ค้นหา

รีวิว Sloth Sukiyaki บุฟเฟ่ต์เนื้อวากิว/ซูชิ-ซาชิมิและ Häagen-Dazs กว่า 200 เมนู เริ่มต้นเพียง 495฿+

อัปเดตเมื่อ 2 วันที่แล้ว



เพิ่งรู้ว่าร้าน "Sloth Sukiyaki" มีสาขาเปิดใหม่ใกล้บ้านและได้เพิ่มเมนูกับวัตถุดิบต่างๆมาให้สั่งอีกเพียบดูพรีเมี่ยมยิ่งกว่าเดิม อยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 2 ชั้น 4 (อาคารฝั่งวินรถตู้) ถือเป็นอีกหนึ่งร้านชาบู-สุกี้ยากี้น้ำดำสุดโปรด เสิร์ฟเนื้อวัววากิวแท้นำเข้าตรงจากประเทศญี่ปุ่น/ซูชิหลากหลายหน้า/ซาชิมิสดๆ/อาหารปรุงร้อน/ขนมหวานและไอศครีมยี่ห้อ Häagen-Dazs ให้ทานได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็มรวมกว่า 200 เมนู ราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 495 บาท++ (เมื่อก่อนต้องนั่ง BTS ผ่านหลายสถานีกว่าจะถึงเพราะบ้านอยู่แถวฝั่งธน) วิธีการเดินทางถ้ามาด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้ปักหมุดมาตามชื่อร้านจอดรถภายในห้างได้ฟรีไม่เสียเงิน หากเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะนั่งรถเมล์-รถตู้โดยสารประจำทางหรือจะโบกเรียกแท็กซี่ก็ได้ตามสะดวก ถึงแล้วให้ขึ้นบันไดเลื่อน/กดลิฟต์มาชั้น 4 โซนร้านอาหารมองหาป้ายไฟชื่อร้านที่มีน้องสล็อธกำลังนอนทานชาบูแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับ

ก่อนจะเข้าไปด้านในร้านเรามาดูป้ายเมนูและวัตถุดิบต่างๆที่เสิร์ฟกันก่อน เริ่มต้นจาก Premium Buffet ราคาคนละ 495 บาท++ สามารถเลือกทานได้เฉพาะชาบูหรือสุกี้ยากี้และอาหารท่านเล่นเล็กน้อยพร้อมบิงซูสไตล์เกาหลีสั่งได้ไม่อั้น แต่โดยส่วนตัวมาทุกครั้งจะเลือกทานเฉพาะ Platinum Buffet ราคาคนละ 795 บาท++ สั่งได้ทั้งเนื้อวัววากิว-ซีฟู๊ด/ซูชิหลากหลายวัตถุดิบพรีเมี่ยมและไอศครีมยี่ห้อ Häagen-Dazs แบบจัดเต็มถือว่าคุ้มมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ทางร้านได้เพิ่มเมนูใหม่ Prestige Buffet ราคาคนละ 1,295 บาท++ มีเนื้อวัววากิวส่วนพิเศษนำเข้าตรงจากประเทศญี่ปุ่น/มันปู-มันกุ้งล๊อบสเตอร์ย่างบนเตาถ่านพร้อมซูชิกับอาหารปรุงร้อนจากวัตถุดิบคุณภาพระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมให้สั่งรวมกว่า 200 รายการ โดยวันนี้ผมกับแฟนตั้งใจแล้วว่าจะมาทานบุฟเฟ่ต์ชุด Prestige เพราะดูจากหลายรีวิวภายในกลุ่ม "คนรักบุฟเฟ่ต์" ส่วนใหญ่บอกว่าของร้านเขาดีจริงแบบนี้ก็ต้องจัดเต็มเหนี่ยวไปเลยสิครับ

บรรยากาศภายในร้านยังคงเน้นความสดใสน่ารักตามแบบฉบับเดิม เริ่มตั้งแต่ซุ้มถ่ายรูปอวดเพื่อนๆพร้อมตุ๊กตาน้องสล็อธมากมาย การตกแต่งภายในทั้งผนัง-โต๊ะใช้สีขาวดูสะอาดตา/เก้าอี้ใช้เบาะหนังสีดำสนิทตัดด้วยพื้นลายไม้สีเข้มสไตล์โมเดิร์นเพิ่มความสดใสด้วยต้นไม้ห้อยระย้าสีเขียว แทรกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อนโทนเดียวกับขนของน้องสล็อธ วันนี้เรามาทานกันช่วงบ่ายทำให้ยังมีโต๊ะเหลือว่างอีกเพียบจะนั่งตรงไหนก็เลือกได้ตามใจเลยครับผม

สำหรับบุฟเฟ่ต์ราคา 495 และ 795 สามารถเลือกได้แค่ชาบู 2 น้ำซุปหรือสุกี้ยากี้เพียงอย่างเดียว (ยกเว้นหากมา 4 คนถึงจะสั่งได้พร้อมกัน 2 หม้อ) สำหรับบุฟเฟ่ต์ราคา 1,295 บาท เท่านั้นที่สามารถสั่งได้ 2 หม้อพร้อมกันแม้จะมาทานเพียงแค่คนเดียว โดยเริ่มจากน้ำซุปชาบูของทางร้านมีให้สั่งทั้งหมด 5 สูตรคือ 1. น้ำซุปใสใส่คอมบุ 2. น้ำซุปดำใส่ปลาโอแห้ง 3. น้ำซุปหูฉลาม ส่วนวันนี้เราเลือกมาเป็น 4. น้ำซุปราเมนทงคตสึรสเค็มนัวกลมกล่อมหอมมันโครงกระดูกหมู และ 5. ซุปต้มยำน้ำข้นสไตล์ไทยรสชาติเค็ม-เปรี้ยวจัดจ้านถึงใจหอมเครื่องสมุนไพรสดชื่น ส่วนอีกหม้อก็คือชุดสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมเนย/หอมใหญ่/น้ำซุปดำเข้มข้นและน้ำซุปคอมบุน้ำใสให้ปรับระดับความเข้มข้นด้วยตัวเอง น้ำจิ้มสูตรต่างๆต้องสวมถุงมือพลาสติกแล้วเดินไปตักผสมด้วยตัวเองที่บาร์ ส่วนเครื่องดื่มต่างๆเมื่อก่อนไม่รวมในราคาบุฟเฟ่ต์แต่ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นแบบรีฟีลกดได้ไม่อั้นจะมีอะไรบ้างไปดูด้วยกันเลยครับผม

เริ่มจากโซนน้ำจิ้มที่ทางร้านให้ใส่ถุงมือมาตักผสมเองได้ตามใจโดยมีถ้วย/ช้อน/กระบวยและกระชอนลวกต่างๆให้บริการวางรวมกันอยู่ที่จุดนี้ กลับหลังหันมาเป็นโซนเครื่องดื่มและขนมหวานเริ่มจากน้ำอัดลม (มีเป๊ปซี่/เซเว่นอัพ/ลิปตันชามะนาว) นมสดและน้ำชงรสผลไม้ต่างๆทั้ง ชานมสล็อธผสมบราวน์ชูการ์/นมกล้วยเกาหลี/น้ำกระเจี๊ยบ/น้ำตะไคร้ใบเตย/ชามิกซ์เบอรี่/น้ำเก็กฮวย/น้ำพั้นซ์ผสมเบอรี่และชาเขียวมัทฉะผสมข้าวคั่วไม่หวาน นำแก้วพลาสติกที่โต๊ะมากดได้เรี่อยๆเมื่อทานบุฟเฟ่ต์เสร็จแล้วสามารถเอาออกไปดื่มนอกร้านต่อได้ด้วย (ส่วนน้ำแข็งมีตู้ผลิตอัตโนมัติขนาดใหญ่วางอยู่ข้างๆกัน) โซนผักสด-เส้นและลูกชิ้นถึงจะถูกตัดออกไปก็ยังสามารถสั่งตรงกับน้องพนักงานได้เช่นเดิม ของหวานที่แช่อยู่ภายในตู้เล็กๆมีโยเกิร์ตสตรอเบอรี่/ปีโป้กับผลไม้สดเดี๋ยวเราค่อยมาตักไปชิมตอนท้ายกันครับ

กลับมานั่งที่โต๊ะแกะอุปกรณ์การทานต่างๆ ทั้งจาน/ช้อน/ถ้วย/ตะเกียบและหลอดดูดน้ำที่ทุกอย่างถูกแพ็คลงในถุงพลาสติกเคลือบซีลอย่างดี ส่วนใครที่ไม่เคยทานสุกี้ยากี้-ชาบูชาบูบนกระดาษรองจานของแต่ละที่นั่งมีวิธีการทานที่ถูกต้องบอกอยู่รับรองว่าทำตามแล้วอร่อยโดนใจอย่างแน่นอน ส่วนน้ำจิ้มทางร้านมีให้เลือกตักถึง 6 สูตรนั่นคือ 1. น้ำจิ้มสุกี้ยากี้สไตล์ไทยสีแดงรสชาติหวานนำหอมกลิ่นซอสพริกผสมน้ำมันงากลมกล่อมเพิ่มความเผ็ดจี๊ดด้วยพริก/กระเทียมได้ตามใจ 2. น้ำจิ้มงาขาวรสชาติหอมมันอมหวานเพิ่มความอร่อยนัวให้กับเนื้อวัวได้เป็นอย่างดี 3. น้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติเปรี้ยวเผ็ดหอมกลิ่นพริกสดผสมมะนาวอมหวานนิดพอกลมกล่อม 4. น้ำจิ้มพอนสึรสชาติเปรี้ยวเค็มหอมกลิ่นปลาคัตสึโอะอ่อนๆเพิ่มความสดชื่นด้วยไชเท้าบดสีส้มกับต้นหอมซอยช่วยลดความเลี่ยนจากไขมันในเนื้อวัวได้ดีเยี่ยม 5. น้ำจิ้มพอนสึยูสุรสชาติเดียวกับสูตรที่แล้วแต่เปลี่ยนจากกลิ่นปลาคัตสึโอะเป็นเปลือกส้มยูสุหอมๆตีขึ้นจมูกแทน 6. ซอสโชยุ-วาซาบิไว้จิ้มกับปลาดิบและซูชิต่างๆ ส่วนน้ำพริกเผาของที่ร้านหากนำมาผสมกับซอสพอนสึจะได้ออกมาเป็น "น้ำจิ้มชาบูสไตล์ไต้หวัน" เพิ่มขึ้นมาใหม่ เรียกได้ว่าเปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่ออย่างแน่นอนครับ

วัตถุดิบสดต่างๆในมื้อนี้เราสั่งมาไม่กี่อย่างเพราะอยากทานในหมวดราคาแพงให้ได้มากเยอะที่สุด เริ่มจาก "เนื้อวากิวใบพาย" เป็นเนื้อวัวส่วนที่นุ่มและมีปริมาณไขมันแทรกละเอียดมากสุดอันดับ 1 ของทางร้าน มีกลิ่นเนื้อบางเบาตามแบบฉบับญี่ปุ่นทำให้ซึมซับรสชาติของน้ำซุปได้มากกว่าเหมาะสำหรับทานกับน้ำซุปสุกี้ยากี้มากครับ หากไม่ชอบเนื้อที่มีไขมันมากให้สั่งเป็นส่วน "เนื้อวากิวสันคอ" ที่ได้เคี้ยวและรสชาติเข้มข้นมีกลิ่นหอมนุ่มนวลไม่แตกต่างกันครับ ถ้าชอบเนื้อวัวแบบติดชั้นไขมันหนาๆก็ให้สั่งเป็น "เนื้อวากิวคารูบิ" เป็นส่วนที่มีเนื้อแดงผสมแถบไขมันอย่างสมดุลได้กลิ่นของวากิวได้ชัดเจนกว่าส่วนอื่นๆ ถาดสุดท้ายก็เป็น "เนื้อวากิว" ส่วนที่เคยทานเป็นประจำในบุฟเฟ่ต์ราคา 795 บาท++ที่เราสั่งมาลองทานเทียบกัน บอกเลยว่าความนุ่มหอมหวานของถาดก่อนหน้านี้ดีกว่าแบบเทียบไม่ติดเลยครับ

ตามมาด้วยอาหารทะเลต่างๆสั่งมาทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดเอาไว้แก้เลี่ยนเนื้อวัว เริ่มจาก "กุ้งแม่น้ำ" ไซส์ใหญ่เปลือกแข็งตัวติดกับหัวแน่นเนื้อเด้งไม่มีกลิ่นเหม็นหืน-ตัดหนวดและก้ามส่วนเกินออกพร้อมจับเทลงหม้อได้ทันที มาต่อกันด้วย "หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์" ตัวใหญ่เนื้อเด้งๆอัดแน่นเต็มฝาเคี้ยวหนึบสู้ฟันดี ตามมาด้วย "เนื้อปลาบัตเตอร์ฟิช" สีขาวนวลสวยงามนุ่มแทรกไขมันทานอร่อย สุดท้ายคือ "เนื้อปลาแซลมอน" ทางร้านใช้แบบไขมันน้อยทำให้ลวกแล้วไม่สลายหายลงไปในน้ำซุปเป็นเศษเล็กๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเปรี้ยวเผ็ดแซ่บถึงใจช่วยเพิ่มความสดชื่นมากยิ่งขึ้น

วิธีการทานน้ำซุปสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นเริ่มต้นน้องพนักงานจะมาเป็นคนปรุงรสให้ที่โต๊ะเหมือนเดิม โดยการเอาเนยลงไปละลายในหม้อผัดกับหัวหอมใหญ่จนสีสุกใส จากนั้นเทน้ำซุปสีดำรสหวาน-เค็มสูตรเข้มข้นลงไปก่อนจะปรับให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นด้วยการผสมน้ำซุปใสคอมบุเป็นอันเสร็จสิ้น วางเนื้อสัตว์ที่อยากทานลงไปตรงกลางล้อมรอบๆด้วยผักสดและเห็ดต่างๆจากนั้นรอให้สุกประมาณ 70-80% คีบเนื้อที่จะทานลงในไข่ไก่สดเพื่อลดอุณหภูมิและทำให้รสชาติหวานเค็มเข้มข้นของสุกี้ยากี้ละมุนกลมกล่อมขึ้นไหลลงคอได้ง่ายๆราวกับกำลังดื่มเนื้อวากิวเลยครับ ผ่านไปสักพักจะรู้สึกว่าเค็มขึ้นให้ผสมน้ำซุปใสลงไป ทานผักต้มที่ล้อมรอบๆไปด้วยช่วยลดความมันเลี่ยนได้เป็นอย่างดีครับ

วิธีการทานชาบูชาบูที่ถูกต้องน้องพนักงานจะยกหม้อน้ำซุป 2 ช่องเอามาวางบนเตาไฟฟ้าที่โต๊ะ เราก็มีหน้าที่แค่รอให้เดือดพล่านจากนั้นคีบเนื้อสัตว์ที่ต้องการทานจุ่มลงไปในหม้อทีละชิ้นนับ 1-10 ในใจแล้วเอาขึ้นโดยทันที ทานคู่กับน้ำจิ้มทั้ง 6 สูตรเปลี่ยนรสชาติใหม่ไปได้เรื่อยๆ มีข้อควรระวังเล็กน้อยก็คือเนื้อหมูควรลวกให้สุก 100% ส่วนเนื้อวัววากิวแนะนำให้ลวกพอสุกประมาณ 70-80% จะอร่อยที่สุด เพิ่มผักสดและลูกชิ้นต่างๆลงไปในหม้ออีกสักหน่อยทำให้น้ำซุปหวานกลมกล่อมดูดซึมกลิ่นของเนื้อ-ไขมันสัตว์ที่ต้มลงไป ช่วยลดความเลี่ยนทานได้เยอะมากขึ้นกว่าเดิม

มาทานบุฟเฟ่ต์ร้าน Sloth Sukiyaki ของดีอีกอย่างที่พลาดไม่ได้เลยก็คือซูชิหน้าพรีเมี่ยม วันนี้เราคัดมาเฉพาะเมนูใหม่ๆนั่นก็คือเอนกาวะซูชิ/เอนกาวะฟัวกราส์ซูชิ/แซลมอนเอนกาวะซูชิ/แซลมอนเอนกาวะฟัวกราส์ซูชิ/โฮตาเตะฟัวกราส์ซูชิ/โฮตาเตะเมนไทโกะซูชิ เป็นแบบลนไฟราดซอสเทริยากิรสหวาน-หอมกลิ่นไหม้อ่อนๆ ฮามาจิซูชิท๊อปปิ้งด้วยวาซาบิดองกลิ่นหอมสดชื่น/มันปู-อิคุระซูชิ/โฮตาเตะโรลวัตถุดิบสดเด้งปั้นมาพอดีคำข้าวซูชิเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆเหมือนปรุงรสด้วยโชยุและน้ำตาลรสกลมกล่อมทานเปล่าๆแบบไม่ต้องจิ้มอะไรก็อร่อยแล้ว ส่วนซูชิโรลต่างๆสอดไส้ครีมชีสลงไปตรงกลางเพิ่มความหอมมันทานเพลินยิ่งขึ้น อีกเมนูเด็ดที่เราแนะนำว่าควรสั่งก็คือ "ไข่ตุ๋นมันปู" เป็นไข่ตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่นเนื้อเนียนใส่กุ้งต้มท๊อบปิ้งด้วยมันปูกับไข่ปลาแซลมอนแบบเน้นๆรสนุ่มนวลไหลลงคอไปอย่างง่ายดาย

เมนูซูชิที่เป็น Signature ในหมวดของ Prestige Buffet คือ "วากิวฟัวกราส์เบิร์นไฟซูชิ" เป็นเนื้อวากิวแผ่นบางใหญ่ห่อข้าวซูชิปรุงรสวางฟัวกราส์แล้วเบิร์นด้วยไฟจนสุกไขมันหอม ราดซอสเทริยากิรสหวาน-เค็มโรยต้นหอมและตกแต่งด้วยไข่ปลาแซลมอน จุดเด่นของคำนี้ก็คือเนื้อวากิวที่โดนไฟลนหอมๆผสานเข้ากับซอสและความมันนวลเนียนของฟัวกราส์ผสมอยู่ในปากพร้อมกันเวลาเคี้ยวสั่งมาคำเดียวไม่พอครับ ต่อมาเป็น "ฟัวกราส์ซูชิ" หั่นมาชิ้นไม่หนาหรือบางเกินไปลนไฟจนสุกราดซอสเทริยากิตัดเลี่ยนด้วยกระเทียมสดสไลด์กลิ่นฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อยทำให้ทานได้เรื่อยๆ จานต่อไปก็เป็นดงบุริชามเล็กๆอย่าง "สล็อธด้ง" ข้าวซูชิปรุงรสวางเนื้อวัววากิว/ฟัวกราส์/เอนกาวะและปลาแซลมอนเบิร์นไฟราดซอสเทริยากิท๊อบปิ้งด้วยไข่ปลาแซลมอนและมันปู จุดเด่นของชามนี้คือได้ทานวัตถุดิบพรีเมี่ยมลนไฟชิ้นใหญ่หลายๆอย่างกับข้าวซูชิสะใจในทุกๆคำ อีกชามสั่งมาแก้เลี่ยนอาหารญี่ปุ่นก็คือ "ข้าวหน้ากะเพราวากิว" รสชาติเผ็ดร้อนหอมกลิ่นใบกะเพราสด ปรุงรสมาหวานเค็มทานกับข้าวอร่อยดีแต่ระวังจะทำให้อิ่มเร็วขึ้นด้วยนะครับ

มาต่อกันที่ซาชิมิต่างๆเราสั่งมาเป็นแบบรวมทุกอย่างด้วยกันในชามเดียวคือ "จัมโบ้ซาชิมิเซ็ท" ในชุดนี้ประกอบไปด้วย 1. แซลมอนแทรกไขมันสวยเนื้อนุ่มเนียน 2. ปลาทูน่าเนื้อสีแดงแน่นมีกลิ่นหอมของไขมันปลาชัดเจน 3.ปลาฮามาจิเนื้อสีชมพูแทรกไขมันสีขาวละลายในปาก 4. หนวดหมึกทาโกะลวกสุกกำลังดีเนื้อเด้งกรุบกรอบ 5. โฮตาเตะหรือหอยเชลล์ญี่ปุ่นสไลด์มาพอดีคำวางสลับกับเลมอนช่วยเพิ่มกลิ่นหอม 6. หอยปีกนกสีแดงสดเนื้อเด้งสู้ฟันกำลังดี ทั้งหมดถูกจัดเรียงวางบนน้ำแข็งรองด้วยหัวไชเท้าขูดเส้น/เลมอนและต้นผักชีฝรั่งมาอย่างสวยงาม ทานกับโชยุวาซาบิเพิ่มรสเค็มฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อยสัมผัสได้ถึงความสดของวัตถุดิบพรีเมี่ยมสไตล์ญี่ปุ่น หากรู้สึกว่าเลี่ยนเกินไปลองทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรของทางร้านสไตล์ยำแซ่บๆก็อร่อยไปอีกแบบแถมช่วยให้กินได้เยอะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

สำหรับ Prestige Buffet นอกจากเนื้อวัววากิวคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแล้วยังมีอีก 3 เมนูที่ต้องสั่งเพราะบุฟเฟ่ต์ราคาต่ำกว่านี้ไม่เสิร์ฟก็คือ 1. มันกุ้งล็อบสเตอร์ย่างผสมเนื้อกุ้งต้มท๊อบปิ้งด้วยไข่ปลาแซลมอนย่างให้สุกเดือดทานร้อนๆได้รสของมันกุ้งเต็มๆคำ (เป็นเมนูแรกที่ควรสั่งเพราะไม่เคยเห็นเสิร์ฟในร้านอื่น) 2. มันปูย่างหรือ Kani-Miso รสชาติมันหอมละมุนไม่ติดขม ทานกับปูอัด-ไข่ปลาแซลมอนเพิ่มความเค็มกลมกล่อมทานได้เรื่อยๆ 3. สไปซี่ชีสโฮตาเตะย่าง เป็นเนื้อหอยเชลล์ญี่ปุ่นราดซอสสไปซี่มาโย/ชีสเบิร์นไฟจนสุกท๊อบปิ้งด้วยต้นหอมซอยไข่ปลาแซลมอนพร้อมทานทันทีหรือจะย่างบนเตาถ่านให้ชีสสุกยืดขึ้นอีกหน่อยก็อร่อย สั่งมาแค่อย่างละที่ไม่พอแน่นอนครับ

ปิดท้ายด้วยขนมหวานต่างๆเริ่มจากบุฟเฟ่ต์ราคา 495 บาท++ สามารถหยิบทานขนมหวานในตู้เย็นเล็กที่อยู่ในไลน์อาหารมีแตงโม/แคนตาลูป/ปีโป้/โยเกิร์ตสตรอเบอรี่และมีไอศครีมรสมะนาวสามารถสั่งได้ที่น้องพนักงาน ส่วนบิงซูหรือน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีมีให้เลือกทั้งหมด 4 รสชาติ สั่งได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน สำหรับบุฟเฟ่ต์ราคา 795 บาท++ เป็นต้นไปจะเพิ่มไอศครีมยี่ห้อ Häagen-Dazs มาให้ วันนี้มี 3 รสชาติก็คือชาเขียวมัทฉะ/คาราเมลบิสกิตและแมคคาดิเมีย (แต่ละวันปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆหากอยากทานรสไหนเป็นพิเศษแนะนำให้โทรถามก่อนเข้ามาร้านจะดีที่สุดครับ) ทางร้านตักเสิร์ฟใส่ถ้วยมาลูกกลม-ใหญ่รสชาติดีแบบเดียวกับที่ขายในซุปเปอร์มาเก็ตไม่มีผิดเพี้ยน แนะนำว่าให้เผื่อท้องจากของคาวไว้มาลงที่ไอศครีมหน่อยเพราะข้างนอกขายราคาลูกละ 109 บาทเลยนะครับ

บิงซูอย่างที่บอกไว้เบื้องต้นว่าทางร้านเสิร์ฟ 4 รสชาติไม่อั้นเลยสั่งมาอย่างละถ้วยเริ่มจาก 1. บิงซูมะม่วงแทงโก้เป็นน้ำแข็งใสทำจากนมสดหอม-มันเนื้อละเอียดฟูนุ่มราวกับหิมะวางด้านบนด้วยมะม่วงชิ้นใหญ่ราดซอสมะม่วงแบบฉ่ำๆรสหวานอมเปรี้ยวหอมกลิ่นมะม่วงธรรมชาติเต็มปากในทุกๆคำ 2. บิงซูช็อกโกบานาน่า เป็นน้ำแข็งใสทำจากนมสดแบบเดียวกับชามแรกแต่เปลี่ยนท๊อบปิ้งเป็นกล้วยหอม ราดด้วยซอสช๊อกโกแลตสุดเข้มข้นหวานปนขมนิดๆอร่อยดีครับ 3. บิงซูโอวัลตินภูเขาไฟพื้นฐานของน้ำแข็งใสคือนมสดเพิ่มความกรุบกรอบด้วยซีเรียลรสช็อกโกแลตโรยด้วยผงโอวัลตินด้านบนแบบแน่นๆ ราดด้วยซอสนมรสหวาน-มันอีกหน่อยอร่อยเข้มข้นดีสุดๆ และ 4. บิงซูชาเขียวมัทฉะถั่วแดง ตัวน้ำแข็งใสทำจากนมสดผสมผงชาเขียวเข้มข้นทานคู่กับถั่วแดงบดสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความหวานมันด้วยซอสนมที่ทางร้านเสิร์ฟคู่กันเพิ่มความหวานมันและทำให้กลิ่นชาเขียวเบาลงทานง่ายยิ่งขึ้น อร่อยทั้ง 4 รสชาติเลยครับผม

กินอิ่มเสร็จแล้วกดปุ่มที่โต๊ะเรียกน้องพนักงานคิดเงิน (จะสั่งอาหารเพิ่มก็กดเรียกได้เช่นเดียวกัน) มื้อนี้เรามากัน 2 คนจ่ายไป 3,048 บาท เฉลี่ยคนละ 1,504 บาท ถือว่าคุ้มเพราะเนื้อวากิวนำเข้าจากญี่ปุ่นของเขาดีจริงแถมมีเมนูอื่นๆให้สั่งอีกเพียบรวมกว่า 200 รายการและที่เห็นในรีวิวนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเพราะเราคงทานทั้งหมดไม่ไหวต้องมาซ้ำอีกหลายรอบ ถ้าใครที่บ้านอยู่ใกล้ๆแล้วติดใจรสชาติร้าน Sloth Sukiyaki นี้แนะนำว่าให้สมัครบัตรสมาชิกจะได้รับส่วนลดอีก 10% ดูเมนูบุฟเฟ่ต์ทั้งหมดพร้อมราคาสุทธิ-ส่วนลดฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/slothmenu21 ถือว่ายังคงความอร่อยคุ้มสุดพรีเมี่ยมเอาไว้เหมือนเดิมแบบนี้ ก็รับคะแนนไปเลย 5 ดาวเต็มครับ 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : ชั้น 4 Central Plaza พระราม 2 เลขที่ 160 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. 10150

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 082-999-7797

Facebook : www.facebook.com/slothsukiyaki

< นอกจากนี้ยังมีสาขา True Digital Park และ ห้าง JAS Urban ศรีนครินทร์ สะดวกที่ไหนไปทานได้เลย >

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 47 ครั้ง0 ความคิดเห็น