ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว Tibet Kitchen ร้านอาหารทิเบตสูตรชาวทิเบตแท้รสชาติเข้าถึงง่ายราคาไม่แพง อยู่ภายในซอยสุขุมวิท 22

อัพเดตเมื่อ: 3 วันที่แล้ว



"อาหารทิเบต" หลายๆคนอาจจะสงสัยว่ารสชาติมันเป็นอย่างไรแล้วเข้าถึงยากไหม วันนี้เราจะทุกคนพามารีวิวกันที่ร้านชื่อดังตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 22 ชื่อว่า Tibet Kitchen โดยเจ้าของร้านที่เป็นสาวชาวทิเบตแท้ๆ ซึ่งเมนูของร้านนี้ก็คืออาหารทิเบตสูตรต้นตำรับแต่มีการติดป้ายหน้าร้านว่าเป็น Indian-Chinese Fusion Cuisine ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะของอาหารที่เสิร์ฟในร้านได้ทั้งหมด ก่อนจะเข้าไปทานอาหารที่ร้านมาทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่าทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยมีชายแดนติดกับ 3 ประเทศได้แก่ฎูฏาน/เนปาลและอินเดีย ภูมิประเทศตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยซึ่งเป็นพื้นราบสูงที่สุดในโลกจนได้ฉายาว่า "หลังคาโลก" มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีรวมถึงความกดอากาศสูง/อ๊อกซิเจนต่ำ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมาเที่ยวในทิเบตจะต้องปรับสภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อนและด้วยเหตุนี้ประชากรที่อาศัยอยู่ในทิเบตจึงน้อยมากๆ ผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักไปจะบวชเป็นพระนิกายวัชรยานเกือบหมดเหลือแต่ผู้หญิงที่มีฝีมือในการทำอาหารแค่อยู่ไม่กี่คน นั่นก็หมายความว่าวันนี้เราจะได้ทานอาหารจากหญิงสาวชาวทิเบตที่เดินทางลงมาจากเทือกเขาหิมาลัยเพื่อปรุงเมนูอร่อยๆให้เราได้ทานกันโดยไม่ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงแต่อย่างใด อาหารทิเบตเกิดจากการผสมผสานเมนูจีนและเครื่องเทศจากอินเดียเล็กน้อยออกมาเป็นเมนูแบบใหม่ที่คนไทยหลายๆคนคุ้นเคย วิธีการเดินทางมาร้านถ้ามาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็หาที่จอดภายในซอยใกล้ๆร้านได้เลยแต่ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หรือ BTS สถานีพร้อมพงศ์แล้วเรียกรถให้มาตาม Google Maps ก็ถึงร้าน ให้สังเกตป้าย TK หน้าร้านสีแดงหน่อยเพราะเล็กมากและด้านหน้าเป็นเหมือนตึกแถวธรรมดาไม่โดดเด่นมากนัก เรามาเปิดดูเมนูหน้าร้านกันก่อนเข้าไปด้านในกันครับ

เมนูที่ร้านมีเพียงไม่กี่หน้ากระดาษหลักๆแบ่งออกเป็นเมนูมังสวิรัติและเมนูใส่เนื้อสัตว์ปกติมีซุป-อาหารเรียกน้ำย่อย/ผัดหมี่/ก๋วยเตี๋ยว/ข้าวผัด/เมนูที่ปรุงจากไก่-หมู/เมนูเนื้อแกะ/เมนูปรุงจากปลาและกุ้ง/เมนูไข่เจียว ราคาจานหลักเริ่มต้นที่ 150 แพงสุดไม่เกิน 270 บาท นอกนั้นเป็นเมนูรูปภาพเผื่อคนที่มาทานอาหารทิเบตครั้งแรกแล้วสงสัยว่าหน้าตาอาหารแต่ละอย่างเป็นยังไง เมนูขายดีสุดอันดับ 1 ของที่นี่คือ Momo หรือเกี๊ยวห่อไส้นึ่ง-ทอดสไตล์ทิเบตซึ่งเราเห็นในโฆษณาของที่ร้านแล้วน่าสนใจพร้อมกับสงสัยในรสชาติมากๆ มีให้เลือกหลายไส้ทั้งผักรวม/ผักโขม+ชีส /เนื้อไก่/เนื้อหมู/เนื้อแกะและแป้งขนมปังนึ่ง ถ้าสั่งแบบเดลิเวอรี่กลับบ้านมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 4 ลูกกับ 8 ลูก หากมาทานที่ร้านมีแค่ไซส์เดียวคือ 8 ลูกแต่สามารถผสมไส้กับราคาที่เท่ากันเป็นจานเดียวได้ มีวิธีการปรุงเสิร์ฟให้หลายแบบทั้งนึ่ง/ทอดนาบกระทะ/ทอดกรอบทั้งชิ้น/ราดด้วยแกงและเกี๊ยวน้ำ ราคาเริ่มต้นที่ 160-220 บาท ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำเปล่า/ชาอินเดีย/ชาทิเบต/น้ำผลไม้/มิลค์เชค/น้ำหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท ดูจากรูปในเมนูแล้วมีความคล้ายอาหารจีนอยู่หลายรายการ จะอร่อยหรือไม่เราเข้าไปชิมในร้านพร้อมกันเลยครับผม

ข้างในร้านพื้นที่ค่อนข้างเล็กจึงมีให้บริการแค่เพียงไม่กี่โต๊ะแนะนำว่าถ้าอยากมาทานอาหารทิเบตปรุงแบบร้อนๆในร้านให้โทรมาจองก่อน (ที่ร้านมีพนักงานรับโทรศัพท์สามารถสื่อสารภาษาไทยได้) ใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารครับ บรรยากาศภายในร้านเหมือนนั่งโซฟา-เก้าอี้นุ่มๆทานข้าวที่บ้านเพื่อน ใช้ไฟสีส้มและของตกแต่งที่ทางร้านนำมาจากธิเบตดูอบอุ่นสบายตาไม่เหมือนใคร หาที่นั่งให้เรียบร้อยแล้วมาเริ่มสั่งอาหารกันเลยครับ

เมนูที่เราสั่งมาชิมเป็นอันดับแรกคือ Momo คือเกี๊ยวห่อไส้สไตล์ทิเบตเพราะเป็นเมนูขายดีอันดับ 1 น่าจะอร่อยและปลอดภัยสุดสำหรับการเริ่มต้นชิมอาหารที่เราไม่รู้จักมาก่อน เสิร์ฟมาพร้อมกับซอส 4 ชนิดไว้ทานคู่กับเกี๊ยวคือ 1.ซอสสวีทชิลลี่ รสชาติหวานคล้ายๆกับน้ำจิ้มไก่บ้านเรา 2.ซอสศรีราชามาโย เป็นซอสพริกศรีราชาผสมมายองเนสฉุนพริกหอมมันขึ้นจมูก 3.ซอสชิลลี่การ์ลิค ซอสพริกผสมกระเทียมรสหวานเผ็ดฉุนกระเทียมกลมกล่อม 4.ซอสอินเดียชิลลี่ เป็นพริกหวานผสมหัวหอมผัดกับเครื่องเทศอินเดียแล้วปั่นให้เป็นซอส ส่วนเกี๊ยวทิเบตชุดแรกเริ่มจากแบบมังสวิรัติสั่งมาอย่างละ 4 ชิ้นรวมกันคือ "ไส้ผักรวมผสมไส้ผักโขมชีสแบบนึ่ง" ราคา 160 บาท เป็นเกี๊ยวคล้ายๆกับอาหารจีนแป้งบางแต่เหนียวนุ่มห่อไส้ผักรวม (แครอท/กระหล่ำปลี) รสชาติหวานฉ่ำน้ำผักกลมกล่อมตามธรรมชาติ ส่วนไส้ผักโขมผสมชีสก็หอมมันเค็มชีสนวลเนียนในปาก ทานคู่กับซอสทั้ง 4 ชนิดเปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ

ต่อมาเป็นเมนู Momo แบบสอดไส้เนื้อสัตว์สั่งมา 3 ชนิดรวมกันคือ "เกี๊ยวนึ่งไส้ไก่" 4 ชิ้นคิดเป็นไซส์เล็ก ราคา 95 บาท ส่วนอีก 2 ไส้สั่งมาอีกอย่างละ 2 ชิ้นคือ "เกี๊ยวนึ่งไส้เนื้อหมูกับเนื้อแกะ" ราคาเท่ากันจึงสั่งแบบรวมกันได้ก็คิดเป็นไซส์เล็ก ราคา 115 บาท รวมจานนี้ราคา 210 บาท โดยเกี๊ยวสอดไส้เนื้อสัตว์สไตล์ทิเบตนี้ถือว่ามีการปรุงรสไม่ซับซ้อนเป็นเนื้อสัตว์บดผสมกับหัวหอมช่วยให้มีรสหวานอ่อนๆและเพิ่มความอูมามิตามธรรมชาติ มีแค่สัมผัสของเนื้อสัตว์ที่แตกต่างกัน โดยเนื้อไก่จะสัมผัสร่วนๆ/ส่วนเนื้อแกะจะฉ่ำมีกลิ่นบางๆและเนื้อหมูจะเป็นก้อนเหมือนหมูสับในไส้ซาลาเปาแบบที่เราคุ้นเคย โดยรวมก็คือเกี๊ยวนึ่งจีนทานคู่กับซอสใหม่ๆจนเกิดเป็นรสชาติสไตล์ทิเบตนั่นเองครับ

โดยรวมแล้วชอบเกี๊ยว Momo ไส้ไก่สุดแต่อยากทานแบบทอดบ้างเลยสั่งมาเป็น "เกี๊ยวทิเบตทอดไส้ไก่" 8 ชิ้น ราคา 170 บาท เป็นเกี๊ยวแบบเดียวกันกับที่ชิมเมื่อกี้แต่เปลี่ยนจากการนำไปนึ่งเอาไปทอดกรอบทั้งชิ้นแทนแต่ยังคงความอร่อยชุ่มฉ่ำของไส้ได้เหมือนเดิม นั่งทานไปเรื่อยๆเจ้าของร้านแนะนำว่าบนโต๊ะมีเครื่องปรุงพิเศษเพื่อเอาใจคนไทยนั่นก็คือ น้ำมันพริกผัดเอาไว้ใส่ผสมกับซอส 4 ชนิดช่วยเพิ่มความเผ็ดหอมสะดุ้งลิ้นได้เป็นอย่างดี (แนะนำว่าให้ผสมกับสวีทชิลลี่หรือชิลลี่การ์ลิคจะได้รสหวานเผ็ดช่วยลดความเลี่ยนจากไขมันสัตว์ในเกี๊ยวได้เป็นอย่างดี) ถ้าหากมีเด็กมาทานด้วยหรือต้องการเพิ่มความเค็มลงในอาหารที่ร้านมีโชยุให้จิ้มกับเกี๊ยวหรือปรุงรสและพริกขี้หนูในน้ำส้มสายชูแบบไทยเอาไว้ปรุงรสเมนูบะหมี่หรือผสมกับโชยุกลายเป็นซอสเปรี้ยวไว้จิ้มกับเกี๊ยวพร้อมกัดพริกสดเผ็ดๆไปพร้อมกันก็ได้ เรียกได้ว่ามีวิธีการทานหลายอย่างผสมผสานกันไปได้เรื่อยๆรับรองว่าอร่อยได้เพลินๆแน่นอนครับผม

ไหนๆเจ้าของร้านก็ออกมาแล้วสอบถามเลยว่านอกจากเมนูเกี๊ยวที่เราสั่งไปเบื้องต้นแล้วมีอะไรที่เป็นจานแนะนำสำหรับคนไทยอย่างเราที่อยากลองบ้าง (ถ้าไม่หมดเดี๋ยวห่อกลับไปทานที่บ้านต่อ) เริ่มจาก"เกี๊ยวไส้ผักรวมเสิร์ฟกับซอสแกงอินเดีย" ราคา 195 บาท เป็นเมนูสำหรับทานคู่กับข้าวโดยซอสที่ใช้ราดเป็นพริกหวานผัดกับหอมหัวใหญ่ใส่มะเขือเทศและเครื่องเทศอินเดียเล็กน้อยพอมีกลิ่นอ่อนๆรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมเข้ากับเกี๊ยวไส้ผักรวมได้เป็นอย่างดี เมนูต่อไปยกมานึกว่าเป็นอาหารเม็กซิกันคือ "Pepper Corn Cheese Roll" ราคา 180 บาท แป้งรูปทรงกระบอกสอดไส้พริกหวาน 3 สีผัดกับข้าวโพดและโรยด้วยชีส ทานกับน้ำจิ้มสวีทชิลลี่ที่คล้ายๆน้ำจิ้มไก่เพิ่มรสเปรี้ยวหวานตัดความเค็มมันและแป้งทอดกรุบกรอบเหมือนทานปอเปี๊ยะทอดแบบจีนผสมความเป็นเม็กซิกันได้อย่างลงตัว

เมนูต่อมาเป็นอาหารทิเบตแท้แต่มีความคล้ายกับอาหารเกาหลีคือ "Honey Chicken Chilli" ราคา 180 บาท เป็นไก่ส่วนสะโพกเนื้อฉ่ำๆชุบแป้งทอดกรอบคลุกกับซอสรสชาติหวานเผ็ดกลมกล่อม เพิ่มความอูมามิด้วยหอมแขกผัดลงไปในซอสผสมน้ำผึ้งเข้มข้นไว้ทานเป็นกับข้าวมากกว่าไว้ทานเล่นแบบไก่ทอดเกาหลี ส่วนรสชาติโดยรวมถือว่าคล้ายๆกันครับ เมนูต่อไปก็ยังคงเป็นไก่ทอดคือ "Chicken Chilli" ราคา 180 บาท เป็นไก่ชุบแป้งทอดชิ้นใหญ่ๆนำไปคลุกกับซอสพริกผัดน้ำมันคล้ายๆกับที่อยู่ในกระปุกสีดำบนโต๊ะ ปรุงรสชาติให้หวาน-เค็มกลมกล่อมเพิ่มต้นหอม/หอมแขกลงไปช่วยเพิ่มความกรุบกรอบ โดยรวมแล้วจานนี้รสชาติเค็มเผ็ดคล้ายกับอาหารจีนเสฉวนมากกว่าครับผม

เมนูต่อมาเป็นลูกชิ้นแบบมังสวิรัติสไตล์ทิเบตคือ "Veg Manchurian Gravy" ราคา 180 บาท เป็นแป้งผสมกับผักทอดเหมือนทานโกะยากิของญี่ปุ่นที่เนื้อด้านในสุกดี นำไปทอดจนมีกลิ่นหอมคล้ายๆกับลูกชิ้นกุ้งแล้วคลุกกับซอสรสหวานอมเปรี้ยวใส่หอมใหญ่/หอมแขกสับละเอียดผสมกับขิง ถ้าไม่บอกว่าเมนูนี้เป็นมังสวิรัติก็นึกว่าลูกชิ้นกุ้งทอดปรุงรสครับผม เมนูต่อไปเป็นอาหารทานเล่นของชาวทิเบตแต่มีการปรุงรสและใช้วัตถุดิบคล้ายๆกับเกาหลีผสมฝรั่งคือ "Honey Chilli Potato" ราคา 160 บาท มันฝรั่งทอดกรอบแบบเดียวกับขนมมันเคลือบด้วยซอสรสชาติหวานเผ็ดคล้ายไก่ทอดจานแรกแต่ผัดแห้งกว่า ได้ความกรุบกรอบและหวานเผ็ดทานเพลินๆเหมาะเป็นกับแกล้มสุดๆ

เมนูชุดต่อมาเป็นเส้นหมี่ผัดและข้าวผัดสไตล์ทิเบตเอาไว้ทานคู่กับรายการอาหารที่สั่งไปก่อนหน้าก็คือ "TK Spl (Chick&Egg) Chowmein" ราคา 190 บาท มันคือผัดหมี่ซั่วไก่ใส่ไข่แบบจีนเพิ่มพริกหวานรสชาติเค็มกลมกล่อมมีกลิ่นพริกหวานฉุนขึ้นมานิดๆเอาไว้ทานคู่กับไก่ทอดและลูกชิ้นที่สั่งไปก่อนหน้าเข้ากันได้เป็นอย่างดี จานต่อไปก็เป็นข้าวผัดแบบจีนคือ "Egg Fired Rice" ราคา 150 บาท เป็นข้าวผัดไข่เม็ดร่วนๆแต่ใช้ข้าวบาสมาติของอินเดียแทน รสชาติก็คือข้าวผัดจีนแค่สัมผัสเหนียวหนึบเคี้ยวสนุกกว่า ถ้าคุณเป็นคนชอบทานอาหารจีนอยู่แล้วทานได้ง่ายๆครับ

เมนูจานสุดท้ายเป็นอาหารทิเบตสไตล์อเมริกัน (คล้ายๆกับบ้านเราที่มีเมนูข้าวผัดอเมริกัน) นั่นคือ "American Chopsuey" ราคา 220 บาท เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ต้มแล้วนำไปทอดกรอบแบบอาหารจีนราดด้วยซอสมะเขือเทศผสมหอมใหญ่/แครอทและเนื้อไก่สไตล์อเมริกันเสิร์ฟพร้อมไข่ดาวอีก 1 ฟอง รสชาติก็คือสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศใส่เนื้อไก่ที่เส้นกรอบๆช่วยซึมซับน้ำซอสแบบเดียวกับโกยซีหมี่ของจีนได้เป็นอย่างดี เป็นอาหารที่ใช้เทคนิคของจีนผสมฝรั่งกลายมาเป็นอาหารทิเบตจานใหม่รสชาติที่คุ้นเคยทานได้ง่ายเด็กๆต้องชอบอย่างแน่นอนครับ ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มอินเดีย 2 เมนูคือ "Lassi" โยเกิร์ตปั่นแบบสมูทตี้รสหวานอมเปรี้ยวดื่มง่ายๆและ "Indian Tea" ราคา 50 บาท ที่ร้านเสิร์ฟมาแก้วใหญ่หอมมันกลิ่นเครื่องเทศอินเดียผสมขิงบางๆดื่มง่าย มากับน้ำตาลซองเพิ่มความหวานได้ตามใจ

มา 2 คนสั่งไป 10 กว่าอย่างยังไงก็ทานไม่หมดแต่ทางร้านก็มีบริการห่อกลับบ้านให้โดยไม่คิดค่าแพ็คกลับบ้าน มื้อนี้สั่งไป 16 รายการ 2,325 บาท รวม Vat. 7% กับ Service Charge อีก 10% เป็น 2,736.53 บาท ส่วนตัวว่าไม่แพงเพราะปริมาณอาหารที่สั่งมามื้อนี้นั่งทานได้ 4-6 คน ให้เยอะและชามใหญ่มากๆ (โดยเฉพาะเมนูช่วงหลังๆนอกจากเมนูเกี๊ยวไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้) ปรุงรสชาติมาดีทุกๆจาน ตั้งแต่การใช้พื้นฐานแบบเดียวกับอาหารจีนผสมผสานด้วยเทคนิคจากชาติใกล้เคียงจนกลายมาเป็นอาหารทิเบตแท้ที่คนไทยสามารถเข้าถึงความอร่อยได้อย่างง่ายๆ สำหรับร้าน Tibet Kitchen ได้รับคะแนนความอร่อยและความคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 627 ซอยสุขุมวิท 22 แขวงคลองเตยเหนือ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวัน จ.) เวลา 11.00-22.30 น. โทร. 095-519-0532

Facebook : https://www.facebook.com/tibetkitchenbkk

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 2,059 ครั้ง0 ความคิดเห็น