ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว"Niku Sho"ร้านยากินิคุเสิร์ฟวากิว A5 นำเข้าจากญี่ปุ่นราคาดี/มีโปรฯทุกเดือน อยู่ในซอยสุขุมวิท 31

อัปเดตเมื่อ 5 ม.ค.



ส่งท้ายปีฉลูต้อนรับปีขาลด้วยการฉลองแบบจัดเต็มกับเนื้อวากิวระดับ A5 คุณภาพซุปเปอร์พรีเมียมนำเข้าตรงจากญี่ปุ่นราคาดีและมีโปรโมชั่นเยอะสุดในประเทศไทยกันที่ "Niku Sho" ซอยสุขุมวิท 31 เป็นร้านยากินิคุสไตล์ A La Carte ชื่อเสียงโด่งดังในกลุ่มชมรมคนรักเนื้อเพราะเจ้าของเขามีฟาร์มส่วนตัวอยู่จังหวัดอิวาเตะในประเทศญี่ปุ่นทำให้ได้เนื้อวัววากิวคุณภาพสูงตามที่กำหนด ตรวจสอบอีกขั้นตอนด้วยผู้เชี่ยวชาญพิเศษก่อนจะแพ็กจัดส่งโดยตรงถึงหน้าร้านแบบไม่ผ่านตัวแทนบริษัทและพ่อค้าคนกลางจึงราคาค่อนข้างถูก/สามารถจัดโปรโมชั่นเองได้ทุกเดือน วิธีการเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้เปิด GPS ขับมาตามจุดปักหมุดข้างร้านมีพื้นที่จอดรถรองรับได้เพียงแค่ 8-10 คัน ถ้าเต็มแล้วจะมีลานจอดรถอื่นที่ไม่ใช่ของร้านใกล้กันให้บริการคิดราคาชั่วโมงละ 40 บาท วิธีการเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะแล้วไม่อยากเดินก็ลง BTS สถานีอโศกแล้วเรียกรถเข้ามาที่ร้านประมาณ 900 เมตร ถ้าหากคุณเป็นคนขยันหน่อยก็ลง BTS สถานีพร้อมพงษ์แล้วเดินเท้ามาถึงจุดหมายประมาณ 600 เมตรเท่านั้น ร้านอยู่ทางด้านขวามือเมื่อตรงเข้ามาจากปากซอยสุขุมวิท 31 เพียง 160 เมตร มีจุดสังเกตก็คือป้ายชื่อร้านเขียนด้วยตัวอักษรญี่ปุ่น/ตึกกระจกใสล้อมรอบด้วยต้นไม้ขนาด 3 ชั้นและประตูหน้าร้านทำจากไม้สีดำ-กระจกบานใหญ่แบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้ว โดยเราตั้งใจมาให้ถึงร้านก่อน 16.00น. เพราะมีโปรโมชั่นพิเศษจะเป็นอะไรนั้นไปรอชมพร้อมกันเลยครับ

บรรยากาศภายในร้านเริ่มจากชั้น 1 เป็นโถงสูงทะลุไปถึงชั้น 2 ล้อมรอบด้วยบานกระจกขนาดใหญ่เปิดแอร์และพัดลมขนาดใหญ่เย็นฉ่ำ ภายนอกล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่กับพุ่มไม้ช่วยให้แสงธรรมชาติสอดส่องเข้ามาทางหน้าต่างได้นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เปิดประตูเข้ามาสิ่งที่โดดเด่นชวนสะดุดตานั่นคือ "สติกเกอร์การันตีเนื้อวากิว" โดยเราสามารถตรวจสอบได้ทั้งชื่อชิ้นของส่วน/น้ำหนัก/วันที่ผลิต/วันหมดอายุกับแหล่งที่มาครบจบในใบเดียว ไม่จำเป็นต้องมองหาตรา "วากิวสากล" เพราะแค่สติกเกอร์ใบนี้ก็มีรายละเอียดมากกว่าจนมั่นใจได้เลยว่ามื้อนี้ได้ทานเนื้อวากิวแท้ๆนำเข้าตรงจากประเทศญี่ปุ่นแน่นอน (เมื่อมีเนื้อก้อนใหม่ๆมาก็แกะมาติดทับกันไปเรื่อยจนล้นไปถึงกำแพงข้างๆอย่างที่เห็น) โต๊ะ-เก้าอี้ภายในชั้นนี้ส่วนใหญ่เป็นโซฟาบุหนังนุ่มๆขนาดเล็กนั่งสบายรองรับลูกค้าได้ 2-4 คน หรือจะยกฉากไม้กั้นตรงกลางออกก็สามารถนั่งเรียงกันได้ยาวสูงสุดถึง 8 คน ใครมาทานปิ้งย่างเพียงแค่คนเดียวทางร้านเขามีโต๊ะพิเศษสำหรับคนโสดให้บริการ เห็นว่าชั้น 3 เป็นลาน BBQ จัดบุฟเฟต์เบียร์ด้วยเดี๋ยวเราขึ้นไปสำรวจด้านบนพร้อมกันครับ

ชั้น 2 เป็นห้องส่วนตัวขนาดเล็กรองรับลูกค้าได้ครั้งละ 4 คนแต่มีเตาถ่านให้ถึง 2 หลุมก็จะย่างสะดวกดีกว่าชั้น 1 เรียงกันเป็นแนวยาวตลอดทาง ส่วนชั้น 3 นั้นแบ่งออกเป็น 2 โซนก็คือห้องส่วนตัวแบบปิดมิดชิดขนาดเล็กรองรับได้ 4-6 คนและห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ 2 ห้องรองรับลูกค้าได้มากสูงสุด 10-12 คนต่อห้อง อีกโซนถูกจัดเป็นลานบาร์บีคิวแบบ Outdoor ที่ล้อมรอบด้วยกระจก-เปิดแอร์เย็นฉ่ำพร้อมระบบดูดควันให้ปิ้งย่างสไตล์อเมริกันได้ง่ายๆแบบไม่ต้องกลัวหัวเหม็น ห้องส่วนตัวทุกห้องสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีไม่เสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด (แต่ค่อนข้างจะจำกัดแนะนำว่าให้โทรจองก่อนชัวร์สุด) สำหรับบุฟเฟต์เบียร์ราคาคนละ 329 บาท++ นั่งดื่มได้ 2 ชั่วโมงเฉพาะเวลาตามกฎหมายไทยก็คือ 11.00-14.00 และ 17.00-22.00 น. (Last Oder นาทีที่ 90) เป็นเค้าท์เตอร์ตรงลานชั้น 3 ให้เดินไปกดจากตู้และผสมด้วยตัวเองทั้ง Asahi Dreft /Sours & Cider และ Highball พื้นที่ตรงนี้ก็มีแค่ไม่กี่โต๊ะถ้าอยากดื่มชิลไม่ต้องเดินรีฟีลไกลแนะนำว่าให้โทรมาจองก่อน ตอนนี้เราเริ่มหิวแล้วไปสั่งอาหารที่ชั้นล่างกันครับ

เมนูของที่ร้านถูกแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลักคือ 1. เล่มเมนูประจำราคาปกติไม่อิงตามโปรโมชั่น 2. รายการเมนูที่กำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษซึ่งไม่ต้องมาดูหน้าร้านก็ได้เพียงกดเข้าไปในเพจ "Niku Sho" แล้วดูตรงโพสต์ปักหมุดได้เลยว่าเดือนนี้มีเนื้อส่วนไหนกำลังลดราคาบ้าง และ3. เมนูอาหารกลางวันให้ปริมาณอิ่มสุดคุ้มในราคาพิเศษ เริ่มเปิดเล่มรายการอาหารหลักหน้าแรกเป็นรวมลิ้นวัวต่างๆราคาเริ่มต้นจานละ 99-529 บาท เนื้อส่วนคารูบิ/โรส/อากามิ/ฮารามิ A5 คัดพิเศษราคาจานละ 250-420 บาท เนื้อวากิว A5 Koruge ลายไขมันละเอียดเป็น Signature ของทางร้านราคาจานละ 450-600 บาท หน้าต่อมาเป็นเนื้อวากิว A5 ส่วนคัดพิเศษหาทานยากราคาชิ้นละ 399-829 บาท เนื้อวากิวสไลด์บางย่างจิ้มไข่สไตล์สุกี้ยากี้หลากหลายส่วนราคาจานละ 290-499 บาท เครื่องในวัวสำหรับลงเตาย่างหลากหลายชิ้นส่วนราคาเริ่มต้นที่ 120-299 บาท ใครไม่ทานเนื้อวัวก็มีหมู-ไก่ให้สั่งราคาจานละ 120-180 บาท ซีฟู้ดนำเข้าจากญี่ปุ่นระดับพรีเมียมราคาจานละ 140-180 บาท เมนูเนื้อสัตว์หมักชิโอะโคจิหรือเกลือผสมข้าวมอลต์ที่ใช้ในกระบวนการหมักมิโสะ/สาเก/ซีอิ๊วและน้ำตามอัตราส่วนพิเศษราคาจานละ 160-290 บาท หน้าต่อมาเป็นเมนูโปรโมชั่นประจำเดือนปัจจุบันถูกเปลี่ยนใหม่แล้วสามารถเข้าไปอัปเดตได้ที่โพสต์ปักหมุดในเพจของร้านครับ โดยโปรโมชั่นในแต่ละเดือนราคาผันผวนขึ้นอยู่กับความต้องการในตลาดเนื้อประเทศญี่ปุ่น/ฤดูกาลเจริญเติบโตของวัว/สภาพอากาศ/อาหารและน้ำดื่มไปจนถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติล้วนมีผลต่อโปรโมชั่นในร้านที่จะจัดขึ้นทุกเดือนทั้งสิ้น

หน้าต่อไปเป็นวากิว A5 ส่วน Tenderloin หรือสันในที่ราคาแพงและมีน้อยมากในวัว 1 ตัวราคาจานละ 299-999 บาท เมนูเนื้อวากิวเอามาแล่ทำเป็นซาชิมิกับสลัดทานกันแบบสดๆราคาจานละ 169-300 บาท ซูชิและซูชิโรลเนื้อวากิวสดกับลนไฟหอมๆคำละ 60-599 บาท ผักสดกับสลัดสำหรับทานเป็นเครื่องเคียงและย่างในเตาราคาจานละ 50-280 บาท ชุดเนื้อวากิวรวมราคาพิเศษเพียง 599 บาทจากปกติราคาเต็ม 750 บาทสำหรับคนที่เลือกไม่ถูกว่าจะสั่งอะไรดี ตามมาด้วยซุปและข้าวต้มสำหรับซดร้อนๆให้ชื่นใจราคาเริ่มต้นที่ 150-400 บาท เพิ่มข้าวสวยได้อีกราคาชามละ 50-70-90 ตามลำดับความเยอะจุใจ เมนูราเมนกับอาหารเกาหลีราคาเริ่มต้นชามละ 199-380 บาท หน้าถัดมาเป็นกิจกรรมแกะแผ่นน้ำตาลลุ้นรางวัลพิเศษราคาแผ่นละ 50 บาท ยกเว้นถ่ายรูปโพสต์ลงบน FB พร้อม Tag ชื่อร้านจ่ายเพียงแผ่นละ 10 บาทเท่านั้น ระดับง่ายรางวัลเลือกได้เป็นปลาหมึก/หอยโฮตาเตะกับซูชิเนื้ออากามิ ส่วนระดับยากเลือกรางวัลเลือกได้เป็นสเต๊กริบอาย/เซอร์ลอยน์ยากิสุกิและเนื้อฮิเระ ได้สิทธิ์แค่ 1 ครั้ง/คน/บิล เป็นกิจกรรมพิเศษให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 64 ยังไม่ประกาศวันสิ้นสุดอย่างเป็นทางการครับผม

หน้าต่อมาเป็นเครื่องดื่มต่างๆทั้งเบียร์/Sours & Cider/Highballและเหล้าบ๊วยสูตรต่างๆที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง ราคาเริ่มต้นแก้วละ 120 บาทไปจนถึงทั้งขวดราคา 1,800 บาท ส่วนมิกเซอร์เริ่มต้นที่ 40-60 บาท ไวน์ขาวและไวน์แดงสำหรับทานคู่กับเนื้อคุณภาพเยี่ยมราคาแก้วละ 150-180 บาท หรือจะสั่งมาดื่มยกทั้งขวดราคา 990-1,400 บาท น้ำเปล่า/ชาเขียว/น้ำผลไม้และน้ำอัดลมราคา 40-60 บาท ไอศครีมราคาลูกละ 99 บาท นอกจากนั้นก็เป็นเมนูโปรโมชั่นประจำเดือน-ประจำวัน และรายการชุดอาหารกลางวันแบ่งเป็นวันธรรมดากับวันหยุดส.-อา.เริ่มต้นเพียงชุดละ 190-650 บาท เลือกได้ว่าจะทานคู่กับข้าวสวยขนาด S-M-L หรือถ้าเป็นกลุ่มคนลดแป้ง-น้ำตาลก็เลือกเป็นชุดผักสดหรือเต้าหู้มาแทนก็ได้ ในชุดประกอบไปด้วยผักกาดสด/ชุดผักดอง/ซุปเนื้อ-ซุปมิโสะปิดท้ายด้วยขนมหวานเป็นไอศครีมหากงดน้ำตาลก็จะเสิร์ฟเป็นกาแฟดำให้แทน ถือว่าคุ้มค่ามากๆมาเริ่มสั่งอาหารกันเลยครับผม

สั่งอาหารไปเรียบร้อยมาสำรวจบนโต๊ะถูกวางอุปกรณ์การย่างและเครื่องปรุง-น้ำจิ้มต่างๆมีให้ครบทั้งตะเกียบ/ที่คีบสเตนเลส/จานวางพักเนื้อ/ซอสยากินิคุ/น้ำจิ้มพอนสึ/โชยุ/พริกไทยขาว และกระปุกใส่โคชูจังไว้กินคู่กับเนื้อย่างสไตล์เกาหลี ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็นชาเขียวรีฟีลราคาเพียงแก้วละ 40 บาทเติมได้ไม่อั้น ลงเตาถ่านเอาไว้กลางโต๊ะเรียบร้อยไฟร้อนแรงตรงกลางเว้นพื้นที่รอบนอกเอาไว้สำหรับวางพักเนื้อให้อุ่นพร้อมทานอยู่เสมอ ถ้าอยากเรียกน้องพนักงานให้มาช่วยเมื่อไหร่ก็กดกริ่งที่วางเอาไว้บนโต๊ะได้เลยถือว่าสะดวกดีมากๆ ตอนนี้อาหารที่เราสั่งไปทั้งหมดเริ่มทยอยมาเสิร์ฟบนโต๊ะอย่างรวดเร็วทันใจสุด เหมาะสำหรับคนที่กำลังหิวจัดรับรองว่าได้ทานรวดเร็วดั่งใจแน่นอนครับ

เมนูชุดแรกอยู่ในเซตอาหารกลางวันราคาประหยัดเริ่มต้นด้วย "Karubi Mashi Mashi Set" ราคา 320 บาท เป็นเนื้อวากิวส่วนซี่โครงที่ดูจากสายตาแล้วน่าจะไขมันระดับประมาณ A1-A2 หั่นมาชิ้นหนาเคี้ยวเต็มคำรสชาติเข้มข้นแต่กลิ่นเนื้อไม่รุนแรงตามสไตล์เนื้อญี่ปุ่นทานง่ายตัดเสิร์ฟมาขนาด 200 กรัมวางบนกะหล่ำปลีหั่นซีกตกแต่งด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย/แครอท/ฟักทองและดอกกล้วยไม้เพิ่มความสวยงาม ส่วนอีกชุดเป็น "Tongue Set" ราคา 250 บาท ลิ้นของวัววากิวสไลด์บางแทรกไขมันละเอียดสัมผัสเคี้ยวกรุบกรอบตัดเสิร์ฟ 200 กรัม มาพร้อมมะนาว/ยำต้นหอมญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงา/ไข่แดงจากไข่ไก่และมันยามาอิโมะขูด ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่น/เครื่องเคียงหลากหลายชนิด/ผักสดต่างๆกับน้ำซุปปริมาณเยอะชุดใหญ่สุดคุ้มค่า สมควรแก่การรีบเดินทางมาให้ถึงร้านก่อน 16.00 น. มากครับ

ส่วนชุดที่เราเลือกมาทานคู่กับเนื้อเป็น "Rice Set" ประกอบไปด้วยข้าวสวยเลือกได้ว่าจะเอาขนาด S-M-L ไม่สามารถขอเติมได้ก็แนะนำเลยว่าสั่งไซส์ L เพราะถ้าทานไม่หมดทางร้านก็ไม่ปรับแต่อย่างใดครับ ผักกาดขาวญี่ปุ่นมีจุดเด่นตรงที่ก้านเล็กเคี้ยวง่ายกรอบหวานเสิร์ฟพร้อมมิโสะแดงรสเค็มเผ็ดอ่อนๆหอมมันทานง่ายคล้ายกับซัมจังของเกาหลี ชุดผักดองก็มีถึง 4 ชนิดในจานเดียวคือ 1. แตงกวาญี่ปุ่นดองไชเท้ารสเปรี้ยวอมหวานหอมเปลือกเลมอน 2. กิมจิหัวไชเท้ารสเปรี้ยวหวานกรุบกรอบเผ็ดนิดๆทานง่าย 3. ถั่วงอกลวกคลุกน้ำมันงารสเค็มกรุบกรอบเคี้ยวเพลินๆ 4. ไชเท้ากับแครอทหั่นเส้นดองรสเปรี้ยวหวานกรุบกรอบคล้ายส้มตำไทยเพิ่มกลิ่นหอมด้วยน้ำมันงาและเมล็ดงาขาว (ซึ่งผักดองในเซทมื้อกลางวันนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมนูบางอย่างในแต่ละวัน) สุดท้ายเป็นซุปใสกระดูกวัวเพิ่มเอ็นและพังผืดตุ๋นจนนุ่มละลายใส่เห็ดหอมกับสาหร่ายคอมบุแห้งโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยซดตอนร้อนกรุ่นชวนคล่องคอดีสุดๆ ซึ่งข้าวสวยกับเครื่องเคียงไม่สามารถขอเติมได้ยกเว้นผักกาดขาวขอรีฟีลได้ฟรีๆไม่คิดเงินเพิ่มแต่อย่างใดครับ

จานต่อมาเป็น "Special Wagyu A5 Lean Beef" ราคา 280 บาท เป็นวากิว A5 ส่วนเนื้อแดงติดมันสไลด์บางแล้วย่างให้พอสุกชุบไก่แดงเข้มข้นสไตล์สุกี้ยากี้อร่อยเด็ด เมนูต่อไปน้องพนักงานแนะนำมาว่าต้องลองเลยสั่งมาเป็น "Nakaoji Shiokouji" ราคา 290 บาท เดาว่าน่าจะเป็นส่วนซี่โครงติดมันพิเศษรสชาติเข้มข้นหมักด้วยเกลือที่ผสมกับข้าวมอลต์จนเกิดเป็นเอนไซม์ช่วยให้เนื้อมีความนุ่มเพิ่มรสหวานกลิ่มหอมให้เด่นชัดยิ่งขึ้นไม่เหมือนกับร้านอื่นที่เคยทานมาก่อน ส่วนใหญ่จะเจอแต่หมักเกลือหรือราดซอสธรรมดาแต่จานนี้ถือว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ดีมากครับ

จับเนื้อต่างๆลงไปย่างในเตาถ่านร้อนๆทานคู่กับซอสต่างๆเริ่มจาก 1. พอนสึรสเปรี้ยวเค็มไม่หวานใส่ต้นหอมกับไชเท้าขูดเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบเวลาเคี้ยวเพิ่มความสดชื่นให้กับเนื้อที่มีไขมันมากได้เป็นอย่างดี 2. ยากินิคุรสหวานนำเค็มอ่อนๆไม่กวนรสชาติที่แท้จริงของเนื้อมากเกินไปแผงกลิ่นหอมหวานด้วยเนื้อผลไม้บดกับยูสุพอติดปลายจมูกแค่เล็กน้อยจึงมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆที่เคยทานมาพอสมควร 3. เกลือสีชมพูหรือหิมาลายันรสเค็มกลมกล่อมช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติของเนื้อออกมาได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม 4. วาซาบิเพียงแค่ปาดลงบนเนื้อย่างเพียงเล็กน้อยช่วยเพิ่มความฉุน-หวานอ่อนๆเพราะทางร้านเขาใช้หัววาซาบิสดเอามาขูดเอง เปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆเพลินดีครับ

เราสั่งชุดลิ้นมาก็จะมีวิธีการทานที่หลากหลายเพิ่มขึ้นมาอีกคือ 1. บีบน้ำมะนาวสดลงไปในลิ้นย่างร้อนๆแล้วเข้าปากได้ทันที 2. ทานกับยำต้นหอมญี่ปุ่นซอยคลุกกับน้ำมันงาเกลือและพริกไทยดำหอมสดชื่นฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อย 3. มันยามาอิโมะที่ให้มาในชุดทางร้านให้ราดลงบนข้าวสวย-ตามด้วยไข่แดงเพื่อกินเป็นข้าวหน้าไข่ดิบ ตามด้วยเนื้อย่างและผักต่างๆลงไปตามใจ ไข่แดงของที่ร้านใช้ก็ไม่ใช่เกรดธรรมดาเพราะหอมมันเข้มข้นกว่าปกติเข้ากับข้าวสวยญี่ปุ่นที่หุงมาเรียงเมล็ดสวยงามได้เป็นอย่างดี (เพิ่มโชยุในขวดสีขาวบนโต๊ะราดลงไปบนข้าวหน่อยจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบทานข้าวสวยกับไข่ดิบเพราะมันอร่อยมาก) 4. ทานแบบเกาหลีห่อด้วยผักกาดสดแตะด้วยมิโสะสูตรพิเศษก่อนเอาเข้าปากให้รสเค็มหอมมันเต้าเจี้ยว-กรุบกรอบผักสดทานได้เรื่อยๆ เปลี่ยนวิธีการกินกันได้ตามใจเลยครับผม

สรุปได้เลยว่าร้านนี้ใช้เนื้อวากิวจริงแท้ไม่จกตาเลยสั่งจานที่เป็น Signature พิเศษของทางร้านมาลองชิมนั่นคือ "Special Karubi Wagyu A5 Select" ราคา 450 บาท ดูจากสายตาแล้วน่าจะตัดเสิร์ฟมาประมาณ 150 กรัมก็ถือว่าถูกมากแล้ว เป็นเนื้อวากิวส่วนคารูบิหรือซี่โครงที่แทรกไขมันมีรสชาติกับกลิ่นจะน้อยกว่าจานก่อนแต่ได้ความนุ่มเกือบจะละลายในปากเข้ามาแทน แนะนำว่าให้ย่างพอสุกอมชมพูนิดๆแบบ Medium Rare โดยแตะเกลือหิมาลายันเล็กน้อยก่อนนำเข้าปากทันทีรับรองว่าฟินถึงใจ ใครมีงบน้อยอยากลองวากิว A5 แท้จานนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ

จานต่อไปเป็นเนื้อส่วนที่หายากโดยน้องพนักงานมาเชียร์ที่โต๊ะว่าเหลืออยู่เพียงชิ้นสุดท้ายแล้วจะลองไหมเลยสั่งมาคือ "Chateaubriand" หรือชาโตบริยองค์ ตัดเสิร์ฟ 150 กรัมราคา 699 บาท เป็นเนื้อส่วนสันในที่นุ่มสุดซึ่ง 1 ก้อนจะมีชิ้นนี้เหลือเพียงน้อยนิดจึงมีจำนวนจำกัดต่อวัน วิธีการทานก็คือย่างลงบนเตาทั้งก้อนให้สุกเกรียมประมาณ 5-7 นาทีและเอามาพักไว้รอบนอกเตาอีก 3-5 นาทีก่อนจะใช้กรรไกรที่อยู่ในชุดตัดออกมาเป็นชิ้นๆพอดีคำ ส่วนวิธีการกินนั้นก็สามารถเข้าปากได้เลยเพราะทางร้านปรุงรสด้วยเกลือ-น้ำมันงามาแล้ว หรือจะเพิ่มความเข้มข้น-สัมผัสกรุบกรอบด้วยเกลือกับกระเทียมเจียวสไตล์ก็อร่อยไปอีกแบบ จุดเด่นของเนื้อวัวชิ้นนี้ก็คือความนุ่มละมุนเคี้ยวง่ายๆแบบไม่มีไขมันเยอะจนรู้สึกเลี่ยนแบบส่วนอื่นที่เคยทานมาก่อนหน้า เผลอแป๊บเดียวก็เข้าปากไปทั้งหมดก้อนแล้วครับ

ระหว่างรอเนื้อชิ้นโตเมนูที่แล้วสุกก็สั่งซูชิ-ซาชิมิของทางร้านมาทานเล่นเริ่มจาก "ซาชิมิเนื้อวากิว A5 อุเมะคอมบุ" ราคา 300 บาท ไม่รู้ว่าเป็นส่วนไหนแต่ชิ้นสีแดงสดแทรกชั้นไขมันละเอียดสไลด์มาบางพอดีคำคล้ายๆกับมากุโร่ Akami โรยหน้าด้วยชิโอะคอมบุหรือสาหร่ายแห้งอบเกลือรสเค็มอูมามิราวกับใส่ผงนัวตามธรรมชาติ คีบเข้าปากได้เลยแบบไม่ต้องจิ้มซอสก็อร่อยหวานฉ่ำเค็มกรุบกรอบสาหร่ายนิดๆลงตัวสุด เปลี่ยนวิธีการทานได้ 2 รูปแบบก็คือ 1. แตะวาซาบิเพิ่มความเผ็ดฉุนอมหวานอีกเล็กน้อย 2. บีบเลมอนสดลงไปอีกหน่อยกลายเป็นยำที่คนไทยคุ้นเคยคล้ายกับซอยจุ๊ทานง่ายๆโดยไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มแจ่วเพียงอย่างเดียว เมนูต่อไปเป็นซูชิสั่งมาคนละชิ้นก็คือ "Wagyu Yukke Sushi" ราคา 60 บาท และ "Wagyu Yukke Pickles Sushi" ราคา 70 บาท ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้เหมือนกันตรงที่ซูชิหน้าเนื้อวากิวดิบสับปรุงรสราดซอสเทริยากิวางบนสาหร่ายอบกรอบน้ำมันงาโรยต้นหอม แค่อีกคำเพิ่มไชเท้าดองหั่นสีเหลืองชิ้นเต๋าเล็กลงไปเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบอมเปรี้ยวนิดๆ อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มโชยุวาซาบิเพิ่มได้เลยทั้ง 2 คำครับ

จานต่อมาเห็นรีวิวก่อนหน้าเขาสั่งกันเยอะเลยอยากลองบ้างก็คือ "Wagyu A5 Serloin Yakisuki" ราคาชิ้นละ 499 บาท เป็นเนื้อวากิว A5 ส่วนเซอร์ลอยด์แทรกไขมันละเอียดสไลด์ชิ้นบางใหญ่สวยงามราดซอสสุกี้ยากี้สูตรเข้มข้นพิเศษ วิธีการทานเพียงแค่ย่างลงบนเตาถ่านพอสุกแล้วจุ่มลงในไข่แดงไข่เข้มข้นก่อนจะนำเข้าปากทันที (ถ้าชิ้นใหญ่เกินไปสามารถขอกรรไกรเพื่อตัดแบ่งครึ่งก่อนทานได้) เนื้อวากิวไขมันแทรกละเอียดแผ่นบางจนเกือบละลายในปากหอมซอสสุกี้ยากี้เคลือบไข่ไก่ให้ความนุ่มนวลไหลลงคอได้ทันทีไม่ต้องเคี้ยว เข้าใจเลยว่าทำไมมาแล้วต้องสั่งครับ

เนื้อวากิวยังคุณภาพดีขนาดนี้แล้วเครื่องในล่ะจะอร่อยขนาดไหนแต่เลือกไม่ถูกเพราะมีให้เลือกเยอะมากเลยสั่งมาเป็น "Assorted Horome" หรือเครื่องในวัวรวมจานนี้ 299 บาท ประกอบไปด้วยตับวัว/กระเพาะวัว/ไส้เล็กวัวและไส้ใหญ่วัวหมักมิโสะแดงมาเข้าเนื้อพร้อมย่างทันที ย่างให้สุกและเริ่มชิมกันจาก 1. ตับวัวมีความคล้ายๆฟัวกราส์เนื้อเนียนละเอียดละลายในปากไม่มีกลิ่นเหม็นสาบเพราะเป็นวัววากิวคุณภาพสูง 2. กระเพาะวัวหั่นมาชิ้นใหญ่-หนาเคี้ยวกรอบๆราวกับทานปลาหมึกย่างเนื้อเด้ง 3. ไส้เล็กวัวชิ้นกลมเนื้อเด้งกรุบกรอบด้านในฉ่ำไขมันเคี้ยวแล้วรสชาติค่อยๆไหลเข้ามาในปากเรื่อยๆ 4. ไส้ใหญ่วัวคุณภาพดีย่างแล้วเนื้อไม่หดมากเคี้ยวหนึบเหมือนกำลังทานไขมันวัวที่ไม่เลี่ยน ส่วนตัวชอบทุกอย่างแม้แต่แฟนผมที่ไม่เคยทานเครื่องในวัวมาก่อนยังติดใจ แถมยังให้เยอะราคาถูกดีด้วยครับ

ของคาวจานสุดท้ายสั่งไม่ถูกแต่ชอบลิ้นวัวของที่ร้านนี้มาก พนักงานเลยแนะนำเมนูนี้มาให้เป็นตัวจบแบบจุกๆก็คือ "Beef Tongue Set" ราคา 529 บาท เป็นลิ้นวัวรวมเกือบทุกเมนูในร้านปริมาณสุดอึ้งประกอบไปด้วย 1. ลิ้นวัวไส้เลมอนแซนด์วิช ทำจากลิ้นวัวชิ้นหนาพิเศษหั่นให้เป็นกลีบสอดไส้ด้วยเลมอนฝานบางๆช่วยทำให้มีความนุ่มและกลิ่นของเลมอนแทรกซึมเข้าไปในเนื้อ 2. ลิ้นวัวชิ้นหนาสอดไส้ด้วยยำต้นหอมญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงาตรงกลาง ย่างให้สุกด้านนอกข้างในจะนุ่มชุ่มฉ่ำเก็บกักน้ำเนื้อเอาไว้กับต้นหอมด้านใน 3.ลิ้นวัวหั่นแบบกลีบดอกไม้สวยงามให้สัมผัสใหม่ในการเคี้ยวที่แตกต่างจากปกติ 4. ลิ้นวัวหั่นหนาพิเศษขนาด 3 มิลลิเมตรให้ความกรุบกรอบมากกว่าสไลด์บางปกติ ลิ้นทุกเมนูราดด้วยซอสสูตรพิเศษพร้อมลงย่างในเตาถ่านทันที เริ่มสุกก็ค่อยหั่นออกด้วยกรรไกรเป็นชิ้นเล็กๆให้ทานง่ายยิ่งขึ้นกินทันทีหรือจิ้มซอส-ข้าวสวยก่อนหน้านี้ก็อร่อยเปลี่ยนรสชาติไปได้เรื่อยๆปริมาณเยอะจุใจคุ้มค่ามากครับ

ส่วนของหวานปิดท้ายมื้อนี้สั่งมาคือ "Kufu Kitchen Ice Cream" ราคา 150 บาท เป็นปาท่องโก๋ย่างบนเตาถ่านแบบเดียวกับร้านเจ้าดังย่านเยาวราช โดยเราจะต้องคอยปิ้งและพลิกไปมาเองเพราะทิ้งไว้นานจะไหม้ได้ง่ายมากปาท่องโก๋ร้อนย่างมากรอบๆทานคู่กับไอศครีมรสวานิลลาเข้มข้นหอมมันนม/เนยเข้ากันได้เป็นอย่างดี ส่วนของหวานที่เสิร์ฟมาพร้อมกับชุดอาหารกลางวันก็คือ "ไอศครีมรสชาเขียวมัทฉะ" หวานปนขมเข้มข้นกลิ่นใบชาเขียวญี่ปุ่น และ "ไอศครีมรสมะพร้าว" ที่ใส่ทั้งน้ำและเนื้อมะพร้าวลงไปให้ความหวานหอมมันมะพร้าวแบบเข้มข้นถึงใจ ถ้าไม่ชอบกิน 2 รสชาตินี้ก็สามารถขอเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตหรือวานิลลาแบบเดียวกับจานที่แล้วก็ได้ตามใจ (แต่จำกัดแค่คนละ 1 ถ้วยเท่านั้น) ตอนนี้อิ่มจุกทั้งเนื้อวากิวกับลิ้นวัวเต็มกระเพาะมากได้เวลากดกริ่งเรียกพนักงานมาคิดเงินที่โต๊ะกันครับ

มื้อนี้เรามาทานกัน 2 คนสั่งอาหารไปทั้งหมด 26 เมนูจ่ายไป 5,323.57 บ. (เพิ่ม Vat.7% / Service Charge 10% เรียบร้อยแล้ว) โดยรวมก็ถือว่าไม่แพงเพราะถ้าสั่งกระหน่ำขนาดนี้ร้านอื่นน่าจะถึงหลักหมื่นได้ง่ายๆ เนื้อวัวที่เสิร์ฟเป็นวากิวแท้คุณภาพสูง/น้ำจิ้มสูตรพิเศษรสชาติดีประยุกต์วิธีได้หลากหลายรูปแบบไม่น่าเบื่อ/อาหารมาเสิร์ฟเร็ว แถมยังช่วยอธิบายส่วนต่างๆของเนื้อวัวได้ละเอียดมากๆ ใครอยากชิมเนื้อวัวญี่ปุ่นแท้ราคาสบายกระเป๋าที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ ได้รับคะแนนอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเลยจ้า 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เลขที่ 12 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 02-118-6336

Facebook : https://www.facebook.com/nikusho/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 302 ครั้ง0 ความคิดเห็น