ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Sushi Katsu" ซูชิบาร์วัตถุดิบนำเข้าระดับโอมากาเสะโดยเชฟคนญี่ปุ่น อยู่ภายในห้างไอคอนสยามชั้น G

อัปเดตเมื่อ 1 มิ.ย.



วันนี้มาซื้อของเข้าบ้านกับคุณแฟนภายในห้างไอคอนสยามตรงโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้น G ก่อนกลับแวะกินอะไรง่ายๆกันก่อนที่ Rose Food Avenue เป็นศูนย์อาหารของทาง Siam Takashimaya ซึ่งรวมร้านญี่ปุ่นทั้งเมนูคาวหวานหลายแบรนด์ชื่อดังมาไว้ให้เลือกทานอย่างจุใจ แต่มาสะดุดตากับเคาน์เตอร์ยาวเหมือนยกครัวโอมากาเสะมาไว้กลางห้างก็คือ "Sushi Katsu" ค้นหาข้อมูลต่างๆบนเว็บไซต์ถือว่าดีกรีไม่ธรรมดาเพราะเป็นเจ้าของเดียวกับบริษัท Uokatsu อุตสาหกรรมประมงตัวจริงของประเทศญี่ปุ่น จึงรับประกันความสะอาดของวัตถุดิบสดจากทะเลทั้งหมด ใช้ทีมงานมืออาชีพตรวจสอบคุณภาพทั้งก่อนออกและทันทีเมื่อถึงประเทศไทยซึ่งมีรอบการจัดส่งตรงสู่สาขาสัปดาห์ละ 2 ครั้งจึงไม่มีการเก็บของไว้นานจนเกินไป (เรียกได้ว่าสดกว่านี้ไม่มีแน่นอน) สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวปักหมุดมายัง Icon Siam จอดฟรี 2 ชม.แรก ชั่วโมงต่อไปราคาชั่วโมงละ 30 บาทพร้อมรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้นเมื่อซื้อสินค้า-บริการตามกติกาที่ห้างกำหนด ถ้าเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ใช้บีทีเอสลงสถานีเจริญนครหรือจะขึ้น Shutter Boat ฟรีจากใต้สะพานตากสินมาได้แล้วแต่สะดวก เดินทะลุผ่านโซน Sook Siam สังเกตบาร์ยาวสีขาวสะอาดพร้อมเก้าอี้ทรงสูงทำจากไม้แท้โทนสีสว่างสไตล์มินิมอลเรียงแถวเป็นระเบียบแบบนี้แสดงว่าถึงแล้วครับ

สิ่งที่วางกระจายตรงด้านหน้าเคาน์เตอร์ราวกับเป็นคำเชิญชวนให้ผู้เดินคนผ่านไป-มาได้แวะชมกันก่อนก็คือเล่มรายการอาหารโดยจะถูกเปลี่ยนไปทุกปีอย่างหน้าปกนี้เขียนว่า 2022 เริ่มต้นด้วยหมวด "Sushi Set" รวมวัตถุดิบสดนำมาปั้นซูชิหลากหลายหน้าในเมนูเดียวกันจัดเสิร์ฟตั้งแต่ 4-10 คำมีให้เลือกทั้งหมด 6 ชุดราคาเริ่มต้นที่ 420-1,480 บาท ถ้าจัดเป็นเซตแล้วยังไม่โดนใจก็สามารถสั่งแยกชิ้นตามเกรดของวัตถุดิบได้ 2 ระดับก็คือ "Premium" ประกอบไปด้วยอูนิ(ไข่หอยเม่น)/ชูโทโร่(ทูน่าไขมันปานกลาง)/โอโทโร่(ทูน่ามีไขมันมาก)/อิคุระ(ไข่ปลาแซลมอน)/เนงิโทโร่(เนื้อทูน่าสับปรุงรส)/อากะเอบิ(กุ้งหวานไซส์ยักษ์) ราคา 140-400 บาท กับ "Recommended" หรือแนะนำให้ลองสั่งทั้ง โฮตาเตะ(หายเชลล์ญี่ปุ่น)/อูนางิ(ปลาไหลย่างซีอิ๊ว)/ฮามาจิ(เนื้อปลาบุรี)/เอนกาวะ(ครีบปลาตาเดียว)/อากามิ(ทูน่าเนื้อแดง)/แซลมอน/แซลมอนโทโร่(ส่วนท้อง)/โทบิโกะ(ไข่ปลาบินปรุงรส)/ทามาโกะ(ไข่หวานย่าง)/มาไดหรือกะพงแดงญี่ปุ่น/เอบิ(กุ้งต้มสุก)/อิกะ(ปลาหมึกกล้วย) ราคา 40-150 บาท และโรลมากิต่างๆถึง 6 หน้า ราคาเริ่มต้นที่ 320-590 บาท โดยขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้/หน้าตาอาหารไปจนถึงความอลังการในการจัดเสิร์ฟนั่นเองครับ

สำหรับหน้าถัดมาเห็นมีลูกค้าคนอื่นนั่งกินอยู่เลยอยากสั่งตามบ้างก็คือ "Donburi" หรือข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเน้นปลาดิบเป็นหลักเกือบทั้งหมดรวม 8 เมนู ราคาเริ่มต้นที่ 370-570 บาท มาต่อกันที่หมวด "Sashimi" มีตั้งแต่ชุดเล็กไปจนถึงรวม 5 ชนิดในจานเดียว ราคา 320-720 บาท อยากทานซูชิคำเล็กน่ารักพออิ่มก็สั่งมากิหรือข้าวห่อสาหร่ายรวมกว่า 6 ไส้ ราคาเริ่มต้นแค่ 80-140 บาท สายสุขภาพเน้นจำกัดคาร์โบไฮเดรตทางร้านแนะนำให้กินเป็นสลัดต่างๆ ราคาจานละ 280-470 บาท หมวดพิเศษ "Extra" เอาใจคุณผู้ชายด้วยหอยนางรมสดๆราดซอสพอนสึเพียงตัวละ 100 บาท ถ้าอยากซดอะไรร้อนๆชวนคล่องคอก็สั่งซุปมิโสะปลาหรือสาหร่ายราคาถ้วยละ 60-80 บาท ปิดท้ายด้วยหมวดเครื่องดื่มทั้งน้ำแร่/น้ำอัดลม/ชาเขียวรีฟีล(ร้อน,เย็น) ราคาแก้วละ 25-45 บาท และ "Premium Box" หรือเบนโตะหน้าปลาดิบอัดเครื่องแน่นๆราวกับสำรับจักรพรรดิ ราคาเริ่มต้นที่ 950-2,500 บาท ซึ่งสามารถสั่งล่วงหน้าผ่าน Line@ พร้อมชำระเงินแล้วรับสินค้าหรือจัดส่งได้เลยทันที สังเกตดีๆข้างล่างสุดจะเขียนไว้ว่า "เมนูปลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล" นั่นแปลว่าวันไหนวัตถุดิบบางอย่างหมดทางเชฟจะปรับให้ตามความเหมาะสมเองบางครั้งอาจจะมีปลาชนิดแปลกๆมาจัดโปรโมชั่นพิเศษตรงป้ายใหญ่หน้าร้านหรือคอยติดตามดูในเพจนะครับ

วิธีการสั่งอาหารสามารถนั่งตรงเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์ครัวแล้วชี้รูปภาพอาหารภายในเล่มเมนูแก่เชฟเพื่อให้เริ่มปรุงออกมาตามต้องการได้อย่างรวดเร็วทันใจแล้วค่อยชำระเงินเมื่ออิ่ม สำหรับใครที่ขึ้น-ลงไม่ถนัดสามารถเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ภายในโครงการ Rose Food Avenue อันกว้างขวางใหญ่โต แต่มีเงื่อนไขคือต้องสั่งอาหารพร้อมชำระเงินตรงแคชเชียร์ให้เสร็จก่อนจึงจะเดินไปเสิร์ฟถึงโต๊ะ โปรโมชั่นเฉพาะผู้ที่ครอบครองบัตร "JAL Mileage Bank" ของ Japan Airlines รับส่วนลดเพิ่มทุกเมนูอีก 10% ซึ่งพนักงานที่ให้บริการนั้นสามารถสื่อสารได้ทั้งไทยและญี่ปุ่นเพื่อพูดคุยกับเชฟแทนเราได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีประวัติการแพ้อาหารหรือไม่กินวัตถุดิบอะไรบ้างควรแจ้งล่วงหน้าก่อนโดยทางครัวจะปรับเพิ่ม-ลดให้ตามความเหมาะสมและสวยงาม วันนี้ผมกับแฟนเลือกนั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์จะได้ชมทุกกระบวนการแล่พร้อมตกแต่งซึ่งให้อารมณ์เหมือนอยู่ในร้านโอมากาเสะสุดๆแต่ไม่ต้องรอจองคิวให้วุ่นวายครับผม

นอกจากวัตถุดิบสดใหม่ทุกรายการจะถูกนำเข้าตรงจากประเทศญี่ปุ่นแล้วเชฟก็ถูกส่งตัวมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัยเช่นเดียวกัน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านโอมากาเสะระดับมืออาชีพในชื่อภัตตาคารดังย่าน "รบปงหงิ" (Roppongi) ของโตเกียว ก่อนถูกทางบริษัท Uokatsu ส่งมาช่วยรังสรรค์เมนูที่ "Sushi Katsu" ไอคอนสยามแห่งนี้ เมื่อเริ่มสั่งอาหารภายในบาร์ก็จะเริ่มปฎิบัติการแบ่งหน้าที่เป็นหัวหน้ากับผู้ช่วยคอยสลับกันเตรียมวัตถุดิบพร้อมประกอบร่างให้สวยงามน่าทานก่อนยกเสิร์ฟตรงหน้าลูกค้าทันทีอย่างรวดเร็วทันใจ ระหว่างกำลังนั่งรอสั่ง "ชาเขียวรีฟีล" ราคาแก้วละ 45 บาท มาดื่มรสจืดหอมใบชาเย็นสดชื่นเติมได้เรื่อยๆตลอดที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ (ถ้านั่งโต๊ะอื่นๆใน Rose Food Avenue ต้องมายื่นให้พนักงานช่วยริน) เทโชยุใส่ถ้วยน้ำจิ้มสีแดงวางบนกระดาษรองจานสีน้ำเงินเข้มแล้วเตรียมชุดตะเกียบไม้ญี่ปุ่นประจำตัวของแต่ละคนให้เรียบร้อยรอเพียงแค่อึดใจจานแรกที่สั่งไว้ก็ถูกยกมาวางตรงหน้าแล้วครับ

เริ่มต้นกันด้วยเมนูซูชิที่ใช้วัตถุดิบสุดหรูหราอย่าง "Maguro Zukushi (All Sorts Of Maguro)" ราคา 550 บาท นิกิริมากุโร่รวม 4 อย่างอันเป็น Signature ของทางร้านไล่เรียงระดับความอร่อยไปเรื่อยๆจาก 1. อากามิหรือทูน่าส่วนเนื้อแดงไร้ไขมันส่วนกลางจนถึงปลายลำตัวของปลา โดยเชฟเลือกใช้สายพันธุ์ Blue Fin คุณภาพสูงจึงได้ความนวลเนียนไร้เอ็นเหนียวหรือพังผืดติดฟัน ผสานศิลปะการใช้มีดบั้งริ้วตามแนวยาวให้สัมผัสที่แตกต่างและฝีมือปั้นก้อนข้าวซูชิปรุงรสชาติให้เปรี้ยวอมหวานเรียงเมล็ดอย่างสวยงามกระจายตอนเคี้ยวเข้ากับเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี 2. ชูโทโร่หรือทูน่าส่วนแทรกชั้นไขมันปานกลางใกล้บริเวณท้อง มีสีอมชมพูสวยงามแต่รสชาติไม่เข้มข้นเท่าคำแรกซึ่งแลกกับความนุ่มละลายเคี้ยวง่ายยิ่งขึ้น 3. โอโทโร่หรือทูน่าส่วนท้องมีไขมันเยอะสุดก้อนเกือบสีขาวเน้นความละลายไหลลื่นลงคอเหมือนเมื่อกี้ได้หลับฝันไป 4. เนกิโทโร่หรือทูน่ารวมสับละเอียดผสมต้นหอมตามอัตราส่วนของทางร้านรสชาติหวานฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อยช่วยลดความเลี่ยนล้างคาวปลาในปากปั้นเสิร์ฟแบบห่อสาหร่ายสไตล์กุนกังซูชิ แตะวาซาบิ/พลิกด้านปลาจิ้มโชยุรสเค็มอมหวานกลมกล่อมก่อนเข้าปากแล้วปิดท้ายด้วยขิงดองน้ำผึ้งก่อนเริ่มจานถัดไป

สำหรับชามนี้เห็นคนก่อนหน้าสั่งแล้วอยากกินตามคือ "Tenkomori" ราคา 570 บาท ข้าวปลาดิบรวมแบบล้นหน้าสุดอลังการซึ่งด้านล่างสุดรองด้วยข้าวปรุงรสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมเหมือนนิกิริจานก่อน ท๊อบปิ้งอย่างหนักหน่วงเหมือนยัดเยียดทั้งมหาสมุทรมาไว้ในชามเดียวทั้ง 1. แซลมอนนอร์เวย์ลนไฟ 2. ทูน่าส่วนอากามิ 3. อูนากิหรือปลาไหลย่างซีอิ๊ว 4. ฮามาจิหรือปลาบุรี 5. แซลมอนนอร์เวย์สด 6. ปลามาไดหรือกะพงแดงญี่ปุ่น 7. โฮตาเตะหรือหอยเชลล์ฮอกไกโด 8. เนกิโทโร่หรือทูน่าสับต้นหอม 9. ทามาโกะหรือไข่หวานย่าง 10. อูนิหรือไข่หอยเม่นที่ร้านใช้สายพันธุ์บาฟูนรสหวานเนียนนุ่ม และ 11. อิคุระหรือไข่ปลาแซลมอนเม็ดเล็กสีส้มสดเปลือกหุ้มแน่นแตกระเบิดไขมันเต็มปากปิดท้ายด้วยการโรยโนริหรือสาหร่ายเส้นก่อนเสิร์ฟอย่างระมัดระวัง ส่วนวิธีการกินเชฟแนะนำว่าสามารถเพลิดเพลินได้ 2 รูปแบบคือ 1. คีบปลาดิบชิ้นใหญ่จิ้มโชยุเข้าปากแล้วค่อยตามด้วยข้าว 2. ขอเพิ่มวาซาบิผสมลงในโชยุแล้วราดเทบนชามให้ทั่วก่อนตักเข้าปากด้วยตะเกียบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ เรียกว่าเป็นดงบุริแบบ 2 In 1 สุดแปลกใหม่ที่ได้ลองวัตถุดิบสดคุณภาพสูงหลายๆอย่างจากทางร้านได้ในเมนูเดียวซึ่งส่วนตัวนั้นถือว่าคุ้มราคามากๆเลยครับผม

เมนูจานต่อไปก็ยังคงเน้นความสวยงามอลังการเป็นหลักก็คือ "Over Flow Roll" ราคา 590 บาท มีชื่อภาษาไทยว่า "โรลหน้าล้น" ซึ่งพื้นฐานด้านล่างสุดทำจากกัปปะมากิหรือซูชิห่อสาหร่ายไส้แตงกวาญี่ปุ่นท๊อบปิ้งวัตถุดิบสดแบบจัดหนักเรียงจากซ้ายไปขวาทั้ง 1. เนกิโทโร่หรือทูน่าสับผสมต้นหอมก้อนใหญ่พิเศษ 2. ปลาดิบรวมมิตรราวกับไคเซ็นดงบุริทั้งนอร์เวย์แซลมอน/ฮามาจิหรือปลาบุรี/อากามิหรือทูน่าเนื้อแดง/อิกะหรือปลาหมึกกล้วย/โทบิโกะหรือไข่ปลาบินปรุงรสและอิคุระหรือไข่ปลาแซลมอน โดยหั่นเป็นเส้นเรียวยาวเล็กๆคล้ายโซเม็งพร้อมแตะวาซาบิ-โชยุนำเข้าปากเพื่อรับความอร่อยหลากหลายสัมผัสในคำเดียวกัน 3. ปูซูไวหรือปูหิมะญี่ปุ่นนึ่งขูดเอาแต่เนื้อ 100% ซึ่งค่อนข้างแห้งฝืดคอไปหน่อยแต่ยังคงความเด้งเคี้ยวสนุกอยู่ สำหรับวิธีการทานจานนี้เชฟแนะนำว่าให้แบ่งวางบนมากิแล้วกินก่อนส่วนที่เหลือค่อยประยุกต์เป็นซาชิมิตามหลังทำให้ได้ความสนุกถึง 2 แบบในจานเดียว สุดท้ายก็ล้างกลิ่นคาวไม่ให้หลงเหลือด้วยขิงดองน้ำผึ้งรสหวานเผ็ดเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสลิ้นให้กลับมาทำงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้งนึงครับ

รายการสุดท้ายเป็น Best Seller ขายดีของทางร้านและหนึ่งในวัตถุดิบสุดโปรดปรานของผมตลอดกาลนั่นคือ "Unagi Roll" ราคา 350 บาท มากิโรลซูชิห่อสาหร่ายผสานข้าวสวยญี่ปุ่นปรุงรสแบบซูชิกลับด้านม้วนแล้วสอดไส้ตรงกลางด้วยไข่หวานย่างกับแตงกวากรุบกรอบ รัดขึ้นรูปให้แน่นเป็นก้อนวงกลมท๊อบปิ้งเนื้ออูนางิหรือปลาไหลย่างถ่านราดซอสรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแบบฉ่ำวาวสีน้ำตาลทองเปล่งประกายชิ้นหนาเต็มคำ ข้อดีของเมนูนี้ซึ่งต่างจากร้านอื่นก็คือเขาใช้ปลาไหลเกรดนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ๆโดยภัตตาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมักเลือกใช้ของจีนอันมีราคาถูกแต่แลกมากับชั้นไขมันหนาจนเลี่ยนกับหนังเหนียวชวนเคี้ยวยากกว่าอย่างรู้สึกได้ชัด ส่วนวิธีการกินนั้นเชฟแนะนำให้แปะวาซาบิลงไปเล็กน้อยก่อนนำเข้าปากโดยไม่ต้องจิ้มโชยุก็อร่อยเข้มข้นเผ็ดฉุนดีดขึ้นจมูก ปิดท้ายด้วยขิงดองน้ำผึ้งคีบเข้าปากเพื่อเป็นการล้างกลิ่นคาวและตัดเลี่ยนให้สดชื่นเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากทางร้านไม่มีขนมหวานให้บริการสำหรับสั่งมาทานปิดท้ายมื้อนี้จึงต้องซื้อจากแบรนด์อื่นๆภายในโซน Rose Food Avenue ของ Siam Takashimaya แทน อิ่มแล้วกวักมือเรียกน้องพนักงานแคชเชียร์ให้มาคิดเงินตรงหน้าบาร์ของเราได้เลยครับ

มื้อนี้มากับแฟนสองคนจ่ายไป 2,350 บาท ไม่มี Vat. กับ Service Charge มาบวกเพิ่ม ถ้าให้เทียบคุณภาพด้านวัตถุดิบกับภัตตาคารอื่นๆถือว่าพรีเมี่ยมจริงแท้ตามคำโฆษณาทุกประการ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอาหารญี่ปุ่นระดับโอมากาเสะแบบไม่ต้องมีพิธีการมากมายหรือเรียกโดยสรุปได้ว่าเป็นซูชิบาร์ในรูปแบบฟาสต์ฟู้ดเอาใจคนยุคใหม่เข้าทานได้ทันทีโดยไม่ต้องจองคิว แต่บรรยากาศกับบริการบางส่วนก็ถูกลดลงไปเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมเหตุผล ได้รับคะแนนความอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเลยครับ 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : ไอคอนสยามชั้น G เลขที่ 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 092-248-4814

Facebook : https://www.facebook.com/sushikatsu.thailand

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 260 ครั้ง0 ความคิดเห็น