ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว Ramen Habu ร้านขายราเมนหลากหลายสูตรชื่อดังทั่วประเทศญี่ปุ่นราคาประหยัด เริ่มต้นแค่ชามละ 89 บาท

อัปเดตเมื่อ พ.ย. 7



วันนี้แวะเอาอุปกรณ์ทั้งกล้องกับเลนส์คู่ใจมาทำความสะอาดที่ร้านภายในห้าง Fortune Town ถนนพระราม 9 เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มหิวเลยหาอะไรทานกันก่อนกลับบ้าน เดินดูเมนูของแต่ละร้านภายในตึกนี้ไปเรื่อยๆสรุปมาจบที่ Ramen Habu (ราเมนฮาบุ) ส่วนตัวเคยทานร้านนี้เมื่อ 2 ปีก่อนรู้สึกไม่ค่อยประทับใจนัก แต่สังเกตว่ามีพนักงาน Office แถวนี้มาใช้บริการเรื่อยๆ อีกทั้งยังเพิ่มรายการอาหารให้ดูหลากหลายมากยิ่งขึ้นและขายราคาถูกลงกว่าเดิม (แสดงว่าทางร้านน่าจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นแล้ว) เลยตัดสินใจกับแฟน 2 คนว่าจะลองเข้าไปชิมก่อนหากไม่อร่อยก็ไม่ค่อยเจ็บตัวเพราะราคาเริ่มต้นแค่ชามละ 89 บาทเท่านั้น วิธีการเดินทางมาหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวปักหมุดมาห้างฟอร์จูนทาวน์ในวันจันทร์-ศุกร์ จอดรถฟรี 1 ชั่วโมง ถ้านานกว่านั้นค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดรถฟรี 3 ชั่วโมงแรก หากนานกว่านั้นคิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 60 นาที วิธีการเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง MRT สถานีพระราม 9 เดินขึ้นมาฟอร์จูนทาวน์ชั้น 1 อยู่ตรงประตูทางเข้าหลักกลางห้าง จะพบป้ายไฟชื่อร้านโลโก้วงกลมสีแดงเขียนว่า Ramen Habu พร้อมหลังคากระเบื้องโบราณสีดำห้อยโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นดูโดดเด่นแบบนี้แสดงว่ามาถูกร้านแล้ว เดินเข้าไปด้านในกันเลยครับผม

บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบโมเดิร์นผสมกับสไตล์ญี่ปุ่นโบราณเน้นโทนสีดำตัดกับลายไม้สีสว่าง โต๊ะกับที่นั่งมีทั้งแบบเดี่ยวนั่งได้ 2-4 คนและบาร์ยาวสำหรับนั่งทานคนเดียว ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเก้าอี้ของที่นี่เพราะคนตัวใหญ่ๆอย่างเรารู้สึกอึดอัดมากแต่ยังดีที่มีโซฟายาวขนาดใหญ่แข็งแรงนั่งสบายให้บริการด้วย ช่วงเวลาที่มาทานมีลูกค้าท่านอื่นค่อนข้างเยอะและเดินเข้าออกร้านตลอดเวลาแต่ในภาพดูน้อยเพราะเราพยายามถ่ายรูปตอนลูกค้าน้อยสุดนั่นเอง

เมื่อเราเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะพนักงานก็นำเล่มเมนูออกมาให้ โดยหน้าแรกสุดเป็นการบ่งบอกแนวคิดของทางร้านก็คือ "The Hub Of Authentic Ramen หรือ แหล่งรวมราเมนต้นตำรับที่ขึ้นชื่อจากประเทศญี่ปุ่น" เพราะเขานั้นได้รวบรวมราเมนชื่อดังของแต่ละภูมิภาคในแดนอาทิตย์อุทัยมาไว้ที่เดียวกัน เริ่มจาก Fukuoka มีจุดเด่นอยู่ตรงน้ำซุปกระดูกหมูทงคัตสึราคาเริ่มต้นชามละ 89-259 บาท ตามมาด้วย Hakata มีจุดเด่นตรง Tan Tan รสเผ็ดร้อนและทางร้านได้เพิ่มเมนูสไตล์ไทยๆอย่างซุปต้มยำเอามาไว้ในหมวดนี้ด้วยราคาเริ่มต้นชามละ 139-155 บาท มาต่อกันที่ภูมิภาค Kumamoto จุดเด่นอยู่ตรงที่ซุปน้ำกระเทียมดำและราเมนเย็นราคาเริ่มต้นที่ 89-159 บาท เดินทางมาต่อที่ภูมิภาค Hokodate มีจุดเด่นอยู่ตรงซุปหมูทงคตสึรสเค็มละมุนราคาชามละ 159 บาท และเมืองหลวง Tokyo มีจุดเด่นตรงซุปโชยุ 2 เมนู ราคา 145 บาท (แต่เสียดายวันนี้สินค้าหมด) ท๊อปปิ้งต่างๆมีให้เลือกถึง 13 เมนูราคาเริ่มต้นที่ 20-55 บาท เมนูทานเล่นสไตล์ญี่ปุ่นราคาเริ่มต้นที่ 65-89 บาท หน้าสุดท้ายเป็นเมนูข้าวดงบุริและแกงกะหรี่มีทั้งแบบ A La Carte และ Set ราคาสุดคุ้มเริ่มต้นที่ 105-205 บาท เมนูเครื่องเคียงต่างๆภายในชุดสั่งเพิ่มราคา 30-49 บาท สุดท้ายเป็นขนมหวานที่ร้านมีให้สั่งแค่เมนูเดียวก็คือ "ไดฟุกุชาเขียว" ลูกละ 39 บาท ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งแบบเป็นแก้วและรีฟีลราคาเริ่มต้นที่ 20-55 บาท นอกจากนี้ยังมี Set สุดคุ้มราคาเริ่มต้นที่ 179-369 บาท ถ้าต้องการเครื่องดื่มเป็นชาเขียวและขนมไดฟุกุเพิ่มเงินอีก 39 บาท เมนูใหม่ "หมาล่าราเมน" แบบ A La Carte ราคาชามละ 149-169 บาท ถ้าสั่งเป็นชุดพร้อมอาหารทานเล่นและชาเขียวราคา 199-219 บาท โดยรวมถือว่าราคาไม่สูงมากนักแต่จะได้รับความอร่อยกับปริมาณในแต่ละชามคุ้มค่าแค่ไหน เดี๋ยวสั่งเมนูราคาถูกที่สุดมาลองชิมก่อนครับ

เมื่อสั่งอาหารไปเรียบร้อยน้องพนักงานก็นำตะเกียบ/ช้อนสั้น/กระดาษทิชชู่และหลอดใส่ถาดออกมาให้จากหลังร้าน เครื่องดื่มมื้อนี้สั่งเป็นชาเขียวราคาแก้วละ 30 บาท ต้องการเป็นแบบรีฟีลเพิ่มอีกแก้วละ 10 บาท (ถ้าสั่งอาหารเป็นชุดแล้วมีชาเขียวรวมอยู่ด้วยสามารถเพิ่มเงินเพื่อดื่มแบบรีฟีลได้เช่นเดียวกัน) รสชาติจืดๆ-หอมกลิ่นใบชามัทฉะสไตล์ญี่ปุ่นแท้มีผงบดละเอียดตกตะกอนอยู่ด้านล่างแก้ว ถือว่าคัดเลือกผงชาเขียวคุณภาพได้ดีมาระดับนึงเลยครับ

เผื่อไม่อร่อยก็ไม่อยากเจ็บตัวเยอะเลยสั่งเมนูที่เบสิคและราคาถูกสุดของทางร้านมาลองชิมก่อนคือ "บูตะโทโระชาชูเมน" ราคา 89 บาท เบสพื้นฐานเป็นน้ำซุปหมูทงคัตสึรสเค็มอ่อนๆอมหวานหอมมันกระดูกหมูพอนุ่มนวลไม่เข้มข้นถึงระดับร้านที่ขายราคาชามละ 200 บาท++ แต่โดยรวมถือว่ากลมกล่อม-เส้นเหนียวนุ่มทานง่าย ท๊อบปิ้งภายในชามมีทั้งเห็ดหูหนูดำสไลด์เป็นเส้นเคี้ยวกรุบกรอบ/ต้นหอมญี่ปุ่นซอยเส้นเรียวเล็กมีความเผ็ดฉุนอ่อนๆช่วยตัดความเลี่ยนในน้ำซุปได้เป็นอย่างดีและหมูชาชูใช้ส่วนสันคอเนื้อเยอะแทรกไขมันละเอียด เทียบกับราคาแล้วถือว่าดีเลยครับ

สรุปคือรสชาติทางร้านได้ปรับปรุงมาให้ดีขึ้นกว่าครั้งก่อนแบบก้าวกระโดดเลยสั่งท๊อปปิ้งที่อยากทานมาเพิ่มให้เต็มชามยิ่งขึ้นก็คือ "กระดูกอ่อนคัดพิเศษ หรือ ไพคุ" ราคาจานละ 55 บาท เพราะถ้าสั่งเป็นไพคุราเมนราคาชามละ 155 บาท แต่ชามนี้ราคาแค่ 144 บาทได้ทานทั้งหมูชาชูและไพคุพร้อมกันคิดยังไงก็คุ้มกว่า ซี่โครงหมูส่วนที่ทางร้านเลือกใช้เป็นกระดูกอ่อนล้วนตุ๋นในน้ำซอสโชยุรสหวาน-เค็มเข้าเนื้อเปื่อยยุ่ยจนแค่อีกนิดก็จะกลายเป็นเยลลี่ ยิ่งผสมลงในน้ำซุปหมูทงคัตสึสไตล์ Fukuoka ช่วยเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น หมูชาชูชิ้นใหญ่ๆเปื่อยนุ่มสไลด์มาไม่บางเกินไปช่วยทำให้ชามนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ใครอยากทานราเมนใส่เครื่องเยอะๆในราคาประหยัดเอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลยครับผม

ชามเดียวแต่แบ่งชิมกัน 2 คนไม่อิ่มก็ต้องสั่งมาเพิ่มอีกโดยรอบนี้ให้น้องพนักงานในร้านช่วยแนะนำได้มาเป็นเมนู "บูตะคาคุนิราเมน" ราคา 199 บาท เป็นซุปกระดูกหมูแบบ Fukuoka รสกลมกล่อมแบบเดียวกับชามแรกแต่ความพิเศษมันอยู่ตรงท๊อบปิ้งที่ให้มาแน่นชามมากมายเริ่มจาก บูตะคาคุนิหรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสไตล์ญี่ปุ่นรสชาติหวาน-เค็มเข้มข้นซึมเข้าไปทุกอนูของเนื้อหมูทำให้รสเบาๆของน้ำซุปเข้มข้นยิ่งขึ้น/หมูชาชูแบบสามชั้นตุ๋นนุ่มๆเพิ่มกลิ่นหอมด้วยการเบิร์นไฟให้สุกเกรียมนิดๆก่อนจะวางในชามช่วยให้น้ำซุปมีมิติยิ่งขึ้น/ไข่ต้มยางมะตูมดองซีอิ๊วสูตรร้านอื่นมักจะทำเค็มแต่ที่นี่หวานนำเนื้อไข่ด้านในเป็นยางมะตูมเนื้อมันเหนียวหนึบเคี้ยวอร่อย นอกจากนี้ก็มีเห็ดหูหนูดำ/ต้นหอมและสาหร่ายแผ่นช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเคี้ยวสนุกยิ่งขึ้นภายในชามเดียวกัน เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเป็นอีกเมนูที่ขายดีครับ

ตอนนี้ความกลัวในช่วงแรกว่าจะได้ทานราเมนไม่อร่อยสลายหายไปหมด เลยตัดสินใจสั่งเมนูที่อยากทานเองมาเพิ่มนั่นคือ "หมาล่าราเมนเกี๊ยวกุ้ง" ราคา 149 บาท แต่เราเลือกเป็นชุดสุดคุ้มได้ทั้งเกี๊ยวซ่ากับชาเขียวมาอีกแก้วในราคาแค่ 209 บาท (ปกติ 244 บาท) น้ำซุปสีแดงสดเกิดจากการเจียวเครื่องเทศหมาล่าในน้ำมันก่อนจะราดลงไปในราเมนที่เบสพื้นฐานเป็นน้ำซุปกระดูกหมูทงคตสึให้รสชาติเผ็ดร้อน/ชาลิ้นกลิ่นตีขึ้นจมูกสะใจคนชอบทานหมาล่าแบบเราสุดๆ (หากใครไม่ทานเผ็ดเราขอแนะนำว่าอย่าสั่ง) ท๊อบปิ้งหลักในชามเป็นเกี๊ยวกุ้งสอดไส้กุ้งแก้วเนื้อเด้งเคี้ยวเต็มคำ/เห็ดหูหนูดำสไลด์/ต้นหอมญี่ปุ่นและสาหร่ายแผ่น เส้นเหนียวนุ่มแบบเดียวกับชามก่อนๆแต่รอบนี้เมื่อคีบผ่านน้ำซุปขึ้นมามีเครื่องเทศเจียวน้ำมันติดมาในทุกอนู ปลายเดือนงบน้อยแต่อยากซดซุปหมาล่าเผ็ดๆชามนี้ตอบโจทย์ครับ

ติดใจหมูสามชั้นตุ๋นของที่ร้านนี้และต้องการเมนูที่ช่วยลดความเผ็ดชาลิ้นลงจากชามก่อนเลยสั่งเป็น "ชุดข้าวหมูบูตะคาคุนิสเปเชียล" ราคา 205 บาท (A La Carte ราคาชามละ 155 บาท) เสิร์ฟมาเป็นเชตใหญ่ที่คิดแล้วยังไงก็คุ้มเพราะบูตะคาคุนิชิ้นใหญ่กว่าขนาดปกติเมี่อเทียบกับที่อยู่ในชามราเมนอีกทั้งปรุงรสชาติมาเข้มข้นกว่าจึงเข้ากันได้ดีกับข้าวสวยญี่ปุ่นเรียงเมล็ดตัดความเลี่ยนด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย เพิ่มความคล่องคอด้วยซุปมิโสะร้อนๆใส่สาหร่ายวากาเมะสดลงไปปริมาณมากมีกลิ่นหอมของคัตสึโอะดาชิเต็มที่ในทุกๆคำ รีเฟรชความสดชื่นภายในช่องปากด้วยกิมจิเกาหลีรสเปรี้ยวเค็มอมหวานนิดๆหอมกลิ่นขิงผสมพริกป่นเกาหลีเคี้ยวกรุบกรอบฉ่ำน้ำผักกาดขาวและชาเขียวอีก 1 แก้ว (ปกติราคารวม 269 บาท) ใครมากับเพื่อนแต่ไม่อยากทานราเมนสั่งชุดนี้แทนก็อร่อยคุ้มไม่แพ้กันเลยครับผม

ทานแต่เมนูข้าวและเส้นนุ่มๆก็อยากได้อะไรที่กรุบกรอบบ้างเลยสั่งมาเป็น "ไก่ทอดทัตสึดะคาเกะ" ราคาจานละ 75 บาท มันก็คือเมนูไก่ทอดคาราอาเกะที่เราหลายๆคนคุ้นเคยแต่มีจุดแตกต่างตรงแป้งด้านนอกเหมือนมีการเอาไปชุบด้วยข้าวพองทำให้มีความกรุบกรอบมากกว่า คีบทานเปล่าๆก็อร่อยเพราะทางร้านได้หมักมารสชาติเค็มอมหวานหอมกลิ่นโชยุผสมขิงอ่อนๆมาแล้ว หรือจะเพิ่มความเป็นไทยด้วยซอสสวีทชิลลี่ให้ความหวานและเผ็ดกลมกล่อมดียิ่งขึ้นก็อร่อยไปอีกแบบ (เมื่อเทียบกับบุฟเฟ่ต์ไก่ทอดซ้ำเมื่อ 2 ปีก่อนจานนี้ถือว่าดีกว่าเยอะเลยครับ) เมนูสุดท้ายอยู่ในชุดหมาล่าราเมนที่เราสั่งมานั่นก็คือ "เกี๊ยวซ่า" ปกติราคา 65 บาท จุดเด่นก็คือแป้งห่อที่บางพิเศษจึงทอดแล้วกรอบทั่วถึงทั้งชิ้นแบบเดียวกับเกี๊ยวทอดสไตล์ไทยแต่ไส้ด้านในเนื้อเด้ง-ฉ่ำด้วยเนื้อหมูสับปรุงได้รสหวานจากกระหล่ำปลีซอยหอมโชยุกับขิงบางๆ ทานคู่กับซอสรสเปรี้ยว-อมหวานหอมกลิ่นน้ำมันงายิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นหลายเท่าเลยครับ

มื้อนี้มาทานกับแฟน 2 คนจ่ายไป 832 บาท ไม่มี Vat. กับ Service Charge มากวนใจเพราะร้านได้เพิ่มเข้าไปเป็นราคาสุทธิเรียบร้อยแล้ว โดยภาพรวมก็ถือว่าคุณภาพสูงและรสชาติดีเมื่อเทียบกับราคาที่ตั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นร้านราเมนที่รสชาติเข้มข้น-ถึงใจสไตล์ญี่ปุ่นแท้แบบเดียวกับย่านทองหล่อ ส่วนตัวคิดว่าเขาทำมาให้ลูกค้าหลายกลุ่มเข้าถึงได้ง่ายกว่า หากเทียบกับร้านคู่แข่งในราคาระดับเดียวกันถือว่าพอสูสีเพราะแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน รับคะแนนความอร่อยคุ้มไป 4 ดาวเลยครับผม 🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เลขที่ 5 ชั้น 1 อาคารฟอร์จูนทาวน์ ถนน รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 095-758-1614

Facebook : www.facebook.com/ramenhabu/

<ร้าน Ramen Habu มีอีก 3 สาขาก็คือ ไบเทคบางนา/บิ๊กซีพระราม 2 และ โลตัสรัตนาธิเบศร์ ไปลองชิมได้เลย>

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 56 ครั้ง0 ความคิดเห็น