ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวบุฟเฟ่ต์ Stella Palace โรงแรมใบหยกสกายชั้น 79 อิ่มคุ้มกับคาราวานบุฟเฟ่ต์พร้อมชมวิวกรุงเทพ 360°

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 15



บุฟเฟ่ต์อาหารจีนโรงแรมใบหยก !!! ได้ยินแล้วหูผึ่ง แต่ราคาไม่ได้แพงเลยครับ ด้วยความประทับใจห้องอาหารที่นี่ Stella Palace โรงแรมใบหยกสกายชั้น 79 ราคาเพียงท่านละ 890.- ได้ทานเป็ดปักกิ่ง หมูหัน หมูแดงฮ่องกง ได้ไม่อั้น เก็บความอยากกินเป็นปักกิ่งตัวละหลายร้อยมาลงที่นี่ทันทีครับ ยังไงก็คุ้มแน่นอน เพราะไปที่ร้านอาหารจีนได้ทานไม่กี่คำ แต่ที่นี่จะทานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดเวลา เวลาบุฟเฟ่ต์เริ่มตั้งแต่ 17.30 - 23.00 น. แถมยังขึ้นไปชมวิวชั้นดาดฟ้าได้ฟรีอีกต่างหาก ดีขนาดนี้ไม่มีพลาด

แนะนำว่าให้โทรจองก่อนนะครับที่เบอร์ 02-656-3939 จากนั้นขึ้นมาที่ชั้นล๊อบบี้ ทำการชำระเงินให้เรียบ ร้อยก็จะได้ตั๋วหน้าตาแบบนี้มา (วันนี้ผมมาทานกัน 3 คนครับ) จากนั้นเดินไปอีกฝั่ง (ถ้าไปไม่ถูกสามารถสอบถามน้องพนักงานได้ครับ) จะเป็นโซนลิฟต์ตัวพิเศษที่สามารถเข้าไปถึงตึกชั้นบนได้ ไปห้องอาหารไหนชั้นอะไร ก็ไม่ต้องกลัวเด๋อด๋าครับ เขามีพนักงานยืนเฝ้าหน้าลิฟต์ บอกปุ๊บกดลิฟต์ให้เสร็จสรรพ ขึ้นลิฟต์มาแปปเดียวถึงแล้วชั้น 79

มาถึงพนักงานก็จะพาเราไปยังที่นั่งที่จองไว้ (วันนี้ผมรีเควสไปว่าอยากนั่งริมหน้าต่างครับ) มองวิวกรุงเทพจากชั้น 79 ลงไป แล้วทานอาหารบุฟเฟ่ต์ไปด้วยในราคาแค่ 890.- บาทนี่ ก็คุ้มสุดๆแล้วครับ และเนื่องจากว่าเรามาเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ขบวนคาราวานยังไม่ออก มีเวลาสำรวจทุกคันก่อนคนอื่น มาดูกันครับว่ามีอะไรให้ทานบ้าง?

นั่งทานที่โต๊ะเฉยๆรอคนวนมาเสิร์ฟให้เรื่อยๆแบบนี้ก็สะดวกดีนะเนี่ย เท่าที่ดูแล้วอาหารคาวของที่ห้องอาหารนี้เน้นไปทางอาหารจีนเป็นส่วนใหญ่ ใครที่อึดอัดกับราคาร้านอาหารจีนแพงๆ เก็บเงินมากินที่นี่ทีเดียวดีกว่าครับ แต่รสชาติจะเป็นอย่างไรบ้าง ? เดี๋ยวผมจะมารีวิวให้ชมครับ เพราะขบวนคาราวานได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว รีบไปดูกันเถอะ!!!

รอบแรกเป็นติ่มซำและอาหารทานเล่นครับ อยากได้อะไรก็บอกพนักงานได้เลย เขาก็จะทำการหยิบ ราดซอสต่างๆให้พร้อมทานแบบเสร็จสรรพ ไม่ต้องงงว่าซอสไหนทานกับอะไรแบบที่ต้องไปตักหน้าไลน์อาหาร สะดวกดีครับ ส่วนรสชาติของอาหารทานเล่นและติ่มซำที่นี่ รสชาติค่อนข้างได้มาตรฐานครับ แป้งติ่มซำบางให้ไส้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งหรือหมูสับอัดแน่นเต็มชิ้น ยิ่งทานกับจิ๊กโฉ่วรสเปรี้ยวฉุนอร่อยเพลินมากครับ หรือจะเป็นของทอดก็กรอบไส้แน่นไม่แพ้กัน แต่ค่อนข้างจะเย็นชืดไปนิด เพราะทิ้งช่วงเวลาเสิร์ฟเล็กน้อย โดยรวมแล้วรสชาติถือว่าใช้ได้ครับ

มัวแต่ถ่ายรูปเพลิน จนแฟนบอกว่ามานั่งทานก่อนแล้วสั่งน้ำด้วย น้ำที่นี่เลือกได้ 2 แบบครับ มีชาจีนจืด กับเก๊กฮวยเย็น (ผมเลือกเก็กฮวยครับ หอมหวานอ่อนๆอร่อยดี แถมเติมถี่มาก) และมี Welcome Drink น้ำผึ้งผสมมะนาวคนละแก้ว Highlight อีกอย่างคือทุกคนจะได้รับเมนูพิเศษคนละ 1 อย่างจาก 14 เมนูของที่นี่ได้แก่ ราดหน้ากุ้งแม่น้ำจัมโบ้ย่างมันเยิ้ม , สเต็กเนื้อแบบจีน , สเต็กหมูแบบจีน , ซี่โครงหมูตุ๋นทอด , สตูว์ลิ้นวัวแบบจีน , สะโพกเป็ดซอสส้ม , เคาหยกหมั่นโถวปิ้ง , สเต็กปลาแซลมอน , สเต็กเนื้อสันใน , สเต็กซี่โครงแกะ , สเต็กเนื้อหมูสันนอก , เนื้อตุ๋นไวน์แดง , เป็ดสอดไส้น้ำแดงและสะโพกนางฟ้า สั่งเสร็จก็รอพนักงานนำมาเสิร์ฟได้เลยครับ

อาหารที่สั่งไว้มาแล้ว !!! จานแรกของคุณแม่ผมครับราดหน้ากุ้งแม่น้ำจัมโบ้ย่างมันเยิ้ม ให้กุ้งตัวใหญ่หัวมันทานกับเส้นใหญ่ราดหน้ารสชาติกลมกล่อมหอมกลิ่นกระทะเข้ากันได้ดีกับกุ้งเผามาก จานต่อมาเป็นของผมเองครับ สเต็กเนื้อสันในเนื้อนุ่มราดซอสเกรวี่รสชาติเข้มข้นอร่อยได้มาตรฐานครับ และจานสุดท้ายสเต็กเนื้อหมูสันนอกแบบจีนของแฟนผมครับ เป็นการนำพอร์คช๊อปไปชุบแป้งทอดแล้วราดด้วยซอสรสหวานอ่อนๆ อร่อยดีครับ และอย่างสุดท้ายเป็นเมนูไฮไลท์ที่ทุกคนจะได้รับ 1 ที่ต่อ 1 ท่านเท่านั้น นั่นคือหูฉลามน้ำแดงเนื้อปู รสชาติซุปหอมเข้มข้น ให้หูฉลามชิ้นใหญ่ ใส่เนื้อปูค่อนข้างเยอะ โดยรวมแล้วอาหารพิเศษของที่ห้องอาหารนี้ รสชาติดีไม่แพ้ภัตตาคารอื่นเลยครับ สมกับเป็นเมนู Highlight ดีจริงๆ แต่อย่ามัวแต่เพลินเราไปลุยหมูแดง เป็ดปักกิ่ง หมูหัน หมูกรอบกันต่อครับ

มาแล้วรถเป็ดปักกิ่งที่เราอยากทานลอกหนังเป็ดกันจะจะให้เห็นไปเลยว่าไม่จกตา นำวางลงบนแป้งนึ่งใส่แตงกวา ต้นหอม จากนั้นราดซอสให้เราพร้อมทานแบบเสร็จสรรพ เป็ดปักกิ่งที่นี่บอกเลยว่าเป็ดหนังกรอบแป้งนุ่มซอสหวานหอม รสชาติดีไม่แพ้ภัตตาคารอาหารจีนที่เคยทานมาก่อนหน้านี้เลย ส่วนหมูแดงที่นี่ ก็เป็นหมูแดงสไตล์ฮ่องกง ย่างให้เนื้อกระชับ เคลือบซอสออกรสหวานน้ำผึ้ง เนื้อนุ่มแทรกไขมันทานง่ายไม่แห้งฝืดคอแบบร้านหมูแดงหลายๆร้าน หมูกรอบแบบฮ่องกงกรอบนอกเนื้อในนุ่มชุ่มฉ่ำกินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ มาที่นี่กินแค่ 3 เมนูนี้ก็เกินคุ้มแล้วครับ อันที่จริงมีเป็ดย่าง และหมูหันด้วยนะครับ แต่ผมไม่ค่อยสนใจ เน้นเป็ดปักกิ่งเลยอันดับ 1 สั่งมา 30 คำจุกๆจ้า

ส่วนจานนี้ถือว่าเป็นเมนูแปลกสำหรับผมเลยครับ เพราะในชีวิตเคยทานแต่ปลาดิบญี่ปุ่นมาตลอด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้รับประทาน"ปลาดิบจีน" เอ๋ที่จีนมีเมนูปลาดิบด้วยหรอ น่าลอง สั่งมาชิมดูสักคำ หน้าตาเป็นปลาเนื้อขาวแล่บางๆ โรยหน้าด้วยงา จากนั้นวางด้านบนด้วยครื่องผักต่างๆ แล้วราดด้วยซอสรสหวานเผ็ดสไตล์จีนบอกเลยว่าอร่อยมากเนื้อปลานุ่ม ผักกรอบ รสหวานเผ็ดของซอสเข้ากันได้ดีสุดๆ ได้หลายสัมผัสในคำเดียว อร่อยมากติดใจละ

ถ้าหากว่าใครหิว แล้วของที่อยากทานเวียนรถคาราวานมาไม่ทันใจสักที สามารถเดินไปตักได้ที่ไลน์บุฟเฟ่ต์ของห้องอาหาร มีให้เลือกทั้งซีฟู้ดไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปูม้า กุ้งขาว กุ้งแม่น้ำหรือจะเป็นอาหารจีนเมนูต่างๆ ที่เราทานไปแล้วเมื่อตะกี้แต่ว่าสั่งพนักงานไม่ทันใจ ก็สามารถเดินออกมาตักอาหารตรงนี้ได้เช่นเดียวกันครับ

เดินถัดมาจะเป็นอาหารพร้อมทาน ไม่ว่าจะเป็นถั่วแขกผัดกุ้ง ปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน เคาหยกหมู ขาหมูน้ำแดงเครื่องยาจีน ไก่ย่างซอสส้ม ข้าวผัด สปาเก็ตตี้สูตรต่างๆ ซุปตุ๋นยาจีน ซีฟู้ดผัดซอส XO ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ซาชิมิและสลัดผัก พร้อมน้ำสลัดอีกมากมายหลายสูตร สามารถเดินมาตักได้ที่นี่ เพราะเท่าที่ดูแล้วบางเมนูก็ไม่มีขึ้นรถคาราวานเดินไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ต้องออกมาตักเอง เดี๋ยวเราตักไปชิมที่โต๊ะละกัน เลือกเอาเฉพาะเมนูที่น่าสนใจพอ

ต่อมาเป็นโซนขนมหวานครับ มีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ตามฤดูกาล วุ้นรสชาติต่างๆ ขนมไทยแบบหวานเย็น สาคูทุเรียน ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวหน้ารวม ข้าวเหนียวสังขยา เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง โอริแปะก๊วย สาคูเผือกกะทิ ถั่วแดงต้มน้ําตาล เท่าที่ดูแล้วนึกว่าจะมีแต่ขนมไทย เดินถัดมาอีกก็จะพบกับเค้กหลากหลายรูปแบบ ทาร์ตไข่ ขนมเปี๊ยะ ไข่หงส์ ปิดท้ายด้วยไอศกรีมซอฟครีมที่สามารถกดได้ตามใจ เรียกได้ว่าส่วนขนมหวานของที่ห้องอาหาร Stella Palace นี้ค่อนข้างจัดเต็มเลยทีเดียว แต่ที่จริงโซนนี้ก็สามารถนั่งได้นะครับ แต่วันที่ผมไปเห็นพนักงานบอกว่าโซนนี้แอร์เสีย เลยจัดให้ลูกค้าเข้าไปนั่งในห้องรับรองต่างๆด้านในแทนครับ

ไปสำรวจร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แป๊บเดียว กลับมาที่โต๊ะก็พบกับส้มตำไทยข้าวโพดซีฟู้ดแบบหนักเครื่อง รสชาติเผ็ดแซ่บเปรี้ยวหวานโดนใจ (คุณแม่เป็นคนสั่งเองครับจากรถคาราวานที่เวียนมาเมื่อกี้) ส่วนอาหารที่เราตักมาจากไลน์อาหารก็นำมาชิมเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นซูชิหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน ข้าวซูชิที่นี่ค่อนข้างกลมกล่อม ปลาแซลมอนและไข่แซลมอนสดดีครับ เคาหยกหมู หรือหมูสามชั้นตุ๋นสไตล์จีน ปกติไปทานที่ร้านอาหารจีนราคาค่อนข้างแพงแต่ที่นี่ทานได้ไม่อั้น รสชาติเค็มหอม หมูสามชั้นเปื่อยนุ่มหอมกลิ่นสมุนไพร ทานกับผักดองรสเปรี้ยวเล็กน้อยอร่อยมาก ซาซิมิแซลมอนอร่อยมันใช้ได้ ส่วนปลาทูน่าค่อนข้างเหม็นคาวเลือดไปนิดนึงแต่ก็ถือว่าไม่แย่ครับ

นั่งทานไปสักพักรถคาราวานสุกี้ก็มาเสิร์ฟครับดู แล้วค่อนข้างน่าสนใจเพราะว่าเป็นสุกี้แบบจีนแท้ๆ ที่ยกหม้อพร้อมเตามาวางไว้ให้บนโต๊ะแบบจัดเต็ม จากนั้นเราสามารถเลือกเครื่องซีฟู้ดผักต่างๆใส่ลงไปในหม้อได้ตามใจ จากนั้นก็เลือกทานกับน้ำจิ้ม 3 รูปแบบไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวเค็ม เผ็ดน้ำจิ้มพริกแดงรสชาติหวานกลมกล่อม และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแบบจีนรสชาติเค็มหอม อร่อยเพลินทั้ง 3 แบบครับ แล้วระหว่างที่กำลังทานอยู่มีการแสดงโชว์มายากลเล็กๆน้อยๆจากทางห้องอาหารด้วย ดูแล้วเป็นที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากเด็กๆที่อยู่ในห้องไม่น้อยเลย

เริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการทานบุฟเฟ่ต์กันแล้ว ปิดท้ายด้วยการทานขนมหวานต่างๆ จะว่าไปของในคาราวานก็เป็นแบบเดียวกับในไลน์บุฟเฟ่ต์ที่เราไปสำรวจเมื่อกี้นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สดที่ดูแล้วค่อนข้างหลากหลายกว่าในไลน์บุฟเฟต์นิดหน่อย ขนมไทยแบบหวานเย็นหลากหลายเมนู เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง และเค้กต่างๆ (บางชนิดที่ไม่มีในไลน์บุฟเฟต์เมื่อกี้) แต่ว่าพวกนี้เราไม่ได้สนใจ เลยได้แค่ถ่ายรูปมาให้ชมเฉยๆแล้วกันนะครับ

เมนูสุดท้ายในวันนี้ที่จะทานก็คือเครปซูเซท (สูตรของที่นี่จะไม่ใส่แอลกอฮอล์ลงไปด้วย) โดยเราสามารถเลือกท๊อปปิ้งและไอศครีมที่จะใช้เสิร์ฟได้ วันนี้ผมเลือกเป็นเครปหน้าส้มครับเพราะว่ามันต้มในน้ำส้มอยู่แล้วทานกับไอศครีมรสวนิลารสชาติหวานแป้งเครปนุ่มหอมกลิ่นเนยตัดกับความเปรี้ยวสดชื่นของส้มและช๊อกโกแลตอร่อยมากครับ

เมื่อทานเสร็จแล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุด (ชั้นที่ 84) เพื่อจะชมวิวรอบตึกนี้กันครับ (สามารถขึ้นไปได้ฟรีเพราะว่ารวมในราคาของบุฟเฟ่ต์เรียบร้อยแล้ว) เมื่อขึ้นมาก็จะพบกับรายชื่อคนที่วิ่งขึ้นมาบนตึกใบหยกประจำปีต่างๆและล่าสุดปี 2019 มีคนมาพิชิตไปเรียบร้อยแล้วครับ เดินผ่านประตูนี้ไปก็จะพบกับ Bangkok Night City แล้ว

ชั้นบนสุดของโรงแรมใบหยกสกาย สามารถรับชมวิวทิวทัศน์รอบกรุงเทพฯได้แบบ 360 องศา เพราะว่าตัวพื้นของตึกนั้นมีการหมุนวนอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายก่อนจะจบรีวิวนี้ เราขอเก็บภาพบรรยากาศกรุงเทพยามค่ำคืนมาฝากทุกคนกันครับ ถามว่าถ้าไม่ทานบุฟเฟ่ต์ขึ้นมาชมได้ไหม ? ได้ครับแต่เสียค่าขึ้น400 บาท แหม่ทานบุฟเฟ่ต์ดีกว่าเนอะ

สรุปแล้วห้องอาหาร Stella Palace คุ้มไหม ? บอกเลยว่าเกินคุ้มครับ ทั้งคุณภาพอาหาร รสชาติ การบริการที่ดี ประสบการณ์ดีๆที่ได้รับ บอกเลยว่าจ่ายแค่ 890.- (ไม่มี ++ใดๆ) ได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา สนุกสนานครบครันแบบนี้ จะไม่ให้เป็นบุฟเฟ่ต์โรงแรมในใจผมได้ยังไงกันครับ วันไหนอยากทานเป็ดปักกิ่ง หมูแดง หมูกรอบ เก็บความอยากนั้นไว้ แล้วมาลงกับบุฟเฟ่ต์ที่นี่ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ สำหรับวันนี้เอาไปเลย 5 ดาวเต็มแบบไม่ต้องสงสัย

🌟 🌟 🌟 🌟 🌟 ถ้ามาฉลองกับครอบครัวครั้งหน้า ผมก็เลือกที่นี่แน่นอนครับ


พิกัด : ห้องอาหาร Stella Palace โรงแรมใบหยกสกาย ชั้น 79 ถนนราชปรารภ พญาไท ราชเทวี กทม. 10400

เปิดทุกวัน 17.30 - 23.00 น. โทร.สำรองที่นั่ง 02-656-3939

Facebook : https://www.facebook.com/StellaPalaceBaiyokeSkyHotel/

อ่านแล้วถูกใจ อย่าลืมกดไลค์เพจของเราด้วยที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ < และอย่าลืมกด See First จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่สนุกๆแบบนี้ของเรานะ 😘😘😘


ดู 2,899 ครั้ง0 ความคิดเห็น