ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวห้องอาหารริมวิภาคาเฟ่โรงแรม Gold Orchid Bangkok อร่อยกับอาหารระดับเชฟแนวหน้าแต่จ่ายแค่ 450 บาท!

อัพเดตเมื่อ: 1 วันที่แล้ว



วันนี้ได้รับการรับเชิญจาก PR ของโรงแรม Gold Orchid Bangkok ถนนวิภาวดี ให้มาอร่อยกับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นราคาสุดคุ้มจ่ายเพียงคนละ 450 บาทจากราคาเต็ม 999 บาท โดยมีเงื่อนไขคือมา 2 จ่าย 1 และเมื่อกดไลค์กดแชร์เพจ Facebook ของทางโรงแรมได้ส่วนลดทันทีอีก 10 % โดยโปรโมชั่นก่อนหน้านี้มีดูดวงฟรีด้วย (แต่ผมมาไม่ทันเลยไม่ได้ดูดวงกับเขา อีกอย่างลงรีวิวตอนนี้โปรโมชั่นก็หมดไปแล้ว) เรามาโฟกัสที่อาหารแทนแล้วกันครับผมห้องอาหารชื่อว่าริมวิภาคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของโรงแรม โดยอาหารต่างๆภายในห้อง ถูกปรุงโดยเชฟโทนี่หนึ่งในเชฟของสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย แต่ขายในราคาถูกแค่นี้อาหารจะอร่อยสักแค่ไหนเดี๋ยวเราไปชิมพร้อมกันเลยครับ เมื่อมาถึงห้องอาหารแล้วก็จะพบกับบรรยากาศการตกแต่งที่มีสีสันสดใส (ที่นี่เป็นโรงแรมค่อนข้างเก่าแต่ได้ข่าวว่าเพิ่งเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่เข้ามา) การตกแต่งภายในก็อาจจะดูเก่าๆหน่อย แต่ทางโรงแรมก็พยายามรีโนเวทอยู่ครับ

เมื่อมาถึงห้องอาหารแล้วก็จะพบกับไลน์อาหารที่เรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด เริ่มจากโซนอาหารร้อนที่มีเชฟคอยยืนปรุงอาหารให้เรา เมนูเด็ดที่เป็น signature ของที่นี่ได้แก่เกี๊ยวกุ้ง โดยเราสามารถสั่งเป็นเกี๊ยวกุ้งน้ำ หรือบะหมี่เกี๊ยวกุ้งก็ได้ ที่สำคัญให้เกี๊ยวกุ้งชิ้นใหญ่มาก ใส่เครื่องปรุงรสได้ตามใจ เราไม่พลาดอยู่แล้วต้องสั่งไปลองชิมดูครับ

ในบุฟเฟ่ต์ราคาแสนเบา มีให้ทานทั้งหมูแดง/หมูกรอบ/เป็ดย่าง/ซี่โครงหมูบาร์บีคิว/ขาหมูเยอรมันทอด นี่มันบ้าไปแล้ว!!! อยากทานอะไรก็บอกให้พนักงานช่วยหั่นให้ทานได้เลย จะเลือกเป็นส่วนมันเยอะๆย่างเกรียมๆ หรือชิ้นที่เป็นเนื้อล้วนๆก็ชี้บอกได้ตามใจ ส่วนตัวแล้วอยากจะแนะนำหมูแดง/ซี่โครงหมูบาร์บีคิวและขาหมูเยอรมันทอดของที่นี่บอกเลยว่ารสชาติเข้มข้น ถึงเครื่องหมักสมุนไพร ส่วนหนังก็กรอบโดนใจสุดๆ ปกติต้องบุฟเฟ่ต์ราคาระดับ 800 บาทขึ้นไปเท่านั้นถึงจะได้ทาน แต่ที่นี่จ่ายแค่ 450 ก็ได้ทานแล้ว แค่โซนแรกก็เว่อร์วังอลังการ ให้เกินราคาไปแล้วจ้า

ที่ติดกันเป็นโซนพาสต้าที่สามารถเลือกได้ทั้งเส้นและซอสตามใจ โดยมีเส้นให้เลือก 3 แบบคือเส้นสปาเก็ตตี้/เส้นเฟตตูชินี่และเส้นเพนเน่นำมาผัดกับซอส 4 แบบคือซอสมะเขือเทศ/ผัดขี้เมา/ซอสน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลและคาโบนาร่า โดยวันนี้ผมได้รับเกียรติจากเชฟโทนี่ หัวหน้าเชฟของห้องอาหารริมวิภาลงมือปรุงรสพาสต้าให้กับเราได้ทานกัน ส่วนรสชาตินั้นบอกเลยว่ากลมกล่อมกำลังดีตามสไตล์ฝีมือของเชฟระดับแนวหน้า เรียกได้ว่าแค่พาสต้าผัดเมนูง่ายๆก็รสชาติดีแล้ว ส่วนอาหารอื่นๆผมว่าก็คงอร่อยไม่แพ้กันแน่นอน โซนถัดไปที่อยู่ใกล้ๆกันเป็นสลัด คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะว่ามีเครื่องให้เลือกแค่ไม่กี่อย่าง พร้อมกับน้ำสลัดไม่กี่ชนิด เอาเป็นว่าถ้าใครอยากทาน ก็ถือว่ามีให้ทานแล้วกันนะครับ (แต่มาทานบุฟเฟ่ต์โรงแรมทั้งที คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยแตะต้องโซนนี้อยู่แล้ว ข้ามไปดีกว่าครับ)

โซนต่อมาเป็นอาหารไทยรสแซ่บ มีให้เลือกทานตั้งแต่ปากเป็ดทอด/ไส้อั่วในรูปแบบค๊อกเทลชิ้นเล็กทานง่าย/ส้มตำและยำต่างๆที่สามารถสั่งได้จากมุมนี้ มีพนักงานคอยตำให้ทานสดๆไม่ต้องกลัวเส้นมะละกอสลด อยากได้รสชาติแบบไหนก็สั่งได้เลย และ Signature อีกเมนูก็อยู่ในโซนนี้เช่นเดียวกัน มีชื่อว่า "หูฉลามสามกษัตริย์" โดยเป็นซุปสไตล์จีนที่ใส่กระเพาะปลาชิ้นใหญ่ แต่ยังไม่พอแค่นั้นมีการใส่หูฉลามชิ้นเล็กๆลงไปด้วย โดยน้องพนักงานจะคอยตักเติมลงไปเรื่อยๆทั้งน้ำซุปและเนื้อหูฉลาม ถ้าใครเดินไปตักแล้ว ควานในหม้อไม่เจอหูฉลามสามารถทวงน้องพนักงานได้เพราะว่าถาดที่เติมก็วางอยู่ด้านหลังนั่นแหละ จ่ายราคาเบาๆแต่ได้กินเนื้อหูฉลามนี่ สุดยอดจริงๆครับ

ส่วนโซนอาหารญี่ปุ่นของที่นี่ก็ถือว่าไม่ไก่กาอาราเล่ มีให้เลือกทานตั้งแต่ซาชิมิหลากชนิด (ปลาแซลมอน/ปลาโอ/ปลาหมึกยักษ์/ปูอัด) ที่มีเชฟคอยยืนประจำการตัดแบ่งใส่จานให้อยู่ตรงนี้ ซูชิหน้าต่างๆที่มีให้เลือกตักได้ตามใจ และเมนูลูกผสมสุดแซ่บเอาใจคนไทย อย่างยําปลาแซลมอนที่ปรุงรสมาแซ่บสะใจ ใส่เครื่องอย่างหนักทั้งยำสาหร่ายญี่ปุ่น/ปูอัดและไข่กุ้งผสมลงไปในยำ ให้สัมผัสที่หลากหลายเวลาเคี้ยวดีครับ หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้นสำหรับเมนูนี้

ส่วนใครที่อยากซดซุปร้อนๆระหว่างทานบุฟเฟ่ต์ ที่นี่ก็มีให้เลือกทานทั้งหมด 2 แบบนั่นคือซุปไก่ตุ้นยาจีนเห็ดหอมที่ใส่ปีกไก่บนตุ๋นจนเปื่อยหอมกลิ่นยาจีนและเห็ดหอมทุกคำที่ซด ส่วนซุปแบบฝรั่งก็จะเป็นซุปครีมข้นไก่ ซึ่งส่วนตัวแล้วว่าค่อนข้างเข้มข้นเกินไปหน่อยนึง เพราะว่าเมื่อวางไว้จนเย็น รู้สึกว่ารสชาติเค็มขึ้น ถ้าใครตักมาต้องรีบทานหน่อยนะครับ รสชาติจะกำลังดี แต่ถ้าใครเป็นคนชอบทานซุปรสชาติเข้มข้นอยู่แล้วรับรองว่าถูกใจอย่างแน่นอนครับ

ต่อกันด้วยโซน Hot Dish ที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู เริ่มตั้งแต่เมนูข้าว ก็มีให้เลือกหลากหลายถึง 4 แบบ ทั้งข้าวสวยแบบปกติ/ข้าวผัดกระเทียม/ข้าวผัดปูและข้าวผัดสับปะรดใส่ลูกเกด เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาพริก มีข้าวให้เลือกเยอะแล้วก็ต้องมีกับข้าวให้เลือกทานอย่างหลากหลายด้วย กับข้าวอย่างแรกก็คือปลาหมึกผัดผงกะหรี่ที่ใส่ปลาหมึกมาให้เยอะชิ้นค่อนข้างใหญ่ พร้อมพริกหวาน/หอมหัวใหญ่/ขึ้นช่าย ปรุงรสมากลมกล่อมหอมผงกะหรี่ ดีงามเลยครับ

ตามมาด้วยบล็อคโคลี่ผัดกุ้งสด/ปลาทอดซอสเปรี้ยวหวาน/ไก่ย่างราดซอสต้มยำ ส่วนเมนู Signature ของ ไลน์ Hot Dish นี้คือ "ขาหมูสูตรของเชฟโทนี่" บอกเลยว่ารสชาติแตกต่างเป็นขาหมูที่อื่น ถึงเครื่องสมุนไพรจีน ตุ๋นมาเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่เป็นเส้นเนื้อสากๆ หนังหยุ่นๆอุ้มน้ำซอสเอาไว้อย่างเต็มที่ ส่วนรสชาติของน้ำซอสตุ๋นนั้น ออกไปทางหวานนำนิดๆ ได้เข้าสวยและพริกน้ำส้มอีกหน่อยก็กลายเป็นข้าวขาหมูรสชาติระดับแนวหน้าเลยครับ ไม่แปลกใจที่จะกลายเป็น Signature ของห้องอาหารนี้ รสชาติดีไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ ขอคารวะเลย และเมนูอย่างสุดท้ายเป็นหมูอบซอสแอปเปิ้ล หมูอบชุ่มฉ่ำติดมันรสเค็ม ทานกับซอสแอปเปิ้ลที่มีความหวานเปรี้ยวบอกเลยว่าลงตัวสุดๆครับ

ดูเมนูของคาวกันไปหมด แล้วมาดูในส่วนเครื่องดื่มและของหวานกันบ้าง โดยในราคานี้รวมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว มีให้เลือกทานทั้งชา/กาแฟ/นมสดร้อน/น้ำส้ม/น้ำฝรั่ง/น้ำองุ่น สามารถเดินมากดได้เรื่อยๆ ส่วนของหวานก็มีให้เลือกทั้งผลไม้สด(แตงโม/แคนตาลูป/สับปะรด)และเค้กต่างๆมีทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่สามารถเลือกทานได้ตามใจ ส่วนรสชาตินั้นก็ถือว่าอยู่ในระดับปกติไม่หวานจนเกินไป กำลังทานอร่อยดีครับ ลืมบอกไปว่าในไลน์อาหารนี้มีฟองดู Chocolate ให้ทานด้วย ถือว่าคุ้มค่าเกินไปแล้ว มีหลายเมนูมากในห้องอาหารนี้ที่ทำให้ผมค่อนข้างตกใจ เพราะส่วนใหญ่จะได้พบแต่ในโรงแรมที่จัดบุฟเฟ่ต์ราคาค่อนข้างสูงเท่านั้น แต่ที่นี่กลับมีให้ทานด้วย อย่างสุดท้ายก็คือไอศครีมที่มีให้เลือก 4 รสชาติคือ ช็อกโกแลตชิพ/ชาไทย/ช็อกโกแลตและสตอเบอรี่ ถือว่าครบและคุ้มค่าเกินราคามากๆครับ

. เมนูต่อไปนี้เป็นเมนูที่ทางโรงแรมจัดมาให้เราถ่ายรูปกันครับ เริ่มจากเมนูแรกเป็นสเต็กปลาแซลมอนราดซอสซัลซ่าสไตล์เม็กซิกัน รสเปรี้ยวเย็นสดชื่น โดยเมนูนี้เป็นเมนูพิเศษที่ไม่มีวางอยู่ในไลน์บุฟเฟ่ต์ จะต้องสั่งกับพนักงานโดยตรงเท่านั้น ตามมาด้วยหมูแดงย่างที่บอกเลยว่ารสชาติเข้มข้น หวานนำ ติดมันเล็กน้อย ยิ่งส่วนที่ย่างมาเกรียมๆต้องขอบอกเลยว่ารสชาติอร่อยเข้มข้นสุดยอดครับ ตามมาด้วยหมูกรอบ ที่ดูก็รู้ว่าใช้วิธีการย่าง ไม่ใช่หมูกรอบแบบทั่วไปที่ใช้วิธีการทอด ปริมาณหนัง/มันและเนื้อสมดุลกันดีมาก ยิ่งทานกับซีอิ๊วหวานบอกเลยว่าเด็ดสุด ซุปหูฉลาม 3 กษัตริย์ ที่ใส่ให้ทั้งเนื้อกระเพาะปลาชิ้นโต/เนื้อหูฉลามและเห็ดหอมชิ้นใหญ่เพียบ เคี้ยวเต็มปากเต็มคำดีมากเลยครับ

ต่อกันด้วยเมนูง่ายๆแต่ทำให้ผมประทับใจคือเกี๊ยวน้ํากุ้ง ที่อัดเนื้อกุ้งมาให้เต็มแน่นทุกคำ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมหอมกลิ่นกระดูกหมู ถึงแม้จะเป็นสีทองใสดูเหมือนจะจืดแต่รสชาติเข้มข้นมาก ยิ่งโรยน้ำมัน + กระเทียมเจียว ทานกับผักกวางตุ้งกรอบๆ บอกเลยว่าถ้วยเดียวไม่พอครับ ตามมาด้วยซี่โครงหมูบาร์บีคิวที่ถึงแม้จะเสิร์ฟให้จานค่อนข้างเล็ก แต่รสชาตินั้นไม่แพ้ซี่โครงหมูบาร์บีคิวตามร้านหรูๆใจกลางเมืองเลย เนื้อหมูล่อนออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย แถมรสชาติซอสที่ทาด้านนอกก็เข้มข้นถึงใจ ถูกใจสายซี่โครงหมูอบแบบผมมาก ส่วนเป็ดย่างของที่นี่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะทางโรงแรมจัดส่วนอกมาให้หรือเปล่า เลยรู้สึกว่าค่อนข้างเหนียวไปนิดนึง(แต่รสชาติหนังและน้ำซอสราดดีเลยนะ) ถ้าใครอยากทานเป็ดย่างที่เนื้อชุ่มฉ่ำหน่อย ลองบอกน้องพนักงานให้หั่นเป็นส่วนอื่นแทนนะครับ เมนูสเต็กหมูราดซอสเห็ดอันนี้เป็นเมนูพิเศษที่จะต้องสั่งตรงกับพนักงานเช่นเดียวกันครับ สเต็กหมูส่วนสันคอแทรกมันย่างมากรอบนอก ราดด้วยน้ำเกรวี่ผสมเห็ดรสชาติเค็มหอม ดูเหมือนจะธรรมดาแต่รสชาติดีเลยครับ

ต่อกันด้วยอาหารชุดสุดท้ายเริ่มจากสเต็กไก่ย่างที่ย่างมาหนังกรอบเกรียม เนื้อด้านในฉ่ำ (ทางโรงแรมเลือกเป็นส่วนสะโพกเหมาะแก่การทำสเต็กที่สุด) ต่อกันด้วยซูชิหน้าต่างๆทั้งปูอัด/ยำสาหร่าย/ไข่กุ้ง California Roll และแซลมอน การปรุงรสของข้าวของที่นี่ออกหวานมีความอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทานกับเนื้อแซลมอนที่คุณภาพค่อนข้างดีได้อย่างลงตัวเลยครับ เมื่อมีซูชิก็ต้องมีซาชิมิ ที่นี่เสิร์ฟ 4 อย่างคือแซลมอนซาซิมิคุณภาพค่อนข้างดีแทรกมันสวยงาม/ปลาโอเป็นปลาเนื้อแดงทานได้ไม่เหม็นกลิ่นคาวเลือด/ปลาหมึกที่ใช้เป็นปลาหมึกตัวใหญ่เนื้อแน่น(ตอนแรกยกมานึกว่าเป๋าฮื้อด้วยซ้ำแต่พอสอบถามกับเชฟมันคือปลาหมึกยักษ์ตัวใหญ่เอามาแล่ให้เราทาน) และปูอัดที่เกรดค่อนข้างโอเคเลย ใครที่เป็นสายซาชิมิมาที่ห้องอาหารนี้ ถึงจะราคาถูกแต่คุณภาพความสดและรสชาติที่ได้กลับไปไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ ปิดท้ายด้วยซีฟู้ดย่างรวม ซึ่งเมนูนี้เป็นเมนูพิเศษเช่นเดียวกับเมนูสเต็กก่อนหน้านี้ ในชุดมีให้เลือกทั้งกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่/ปลาหมึกและหอยแมลงภู่ชิลีทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเข้มข้น โดยสามารถสั่งแบบรวมหรือสั่งแยกมาเป็นอย่างๆก็ได้ โดยสั่งได้กับน้องพนักงานที่ห้องอาหารได้โดยตรงเช่นเดียวกัน ใครที่เป็นสายซีฟู้ดที่แท้ทรูห้ามพลาดเลยจ้า ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่มี Seafood On Ice แต่ก็มีเป็นย่างสดจานต่อจาน ถือว่าคุ้มราคามากครับ

นอกจากอาหารจะอร่อย/มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายแล้ว ใครที่เป็นสายดื่มทางโรงแรมก็ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ จ่ายเพิ่มอีกเพียง 299 บาท สามารถเลือกดื่มได้ทั้งไวน์/เบียร์สดและน้ำอัดลม พูดง่ายๆว่าโซนเครื่องดื่มพิเศษนี้สามารถทานได้ทั้งหมดเลย นอกจากราคาบุฟเฟ่ต์จะถูกมากแล้ว เครื่องดื่มยังจัดเต็มในราคาแสนสบาย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่ห้องอาหารนี้เต็มไปด้วยคนไทยมาทานที่นี่เยอะมาก สอบถามกับทางเชฟโทนี่ ถึงเรื่องรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากแทบทุกอย่าง เชฟบอกว่าวิธีการเลือกและทำอาหารของที่นี่ไม่เหมือนกับโรงแรมอื่น ที่จะเน้นรสชาติแบบดั้งเดิมของสูตรอาหารเอาไว้ แต่เชฟจะมีการไปสำรวจร้านอาหารโดยรอบโรงแรมว่า มีร้านไหนที่เป็นร้านเด็ด รสชาติอร่อยบ้าง คนแถวนี้ทานรสชาติแบบไหน ? จากนั้นก็จะนำมาบรรจุอยู่ในไลน์อาหารของทางโรงแรมและขายราคาถูกเพื่อให้คนในแถบนี้เข้ามาทานที่บุฟเฟ่ต์ของโรงแรม ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แถมอาหารดีงามมาก หัวหน้าเชฟการันตีมาขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเยอะและได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ขนาดผมยังประทับใจเลยครับ สำหรับคะแนนความอร่อยในวันนี้ไม่ต้องสงสัยเลยได้ทั้งความอร่อยและคุ้มค่า เอาไป5ดาวเต็มจ้า🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 375 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นมีให้บริการทุกวัน ศ.-ส.-อา. 18.00 - 22.00 น.

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันเปิดให้บริการทุกวัน 11.30-14.30 น. (แต่อาหารจะน้อยกว่านี้นะ)

โทร.สำรองที่นั่งก่อนเข้าใช้บริการที่เบอร์ 02-616-3000

Facebook : https://www.facebook.com/goldorchidbangkokhotel/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,948 ครั้ง0 ความคิดเห็น