ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Senju" บุฟเฟ่ต์ชาบู-สุกี้ยากี้ต้นตำรับญี่ปุ่นและพรีเมี่ยมซูชิรวม 179 เมนู เริ่มต้นคนละ 599฿++

อัปเดตเมื่อ 14 ม.ค.



ถ้าใครยังจำได้เราเคยรีวิวร้านบุฟเฟ่ต์ชาบู-ซูชิและซาชิมิสุดพรีเมี่ยมระดับตำนานชื่อว่า "Tadaima" (ทาไดมะ) แต่ปัจจุบันมาอยู่ในสังกัดของ Ten Group ก็ได้รีแบรนด์ใหม่เป็น "Senju" (เซ็นจู) ตอนนี้ได้เพิ่มหม้อสุกี้ยากี้กับเมนูใหม่ๆรวมกว่า 179 รายการ ราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 599 บาท++ เปิดให้บริการรวมกว่า 6 สาขานั่นคือ 1. เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ 2. เกตเวย์เอกมัย 3. เมเจอร์รัชโยธิน 4. บริโอ้ศาลายา 5. เดอะพรอมานาดรามอินทรา และก็ 6. เอสพลานาดรัชดาที่เราเคยมาทานครั้งก่อนอ่านรีวิวเก่าได้ที่ลิงก์นี้ "https://bit.ly/3FeLrQQ" วิธีเดินทางนั้นถือว่าสะดวกเพราะถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมเดินเข้าห้างแล้วขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ชั้น 2 ก็จะเจอร้านแล้ว ถ้านำรถส่วนตัวมาเองสามารถจอดภายในห้างฟรี 30 นาทีแรก เกินจากนั้นคิดราคาชั่วโมงละ 70 บ. ยกเว้นซื้อสินค้าหรือบริการครบ 500 บ. แล้วนำใบเสร็จไปประทับตราใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 4 ชั่วโมงแรกแค่ 20 บ. หน้าร้านเป็นบานกระจกขนาดใหญ่เรียงกันมองทะลุได้ไปจนถึงริมมีป้ายชื่อร้านสีทองรูปพระจันทร์กับอักษรตัว S ขนาดใหญ่แบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้ว ปัจจุบันบุฟเฟ่ต์ราคาเท่าไหร่และมีเมนูอะไรให้เรากินบ้างมาดูด้วยกันเลยครับผม

บุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้นที่ 599/699/999/1,299 และสูงสุดที่ 1,699 ไม่รวม Vat. 7% และ Service Charge อีก 10% เมื่อรวมราคาสุทธิแล้วจะเริ่มต้นที่ 706/823/1,176/1,529 และ 2,000 ตามลำดับ (เฉพาะจ่ายเงินสด) ถ้าหากใช้บัตรเครดิตคิดเงินเพิ่มอีก 35 บาท (ยกเว้นราคา 999 ฿++ เป็นต้นไป) ส่วนของราคาเด็กที่มีส่วนสูงตั้งแต่ 101-120 ซม. ราคา Net. เริ่มต้นที่ 352/411/588/764 และ 1,000 ตามลำดับ เด็กเล็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม.ทานฟรี ถ้าสูงกว่า 120 ซม. คิดในราคาผู้ใหญ่ มีเมนูต่างๆทั้งเนื้อชาบู/ซูชิ/อาหารทานเล่น/เครื่องดื่ม/ขนมหวานรวมกันมากกว่า 179 รายการ โดยวัตถุดิบต่างๆในบุฟเฟ่ต์ก็จะไล่ลำดับความพรีเมี่ยมขึ้นไปเรื่อยๆตามราคาที่จ่ายไปถ้าเลือกเมนูระดับสูงที่สุดก็จะสามารถกินทุกเมนู ความพิเศษที่น่าสนใจของบุฟเฟ่ต์ที่ร้านนี้ก็มีหลากหลายรายการทั้งซีฟู้ดดองสไตล์เกาหลี/กุ้งแม่น้ำ/กุ้งหวานไซส์ยักษ์/ทูน่าโอโทโร่/ฟัวกราส์/หอยเชลล์โฮตาเตะ/ปลาไหลญี่ปุ่น/ไข่ปลาแซลมอน/เนื้อวากิวระดับ A3/ไข่หอยเม่น/ปูคิงส์แครปและมีไอศครีมฮาเก้นดาสให้สั่งได้ไม่อั้นถึง 2 ชั่วโมงเต็ม แต่ก็มีบางเมนูที่สั่งได้เฉพาะสมาชิกซึ่งแน่นอนว่าเรามีบัตร Ten Group ได้สั่งเมนูพิเศษพร้อมได้รับส่วนลดอีก 5%-10% ใช้ได้ทั้งร้าน Senju/Tenjo ด้วยยิ่งคุ้มเข้าไปอีก โดยรวมอาหารดูหลากหลายน่าทานมากขึ้นเข้าไปด้านในกันเลยครับ

เปิดประตูเข้ามาด้านในสิ่งที่จะพบก่อนเป็นอันดับแรกเลยก็คือไลน์ผักสดและขนมหวานยาวพิเศษซึ่งประกอบไปด้วย ไข่ไก่/กะหล่ำปลี/ผักบุ้ง/ข้าวโพด/ปวยเล้ง/แครอท/สาหร่ายวากาเมะ/ฟักทอง/เห็ดเข็มทอง/เส้นบุกแบน/เห็ดออเร็นจิ/วุ้นเส้น/เห็ดหอมสด/เส้นอูด้ง/เห็ดชิเมจิดำ/เต้าหู้อ่อน ขนมหวานที่สามารถเดินมาหยิบได้เองมีทั้ง เยลลี่รสสตรอเบอรี่/เยลลี่รสส้ม/เยลลี่รสแอปเปิ้ล/เยลลี่รสแบล็คเบอรี่/พาตาคอตต้าสตรอเบอรี่ ผลไม้สดตัดแต่งพร้อมกินแช่เย็นต่างๆทั้ง แก้วมังกร/สับปะรด/ฝรั่ง/แคนตาลูปกับแตงโม หยิบใส่จานสีดำแล้วนำไปวางบนโต๊ะได้เองเลยครับ

ถัดมาเป็นไลน์เครื่องดื่มรวมในราคาบุฟเฟ่ต์เรียบร้อยสามารถเดินมากดได้ด้วยตัวเองทั้ง น้ำอัดลมต่างๆ (โคล่า/น้ำส้ม/น้ำเขียว/น้ำแดงและมะนาวโซดา) ตู้กดข้างกันๆเป็นน้ำเปล่าแช่เย็น/ชาเขียวมัทฉะ/น้ำรสส้ม/นมสดไต้หวันสุดหอมมันสำหรับประกอบร่างรวมกับไข่มุกและบุกต้มในน้ำตาลบราวน์ชูการ์ ส่วนชาเขียวร้อนนั้นแบ่งเป็น ผงมัทฉะกับตู้น้ำร้อนให้กดผสมเติมความเข้มข้นได้ด้วยตัวเอง ขนมหวานนอกจากที่อยู่ในตู้แช่เย็นแล้วก็ยังมีอีกมากมายทั้ง แพนเค้กทำเองใส่เนยกับแป้งผสมสำเร็จลงบนเตาวาดเป็นรูปทรงต่างๆแล้วราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปตามใจ เครื่องทำฟองดูว์ใส่ช็อกโกแลตละลายสำหรับใส่มาร์ชเมลโลว์-เยลลี่เคลือบน้ำตาลและผลไม้แช่เย็นลงไปเคลือบ ตู้บดน้ำแข็ง/ราดน้ำเชื่อมกลิ่นต่างๆกับนมข้นหวานออกมาเป็นเมนูน้ำแข็งใสข้างๆกันเป็นโมจิสอดไส้และถั่วแดงญี่ปุ่นบดไว้ทานคู่กัน ท้ายสุดก็คือตู้ไอศครีมให้เดินมาตักเองรวมกว่า 6 รสชาติ ใครมีไอเดียอะไรก็ปรุงเป็นเมนูใหม่ได้ตามใจตัวเองเลยครับผม

โต๊ะกับเก้าอี้ภายในร้านยังคงใช้เบาะหนังกั้นด้วยฉากลายหินอ่อนสีดำและกระจกใสแบ่งออกเป็นช่องเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนใบสั่งอาหารก็ยังคงใช้เป็นแบบเขียนจำนวนที่ต้องการลงในช่องขวาสุด แบ่งสีตามระดับราคาคือ 1. สีดำ Premium Buffet ราคาคนละ 599 บ.++ 2. สีเขียว Prime Buffet ราคาคนละ 699 บ.++ 3. สีน้ำเงิน Platinum Buffet ราคาคนละ 999 บ.++ 4. สีทอง Prestige Buffet ราคาคนละ 1,299 บ.++ 5. สีแดงราคาสูงสุดสำหรับ Ultima Buffet ราคาคนละ 1,699 บ.++ วางไว้ให้บนโต๊ะพร้อมดินสอ แนะนำว่าถ้ามาทานกันหลายคนให้มีคนเขียนออเดอร์แค่ผู้เดียว คนอื่นก็สแกนดูเมนูจาก QR Code ตรงหัวโต๊ะบอกรายการกับจำนวนที่ต้องการกับเพื่อนแทนช่วยลดความสับสนได้ดีมากๆ โดยวันนี้เราเลือกเป็นบุฟเฟ่ต์ระดับ Ultima จ่ายราคาคนละ 2,000 บ. วัตถุดิบและเมนูต่างๆที่เสิร์ฟขึ้นโต๊ะมานั้นจะพรีเมี่ยมและดีงามสมราคาขนาดไหน มาติดตามไปพร้อมกันเลยครับผม

มาถึงพนักงานก็จะเสิร์ฟชุดถ้วย-จาน/ช้อนตะเกียบและแก้วน้ำพร้อมถุงมือพลาสติกสำหรับไปหยิบตักอาหารที่ไลน์หน้าร้าน สำหรับน้ำซุปเลือกได้ 4 จากทั้งหมด 8 น้ำซุปก็คือ 1. น้ำซุปชาบูน้ำใส 2. น้ำซุปกิมจิ 3. น้ำซุปเล้งแซ่บ 4. น้ำซุปต้มยำ 5. น้ำซุปเห็ดหอมไวน์แดง 6. น้ำซุปหม่าล่า 7. น้ำซุปสุกี้ยากี้ 8. น้ำซุปกระดูกหมู ยกเว้นน้ำซุปอย่างสุดท้ายที่เราสั่งมาพร้อมหม้อสำหรับผัดหอมหัวใหญ่และมันไขวัวนั่นก็คือ "น้ำซุปสุกี้ยากี้ต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น" ยกมาเพียงแค่หม้อเดียวผสมน้ำซุปสุกี้ยากี้กับปลาแห้งตามอัตราส่วนที่ต้องการได้เอง (โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำซุปชนิดอื่นๆได้ในภายหลัง) มาพร้อมน้ำจิ้มที่ถูกยกออกมาจากตู้เย็นหลังร้านเรียงกัน 8 สูตร พร้อมพริกขี้หนูสดและกระเทียมสับให้ปรุงรสชาติที่เราชอบตามใจตัวเอง ส่วนถ้วยน้ำจิ้มเริ่มต้นให้เพียงแค่ 2 แต่ขอเพิ่มได้อีกไม่คิดเงินครับ

จานแรกเป็นเมนูเนื้อวากิวที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในบุฟเฟ่ต์ระดับ Ultima คือ "เนื้อสันคอฮอกไกโด A3" หรือ Chuck Roll จุดเด่นของเนื้อส่วนนี้ก็คือมีไขมันแทรกสวยงามสม่ำเสมอทั้งชิ้น-กลิ่นหอมละมุนกับสัมผัสนุ่มลื่นไหลลงคอเมื่อทานแบบชาบู/สุกี้ยากี้ซึมซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดีเยี่ยม "เนื้อพรีเมี่ยมวากิวริปอาย" จุดเด่นของส่วนนี้ก็คือมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อน้อยแต่ติดสีขาวตรงขอบ ทำให้ได้สัมผัสเคี้ยวและมีกลิ่นเนื้อหนักกว่าจึงทำให้น้ำซุปเข้มข้น-อูมามิยิ่งทานแบบสุกี้ยากี้ผัดร้อนเข้ากันได้ดีสุดๆ ส่วนซาชิมิต่างๆที่เพิ่มมาคือ "อัลติมาซาชิมิเซ็ท" รวมวัตถุดิบซุปเปอร์พรีเมี่ยมเอาไว้ในชามเดียวกันทั้ง 1. อากามิหรือปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินส่วนเนื้อสีแดงมีรสชาติเข้มข้น 2. โอโทโร่หรือปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินส่วนท้องมีไขมันแทรกสวยงามเคี้ยวแล้วละลายในปากราวกับเนื้อวัววากิว 3. ไข่ปลาแซลมอนหรืออิคุระเม็ดเล็กรสชาติเข้มข้นไม่เค็มจัดทานได้เรื่อยๆ 4. ซาชิมิกุ้งหวานยักษ์ตัวใหญ่เนื้อเด้งเคี้ยวเต็มๆคำ 5. ซาชิมิหอยเชลล์ญี่ปุ่นหรือโฮตาเตะตัวโตเนื้อหวานเนียนละเอียด หากอยากทานวัตถุดิบแบบเดียวกันในราคาสบายกว่าก็สั่งเป็นระดับ Prestige ได้แต่เป็นซูชิเกือบทั้งหมด เมนูต่อไปตั้งใจมาเพื่อสิ่งนี้ก็คือ "ซูชิอูนิ" หรือไข่หอยเม่น ที่สีเหลืองทองสวยงามวางบนข้าวซูชิปรุงรสหวานอมเปรี้ยวม้วนด้วยสาหร่าย ลดความเลี่ยนด้วยวาซาบิดองฉุนขึ้นจมูกเคี้ยวกรอบนิดๆ รสชาติของไข่หอยเม่นที่ร้านนี้หวานเบาๆเนื้อสัมผัสราวกับครีมคัสตาร์ต แต่เทียบกับร้านที่เป็น Omakase แท้ไม่ได้เพราะราคาห่างกันค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวแค่ไม่มีอูนิเหม็นน้ำทะเลเนื้อเละสีเหลืองอมเขียวก็ถือว่าดีมากแล้วครับ

นอกจากนี้ก็สั่งเนื้อวัวที่อยู่ในรายการ Prestige Buffet มาเพิ่มอีกทั้ง "เนื้อพรีเมี่ยมวากิว A3" ที่คาดเดาด้วยสายตาแล้วน่าจะเป็นส่วนริปอายมีไขมันน้อยแต่ยังคงความนุ่มหอม-รสชาติเข้มข้น (แต่ก็ไม่เทียบเท่าพรีเมี่ยมวากิวริปอายในถาดแรก) "เนื้อพรีเมี่ยมวากิวสันนอก" แทรกไขมันละเอียดสวยงามเคี้ยวนุ่มละมุนกลิ่นไม่รุนแรงทานง่ายแต่ไม่ไหลลงคอเท่าสันคอฮอกไกโด A3 อยากฟินขั้นสูงสุดยังไงก็แนะนำให้ข้ามไป Ultima คุ้มกว่า ถาดต่อไปคือ "เนื้อพรีเมี่ยมวากิวสันคอ" ไขมันแทรกขนาดใหญ่ไม่นุ่มมากแต่รสชาติเข้มข้นคงเหลือกลิ่นเอาไว้ในน้ำซุปเหมาะสำหรับคนที่ชอบทานเนื้อวัวแบบชัดเจนตอนโจทย์ดีสุดๆ ส่วนซีฟู้ดมารอบนี้ไม่ได้สั่งอะไรมากมายยกเว้น "กุ้งแม่น้ำ" ไซส์ใหญ่ๆเนื้อแน่นเด้งแกะเปลือกมาให้พร้อมลวกลงในหม้อชาบูทันที ไม่ต้องแกะเองให้ลวก-เปื้อนมือสายกุ้งตัวจริงห้ามพลาด

วัตถุดิบสดที่สั่งไปทุกอย่างมาพร้อมแล้วก็ได้เวลาเปิดเตาซึ่งปกติน้องพนักงานต้องเป็นคนมาผัดให้-ใส่ถุงมือกับแมสก์อย่างดีแต่เราขอทำเองเพราะจะได้ควบคุมท่าทาง-มุมกล้องได้ดั่งใจ เริ่มต้นจาก 1. ผัดไขมันวัวกับหอมใหญ่ให้สุกใสมีกลิ่นหอมและควันขึ้นในหม้อเล็กน้อย 2. เทน้ำซุปสุกี้ยากี้ลงไปก่อนซึ่งขั้นตอนนี้จะค่อนข้างซู่ซ่าใครใส่เสื้อขาวควรอยู่ออกห่างชั่วคราวครับ 3. เพิ่มความหอมกลมกล่อมและลดความหวานเค็มของซุปสุกี้ยากี้ให้ลดลงด้วยน้ำซุปปลาโอแห้ง 4. ลองชิมก่อนด้วยการเอากระบวยตักน้ำซุปใส่ช้อนหากได้ความเข้มข้นที่พอใจแล้วลงผักสดต่างๆที่ตักมาในไลน์รอบๆหม้อเว้นพื้นที่ตรงกลางเอาไว้สำหรับลวกเนื้อตามระดับความสุกที่ต้องการก็พร้อมทานได้เลยทันทีจ้า

น้ำซุปสุกี้ยากี้สูตรต้นตำรับญี่ปุ่นของร้าน Senju นี้ถือว่าค่อนข้างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่มักจะแข่งกันที่ความเข้มข้นหวานเค็มกลมกล่อมประทับใจในคำแรก แต่พอเริ่มกินไปเรื่อยๆจะค่อนข้างเบื่อจนทานต่อไปได้น้อยลงตามลำดับ แต่สูตรของร้านนี้รสชาติหวานเค็มเบาๆหอมกลิ่นโชยุผสมปลาโอแห้งไม่หนักหน่วงมากจนเกินไปนักจึงไม่รบกวนความหอมของไขมันเนื้อวัวมากเกินไปซึ่งถือว่าสมดุลดีมาก ยิ่งใส่ผักสดต่างๆลงไปจำนวนเยอะช่วยเพิ่มรสหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติให้กับหม้อนี้ได้ดีมากขึ้นช่วยยืดระยะเวลาก่อนที่จะเริ่มเบื่อได้นานขึ้น แต่ก็เหมือนว่าที่ร้านเขาเข้าใจในจุดนี้เลยมีน้ำจิ้มต่างๆมาให้รวมกว่า 9 สูตรก็คือ 1. ไข่ไก่สดเคลือบเนื้อเพิ่มความหอม-มันละมุนไหลลื่นลงคอ 2. น้ำจิ้มพอนสึรสเปรี้ยวเค็มอมหวานกลมกล่อมไม่จี๊ดจ๊าดจนเกินไป 3. น้ำจิ้มพอนสึยูสุรสชาติเหมือนกับซอสที่แล้วเพิ่มกลิ่นยูสุหอมขึ้นจมูกช่วยลดความรุนแรงของเนื้อวัวให้หอมสดชื่นขึ้น 4. น้ำจิ้มงาขาวคั่วหอมๆผสมถั่วลิสงหวานมันตัดเค็มกลมกล่อม 5. น้ำจิ้มสุกี้รสหวานอมเปรี้ยวหอมกลิ่นซอสพริกผสมน้ำมันงาและงาขาวคั่วหอมๆ 6. น้ำจิ้มหมาล่าจีนรสหวานเค็มกลมกล่อมหอมเครื่องเทศเด่นกว่าความเผ็ดจิ้มเยอะๆได้ไม่ต้องกลัวลิ้นชา 7. น้ำจิ้มไต้หวันรสเปรี้ยวคล้ายพอนสึแต่เปลี่ยนจากโชยุเป็นซีอิ๊วแทนเหมือนซอสสำหรับจิ้มในร้านชาบูหมาล่าจีน 8. น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวเผ็ดอมหวานใส่กระเทียม-พริกสดแบบจัดเต็มใช้จิ้มอาหารทะเลหรือปลาดิบผสมวาซาบิลงไปหน่อยจี๊ดจ๊าดถึงใจ 9. น้ำจิ้มโชยุรสเค็มกลมกล่อมสำหรับทานคู่กับซูชิและซาชิมิ เปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆไม่เบื่อแน่นอนครับ

ส่วนเมนูย่างเตาถ่านก็มีให้สั่งเช่นเดิมเลยจัดมาทั้ง "เนื้อพรีเมี่ยมวากิวใบโฮะบะ" เป็นเนื้อวากิว A3 อยู่ในหมวด Prestige Buffet เอามาวางบนใบโฮบะ ราดด้วยซอสเทริยากิรสหวานกลมกล่อม-ต้นหอมซอยและเมล็ดงาขาวคั่ว ท๊อปปิ้งด้วยไชเท้าขูดฝอยและไข่ปลาแซลมอนย่างให้สุกพอเปลี่ยนสีทั้งใบไม้ก็รวมเข้าปากได้สัมผัสกับเนื้อวากิวนุ่มๆไขมันฉ่ำไหลเต็มปากอย่างสะใจทุกคำ เมนูต่อไปเพิ่มขึ้นมาใหม่พิเศษ (ปกติต้องใช้บัตรสมาชิกเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์สั่ง) เป็น "King Crab" หรือปูยักษ์ชิลี โดยน้องพนักงานแนะนำว่าให้เอาไปย่างบนเตาถ่านก่อนทาน ตอนแรกกะว่าแค่สั่งมาลองชิมดูเพราะส่วนใหญ่ที่เราเคยทานมาตามโรงแรมต่างๆมักจะแช่น้ำเกลือมารสค่อนข้างเค็มจัด แต่ปูของที่ร้านนี้หวานเนื้อแน่นเคี้ยวสู้ฟันดีถือว่าสอบผ่านครับผม มาต่อกันด้วย "มิโสะมันปูย่าง" หรือคานิมิโสะ ย่างบนเตาถ่านเพื่อไล่ความชื้นส่วนเกินออกเหลือแค่มันปูซูไวสัมผัสเข้มข้นรสหวานมันคลุกกินกับข้าวสวยหอมกลิ่นถ่านไม้นิดๆอย่างฟิน

ซูชิต่างๆก็สั่งมาเพิ่มแบบจัดเต็มทั้ง "ซูชิโอโทโร่" ส่วนที่ไขมันเยอะสุดของปลาทูน่าครีบน้ำเงินหั่นมาขนาดกำลังดีสมดุลกับข้าวปรุงรสหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมเพิ่มรสเค็มและสัมผัสแตกปรุในปากด้วยคาร์เวียร์หรูหรา "ซูชิชูโทโร่" ส่วนที่ไขมันปานกลางของทูน่าครีบน้ำเงินวางบนข้าวแบบเดียวกับคำแรกแต่เลี่ยนน้อยทานง่ายกว่า "ซูชิหน้าอากามิ" ส่วนเนื้อแดงของปลาทูน่าครีบน้ำเงินรสเข้มข้นไขมันน้อยทานง่ายไม่มีเลี่ยน ต่อกันด้วย "ซูชิลนไฟหน้าแซลมอนซอสเมนไทโกะ" และ ซูชิหน้าฮามาจิซอสเมไทโกะ" เป็นปลาแซลมอน-ฮามาจิลนไฟราดด้วยซอสไข่ปลาค็อตดองรสเผ็ดผสมซอสสไปซี่สูตรของทางร้านให้รสเค็มหวานมันกลมกล่อมในคำเดียวกัน "ซูชิกุ้งแม่น้ำซอสมนไทโกะ" กับ "โบตันเอบิเมนไทโกะ" เป็นกุ้งตัวใหญ่หวานเนื้อแน่นย่างไฟจนสุกกำลังดีวางบนข้าวซูชิเสิร์ฟทั้งตัวกินง่ายไม่ต้องแกะเองให้เสียเวลา ถ้าใครเป็นสายกุ้งแล้วเบื่อทานแต่กุ้งต้มเปลี่ยนน้ำจิ้มสูตรต่างๆไปเรื่อย 2 เมนูนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ดีครับผม

ร้านบุฟเฟ่ต์สมัยนี้ถ้าไม่มีเมนูดองเกาหลีคือตกเทรนด์สุดๆจัดมา 2 เมนูก็คือ "แซลมอนดองซีอิ๊ว" และ "กุ้งดองซีอิ๊ว" รสเค็มหวานเบาๆไม่ค่อยเข้าเนื้อต้องทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้านอีกสักหน่อยถึงจะฟินลงตัว หากใครตั้งใจที่จะมาทานเมนูซีอิ๊วดองโดยเฉพาะแนะนำว่าแค่ระดับ Prime Buffet 699 ++ ก็ได้กินแล้วถือว่าคุ้มมากๆ จานต่อไปเป็น "ซาชิมิแซลมอน" โดยเราสั่งมา 5 ที่ทางร้านก็จัดมาให้หน้าตาสวยงามราวกับกลีบดอกไม้แบบนี้ความสดหวานมันเนื้อนวลเนียนชวนฟินถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นสาวกปลาส้มทุกๆท่านสบายใจได้เลยว่ามาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน เมนูต่อมาถือว่าเป็นของโปรดแฟนผมเลยสั่งมานั่นก็คือ "หอยนางรมซาชิมิ" ดูจากลักษณะน่าจะมาจากเกาหลีตัวขนาดกลางๆราดด้วยซอสพอนสึ/เลมอน/หอมแดง/ต้นหอมกับไชเท้าขูดพร้อมเทเข้าปากได้ทันที หรือจะราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษหนักพริกสดกระเทียมของทางร้านลงไปก็อร่อยแซ่บดี เนื้อหอยหวานนวลเนียนแต่ไม่มันมากจนเป็นครีมๆแบบของไทยแต่ก็ถือว่าอร่อยไปอีกแบบสมกับที่อยู่ในรายการ Prestige Buffet ครับผม

เมนูต่อไปเป็นของโปรดต้องสั่งทุกครั้งที่แวะมาก็คือ "ซูชิฟัวกราส์" ที่วันนี้หั่นมาชิ้นหนากว่าปกติเอาไปลนไฟราดซอสเทริยากิพันกับข้าวซูชิด้วยสาหร่ายโนริตัดความเลี่ยน เพิ่มความหอมสดชื่นทานง่ายๆด้วยแยมส้มยูสุรสหวานอมเปรี้ยวสูตรเฉพาะพิเศษของทางร้านที่ทำให้ทานได้เรื่อยๆไม่เหมือนใคร เมนูต่อไปคือ "ซูชิหน้าปลาไหล" เป็นปลาไหลญี่ปุ่นตัวใหญ่ย่างถ่านกับซอสสูตรเข้มข้นจนเข้าเนื้อหั่นเป็นชิ้นใหญ่ไม่สไลด์จนบางแบบร้านอื่นพันกับข้าวสวยปรุงรสด้วยสาหร่ายโนริลนไฟและราดซอสเทริยากิอีกครั้งก่อนเสิร์ฟ รสชาติเข้มข้นเนื้อปลาเด้งสู้ฟันทานได้ทันทีแบบไม่ต้องจิ้มโชยุหรือจะเพิ่มวาซาบิเผ็ดฉุนแตะลงไปอีกนิดช่วยทำให้ทานได้เพลินขึ้นอีกเป็นสิบๆคำ สุดท้ายเป็นเมนูเฉพาะบัตรสมาชิก Ten Group ถึงจะมีสิทธิ์สั่ง (ไล่จากช้อนสีดำไปหาทอง) นั่นคือ โอโทโร่ฟัวกราส์ทรัฟเฟิลช็อต/กุ้งหวานยักษ์ฟัวกราส์ทรัฟเฟิลช็อต/แซลมอนทรัฟเฟิลช็อตและปลาไหลย่างทรัฟเฟิลช็อต เป็นข้าวซูชิปรุงรสวางด้วยหน้าวัตถุดิบต่างๆคลุกกับทรัฟเฟิล-ทรัฟเฟิลออยให้กลิ่นหอมเตะจมูกไม่เหมือนใคร แถมได้ส่วนลดค่าบุฟเฟ่ต์ด้วยถือว่ามากครับ

ขนมหวานที่ร้านนี้นอกจากไอศครีมฮาเก้นดาสธรรมดาแล้วทางร้านยังเอามาทำเป็นเมนูพิเศษอย่าง "ฮันนี่โทสต์ไอศครีมแมคคาดีเมีย" ซึ่งต้องรออย่างน้อย 20 นาทีก่อนสั่งเพราะทางร้านจะนำขนมปังก้อนใหญ่ไปตัด-ผ่าเป็นร่องยัดด้วยเนยสดอบด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานจนกว่าน้ำมันเนยจะซึมซับเข้าไปด้านในเนื้อขนมปังด้านนอกกรุบกรอบฉ่ำเนยสีเหลืองทอง เสิร์ฟพร้อมไอศครีมฮาเก้นดาสรสแมคคาดีเมีย/วิปครีมสดละลายเร็วและเมเปิ้ลไซรัป ตกแต่งด้วยแอลมอนด์สไลด์อบกรอบกับน้ำตาลไอซิ่งโรยบางๆราวกับเกล็ดหิมะติดบนจาน ก่อนจะกินให้ก็ราดเมเปิ้ลไซรัปลงบนขนมปังแบบฉ่ำๆกรุบกรอบหอมเนยสดกับไอศครีมเข้ากันดีสุดๆ ถ้าใครชอบหวานอมเปรี้ยวที่ร้านมีอีกเมนูเป็น "ฮันนี่โทสต์สตรอเบอรี่ชีสเค้ก" ที่เปลี่ยนไอศครีมเป็นรสสตรอเบอรี่ชีสเค้กกับซอสสตรอเบอรี่แทนก็อร่อยดีไปอีกแบบครับ

ใครที่เป็นสายบิงซูที่ร้าน Senju นี้ก็มีเครื่องผลิตเกล็ดนมละเอียดพิเศษราวกับอยู่ในคาเฟ่เกาหลีเลยสั่งมาเป็น "บิงซูรสสตรอเบอรี่" ที่มีเงื่อนไขในการสั่งก็คือต้องรออย่างน้อย 20 นาทีเพราะต้องเปิดเครื่องรอนมสดแข็งตัวแล้วผ่านกระบวนการพิเศษกลายมาเป็นเกล็ดหิมะเนียนละเอียดที่พร้อมละลายทันทีเมื่อเข้าปาก เป็นบิงซูนมหอมมันราดซอสตรอเบอรี่และสตรอเบอรี่สดรสหวานอมเปรี้ยว เพิ่มความหอมมันด้วยซอสนมข้นหวานผสมนมข้นจืดหอมมันเทราดลงไปเพื่อเพิ่มความฉ่ำว้าวได้ตามใจ อย่ามัวแต่อร่อยเพลินจนลืมเหลือพื้นที่ในกระเพาะส่วนหนึ่งเอาไว้มาจัดหนักกับไอศครีมยี่ห้อ Häagen-Dazs ที่ร้านเสิร์ฟ 3 รสชาติก็คือ 1. สตรอเบอรี่ชีสเค้ก 2. แมคคาดิเมีย และ 3. ซอลท์เท็ดคาราเมล ตักมาให้พร้อมทานเสิร์ฟเรื่อยๆไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็มปกติที่หน้าร้านขายราคาลูกละ 109 บาท ยิ่งทานเยอะก็ยิ่งคุ้ม ตอนนี้อิ่มมากแล้วหยิบใบเวลาที่พนักงานให้มาบนโต๊ะไปจ่ายเงินกับแคชเชียร์หน้าประตูได้เลยครับ

มื้อนี้ผมมาทานด้วยกัน 3 คน สั่งอาหารรวมกว่า 184 รายการ จ่ายไป 5,399.25 รวม Vat. 7% กับ Service Charge อีก 10% ส่วนลดจากบัตรสมาชิกระดับ Gold 10% เฉลี่ยแล้วเพียงคนละ 1,780 บาทจากราคาเต็มคนละ 2,000 บาทสุทธิ ถือว่าคุ้มมากๆ วัตถุดิบต่างๆยังคงความสดใหม่พรีเมี่ยมหลากหลายเอาไว้เหมือนเดิมตั้งแต่ก่อนรีแบรนด์ใหม่ ปัจจุบันก็ยังถือว่าสามารถคงมาตรฐานเอาไว้ได้ดีไม่เปลี่ยนแปลงแบบนี้ Senju (เซ็นจู) ก็ได้รับคะแนนความอร่อยและคุ้มค่าไป 5 ดาวเต็มๆเลยครับผม🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เอสพลานาดซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก ชั้น 2 เลขที่ 99 ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. 10400

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 02-005-8181

Facebook : https://www.facebook.com/Senjushabu


<นอกจากนี้ Senju ยังมีอีก 5 สาขาคือ เอ็มบีเค/เกตเวย์เอกมัย/เมเจอร์รัชโยธิน/บริโอ้ศาลายา/เดอะพรอมานาด>


อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 91 ครั้ง0 ความคิดเห็น