ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว "ห้องอาหารเรือนต้น" โฉมใหม่ 2021 บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 30 เมนู เริ่มต้น 688++ ในโรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์~

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 14



วันนี้เราได้รับการรับเชิญจาก PR ของโรงแรม Montien Hotel Surawong Bangkok ให้เข้ามารีวิวบุฟเฟ่ต์ติ่มซำราคาสุดคุ้มที่ห้องอาหาร Ruenton (เรือนต้น) อันโด่งดังเรื่องข้าวมันไก่อร่อยระดับมิชลินสตาร์ 2 ปีซ้อน ตอนนี้ทั้งโรงแรมได้ทำการปรับปรุงโฉมใหม่ดูทันสมัยและหรูหราร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น (ส่วนตัวเคยมารีวิวที่นี่แล้วครั้งนึงจำได้ว่าบรรยากาศภายในดูเก่า-มืดและโบราณสุดๆ) โดยยุบห้องอาหารจีนออกแล้วนำมารวมกันเป็นเรือนต้นในที่เดียวแต่เชฟทั้งหมดยังคงเป็นรุ่นเก่าทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะได้ทานเมนูที่อร่อยถูกใจเช่นเคย บุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่นี่เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์คนละ 688++ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์คนละ 888++ บาท เด็กเล็กอายุ 1-5 ขวบทานฟรี อายุ 6-11 ปีคิดครึ่งราคา วันธรรมดาคนละ 344++ และวันหยุดคนละ 444++ อายุ 12 ปีขึ้นไปคิดค่าบุฟเฟ่ต์แบบผู้ใหญ่ ราคานี้รวมเครื่องดื่มรีฟิลคือชาจีนหรือเก๊กฮวยร้อนและเย็นเรียบร้อยแล้ว มีเมนูให้เลือกสั่งเสิร์ฟแบบ A La Carte ถึงที่โต๊ะรวมกว่า 30 เมนูทั้งติ่มซำนึ่ง-ทอด/อาหารจีนพร้อมทาน/ซุปจีนและขนมหวานสั่งทานได้ไม่อั้นไม่จำกัดเวลา เปิดให้บริการวันละ 2 รอบคือกลางวัน 11.30-14.30 น. (3 ชั่วโมงเต็ม) และช่วงเย็น 17.00- 21.00 น. (4 ชั่วโมงเต็ม) จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 นี้ วิธีการเดินทางหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ให้ขับมาตาม Google Maps หน้าทางเข้าโรงแรมมีลานจอดรถขนาดใหญ่ให้บริการฟรี (เพียงประทับตราที่ห้องอาหาร) ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง MRT สามย่านหรือ BTS สถานีศาลาแดงแล้วต่อรถหรือเดินเท้าเข้ามาอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงโรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์แล้วครับ ห้องอาหารตั้งอยู่ที่ชั้น 1 เดินเข้าประตูล๊อบบี้หลักมาอยู่ตรงขวามือจะมองเห็นกระเบื้องลายสีเขียวมรกตพร้อมป้ายไม้เขียนว่า Ruenton แบบนี้แสดงว่ามาถูกห้องอาหารแล้วแน่นอนครับ

ทางเข้าประตูสู่ห้องอาหารปรับเปลี่ยนใหม่ดูกว้างขวางเปิดรับแสงจาธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงดูไม่มืดทึบอย่างเมื่อก่อน และเอกลักษณ์ที่ยังคงเหมือนเดิมก็คือป้ายประกาศนียบัตรรับประกันความอร่อยยังคงวางอยู่บนโต๊ะหน้าร้านแบบเดียวกับเมื่อก่อน ทั้งมิชลินระดับ BIB GOURMAND ปี 2019 และปี 2020 ยังได้รับมาตรฐานความสะอาดจากหน่วยงานของรัฐบาลมั่นใจได้ถึงความอร่อยและปลอดภัยชวนให้เข้าไปนั่งทานได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศภายในห้องอาหารมาถึงครั้งแรกถึงกับต้องขยี้ตาเพราะมันเปลี่ยนไปมากจากหน้ามือเป็นมือเท้าก็ว่าได้ เป็นการออกแบบดีไซน์โดยใช้ของที่มีอยู่มาผสมกับของใหม่ เริ่มจากเอาเฟอร์นิเจอร์จากห้องอาหารเก่านำมาทาสีทำความสะอาดใหม่ผสมกับโคมไฟ-พื้นผิวการเล่นกับแสงธรรมชาติตามจุดต่างๆให้ดูหรูหราโมเดิร์น แต่ยังคงมีกลิ่นอายของความโบราณคล้ายบ้านคนจีนในสมัยก่อนมาจัดเรียงใหม่ได้อย่างลงตัว ถือได้ว่าเป็นตอบโจทย์ความเป็นห้องอาหารไทย-จีนที่ทางโรงแรมนำมายุบรวมกันได้อย่างลงตัว มีทั้งโต๊ะนั่งขนาดใหญ่-ขนาดเล็ก/โซนโซฟา/ห้องส่วนตัวขนาดเล็กสำหรับ 6-10 คนและห้องขนาดใหญ่รองรับกลุ่มลูกค้าได้ 25-30 คน และเดินทะลุออกหน้าถนนพระราม 4 จัดเป็นคาเฟ่-ร้านกาแฟและเบเกอรี่อบสดให้คนที่เดินผ่านไป-มาได้ใช้บริการอีก เปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆครับผม

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำและอาหารจีนอย่างที่บอกไปเบื้องต้นที่ห้องอาหารนี้จัด 2 ราคาคือ 688++ และ 888++ ไม่ใช่แค่แตกต่างเฉพาะวันที่มาทานแต่เมนูก็เปลี่ยนไปอีกด้วย โดยวันจันทร์-ศุกร์มีอาหารให้สั่งทั้งหมด 24 รายการ วันเสาร์และอาทิตย์จะมี Main Course เพิ่มเข้ามาอีก 7 รายการรวมทั้งหมดเป็น 31 เมนู มีให้สั่งทั้งซาลาเปา-ติ่มซำนึ่ง 13 รายการ/ของทอด 4 รายการ/ซุป 3 รายการและขนมหวานอีก 4 รายการ โดยทุกอย่างสั่งได้ไม่อั้นและไม่จำกัดเมนูเช่นจานหลัก-ซุป-ขนมหวานตามที่โรงแรมอื่นมักจะจำกัดให้แค่คนละ 1 ชุดแต่ที่นี่จะทานเท่าไหร่ก็ได้ นอกจากนี้เมนู A La Carte ก็เปลี่ยนไปจากเล่มดูโบราณกลายเป็น QR Code สแกนดูได้จากมือถือหรือกดเข้าไปดูได้เลยที่ลิงค์นี้ >> http://online.anyflip.com/ldmnj/mfen/mobile/index.html << มีการลดเมนูอาหารที่ขายไม่ดีออกคงเหลือแต่เมนูแนะนำที่ได้รางวัลอาหารไทยบางเมนูและอาหารจีนกับติ่มซำแสดงราคาแบบ A La Carte เอาไว้ ราคาอาหารทั้งหมดที่เห็นในเมนูเล่มนี้ยังไม่รวม Vat. 7% และ Service Charge อีก 10% ยังไม่เป็นราคา Net. นะครับ

มาถึงทางห้องอาหารก็จะให้เลือกเลยว่าดื่มเป็นชาจีนเก็กฮวยร้อนหรือเย็นเสิร์ฟมาให้เป็นกาและแก้ว รสจืดหอมกลิ่นใบชาจีนและดอกเก็กฮวยตามธรรมชาติต้มมาจืดๆไม่ใส่น้ำตาล แต่มีน้ำเชื่อมแยกใส่เหยือกแก้วขนาดเล็กมาให้ก็สามารถเติมความหวานได้ด้วยตัวเอง แบบนี้ถือว่าดีมากครับเพราะจะได้ไม่ต้องปวดหัวว่าสมาชิกร่วมโต๊ะคนไหนดื่มหวานหรือไม่หวานก็ไปเติมเอาเองตามใจครับ ดื่มหมดถ้าเบื่อเปลี่ยนน้ำสลับกันได้เรื่อยๆไม่จำกัดหรือคิดเงินเพิ่มครับ

อาหารทุกอย่างทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะเริ่มจากติ่มซำของห้องอาหารนี้เชฟเขาปั้นและนึ่งให้ใหม่จึงต้องใช้เวลาในการรอสักพักนึงแต่มั่นใจว่าได้ทานร้อนสดใหม่ไม่มีทิ้งค้างหรือนำมานึ่งรอบ 2 ให้ทานอย่างแน่นอน เมนูแรกนั่นก็คือ "กุ้งหางหงส์สามรส" เป็นกุ้งกรอบผสมหมูเด้งปัั้นเนื้อแน่นๆท๊อบปิ้งด้วยกุ้งสดนึ่งจนสุกกำลังดีแล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ดสีแดงรสเปรี้ยวแซ่บหอมพริก-มะนาวโดนใจสไตล์ไทย เมนูต่อไป "ปลากระพงนึ่งซอสซีฟู๊ด" ฐานและซอสด้านล่างนั้นเป็นแบบเดียวกับเข่งแรกแต่เปลี่ยนจากท๊อบปิ้งด้วยกุ้งเป็นเนื้อปลากระพงนั่นชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำรสหวานหอมรสไขมันปลาคุณภาพสูง "สาหร่ายไส้กุ้งนึ่ง" เป็นหมูเด้งผสมกุ้งพันสาหร่ายชิ้นโตท๊อบปิ้งด้วยไข่กุ้งเสิร์ฟพร้อมบล๊อกโคลี่ราดซอสมันปูหอมๆรสชาติเข้มข้นทานแล้วไม่มีเลี่ยน "ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่" ซี่โครงกระดูกหมูคัดมาแต่ส่วนกระดูกอ่อนปรุงรสเค็มหวานหอมกลิ่นเหล้าจีนและเต้าซี่กลมกล่อมไม่เข้มข้นจนเกินไปทำให้คีบเข้าปากทานได้เรื่อยๆเพลินๆครับ

เมนูต่อไปเป็นติ่มซำที่มีแป้งห่อสีขาวบางใสจนเห็นไส้ด้านในแต่เนื้อเหนียวหนึบเละจนไม่ติดกับแผ่นกระดาษรองนึ่งแบบที่อื่นคือ "ฝั่นโก๋ปวยเล้ง" เป็นแป้งฮะเก๋าสีขาวเหนียวหนึบเหมือนโมจิห่อเนื้อหวานกุ้งเด้งตัวใหญ่ๆหอมน้ำมันงาและปวยเล้งท๊อบปิ้งด้วยไข่ปลาบินปรุงรสเคี้ยวเต็มคำดีสุดๆ ตามมาด้วยขนมจีบธรรมดาหน้าตาดูไม่ซับซ้อนอย่าง "ขนมจีบหมูและกุ้ง" เป็นขนมจีบหมูเด้งเนื้อแน่นไขมันฉ่ำกัดแล้วรสชาติเข้มข้นของหมูค่อยๆไหลในปากผสมกับกุ้งที่ตัวใหญ่เด้งเนื้อกรุบกรอบเคี้ยวทีดังสนั่นไปทั่วทั้งปากห่อด้วยแป้งบางหนึบและเพิ่มสัมผัสในการเคี้ยวด้วยไขปลาบินปรุงรสสีดำแตกเหมือนฟองโซดาละเอียดในปากเวลาเคี้ยวจิ้มจิ๊กโฉ่วรสเปรี้ยวฉุนขึ้นจมูกลดความเลี่ยนได้ดีมากครับ

เมนูต่อไปคล้ายกับติ่มซำปลากระพงเข่งแรกแต่แค่เปลี่ยนซอสคือ "ปลากระพงห่อกุ้งนึ่งซอสซีอิ๊ว" ซอสซีอิ๊วรสหวานเค็มเข้มข้นแต่กลมกล่อมหอมกลิ่นน้ำมันงาเหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ดเข้ากับปลากระพงชิ้นใหญ่อย่างลงตัว "ฮะเก๋ากุ้ง" เป็นแป้งแบบเดียวกับฝั่นโก๋แต่เป็นเนื้อกุ้งล้วนบางใสจนมองเห็นสีส้มอยู่ภายใน เนื้อกุ้งชิ้นใหญ่เด้งกรอบเคี้ยวทีดังกรึ๊บๆในปากหอมกลิ่นน้ำมันงาทานกับจิ๊กโฉ่วรสชาติเข้มข้นลงตัวสุดๆ เมนูต่อไปหน้าตาธรรมดาแต่รสชาติดีเกินคาดคือ "ฟองเต้าหู้ทอด" เป็นกุ้งสับปรุงรสเนื้อเด้งกรอบห่อด้วยฟองเต้าหู้บางๆทอดมาจนเปลือกด้านนอกฟูกรอบเหมือนเผ่นโรตีกินกับน้ำจิ้มบ๊วยรสหวานอมเปรี้ยวหอมเหมือนกลิ่นดอกบ๊วยทานแล้วอร่อยสดชื่นต้องสั่งซ้ำครับ

เมนูต่อไปยังเป็นของทอดแต่ถ้าร้านไหนใส่แอมโมเนียลงไปล่ะก็ส่วนตัวจะรู้ทันทีคือ "เผือกทอด" ทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยด้านในสอดไส้หมูสับผสมกุนเกียงรสหวานเค็มแป้งบางกรอบสลายไปในปากไม่มีกลิ่นฉุนเหม็นๆของแอมโมเนียทำให้ทานได้เรื่อยๆเลยครับ เข่งต่อไปไม่ค่อยเห็นห้องอาหารโรงแรมไหนนำมาเสิร์ฟในบุฟเฟ่ต์คือ "ข้าวเหนียวห่อด้วยใบบัว" คล้ายๆกับบ๊ะจ่างด้านในสอดไส้ด้วยหมูสามชั้นต้ม/เห็ดหอม/ไข่เค็ม/กุนเชียงและกุ้งแห้งใส่ข้างเหนียวปรุงรสมาเค็มหวานห่อด้วยใบบัวหอมๆทำให้ได้กลิ่นที่แตกต่างกว่าบ๊ะจ่างที่ห่อด้วยใบไผ่จีน ส่วนความอร่อยก็ไม่ต่างกันครับ

ตามมาด้วยเมนูซาลาเปาไส้ต่างๆเริ่มจาก "ซาลาเปาไส้หมูแดง" แป้งที่ห่อด้านนอกเนื้อแน่นเหนียวหนึบเป็นแบบโบราณเนื้อฟูแต่ไม่มีกลิ่นเหม็นแอมโมเนียฉุนเตะจมูก ไส้ด้านในเป็นหมูแดงย่างแล้วสับให้เป็นชิ้นเล็กๆผัดกับน้ำซอสบาร์บีคิวสไตล์จีนรสหวานเค็มเข้มข้นกลมกล่อมทานกับแป้งซาลาเปาสีขาวเนื้อนุ่มๆได้อย่างลงตัวสุดๆ เข่งต่อไปเป็น "ซาลาเปาไส้หมูสับ" แป้งภายนอกสัมผัสเหมือนกันหมดแต่ไส้ด้านในเป็นหมูสับปรุงรสเนื้อแน่นๆหอมกลิ่นเครื่องเทศรสหวานด้วยต้นหอมเพิ่มความเค็มนุ่มนวลในปากด้วยไข่แดงเค็มถือว่าอร่อยเนื้อแน่นดีแต่ชวนให้อิ่มเร็วไปหน่อยครับ

เข่งต่อไปคือ "ซาลาเปาไส้ครีม" เนื้อแป้งด้านนอกแน่นนุ่มฟูด้านในสอดไส้ด้วยครีมคัสตาร์ตหอมกลิ่นไข่แดงรสหวานละมุนสัมผัสนวลเนียนในปากเวลาเคี้ยว ไม่หวานแหลมจนแสบลิ้นเกินไปจึงทำให้ทานได้เรื่อยๆเด็กเล็กและคุณผู้หญิงน่าจะชอบแน่นอนครับ เข่งสุดท้ายเป็น "ซาลาเปาไส่ลาวา" ที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังมากนักแต่พอจับเนื้อแป้งและได้ชิมไส้แล้วบอกเลยว่าเปลี่ยนความคิด เพราะเนื้อแป้งแน่นเหนียวรสหวานห่อไส้ด้านในเป็นคัสตาร์ตครีมไข่เค็มรสหวานเค็มอ่อนๆเนื้อไข่เค็มบดหยาบให้เป็นลิ่มเล็กๆทำให้มีสัมผัสเวลาเคี้ยวในปากไม่เหมือนกับร้านอื่นที่เคยทานมา ความเข้มข้นเรียกได้ว่า X3 จากสูตรปกติที่ขายตามร้านค้าทั่วไปและรู้ได้เลยว่าทางห้องอาหารปั้นเองอร่อยสุดๆครับ

จานต่อไปอยู่ในหมวดติ่มซำทอดคือ "ขนมผักกาดทอด" สูตรของห้องอาหารอื่นมักจะใส่กุ้งแห้งกลิ่นแรงรสเค็มแต่ที่นี่ไม่ใส่กลับเพิ่มผักกาดและไชเท้าลงไปทำให้รสหวานแป้งเหนียวนุ่มมากกว่าเดิม ทอดในน้ำมันร้อนๆให้เนื้อแป้งด้านนอกให้กรอบฟูทานกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษคล้ายๆกับน้ำจิ้มหมูหันรสหวานนำอมเปรี้ยวนิดๆยิ่งอร่อยเข้มข้น สัมผัสกรุบกรอบๆของผักที่สอดไส้อยู่ในเนื้อแป้งช่วยทำให้สดชื่น ส่วนที่ทอดเป็นสีน้ำตาลซึมซับรสของน้ำจิ้มได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าอร่อยสุดในบรรดาติ่มซำบุฟเฟ่ต์โรงแรมที่เคยทานมาเลยครับ หมดจากจานติ่มซำมาต่อกันด้วยอาหารจานเดียวเริ่มจาก "เนื้อปลาผัดพริกไทยดำ" ไม่ใช่เนื้อปลาดอรี่ชุบแป้งทอดราคาถูกแต่มันคือเนื้อปลากระพงแน่นๆผัดกับซอสพริกไทยดำใส่พริกหวาน 3 สีกับหัวหอมให้รสหวานเค็มเผ็ดร้อนขึ้นจมูกนิดๆรสจัดจ้านดีสไตล์ที่คนไทยชอบครับ

จานต่อมาเป็นอาหารจีนอย่าง "หมี่ซั่วผัดแห้งสไตล์ฮ่องกง" เป็นบะหมี่ซั่วสไตล์จีนเส้นหยักผัดกับเนื้อไก่หมักนุ่มแบบเส้น/พริกหวาน 3 สี/ถั่วงอกและเห็ดหอม ปรุงรสมาเค็มหวานค่อนข้างจัดจ้านกว่าผัดหมี่ฮ่องกงแบบปกติที่เคยทานมา เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มพริกเขียวผสมกระเทียมและมะนาวช่วยเพิ่มความเผ็ดเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นผัดหมี่รสจัดจ้านเอาใจคนไทยทานแล้วไม่จืดชืดอย่างแน่นอนแต่ถ้าใครไม่ทานเผ็ดแต่อยากเพิ่มรสเปรี้ยวที่ห้องอาหารมีให้เลือกว่าจะใส่พริกชี้ฟ้าดองน้ำส้มสายชูหรือจิ๊กโฉ่วปรุงรสแทนก็ได้ครับ มีอาหารจีนพร้อมทานให้สั่งอีกหลายรายการแต่เรากลัวทานไม่หมดเลยขอข้ามไปรีวิวที่ซุปร้อนๆกันต่อ มีให้เลือกสั่งทั้งหมด 3 รายการเริ่มจาก "ซุปเยื่อไผ่เห็ดหอม" เป็นน้ำซุปสีน้ำตาลอ่อนรสชาติเค็ม-อูมามิคล้ายกับซุปไก่สกัดที่ไม่มีกลิ่นคาวหอมเหล้าจีนอ่อนๆ ใส่เห็ดหอม/เยื่อไผ่/ผักกวางตุ้งฮ่องกงและกระดูกหมูลงไปต้มจนรสชอบน้ำซุปเข้าเนื้อวัตถุดิบต่างๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นคล่องคอและทำให้อุ่นท้อง เหมาะสำหรับคนที่ชอบซุปใสแต่รสชาติเข้มข้นมีดูง่ายแต่ความซับซ้อนน่าค้นหา

ซุปต่อไปรสหวานเค็มกลมกล่อมเหมาะสำหรับผู้หญิงกับเด็กแต่ยังไม่ทิ้งความหรูหราคือ "ซุปข้าวโพดเนื้อปู" มีสัมผัสเป็นเนื้อข้นๆเหมือนกับซุปของฝรั่งแต่ใช้ข้าวโพดเพื่อหวานนำมาสับละเอียดแทนการปั่น ปรุงรสให้เค็มคล้ายๆกับกระเพาะปลาเพิ่มสัมผัสเหนียวหนึบและหวานตามธรรมชาติด้วยเนื้อกรรเชียงปูให้ความหรูหรา-อร่อยไปอีกแบบ ซุปสุดท้ายเป็นเมนูที่รสชาติเข้มข้นที่สุดคือ "ซุปกระเพาะปลาไก่เส้นน้ำแดง" เป็นกระเพาะปลาน้ำแดงที่ข้นเหนียวใส่วัตถุดิบต่างๆลงไปแน่นถ้วยทั้งกระเพาะปลาหั่นชิ้นโต/ไก่หมักนุ่มแบบเส้นกับเห็ดหอมปรุงรสมาเค็มหวานกลมกล่อมกำลังดีแต่ถ้าต้องการความจัดจ้านมาพร้อมกับพริกเหลืองดองน้ำส้มและจิ๊กโฉ่วปรุงรสเปรี้ยวเผ็ดได้ตามใจเลยครับ

ปิดท้ายด้วยขนมหวานมีทั้งหมด 4 เมนูแต่เราสั่งมาทานเพียง 2 รายการ (เพราะที่เหลือเป็นเมนูของหวานเสิร์ฟแบบร้อน) คือ "เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด" รสหวานเย็นเนื้อเต้าฮวยเนียนนุ่มหอมกลิ่นมะลิทานกับผลไม้รวมรสเปรี้ยวหวานช่วยเพิ่มความสดชื่นได้อย่างลงตัว แต่ถ้าคุณไม่ชอบทานของหวานเย็นๆที่มีรสเปรี้ยวก็สั่งเป็น "สาคูแคนตาลูป" รสหวานนวลๆหอมกลิ่นกะทิได้เคี้ยวสาคูหนึบๆและแคนตาลูปตัดมาเป็นลูกกลมๆเนื้อหวานฉ่ำปิดท้ายมื้อได้อย่างลงตัว ส่วนตัวถ้าไม่ได้มาชิมก่อนแล้วมองแต่เมนูจะรู้สึกว่าแพงเพราะคู่แข่งมีให้เลือกอย่างน้อย 40-60 เมนู แต่ที่เรือนต้นนี้เขาเน้นใช้แต่คุณภาพสูงปรุงรสชาติแต่ละเมนูมาเข้มข้นโดนลิ้นคนไทย ติ่มซำเนื้อแน่นเคี้ยวฉ่ำแป้งห่อหนึบไม่เละกุ้งเด้งกรอบเคี้ยวดังสนั่นลั่นไปถึงแกนสมองแป้งซาลาเปา-ของทอดไม่เหม็นกลิ่นแอมโมเนีย เรียกได้ว่าสมกับที่ได้การการันตีความอร่อยลงในมิชลินไกด์ (เชฟที่มาปรุงติ่มซำและข้าวมันไก่ถูกยุบรวมเป็นทีมเดียวกัน) ส่วนจุดอ่อนก็ยังมีคือ "การปั้นสด" ทำให้อาหารออกค่อนข้างช้าไปหน่อยแต่ทางห้องอาหารรับประกันว่าทุกคนจะได้ทานติ่มซำที่อร่อยอย่างแน่นอน คุณภาพสูง/เอาใจใส่/ราคาคุ้มค่าและอร่อยแบบนี้รับคะแนนไป 5 ดาวเต็มเลยครับ 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : โรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์ เลขที่ 54 ซอยสุรวงศ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำเปิดให้บริการทุกวัน 2 ช่วงเวลาคือ 11.30-14.30 น. และ 17.00-21.00 น.

โทร. 02-233-7060

Facebook : www.facebook.com/montiensurawongbkk

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,075 ครั้ง0 ความคิดเห็น