า,พาสต้า,ครีมซุปหรือสลัดผัก / โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) เกรดใช้จิ้มปลาดิบรสชาติเค็มอมหวานกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับซาชิมิและวาซาบิอันเผ็ดฉุนจากดินแดนอาทิตย์อุทัย นอกนั้นคืออุปกรณ์สำหรับการทานที่จำเป็นต่างๆทั้ง ช้อน/ส้อม/มีด/ตะเกียบ/จานแบ่งพร้อมแผ่นรองจานเน้นสีดำ-เทาตามธีมร้านและ Taplet ไว้สั่งอาหารประจำโต๊ะเพียงเลือกรายการอาหารต่างๆพร้อมกดออเดอร์ตรงถึงครัวได้ทันทีครับผม

ระหว่างรออาหารต่างๆที่สั่งไปผ่าน Taplet ยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะเรามีหน้าที่อีกอย่างนึงก็คือเดินมาตรงเคาน์เตอร์ใกล้กับประตูทางเข้าร้านเพื่อเลือกเครื่องดื่มเองหลากหลายรายการจากน้องพนักงานซึ่งยืนคอยยืนบริการประจำอยู่ตรงจุดนี้มีทั้งชาเขียวมะลิ/ชานมไต้หวัน/พั้นซ์/อัญชันมะนาว/ยูสุโซดาและกุหลาบโซดา นอกจากนี้ก็ยังมีกาแฟสดให้บริการอีกเพียบตั้งแต่เอสเพรสโซ่/คาปูชิโน่/อเมริกาโน่/คาเฟ่ลาเต้/ลาเต้มัคคิอาโต้/แฟลตไวท์/นมร้อน/ฟองนมล้วนและช็อกโกแลตร้อนพร้อมน้ำตาลแบบซองให้เพิ่มความหวานเอง ถ้าชีวิตต้องการแค่เครื่องดื่มธรรมดาๆไม่หวือหวาก็มีน้ำเปล่า/โคล่า/โคล่าไร้น้ำตาล/ส้มโซดา/สตรอว์เบอร์รี่โซดา/เลมอนโซดายี่ห้อโค้ก,แฟนต้า,สไปรท์ โดยสามารถสั่งได้เลยทันทีเพราะแก้วรีฟีลกับหลอดดูดพลาสติกสีดำพร้อมให้บริการครบทุกอย่างอยู่ในจุดเดียวกันซึ่งแปลว่าคุณจะออเดอร์พร้อมกันกี่แก้วก็ได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำเก่าให้หมดก่อนเติม จึงแนะนำว่าถ้าขี้เกียจเดินบ่อยๆและยังมีเวลาเหลือก่อนอาหารจะมาเสิร์ฟก็สั่งแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะเลยหลายใบเพราะทางร้านไม่ได้มีกฏข้อห้ามบังคับใดๆอยู่แล้วครับ

จานแรกมาเสิร์ฟก่อนคือ "ซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิล" ซึ่งต้องบอกก่อนว่ามื้อนี้เราสองคนเลือกกินเป็นบุฟเฟ่ต์ในราคาหัวละ 1,765 บาทสุทธิ สั่งอาหารได้ทั้งหมด 116 รายการตลอด 2 ชั่วโมงเต็มๆ โดยซุปชามนี้แตกต่างจาก "ซุปเห็ดทรัฟเฟิล" สูตรปกติตรงที่เพิ่มครีมนมเพื่อความนุ่มนวลกลมกล่อมและเพิ่มกลิ่นหอมด้วยน้ำมันสกัดจากทรัฟเฟิลเข้มข้นทำให้รสชาติใกล้เคียงกับร้านคู่แข่งเกือบ 100% จิ้มกินกับขนมปังอบแป้งหนานุ่มเคลือบด้วยพาเมซานชีสสีเหลืองกรุบกรอบรสเค็มอ่อนๆเหมือนสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ชื่อดังแห่งหนึ่งยิ่งอร่อยโดนใจมากขึ้น นั่นก็แปลว่าทางผู้บริหารเขาได้เปิดอ่านบทความรีวิวของเราแล้วนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมถือว่าน่าชื่นชมมากๆครับ จานถัดไปเป็นเมนูใหม่ซึ่งส่วนตัวไม่เคยทานมาก่อนก็คือ "ฟัวกราส์ราวิโอลี่" หรือพาสต้าแบบเกี๊ยวสไตล์ฝรั่งสอดไส้ตับห่านผสมเห็ดทรัฟเฟิลสับปรุงรสราดไวท์ซอสโรยพาสลี่ย์และพาเมซานชีสแบบจุกๆ สำหรับวิธีการกินเพียงตักทุกๆอย่างเข้าปากในคำเดียวแป้งห่อต้มสุกกำลังดีระเบิดความหอมมันเข้มข้นอย่างเต็มปากแบบเดียวกับในภัตตาคารอิตาเลียนสุดหรูเลยครับผม

รายการถัดไปเป็นเมนูพาสต้าสไตล์ตะวันตกแสนมีระดับอย่าง "สปาเก็ตตี้ทรัฟเฟิลฟัวกราส์" สูตรปรับปรุงใหม่ล่าสุดลดปริมาณครีมซอสลงและเพิ่มพาเมซานชีสขูดฝอยพร้อมชิ้นตับห่านย่างหั่นเต๋าลงไปอีกเล็กน้อย เส้นสปาเก็ตตี้ประมาณเบอร์ 3 ลวกพอสุกแบบ Al Dente ม้วนทรงกลมขนาดประมาณตักใส่ปากสองคำหมดปรุงรสชาติได้เข้มข้นอร่อยเหมือนเดิมแต่ไม่ค่อยรู้สึกเลี่ยนแบบสูตรเก่าจึงทำให้สามารถกินได้เรื่อยๆ จานต่อจากนี้ตอนแรกไม่กล้าลองเพราะกลัวจะเสิร์ฟถาดใหญ่แต่เห็นโต๊ะข้างๆสั่งเลยลองกดมาเป็น "พิซซ่าทรัฟเฟิลฟัวกราส์" สูตรอิตาเลียนแป้งบางพิเศษฉบับโฮมเมดกรอบนอกนุ่มหนึบด้วยชีสผสมเห็ดทรัฟเฟิลและตับห่านบดแทนซอสพิซซ่าสูตรปกติ ท็อปปิ้งด้วยฟัวกราส์ย่างหั่นเต๋า,แบล๊คทรัฟเฟิลฝานบางๆให้ความหรูหรากับผงออริกาโน่สะท้อนความเป็นอิตาลีดั้งเดิม ทางร้านเลือกเสิร์ฟชิ้นบางเล็กแบบนี้มีข้อดีคือทำให้กินได้เยอะขึ้น,ไม่รู้สึกตัดกำลังมากจนเกินไปแถมอร่อยมากๆด้วยครับผม

เมนูซีฟู้ดสไตล์ตะวันตกคุณภาพระดับพรีเมี่ยมอีกจานนั่นก็คือ "หอยเชลล์อบชีส" เกรดโฮตาเตะซาชิมิตัวใหญ่ๆสไลด์บางชิ้นขนาดพอดีคำราดไวท์ซอสกับมอสซาเรลล่าชีสอบจนได้สีน้ำตาลทองสวยงาม เมื่อน้องพนักงานยกมาให้ถึงโต๊ะแล้วแนะนำว่าควรรีบทานตอนกำลังร้อนๆทันทีจะได้ความสดหวานของหอยเชลล์สดตัดด้วยรสชาติเค็มละมุนเบาบางของชีสยืดเคี้ยวหนึบผสมไวท์ซอสอย่างลงตัวสุดๆ ส่วนสเต๊กทางร้านตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นเล็กเพื่อให้ทานได้หลายจานหน่อยเริ่มต้นด้วย "สันนอกแกะซี่โครงย่าง" ส่วนสันนอกติดชายโครงของแกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ย่างสุกระดับ Well Done ไร้สีแดงอมชมพูจึงแทบจะไม่มีกลิ่นสาบเฉพาะตัวตามธรรมชาติราดด้วยซอสเกรวี่สูตรเข้มข้น ตกแต่งด้วยผงมอสบดละเอียดกับมอสซาเรลล่าชีสให้ความสวยงาม-เค็มกลมกล่อมเข้ากับชิ้นเนื้อได้เป็นอย่างดี ตัดเลี่ยนด้วยผักลวกซึ่งให้รสหวาน,สัมผัสกรุบกรอบต่างๆทั้งบล๊อกโคลี่สีเขียว/แครอทสีส้มและมะเขือเทศเชอร์รี่สีแดงสดใส หากต้องการความสุกระดับน้อยหรือมากกว่านี้ตอนกดสั่งบนเครื่อง Taplet ประจำโต๊ะสามารถระบุได้เลยว่าประมาณไหนตั้งแต่ Rare , Medium Rare , Medium , Medium Well หรือ Well Done ถ้ายังไม่ได้ดั่งใจตอนพนักงานมาเสิร์ฟก็ขอเปลี่ยนได้เลยเพราะถือว่าเป็นความผิดจากข้างในครัวโดยไม่ต้องฝืนอดทนกินจนหมดจานครับ

เมนูอันขึ้นชื่ออีกอย่างของทางร้านที่ห้ามพลาดเด็ดขาดหากคุณเป็นสายเนื้อวัวตัวจริงนั่นคือ "สเต๊กเนื้อวากิวริบอาย" ใช้เป็นของออสเตรเลียส่วนแทรกไขมันมีกลิ่นและรสชาติเข้มข้นเฉพาะตัวย่างให้สุกแบบ Medium Rare ข้างนอกสีน้ำตาลเกรียมนิดๆข้างในอมชมพูสวยงามเคี้ยวชุ่มฉ่ำราดซอสพริกไทยดำหอมเค็มละมุนตัดเลี่ยนด้วยสลัดผักรวมสีสันสดใสตกแต่งบนจานอย่างสวยงาม ถ้าต้องการความพรีเมี่ยมมากกว่านี้ต้องข้ามไปอีกขั้นจนถึงระดับ Elite Buffet ราคาคนละ 3,530 บาทสุทธิจะได้กิน "สเต๊กเนื้อฮอกไกโด A3" นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆ แต่เนื่องจากคุณแม่ของผมไม่ทานเนื้อวัวเลยขอเก็บเอาไว้ครั้งหน้าตอนมากับแฟนแทน จานถัดไปรีวิวรอบก่อนหน้าลองชิมแล้วจำได้ว่าอร่อยมากๆนั่นก็คือ "ข้าวกะเพราเนื้อวากิวไข่ดอง" ใช้ออสเตรเลียวากิวติดมันสไลด์บางผัดกะเพราใส่พริกขี้หนูสด,กระเทียมสับปรุงรสหวานเค็มกลมกล่อมโรยกระเทียมจีนปอกเปลือกเจียวแผ่น เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิท็อปปิ้งไข่แดงไก่ดองน้ำปลารสเค็ม,มันนัวๆและพริกน้ำปลาสไตล์ไทยแท้ รสชาติเข้มข้นเผ็ดแบบไม่เกรงใจลิ้นคนกรุงเทพซึ่งส่วนตัวชอบมากๆแต่สำหรับคนที่กินของแซ่บไม่เก่งแนะนำให้เขี่ยพริกออกและงดเติมซอสน้ำปลาก็ถือว่ากำลังดีครับ

ชามต่อไปถ้าซื้อแบบ A La Carte ตามร้านราคาบนห้างหรูไม่ต่ำกว่าถ้วยละ 150-200 บาท แต่ที่ "Wisdom International Buffet" มีให้สั่งได้ไม่อั้นคือ "วากิวน้ำตก" สูตรปรับปรุงใหม่เลือกเส้นเองทั้งหมด 4 แบบมีทั้งเส้นเล็ก/หมี่ขาว/บะหมี่ไข่และเกาเหลา ภายในชามมีเครื่องเพียงก้านผักบุ้งไทยลวกพอสุกเคี้ยวกรุบกรอบใส่เนื้อวัววากิวส่วนสันนอกสไลด์ติดหนังแผ่นบางๆลงไปก่อนจะราดด้วยซุปน้ำตกร้อนๆให้สุกสีอมชมพู ท็อปปิ้งกระเทียมเจียว/ต้นหอม/ผักชีฝรั่งซอยลงไปก่อนยกเสิร์ฟ โดยปรุงรสชาติสำเร็จจากด้านในครัวพร้อมทานให้ความเปรี้ยว-เผ็ดอมหวานใส่เลือดผสมกะทิหอมเข้มข้นขึ้นกว่าสูตรเก่ามากกว่าหลายเท่าตัวเหมาะสำหรับคนชอบทานก๋วยเตี๋ยวรสเปรี้ยวนำซึ่งช่วยตัดลดความเลี่ยนของเนื้อวัวไขมันเยอะ,ทำให้ทานได้เรื่อยๆจนเผลอแป๊บเดียวก็ซดหมดเกลี้ยงชาม สำหรับใครที่ตั้งใจมาลุยซีฟู้ดแบบสุดคุ้มก็อย่าพลาดเมนูนี้คือ "กุ้งแม่น้ำเผา" ไซส์ตัวละประมาณ 1.5-2 ขีด ผ่าตรงหัวยาวจนถึงกลางลำตัวจรดหางแบบผีเสื้อกางปีกอย่างสวยงามก่อนย่างบนเตาถ่านให้สุกเนื้อฉ่ำมันหัวสีส้มเยิ้มๆกลิ่นหอมละมุนพร้อมถ้วยน้ำจิ้มเปล่าๆเพราะบนโต๊ะมีซอสซีฟู้ดแบบไทยให้เทด้วยตนเองอย่างสะใจ ความสดอยู่ในระดับกลางจนถึงดีมากไม่เปื่อยยุ่ยหรือเนื้อเละซึ่งเทียบได้กับเกรดวัตถุดิบโรงแรมชั้นนำแต่สามารถเดินทางมาทานได้ตลอดทั้งวันครับ

สายปลาดิบตัวจริงต้องทราบซึ่งร้านนี้เขาก็ขึ้นชื่อมานานแล้วเพราะเป็นของ Tenjo Group ก็คือ "วิสดอมซาชิมิเซ็ต" ต้องเลือกบุฟเฟ่ต์ระดับ Daimond ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะได้สั่งเมนูนี้ ประกอบไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพสุดพรีเมี่ยมต่างๆแน่นชามทั้ง ฮามาจิ/ท้องแซลมอน/กุ้งหวานยักษ์/โฮตาเตะ/ทามาโกะยากิและไข่ปลาแซลมอนเม็ดสีส้มสดใหม่เนื้อเด้งไขมันเป็นริ้วแทรกลงบนชิ้นปลาอย่างสวยงาม รองด้านล่างด้วยน้ำแข็งก้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดๆเมื่ออยู่บนโต๊ะเสิร์ฟพร้อมวาซาบิก้อนใหญ่แบ่งกินได้อีกหลายเมนู ส่วนโชยุมีใส่กาสไตล์ญี่ปุ่นขนาดเล็กๆวางไว้ให้บนโต๊ะอย่างสวยงาม สำหรับวิธีการทานซาชิมิที่ถูกต้องให้ใช้ตะเกียบแตะวาซาบิและทาลงบนเนื้อสัตว์ที่อยากทานเพียงเล็กน้อยก่อนจิ้มโชยุแล้วเข้าปากก็จะได้ความอร่อยเค็มละมุน,ฉุนขึ้นจมูกสดชื่นตามฉบับญี่ปุ่นแท้ หรือถ้าคุณคือสายเน้นคุ้มอยากทานได้เยอะโดยไม่รู้สึกเลี่ยนเร็วเกินแนะนำให้เอาวาซาบิผสมลงในน้ำจิ้มซีฟู้ดราดลงบนปลาดิบให้คล้ายกับเมนูแช่น้ำปลาตำรับไทยแท้ๆได้รสชาติทั้งเผ็ดเปรี้ยวอมหวานครบทุกอย่างพร้อมระเบิดความอร่อยในปากอีกแบบ

วัตถุดิบระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมอีกอย่างซึ่งทางร้านเพิ่มมาในบุฟเฟ่ต์ราคาสูงขึ้นอีกอย่างคือ "ซูชิทูน่า 3 สี" ซึ่งได้ประกอบไปด้วย อากามิเนื้อแดง/ชูโทโร่แทรกไขมันปานกลางและโอโทโร่ไขมันเยอะพิเศษวางบนข้าวซูชิรสชาติหวานอมเปรี้ยวพร้อมติดแผ่นทองคำเปลวบ่งบอกถึงความหรูหราก่อนเสิร์ฟไล่ระดับความละลายในปากตามปริมาณไขมันที่แทรกของเนื้อทูน่าบลูฟินคุณภาพดีสมชื่อ 3 สี ตามมาด้วย "ซูชิฟัวกราส์" ย่างชิ้นหนาอวบอ้วนให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มในวางปกคลุมแทบจะไม่เห็นข้าวปรุงรสด้านล่างตัดเลี่ยนด้วยแยมเปลือกส้มยูสุและซอสเทริยากิพร้อมคีบเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่ม หากต้องการความเผ็ดฉุนขึ้นจมูกอีกหน่อยก็แต้มวาซาบิลงไปด้านบนเล็กน้อยช่วยให้ไม่รู้สึกจุกแน่นอกจนชะงักไปซะก่อน "ซูชิไข่ปลาแซลมอน" ในรูปแบบของกุนกังห่อด้วยสาหร่ายโนริวางไข่ปลาดองโชยุสีส้มสดรสชาติเค็มอ่อนๆพร้อมแตกระเบิดในปากด้านบนซึ่งต่างจากร้านบุฟเฟ่ต์ราคาถูกๆที่มักจะเค็มจัดจนแทบกินไม่ได้หลายเจ้า ถ้าคุณชอบเนื้อวากิวห้ามพลาด "ซูชิวากิวฟัวกราส์" สูตรอัปเกรดใหม่ดูแพงสมราคายิ่งกว่าเดิมข้างล่างสุดคือข้าวซูชิวางคลุมด้วยเนื้อวากิวสไลด์บางเฉียบแผ่นใหญ่ลนไฟพอสุก ราดซอสเทริยากิ,โรยต้นหอมซอยละเอียดแล้วท็อปปิ้งฟัวกราส์,ไข่ปลาแซลมอน,เห็ดทรัฟเฟิลรวบทุกอย่างเข้าปากพร้อมกันบอกเลยว่าอร่อยฟินถึงใจมากครับ

ใครเป็นสายซีฟู้ดดองแล้วรู้สึกว่าร้านอื่นๆที่ขายราคา A La Carte แพงเกินไปให้เก็บกระเพาะมาลงที่นี่ทั้ง "กุ้งดองซีอิ๊ว" สูตรเกาหลีรสหวานเค็มกลมกล่อมหอมนน้ำมันงาซึมเข้าเนื้อโรยพริกขี้หนูสดกับกระเทียมสไลด์บางๆก่อนเสิร์ฟเคียงด้วยต้นอ่อนทานตะวัน จะทานเปล่าๆก็อร่อยหรือราดน้ำจิ้มซีฟู้ดก็แซ่บนอกจากนี้ยังมีแซลมอนดองซีอิ๊วให้สั่งอีกซึ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับร้าน Tenjo , Senju อยู่แล้วบอกเลยว่าไม่ต่างกัน ยกเตาถ่านยากินิคุมาวางบนโต๊ะเพื่อรองรับ "คานิมิโสะ" หรือมันปูหิมะญี่ปุ่น (ซูไว) ย่างในกระดองสูตรของ "Wisdom International Buffet" นั้นก็ไม่ค่อยเข้มข้นแต่หอมละมุนใส่ไข่ปลาบินปรุงรสสีส้มลงไปผสมให้สัมผัสแตกระเบิดในปากเล็กน้อยตอนเคี้ยวเพลินๆ ตักทานจนหมดประดองแล้วเอาออกพร้อมลง "เนื้อวากิวซี่โครงใบโฮบะ" ส่วนคารูบิของออสเตรเลียนวากิวแทรกไขมันละเอียดสวยงามวางบนใบโฮบะรองมิโสะรสชาติหวานเค็มเข้มข้นโรยงาขาวและต้นหอมซอยก่อนเสิร์ฟ ซึ่งวิธีการย่างบนใบไม้แห้งแบบนี้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อสัตว์เอาไว้เพราะไม่โดนความร้อนจากไฟโดยตรงนั่นเองครับผม

ตัดเลี่ยนด้วยเมนูอาหารไทยรสชาติเผ็ดร้อนถึงใจก่อนเริ่มจานต่อไปด้วย "ขนมจีนน้ำยาปู" สูตรปักษ์ใต้แท้ๆเพิ่มปริมาณผักเคียงต่างทั้งถั่วฝักยาว,มะระ,ถั่วงอก,ผักกาดดอง,ใบสะระแหน่ ส่วนกรรเชียงปูชิ้นใหญ่ใส่ให้เยอะขึ้นกว่าเดิมต้มในแกงกะทิรสเผ็ดกลางๆทานได้ทุกคนราดเส้นขนมจีนสดเรียวเล็กซึมน้ำแกงเยอะเป็นพิเศษ ถ้ายังรู้สึกว่าเผ็ดจี๊ดไม่พอในชามทางครัวได้ใส่พริกแห้งทอดให้อีกเม็ดไว้กัดแบบลูกโดดรับรองสะดุ้งสะใจแน่นอน ถัดจากนี้จะเป็นเมนูอาหารจีนทั้งหมดเริ่มต้นด้วย "หมูแดง" เลือกส่วนสันคอแทรกไขมันสวยงามย่างสุกให้ซอสเคลือบชิ้นหมูย่างแวววาวชุ่มฉ่ำรสชาติหวานหอมน้ำผึ้งตามตำรับฮ่องกงแท้ๆ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยยอดกวางตุ้งลวกเจี๋ยนน้ำมันสีเขียวสดอมหวานและตัดเลี่ยนด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษทำจากซีอิ๊วดำปรุงรสเปรี้ยวหวานใส่พริกชี้ฟ้าแดงลงไปดองให้เข้าเนื้อ กินเปล่าก็อร่อยเหมือนอยู่ในภัตตาคารจีนฮ่องกงหรือจิ้มซอสอีกนิดช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้มากไปอีกแบบครับผม

ถ้าพูดถึงภัตตาคารจีนเมนูสุดแพงแสนอร่อยที่หลายๆคนมักนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรกคือ "เป็ดปักกิ่ง" ซึ่งเดาว่าน่าจะมีลูกค้าสั่งเยอะมากถึงกับต้องมีน้ำจิ้มใส่ขวดประจำการอยู่บนแต่ละโต๊ะ เหตุผลหลักเลยก็คือดูมีความเอาใจใส่ตั้งแต่การหั่นหนังเป็ดกรอบๆเรียงลงบนแป้งนึ่งแผ่นบางใสจนสามารถมองเห็นก้นจานและเครื่องต่างๆทั้งต้นหอมหั่นท่อน/แตงกวาตัดไส้แกนกลางออก/พริกชี้ฟ้าไร้เมล็ด สำหรับคนกินบุฟเฟ่ต์อย่างเรามีหน้าที่แค่ราดซอสฮอยซินลงไปก่อนม้วนเป็นคำเข้าปาก ข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวเลยก็คืออย่าราดซอสเยอะเกินไปเพราะค่อนข้างเค็มจัดให้ใช้วิธีการเหยาะเล็กน้อยจะอร่อยกำลังดี อีกเมนูหาทานยากในไทยเนื่องจากต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการเตรียมวัตถุดิบคือ "หมูกรอบ" จุดพิเศษของร้าน "Wisdom International Buffet" คือเป็นสูตรฮ่องกงซึ่งใช้วิธีย่างในอุณหภูมิพอเหมาะจนหนังกรอบฟูเต็มไปด้วยฟองเล็กๆสุดละเอียดแต่เนื้อยังคงชุ่มฉ่ำเคี้ยวง่ายราวกับถูกตุ๋นมา อีกทั้งสามชั้นก็มีปริมาณเนื้อแดง,ไขมัน,หนังอย่างสมดุลในทุกๆชิ้นราวกับเชฟในห้องอาหารจีนของโรงแรมมาปรุงเอง ลิ้มรสความอร่อยได้ถึงสองรูปแบบคือ 1. จิ้มบาร์บีคิวซอสหวานเค็มกลมกล่อมก่อนเข้าปาก และ 2. มัสตาร์ตสีเหลืองรสเปรี้ยวเผ็ดฉุนขึ้นจมูกช่วยตัดความมัน-เลี่ยนจากหมูกรอบได้อย่างชะงัดนักทำให้พร้อมลุยเมนูจานต่อไปได้เลยทันทีครับผม

พนักงานยกเข่งคอนโดไม้ไผ่แบบร้อนๆจากในครัวมาวางบนโต๊ะกับเมนู "ฮะเก๋าฟัวกราส์ชาร์โคล" สามารถสั่งได้เฉพาะบุฟเฟ่ต์ระดับตั้งแต่ Daimond ขึ้นไปเท่านั้น เนื้อกุ้งกระจกบดละเอียดผสมสับเป็นชิ้นให้สัมผัสเด้งกรุบกรอบพร้อมก้อนตับห่านสอดไส้ลงในแป้งห่อบางพิเศษสไตล์ฮะเก๋าจีนนวดกับถ่านชาโคลจนกลายเป็นสีดำสนิท นึ่งสุกและทาน้ำมัน,ติดแผ่นทองคำให้สวยงามแวววาวราวกับก้อนอัญมณีในเข่งที่อร่อยหอมมันละลายในปากชวนฝันดีชั่วคราว คอนโดถัดไปคือ "ขนมจีบกุ้งเป๋าฮื้อ" ทำจากกุ้งสับผสมกุ้งเด้งเคี้ยวกรุบกรอบหอมน้ำมันงาห่อแป้งเกี๊ยวสีเหลือง ซึ่งดูจากภายนอกก็เหมือนติ่มซำทั่วไปแต่เพิ่มความพิเศษด้วยเป๋าฮื้อกระป๋องชิ้นใหญ่ให้กลิ่นหอมเคี้ยวสนุกราวกับเนื้อปูจิ้มซอสจิ๊กโฉ่วรสเปรี้ยวเค็มฉุนขึ้นจมูกประจำโต๊ะอีกหน่อยอร่อยเหาะ เมนูสุดท้ายก่อนจะเริ่มขนมหวานเป็นซุปสไตล์จีนชวนอุ่นสบายท้องอย่าง "กระเพาะปลาน้ำแดงเป๋าฮื้อ" ชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำทุกองค์ประกอบทั้งกระเพาะปลา/เห็ดหอม/เนื้อเป๋าฮื้อกระป๋องรสเค็มหวานกลมกล่อมซดเพลิน แต่ถ้าต้องการเพิ่มความจี๊ดจ๊าดถูกปากชาวไทยมากยิ่งขึ้นแนะนำให้เหยาะซอสเปรี้ยวลงอีกนิดหน่อยได้อารมณ์เหมือนกำลังนั่งซดกระเพาะปลาร้อนๆริมถนนเยาวราชเลยครับ

สำหรับขนมหวานเนื่องจากผมมากับคุณแม่ซึ่งทานได้ไม่ค่อยเยอะอยู่แล้วจึงสั่งขนมไทยเพียงแค่สองอย่างนั่นคือ "ไอศครีมอัญชันข้าวเหนียวดำ" หรือข้าวเหนียวเปียกสีดำราดน้ำกะทิรสชาติหวานหอมมันตัดเค็มนิดๆพอกลมกล่อมและเพิ่มความพิเศษไม่เหมือนใครด้วยไอศครีมอัญชันกะทิสีม่วงสวยงามและใบเตยหอมวางบนขนมต้มร้อนจึงค่อยๆละลายอย่างรวดเร็วตอนเสิร์ฟถึงโต๊ะ วิธีการทานก็เพียงแค่ตักส่วนผสมทุกอย่างเข้าปากแต่เนื่องจากภาชนะที่ใส่เป็นหม้อทองเหลืองสไตล์ไทยโบราณแต่ไม่มีขาตั้งจึงต้องคอยจับหูหิ้วทานไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะหมุนไป/มาควบคุมทิศทางการตักขนมได้ยากมากกว่าปกติ อีกเมนูก็เสิร์ฟมาในรูปแบบเดียวกันคือ "บัวลอยนมสด" ต้องเลือกกินบุฟเฟ่ต์ระดับ Daimond ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะสามารถสั่งได้เช่นเคย บัวลอยปั้นสามสีในนมสดลูกใหญ่ซึ่งข้างในสอดไส้งาดำบดผสมน้ำตาลหวานละมุนเข้ากับนมข้นจืดข้างนอกและแป้งห่อให้สัมผัสเคี้ยวเหนียวหนึบๆราวกับโมจิญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีจนคุณผมแม่ต้องเอ่ยปากชมไม่หยุด ปกติร้านข้างนอกขายเป็นถ้วยค่อนข้างแพงแต่ที่นี่สามารถสั่งได้เรื่อยๆไม่มีอั้นครับ

ตัดมาที่ฝั่งของเราซึ่งเน้นขนมหวานยุคใหม่เป็นหลักเริ่มต้นกันด้วย "บิงซูสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก" ทางร้านลงทุนใช้เครื่องทำเกล็ดนมหิมะราคาแพงเห็นกระบวนการเตรียมเมนูนี้อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์น้ำ จึงออกมาเป็นเกล็ดหิมะจากนมสดสุดหอม-มันวางในถ้วยให้เป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งสีขาว ราดซอสสตรอว์เบอร์รี่รสหวานนำอมเปรี้ยวสีแดงท็อปปิ้งด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดลูกใหญ่และชีสเค้กหั่นเต๋าวางกระจายทั้งชามอย่างทั่วถึง เสิร์ฟพร้อมเหยือกจิ๋วข้างในบรรจุซอสนมข้นจืดผสมนมข้นหวานเอาไว้ให้เพิ่มความหวาน,มันด้วยตัวเอง วิธีการกินแนะนำให้ค่อยๆตักจากรอบนอกเข้าสู่แกนกลางเพื่อไม่ให้ภูเขาน้ำแข็งโค่นล้มลงมาแล้วหมั่นเติมซอสเรื่อยๆอย่าราดครั้งเดียวเพราะจะล้นชวนเละเทะมาก ของหวานอย่างสุดท้ายถือว่าแปลกใหม่และหรูหราสั่งได้เฉพาะบุฟเฟ่ต์ระดับ Daimond ขึ้นไปเท่านั้นก็คือ "ไอศครีมทรัฟเฟิลแมคคาดิเมีย" ส่วนตัวเคยลอง Craft Bar ของแฟรนไชส์ชื่อดังในห้าง Siam Paragon มาก่อนรู้สึกว่ามันแปลกๆแต่สูตรของ "Wisdom International Buffet" ใช้ Black Truffle เป็นกลิ่นหลักเพิ่มความหอมมันด้วยแมคคาดิเมียกรุบกรอบรสหวานตัดเค็มนิดๆลงตัวกว่าเยอะ ตอนนี้อิ่มแล้วไปคิดเงินตรงหน้าแคชเชียร์กันเลยครับผม

มื้อนี้ผมมาทานกับคุณแม่แค่สองคนแต่เนื่องจากต้องอดอาหารยาวนานเพื่อตรวจสุขภาพตั้งแต่เมื่อคืนทำให้กระเพาะอาหารหดตัวจึงกินได้น้อยกว่าปกติ สั่งไปเพียง 32 รายการ บุฟเฟ่ต์ระดับ Daimond ราคาคนละ 1,765 บาทสุทธิ (รวม Vat.7% กับ Service Charge 10% เรียบร้อยแล้ว) โดยรวมถือว่าทางร้านรักษามาตรฐานต่างๆเอาไว้เป็นอย่างดีทั้งวัตถุดิบการปรุงรวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อปรับบางเมนูอาหารและบริการให้อร่อยถูกใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น รับคะแนนไป 5 ดาวเลยครับ 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : Siam Square One ชั้น 5 เลขที่ 388 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. 10330

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 02-007-4774

Facebook : https://www.facebook.com/WisdomBuffetTH

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 4,616 ครั้ง0 ความคิดเห็น