ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว Orca Baker & Butcher ร้านอาหาร/คาเฟ่/มินิมาร์เก็ตวัตถุดิบนำเข้าระดับพรีเมี่ยม รวมไว้ในที่เดียว

อัพเดตเมื่อ: 2 วันที่แล้ว



วันนี้มาทำธุระย่านบางซื่อเสร็จแล้วก็หาห้างแถวนี้แวะทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานแล้วเดี๋ยวกลับไปประชุมที่บริษัทต่อในช่วงเย็นนั่นก็คือศูนย์การค้า Gateway บางซื่อ ส่วนตัวไม่เคยมาที่นี่ถือว่าใหญ่โตมีร้านอาหารให้เลือกทานค่อนข้างเยอะจนขึ้นมาถึงชั้น 4 ใกล้ๆกับ MK มีร้านนึงน่าสนใจเพราะงบค่าอาหารเมื่อออกงานนอกสถานที่ยังคงเหลืออยู่นั่นคือ Orca Baker & Butcher ส่วนตัวเคยสั่งอาหารร้านนี้มาทานที่บ้านตอนช่วงกักตัวอยู่บ้านจำได้ว่าพิซซ่าและพาสต้าอร่อยมากๆแต่ยังไม่เคยทานแบบเสิร์ฟใหม่ออกมาจากครัวสักที ถามเพื่อนๆว่าจะทานกันไหมสรุปก็คือลุยเลยเต็มที่เพราะงบอาหารมีเหลือเยอะเดี๋ยวค่อยออกค่าส่วนต่างกันคนละนิดหน่อย ปัจจุบันร้านนี้เปิดให้บริการ 2 สาขาได้แก่ 1. ลาซาลอเวนิว และ 2. Gateway บางซื่อ วิธีการเดินทางหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จอดภายในห้างแต่ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะลงสถานีบางโพหรือเตาปูนแล้วเรียกรถมาที่ห้างอีกประมาณ 600 เมตรก็จะถึงอย่างสะดวกสบาย เดินขึ้นบันไดเริ่มต้นจากหน้าห้างขึ้นมาที่ชั้น 4 ติดกับบันไดเลื่อนขวามือก็จะพบกับป้ายไฟหน้าร้านมองเห็นได้โดดเด่นจากระยะไกล ปัจจุบันที่ร้านเขาจัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ร่วมกับ Hungry Hub ราคาเริ่มต้นที่คนละ 990 บาท ทานได้ทั้งหมด 60 รายการแต่วันนี้มีเพื่อนที่ไม่คุ้มเรื่องการทานบุฟเฟ่ต์มาด้วยเลยตัดสินใจสั่งมาทานเป็นจานๆแทนครับ ส่วนมื้อนี้จะมีอะไรให้เราทานบ้างที่หน้าร้านเขามีเล่มเมนูขนาดใหญ่ให้เปิดอ่านก่อนเข้าไปในร้านกันครับผม

หน้าแรกเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยราคาเริ่มต้นที่ 110 บาท สำหรับเมนูขนมปังหน้าไข่และชีส แพงสุดราคา 350 บาทคือเมนูตับห่านย่างเสิร์ฟพร้อมซอสส้ม หน้าต่อไปคือซุปสไตล์ฝรั่งมี 2 เมนูรายการละ 150 บาท สลัดผักสดเริ่มต้นที่ 180 บาท สำหรับสลัดซีซาร์ แพงสุดราคา 450 บาท สำหรับเมนูสลัดชีสบูร์ราต้าและมะเขือเทศ พาสต้าผัดร้อนๆเริ่มต้นที่ 195-590 บาท สเต็กเนื้อส่วนต่างๆราคาเริ่มต้นที่ 350-990 บาท พิซซ่าราคาเริ่มต้นถาดละ 250-450 บาท เมนูจานหลักราคาเริ่มต้นที่ 270 บาท สำหรับเมนูสเต็กหมูพอร์คชอป แพงสุดราคา 590 บาท สำหรับเมนูปลาหิมะย่างเสิร์ฟพร้อมซอสครีมกุ้ง เบอร์เกอร์มีให้เลือกทั้งไก่-ปลา-เนื้อราคาเริ่มต้นที่ 250-380 บาท เมนูอาหารไทยที่ร้านเน้นเนื้อวัวเอามาปรุงราคาเริ่มต้นที่ 135-220 บาท ของหวานราคาเริ่มต้นที่ 150-220 บาท นอกจากนี้ก็ยังมีกาแฟสด/ชา/น้ำอัดลม/อิตาเลียนโซดา/น้ำผลไม้ปั่นแบบร้านคาเฟ่ ราคาเริ่มต้นแก้วละ 40-110 บาท นอกนั้นคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับมิกซ์เซอร์ทั้งหลาย โดยรวมแล้วถือว่าราคาไม่แพงเลยเพราะแต่ละจานเสิร์ฟมาใหญ่จัดเต็มมากๆ (จากประสบการณ์ที่เคยทานมาก่อน) แถมมีเมนูให้เลือกเยอะทั้งทานเล่นๆแบบคาเฟ่และจริงจังมานั่งได้หลายโอกาสดี แต่ความพิเศษของร้านนี้ไม่ได้จบแค่ในเล่มเมนูยังมีบริการอื่นๆเพิ่มเติมอีกเพียบเราเข้าไปด้านในกันครับผม

เมื่อเข้ามาในร้านสิ่งที่มองเห็นชัดเป็นอันดับแรกก่อนเลยก็คือครัวแบบเปิดโล่งสว่างสามารถมองเห็นครัวสะอาดสบายตาได้ตั้งแต่ด้านหน้า ถัดมาเป็นตู้แช่เนื้อสัตว์ขายแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตมีให้เลือกทั้งเนื้อวัวส่วนต่างๆนำเข้าจากอเมริกา/นิวซีแลนด์/ออสเตรเลีย เนื้อแกะ/แฮมชนิดต่างๆและชีสเกือบทั่วโลกก็มีจำหน่ายทั้งแบบเป็นแพ็คและชั่งขีด โดยวัตถุดิบในร้านทั้งหมดที่นำมาจำหน่ายเป็นของ J Gourmet นอกจากนี้ยังมีเส้นพาสต้า-น้ำมันมะกอกน้ำเข้าขายหลากหลายยี่ห้อให้เลือกอยู่บนชั้น ไวน์และเครื่องดื่มบางส่วนที่โซนคาเฟ่ก็นำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วย เหมือนเป็นร้านอาหารที่เป็นร้านขายของนำเข้าหายากไปด้วยในตัว ถือว่าเป็นแนวคิดในการทำร้านอาหารที่ดูแปลกใหม่ดีครับผม

มาถึงโซนที่นั่งล้อมรอบด้วยกระจกบรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์ Loft ด้วยพื้น-กำแพงอิฐผสมปูนเปลือยตัดความหรูหราด้วยไม้สีอ่อน โต๊ะที่ใช้เป็นโครงเหล็กที่ดูเก่าแต่แข็งแรงที่สำคัญคือขยับยากเพราะหนักมากๆ เก้าอี้เลือกได้ตั้งแต่โครงเหล็กบุหนังสีเข้มหรือโซฟานิ่มๆสไตล์ย้อนยุคคุมโทนสีน้ำตาลเข้มใช้ไฟส่องสว่างสีเหลืองดูอบอุ่นน่านั่งนานๆ ตรงกลางร้านก็ยังคงมีตู้แช่วัตถุดิบทั้งผัก-เนื้อสัตว์และอาหารทะเลจำหน่ายให้กับลูกค้าอีกเช่นเคย ถ้าได้ทานเมนูไหนแล้วเกิดติดใจอยากซื้อวัตถุดิบนั้นๆกลับบ้านในตู้แช่นี้ก็มีให้เลือกครบถ้วน ถือว่าสะดวกสบายไปอีกแบบครับ

มัวแต่ไปเดินถ่ายรูปรอบร้านอาหารต่างๆทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะอย่างรวดเร็วเริ่มจากเมนู "ตับห่านย่างเสิร์ฟพร้อมซอสส้ม" ราคา 350 บาท เป็นฟัวกราส์เต็มชิ้นหนาๆย่างด้านนอกสุกกรอบแต่เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำรสชาติเข้มข้น ทานคู่กับซอสส้มน่าจะเป็นวาเลนเซียรสเปรี้ยวหวานหอมส้มถึงใจ ในจานมาพร้อมเนื้อส้ม/แป้งสีแดงกรอบ/หอมแดงดอง/บัลซามิก/ถั่วพีแคน/ขนมปังอบกรอบฉ่ำเนย ทานกับตับห่านช่วยเปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆอย่างเพลิดเพลินคุ้มราคามากครับ จานต่อไปเป็นเมนูฟิวชั่นสุดแปลกคือ "ปลาหิมะย่างเสิร์ฟพร้อมซอสครีมกุ้ง" ราคา 590 บาท เป็นการนำปลาหิมะมาย่างด้วยมิโสะรสหวานแบบร้านญี่ปุ่นทานกับซอสครีมกุ้งรสชาติเข้มข้นแบบซุปกุ้งล๊อบสเตอร์ เพิ่มความสดชื่นด้วยผักคะน้าฮ่องกงลวกและข้าวเกรียบว่าวทอดกรุบกรอบแบบไทยๆ จานนี้ถือว่ามีการปรุงโดยใช้เทคนิคจากหลายสัญชาติแต่จุดที่อร่อยสุดก็คือปลาหิมะเนื้อสีขาวแน่นกระชับชิ้นใหญให้ปริมาณเยอะสมราคา เมื่อทานคู่กับส่วนประกอบต่างๆที่ทางร้านนำเสนอแล้วถึงมันจะแปลกแต่ก็ลงตัวและได้ความหลากหลายในรสชาติอย่างน่าสนใจครับ

เมนูต่อมาไม่หวือหวามากนักเพราะเป็นของน้องคนเล็กสุดในที่ทำงานก็สั่งมาเป็น "สปาเก็ตตี้เบคอนกระเทียม" ราคา 195 บาท สปาเก็ตตี้ลวกมาสุกกำลังดีแบบ Al Dente ผัดกับเบคอนทอดกรอบ/กระเทียมสด/พริกแห้งและใบกะเพราทอดปรุงรสด้วยเกลือ+พริกไทยเพิ่มความนัวด้วยพาเมซานชีสขูดได้ทั้งความเค็มเผ็ดและหอมมันลงตัวในทุกๆคำ มากับสาวๆเมนูที่ขาดไม่ได้ก็คือสลัดเลยสั่งมาเป็น "สลัดแซลมอน" ราคา 220 บาท รสชาติค่อนข้างแปลกเพราะส่วนผสมหลายๆอย่างทั้งผักร๊อกเกต/ผักเคล/แรดิช/กระหล่ำม่วงคลุกกับน้ำสลัดครีมที่รสชาติอ่อนๆผสมกับใบผักชีลาว/เลมอนสไลด์/แซลมอนรมควันและโรยด้วยแอลมอนด์อบกรอบ สิ่งที่ไม่คุ้นคือกลิ่นผักชีลาวในสลัดและความเปรี้ยวขมเปลือกนิดๆของเลมอน ส่วนตัวว่ารสชาติแปลกแต่น้องที่ไปด้วยบอกอร่อยมากจิ้มทานเรื่อยๆไม่หยุด

เมนูต่อมาเป็นจานที่แพงสุดและฟินห์ที่สุดสำหรับสายเนื้อนั่นคือ "สเต็กเนื้อกับตับห่านและซอสทรัฟเฟิล" ราคา 990 บาท เป็นสเต็กเนื้อวัวสไตล์ฝรั่งเศสที่ใช้ส่วนสันในไขมันน้อยแต่นุ่มรสชาติเข้มข้นย่างสุกแบบ Medium Rare ด้านนอกสีเข้มแต่เนื้อในอมชมพู รองด้วยมันบดเนื้อเนียนหอมกลิ่นนม+เนยท๊อบปิ้งด้วยฟัวกราส์ย่างราดซอสเปรี้ยวอมหวานหแมกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิลและหอมแดงดองกรุบกรอบ เนื้อวัวที่ใช้รสชาติเข้มข้น (ไม่แน่ในว่าออสเตรเลียหรือแองกัส) เข้ากันได้กับซอส/ฟัวกราส์และเครื่องต่างๆที่ใส่ลงไปได้เป็นอย่างดีถือว่าอร่อยแม้จะราคาสูงไปหน่อยแต่ถ้าคุณเป็นสายเนื้อตัวยงจานนี้ถือว่าสมราคาครับ เมนูต่อไปก็ยังคงเอาใจสายเนื้อตัวยงก็คือ "เบอร์เกอร์เนื้อวากิวสไตล์คลาสิค" ราคา 380 บาท เนื้อวากิวบดปั้นเป็นก้อนย่างสอดไส้ในขนมปังเบอร์เกอร์นาบบนกระทะกรุบกรอบแต่เนื้อในนุ่ม เพิ่มซอสมะเขือเทศผัดกับหอมใหญ่และผักกาดแก้วผสมมายองเนสให้ความหวานสดชื่นเสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดและซอสมัสตาร์ตมาโย สลัดผัดสดคลุกกับบัสซามิกรสหวานอมเปรี้ยวได้โภชนาการเกือบครบทุกหมู่ในจานเดียวกัน

เมนูต่อมาราคาถูกให้ชีสมาหนาและแผ่นใหญ่เกินราคาอย่าง "พิซซ่าหน้าผักโขมและชีส" ราคา 250 บาท แป้งพิซซ่าขอบบางกรอบแต่ตรงกลางเคี้ยวเหนียวหนึบสไตล์อิตาลี ประโคมด้วยชีสลงไปเป็นชั้นหนาๆผสมกับผักโขมที่ผัดมากับไวท์ซอสผสมพาเมซานชีสสุดกลมกล่อม กัดตรงไหนก็เจอแต่ชีส+ผักโขมและแป้งบางกรุบกรอบเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อแถมให้มาถึง 8 ชิ้นขายในราคาแค่นี้คุ้มกว่าทานร้านพิซซ่าเจ้าตลาดอีกครับ จานสุดท้ายเป็นเมนูอาหารไทยรสเผ็ดแซ่บที่ทำจานเนื้อวัวอย่าง "ข้าวหน้าเนื้อคั่วกลิ้ง+ไข่ดาว" ราคา 135 บาท เนื้อวัวสับผัดกับพริกแกงใต้รสเผ็ดเค็มประโคมเครื่องสมุนไพรต่างๆลงไปทั้งพริกไทยสดกรุบกรอบไม่เผ็ดฉุน/พริกชี้ฟ้าแดงและใบมะกรูดทานคู่กันกับข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆและไข่ดาวทอดไม่สุกให้ไข่แดงเคลือบข้าวและคั่วกลิ้งเพิ่มความนัวอร่อยสไตล์ไทยดีมากๆ

ทุกคนอิ่มจุกตั้งแต่พิซซ่าแล้วหากไม่มีของหวานมาตัดคาดว่าน่าจะเลี่ยนหนักกว่าเดิมอีกเลยสั่งมาเป็น "บราวน์นี่ช็อกโกแลต" ราคา 180 บาท เป็นเค้กบราวนี่เนื้อแป้งเบาๆอบมาร้อนๆราดด้วยซอสช็อกโกแลตทานคู่กับวิปปิ้งครีมและไอศครีมวนิลาได้ทั้งความร้อนและเย็นในเมนูเดียวทานแล้วช่วยฟื้นตัวจากอาหารฝรั่งมื้อหนักได้เป็นอย่างดี ส่วนเครื่องดื่มนอกจากน้ำเปล่าแล้วสาวๆสายคาเฟ่ก็สั่งมาอีก 2 เมนูก็คือ "Iced Caramel Milk" หรือนมสดคาราเมลเย็นแก้วละ 70 บาท รสชาติหวานมันหอมกลิ่นนมและคาราเมลท๊อบปิ้งด้วยฟองนมราดซอสคาราเมลดื่มแล้วสดชื่นดี ส่วนสายชอบเปรี้ยวก็สั่งเป็น "Fizzy Lime" ราคา 105 บาท เป็นน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งและใบสะระแหน่บดที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมได้ความเปรี้ยว+เย็นหอมมิ้นต์ผสมน้ำผึ้งมะนาวสดชื่น ทานเสร็จนั่งคุยกันสักพักได้เวลาเช็คบิลกันครับ

มื้อนี้มาทานกัน 4 คน สั่งไปทั้งหมด 14 รายการจ่ายไป 3,717 บาท (จากราคา 3,540 บาท บวกแค่ Service Charge เพียง 5% และในบิลมีราคาก่อนที่จะรวม Vat. โชว์ให้ด้วย) ถือว่าราคาไม่แพงเพราะว่าเราได้ทานแต่เมนูที่ใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพดี อีกทั้งบางเมนูยังมีความคิดสร้างสรรค์นำวิธีการปรุงอาหารจากสัญชาติอื่นมาผสมกันได้อย่างลงตัวไม่เหมือนกับร้านไหน เมนูแต่ละจานให้ปริมาณเยอะอิ่มจุใจดีมากๆโดยเฉพาะพิซซ่าร้อนๆ แบบนี้ก็รับคะแนนความอร่อยและคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มๆครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : ศูนย์การค้า Gateway บางซื่อ ชั้น 4 ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. 10800

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.30-21.30 น. โทร. 02-301-0210

Facebook : https://www.facebook.com/orcaBKK/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 678 ครั้ง0 ความคิดเห็น