top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนFood Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว"MT Story Cafe & Restaurant"(ทุ่งครุ) กาแฟสด/เบเกอรี่อบใหม่และอาหารไทย-ยุโรปในบรรยากาศแสนอบอุ่น

อัปเดตเมื่อ 23 ต.ค. 2566



วันศุกร์สุดสัปดาห์แถมยังตรงกับช่วงหยุดนักขัตฤกษ์เลยถือโอกาสพาครอบครัวออกมาทานมื้อพิเศษซึ่งมีโจทย์ว่าอยากได้ร้านที่ตกแต่งสถานที่สวยงามและอาหารรสชาติอร่อยจัดจ้านถูกปากจึงตัดสินใจเลือก "MT Story Cafe & Restaurant" โดยอักษรย่อ M เท่ากับ Malaysia / T ได้แก่ Thailand คู่รักสาวไทยจับมือหนุ่มชาวมาเลเซียผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟสดพร้อมเบเกอรี่อบใหม่จึงตัดสินใจเปิดธุรกิจขนาดเล็กแต่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งเมนูสไตล์ไทยแท้-ยุโรปฟิวชั่นไปจนถึงขนมหวานอีกเพียบเน้นบรรยากาศแนวอบอุ่นน่ารักชวนพูดคุยเล่นหรือทำงานยาวนานตลอดวันเรื่องราวฟังแล้วดูน่าสนใจแถมคะแนนลูกค้ารีวิวตามเว็บไซต์ต่างๆค่อนข้างสูงแม้เพิ่งจัดตั้งเพียงไม่นานนัก วิธีการเดินทางถ้าเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวกดปักหมุดขับตามระบบแผนที่บนมือถือมีลานจอดขนาดกว้างขวางอยู่ในโครงการ Garden Town (การ์เด้นทาวน์) รองรับได้สูงสุดประมาณ 40 คันไม่เก็บเงินค่าบริการ ถ้านั่งขนส่งสาธารณะแนะนำให้ลง BTS สถานีวงเวียนใหญ่บันไดทางออก 2 ค่อยโบกเรียกรถแท็กซี่/ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างใกล้เคียงวิ่งเส้นสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าถนนสุขสวัสดิ์เลี้ยวสู่ประชาอุทิศ (ทุ่งครุ) ผ่านซอย 131 ต่ออีกหน่อยประมาณ 500 เมตร จุดหมายจะอยู่บริเวณด้านซ้ายมือพบลานพื้นหญ้าสีเขียวสดใสเด่นชัดเจนตั้งแต่ระยะไกลอย่างนี้แสดงว่าถึงแล้วครับ

บรรยากาศภายในร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งทุกชิ้นเน้นอารมณ์เหมือนภัตตาคารสไตล์ Bistro ขนาดเล็กแต่อบอุ่นหัวใจจำลองว่าลูกค้ากำลังนั่งรับประทานอาหารอย่างเพลิดเพลินอยู่บริเวณกลางเมืองปารีสประเทศฝรั่งเศส โดยแบ่งพื้นที่บริการออกเป็น 3 ส่วนหลักได้แก่ 1. ลานกว้างสนามหญ้าด้านนอกวางโต๊ะเก้าอี้ชนิดทนทานต่อสภาพอากาศแนะนำถ้าอยากนั่งชิลมุมนี้ควรวางแผนมาหลังช่วงเวลาเย็นหน่อยเพื่อชมวิวริมถนนประชาอุทิศสัมผัสสายลมธรรมชาติสบายจนถึงเที่ยงคืน 2. เปิดประตูขนาดใหญ่เดินเข้าสู่ห้องเรือนกระจกโดดเด่นด้วยทางเดินพื้นหินตรงกลางคล้ายแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันมีเอกลักษณ์แถบทวีปยุโรปติดตั้งแอร์เย็นฉ่ำหลายตัวกระจายทั่วพร้อมเครื่องเล่นเพลงย้อนยุคบรรเลงดนตรีคลาสสิก Jazz ฟังเพลินเรื่อยๆยาวนานตลอดวันล้อมรอบกำแพงอิฐมอญสีแดงสลับหน้าต่างช่วยรับแสงแดดสาดส่องสว่างสะท้อนผิวละมุนชวนถ่ายรูปรับรองสวยงามถูกใจสายโซเชียลแน่นอน 3. โซฟากลางซุ้มสวนดอกกุหลาบหลากสีสันมากมายแปลกตาเหมาะสำหรับจิบชาอังกฤษช่วงบ่าย/ดื่มกาแฟเมล็ดคั่วสดกับขนมหวานโฮมเมดตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าซึ่งกำลังมองหาแหล่งพบปะพูดคุยเปลี่ยนหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานนอกบ้านเพราะเขายังมีปลั๊กไฟให้บริการ ด้านหลังเห็นบันไดยาวเดินขึ้นสู่ชั้นสอง Rooftop ดาดฟ้าแต่ยังไม่อนุญาตให้บุคคลนอกเข้าไปคาดว่าเตรียมการไว้เผื่ออนาคตอันใกล้นี้ครับ

เมื่อจัดการเลือกโต๊ะที่อยากนั่งได้แล้วน้องพนักงานก็ยกเมนูอาหารออกมาวางซึ่งเล่มค่อนข้างหนาจึงส่งข้อความบนหน้าเพจขอแอดมินเป็นฉบับออนไลน์แทน เปิดหน้าแรกเจอหมวด Morning Breakfast Set แบบ All Day สั่งรับประทานได้ตลอดวันทั้งแซนวิชอกไก่อโวคาโด 140/แซนวิชแฮมชีส 150/เอ็มทีซิกเนเจอร์แซนวิช 170/ชุดอาหารเช้าสไตล์อเมริกันแท้ 180 พาสต้าแนวยุโรปกับฟิวชั่นเช่นสปาเก็ตตี้ขี้เมากุ้ง,ซีฟู้ด 220/ซอสมะเขือเทศหมู,ไก่ 150/ผัดขี้เมาหมู,ไก่ 180/ซอสต้มยำทะเลรวม 220/คาโบนาร่าเบคอน 190/ฉู่ฉี่แซลมอน 280/ผัดพริกแห้งหมู,ไก่,แฮม 180/ผัดพริกแห้งซีฟู้ด 210/ซอสเขียวหวานไก่เข้มข้น 190 สเต๊กเนื้อชนิดต่างๆได้แก่สะโพกไก่ 180/ฟิช&ชิพ,พอร์คชอป 250/เนื้อติดมัน,ริบอาย 420/เนื้อวัวย่างจิ้มแจ่ว 390/ปลาแซลมอน 280/วากิวจากญี่ปุ่น 890 สลัดเพื่อผู้สุขภาพประกอบไปด้วยทูน่า 150/ซีซ่าร์ 160/อกไก่ไข่ต้ม 140/กุ้งต้มอโวคาโด 160/กุ้งทอดครีม 200 แกงตำรับไทยกินคู่ข้าวสวยอย่างต้มยำกุ้ง,ทะเล 250/แกงส้มชะอมกุ้ง 200/แกงเขียวหวานไก่ 170/โรตีมัสมั่น,เขียวหวานไก่ 220/แกงจืดเต้าหู้หมูสับ 110/ต้มข่าไก่ 200 จานสำหรับเรียกน้ำย่อยนั่นก็คือเฟรนช์ฟรายส์ 80/ปีกกลางล้วน,เอ็นข้อไก่,นักเก็ต 120/กุ้งทอดกระเทียม 250/สามชั้นคั่วเกลือ,กุ้งชุบเกล็ดขนมปังและทอดมันกุ้งราคา 150 บาทครับ

อาหารจานเดียวและกับแกล้มสไตล์ไทยแท้ๆได้แก่ยำถั่วพลู 190/ยำรวมมิตร,วุ้นเส้นทะเล,ผัดไทยกุ้งสด 150/ยำวุ้นเส้นโบราณ,ข้าวผัดแกงเขียวหวานหมู-ไก่,ข้าวผัดต้มยำทะเล 120/กะเพรา,สุกี้,ข้าวผัด,กระเทียมหมู-ไก่ 90/ทะเล 120/กะเพราทะเล 110 หมวดซีฟู้ดคุณภาพสูงเหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเลทั้งกุ้งซอสมะขาม 250/หมึกนึ่งมะนาว 350/กุ้งทะเลรวมผงกะหรี่,ผัดฉ่า 230/กุ้งแช่น้ำปลา 180/หมึกผัดไข่เค็ม 220/ปลากะพงนึ่งมะนาว,ซีอิ๊ว,ทอดน้ำปลา,มะขาม,สามรส 420/ผัดผักบุ้งไฟแดง,กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา 120/เบบี้บ๊อกฉ่อย,ผักปวยเล้งน้ำมันหอย 150/ ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ 290/แกงคั่วใบชะพลูเนื้อปูก้อน 450/ซุปมักกะโรนีต้มยำทะเล 190 ขอเพิ่มข้าวสวย,ไข่เจียว,ไข่ดาว 20/โรตีแผ่น 30/ข้าวโถละ 80 บาท เครื่องดื่มถ้ามีโอกาสแวะมาแล้วก็ต้องออเดอร์กาแฟสดพื้นฐานธรรมดามีครบถ้วนเอสเปรซโซ่,อเมริกาโน่,ลาเต้,คาปูชิโน่,มอคค่า,คาราเมลมัคคิอาโต้ร้อนเย็นปั่น 70-100/แบล็คออเรนจ์,น้ำมะพร้าว 105/เดอร์ตี้กาแฟ 120,มัทฉะ 110,โกโก้ 85/เฮเซลนัต,ไวท์ช็อก 105/ชาร้อนรสเบอร์รี่แดงรวม,พีชผสมเสาวรส,อังกฤษ,เอิร์ลเกรย์,พีช 85/นมสด,ทีรามิสุ,คาราเมล,เฮเซลนัต,ชาเขียว,ชาไทย,ชาไทยวานิลลา,โกโก้,มัทฉะลาเต้,ร้อนเย็นปั่น 60-120/โซดาไซรัป 85-95/สมูทตี้โยเกิร์ต 110-120/น้ำผลไม้แท้ๆปั่น 95-110/ชาผลไม้เย็น 80-90/อัฟโฟกาโต้สูตรเฉพาะตัวหลายรายการ 120-125 บาท นอกนั้นคือน้ำดื่มเปล่า,อัดลมกับแอลกอฮอล์ครับ

สั่งอาหารพร้อมเครื่องดื่มไปแล้วหลากหลายรายการซึ่งน้องพนักงานแจ้งว่าต้องใช้เวลาเตรียมการอีกสักครู่เพื่อไม่ให้เวลาหมุนผ่านอย่างเปล่าประโยชน์เลยออเดอร์ขนมหวานชนิดต่างๆแช่วางเรียงเต็มตู้เย็นมาลอง เริ่มต้นกันด้วย "สตรอว์เบอร์รี่ทาร์ต" ราคา 165 บาท ฐานแป้งด้านล่างเปลี่ยนจากสูตรเนยธรรมดาเป็นช็อกโกแลตชนิดเข้มข้นเพิ่มความมันนัวจากมูสวานิลลาสลับโกโก้ชั้นหนาปาดวิปปิ้งครีมนมวัวด้านบนสุดท็อปปิ้งเนื้อสตรอว์เบอร์รี่สดใหม่นำเข้าจากต่างประเทศอมเปรี้ยวตัดขมลงตัวปักดอกไม้สีแดงและยอดสะระแหน่สีเขียวนิดหน่อยพอสวยงาม โดยแต่ละวันเค้กจะถูกสลับเปลี่ยนเรื่อยๆตามฤดูกาลหากลองชิมแล้วมีเมนูชื่นชอบ-ติดใจรบกวนโทรสอบถามที่ร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" ล่วงหน้าก่อนเข้าใช้บริการ เบเกอรี่อย่างถัดไปอบทุกวันจำหน่ายตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลงนั่นก็คือ "ช็อกโกแลตบราวนี่" ราคาชิ้นละ 55 บาท หน้าตาภายนอกดูคล้ายมินิคัพเค้กธรรมดาๆแต่สัมผัสแน่นหวานน้อยราวกับกำลังเคี้ยวเบลเยียมช็อกโกแลตก้อนเต็มคำผสมแป้งนิดหน่อยละลายหายทันทีเมื่อนำใส่ปากเหมือนฝัน / "มาการองกุหลาบ,ลิ้นจี่,ราสพ์เบอร์รี่" กับ "มาการองมะพร้าวน้ำหอม" ราคาชิ้นละ 55 บาท อัลมอนด์คุณภาพดีบดละเอียดผสมน้ำตาลกรุบกรอบสอดไส้ครีมเยอะกลิ่นหอมเด่นชัดเฉพาะตัวควรดื่มคู่ "ชาพีช" ราคา 85 บาท เลือกใช้ยี่ห้อ Twinings ใส่ชุดแก้วสองชั้นทนความร้อนเติมน้ำไม่เกิน 3 รอบหากมากกว่านั้นค่อนข้างจืดเหมือนน้ำเปล่าครับ

รายการแรกถูกยกมาเสิร์ฟก่อนเพราะใช้เวลาเตรียมการเพียงไม่นานนักโดยช่วงรับนั้นออเดอร์พนักงานเอ่ยปากเตือนก่อนว่าเชฟมือหนักปรุงรสชาติจัดจ้านถึงใจทุกอย่างเริ่มต้นด้วย "ยำวุ้นเส้นโบราณ" ราคา 120 บาท วุ้นเส้นถั่วเขียวเกรดคุณภาพสูงลวกแค่พอสุกสัมผัสเด้งดึ๋งสู้ฟันคลุกเคล้าเครื่องตามตำรับไทยมากมายทั้งเนื้อหมูสับรวน,พริกขี้หนูสับ,หอมแดงแขก,กุ้งแห้ง,ถั่วลิสงคั่วเอง,ใบขึ้นฉ่าย,ต้นหอมซอยละเอียดอัดแน่นเต็มจานไม่หวงวัตถุดิบ สำหรับน้ำยำปรุงรสชาติเน้นสมดุลเปรี้ยวอมหวานเค็มละมุนกลมกล่อมไม่โดดเด้งไปทิศทางใดชวนตักเข้าปากเคี้ยวเพลินกินได้เรื่อยๆสมเป็นเมนูขายดีของทางร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" สายดื่มเน้นแอลกอฮอล์บอกเลยว่ามันคือกับแกล้มชั้นดีห้ามพลาดเด็ดขาด / "โรตี & มัสมั่นไก่" ราคา 220 บาท ปริมาณเยอะชามใหญ่ใส่สะโพกชิ้นจัมโบ้ติดกระดูก,หัวหอมใหญ่,ถั่วลิสงตุ๋นลงน้ำแกงมัสมั่นหอมเครื่องเทศตีขึ้นจมูกกลิ่นน้ำมะขามเปียกเด่นชัดน้ำแกงสีแดงเข้มข้นพิเศษคิดว่าน่าจะต้มเปิดไฟระดับอ่อนสุดใช้เวลายาวนานจึงยังคงสภาพมันฝรั่งชิ้นสวยงามแต่เปื่อยนุ่มละลายในปากทันทีได้อารมณ์สไตล์โฮมเมดเหมือนกำลังนั่งฟินอยู่บ้านตัวเอง ทานพร้อมแผ่นโรตีทอดรูปทรงวงกลมกรอบฟูแยกหลายชั้นคล้ายครัวซองต์ฝรั่งเศสแทรกฟองอากาศจำนวนมากช่วยซึมซับความอร่อยแตกระเบิดทุกๆคำครับผม

ตอนแรกสอบถามน้องพนักงานแจ้งว่าหมวดของทานเล่นปีกไก่ขายดีอันดับ 1 แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันธรรมดาเกินไปจึงขอเปลี่ยนเป็น "หมูคั่วพริกเกลือ" ราคา 150 บาท เลือกใช้เฉพาะส่วนสามชั้นติดหนังหมักนุ่มสูตรลับเฉพาะตัวชุบแป้งทอดชนิดกรอบทนยาวนานคลุกเคล้าผัดกับพริกขี้หนูสด,กระเทียมเจียว,กระเทียมสไลซ์,พริกไทยดำ,ต้นหอมซอยปรุงรสชาติเค็มอมหวานกลิ่นเครื่องสมุนไพรเด่นชัดชิ้นหมูทำโตเคี้ยวเต็มคำแถมไร้หนังแข็งชวนติดฟันน่ารำคาญอีกหนึ่งเมนูที่สายดื่มตัวจริงไม่ควรพลาด ต่อกันด้วยพาสต้าแบบต้นตำรับยุโรปแท้ๆโดยปรับระดับความเข้มข้นขึ้นให้ถูกปากชาวไทยอย่าง "สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าเบคอน" ราคา 190 บาท ตัวเส้นใช้ประมาณเบอร์ 4 ต้มคอยจับเวลาแค่ Al Dente ซอสนำเนยสดลงกระทะ,หอมหัวใหญ่,วิปปิ้งครีม,พาร์เมซาชีสขูดจำนวนมากเพิ่มเกลือสมุทร,พริกไทยดำกลมกล่อม ท็อปปิ้งไข่แดงไก่ยี่ห้อโมริทามะคุณภาพคัดพิเศษสำหรับกินดิบและเบคอนบิตทำเองเจียวใช้ไฟระดับอ่อนสีน้ำตาลทองสวยงามโรยกระจายรอบด้านบรรจุลงจานสไตล์ภัตตาคารสุดหรู วิธีการรับประทานต้องจับรวบรวมทุกส่วนประกอบจนให้เข้ากันดีซึ่งทางร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" ตั้งชื่อเรียกว่าคาโบนาร่าเพื่อลูกค้าส่วนใหญ่เข้าถึงง่ายในประเทศอิตาลีมันคือ "อัลเฟรโด้" ดูเหมือนมีปริมาณน้อยนิดแต่ภาชนะก้นลึกอิ่มจุกแน่นอนครับผม

เมนูต่อไปไม่เคยเห็นวางจำหน่ายตามภัตตาคารอื่นๆเลยตัดสินใจสั่งมาลองชิมนั่นก็คือ "สปาเก็ตตี้ฉู่ฉี่แซลมอน" ราคา 280 บาท เส้นสปาเก็ตตี้ทรงกลมยาวความหนาระดับเบอร์ 4 ลวกพอสุกแค่ Al Dente จับลงกระทะผัดพริกแกงฉู่ฉี่ตำรับไทยโบราณกับหัวกะทิเข้มข้นผัดจนซอสเคลือบทั่วถึงสีแดงสวยงามปรุงรสชาติด้วยน้ำปลาแท้อมหวานน้ำตาลโตนดกลมกล่อม ท็อปปิ้งเนื้อปลาแซลมอนชิ้นยักษ์โรยพริกชี้ฟ้า,ใบมะกรูดซอยส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทุกคำเมื่อตักเข้าปากแม้จะเป็นรายการฟิวชั่นยุโรปแต่สมุนไพรอัดแน่นหนักหน่วงจัดจ้านรุนแรง สำหรับอย่างสุดท้ายต้องมีเวลาเตรียมนานหน่อยเพราะวัตถุดิบขนาดใหญ่โตพิเศษได้แก่ "ปลากะพงนึ่งมะนาว" ราคา 420 บาท กะพงมหาชัยสดใหม่ยกทั้งตัวเนื้อสัมผัสแน่นสีขาวเด้งสู้ฟันยัดข่ากับตะไคร้ลงท้องเพื่อดับคาวนึ่งจนสุกประมาณ 20-30 นาที จึงค่อยราดน้ำซอสพริกขี้หนู,กระเทียมสับ,น้ำมะนาวแท้คั้นใหม่เปรี้ยวนำอมหวานเข็ดฟันฉุนขึ้นจมูกเผ็ดร้อนแรงจนต้องเกาหัวท็อปปิ้งใบขึ้นฉ่ายซอยพร้อมมะนาวหั่นแว่นเรียงตามแนวยาวสีเขียวสลับสีแดงสวยงามวางบนภาชนะเหล็กรูปร่างลักษณะเหมือนปลาด้านล่างจุดเปลวไฟจากก้อนแอลกอฮอล์เพื่อรักษาอุณหภูมิตลอดเวลา โดยรวมอาหารแต่ละจานเชฟเค้ามือหนักจริงเข้าใจแล้วว่าทำไมพนักงานต้องรีบเตือนลูกค้าก่อนสั่งแต่ครอบครัวของเราชื่นชอบมากๆครับ

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเนื่องจากทางร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" เขาเน้นสายนั่งชิลยาวนานจึงมีให้เลือกหลากหลายแต่เราคัดเฉพาะ Signature แนะนำมาลองชิมเพียง 2 รายการได้แก่ "Black Orange Coffee" ราคา 105 บาท เลือกใช้เฉพาะเมล็ดกาแฟสดสายพันธุ์อาราบิก้าล้วน 100% ของเกษตรกรบนดอยจังหวัดเชียงรายชนิดคั่วเข้ม,เข้มพิเศษกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ไม่ติดเปรี้ยวเบอร์รี่ปลายลิ้นดื่มง่ายสกัดผ่านเครื่องเอสเปรสโซ่แรงดันไอน้ำสูงจึงช่วยดึงทั้งครีม่าบอดี้หนักหน่วงแต่ขมเบาบาง ส่วนน้ำส้มผสมกันระหว่างผลไม้แท้,ไซรัปเข้มข้นเพื่อรสชาติหวานหอมละมุนกลมกล่อมลงตัวบรรจุแก้วใสทรงสูงท็อปปิ้งชิ้นส้มวาเลนเซียประดับใบสะระแหน่เพื่อความสวยงามอย่าลืมคนส่วนประกอบทุกๆอย่างจนเข้ากันดีก่อนจะดื่ม / "Deep Blue Sea" ราคา 95 บาท เนื้อเสาวรสสีเหลืองพร้อมเมล็ดตามธรรมชาติตักออกจากผลรองด้านล่างสุดแล้วค่อยเทโซดาแช่เย็นซ่าย้อมสีฟ้าเหมือนมหาสมุทรลึกบลูฮาวายลงภาชนะปากแคบก้นกว้างประดับผลเสาวรสผ่าซีกกับใบมิ้นต์เล็กน้อยเปรี้ยวอมให้อารมณ์คล้ายว่าเรากำลังนั่งชิลอยู่ภัตตาคารติดริมทะเล จัดเสิร์ฟโดยวางบนที่รองแก้ววัสดุไม้แซะร่องลึกช่วยรองรับไอน้ำส่วนเกินไม่ไหลนองเต็มโต๊ะเปื้อนคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์หรือเอกสารสำคัญระหว่างกำลังประชุมคุยงานแสดงถึงความเอาใจใส่ดีครับผม

มื้อนี้มาทานกัน 4 คนสั่งอาหารรวม 14 รายการจ่ายไปทั้งหมด 2,241 บาท (เพิ่ม Service Charge อีกเพียง 5%) บางเมนูอย่างเช่นเค้กเปลี่ยนทุกๆวันจึงยังไม่มีบันทึกลงระบบ ภาพรวมก็ถือว่าอาหารรสชาติอร่อยเข้มข้นสามารถเทียบชั้นภัตตาคารแนวหน้าส่วนคาเฟ่เน้นการตกแต่งสไตล์ยุโรปถ่ายรูปสวยขึ้นกล้องดีทุกมุม เหล่ากาแฟ,ขนมหวานเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบคุณภาพสมราคาแวะได้บ่อยๆเหมาะสำหรับทุกท่านในครอบครัว "MT Story Cafe & Restaurant" รับคะแนนรีวิวไป 5 ดาวเต็มเลยครับ🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : โครงการ Garden Town เลขที่ 557/2 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 10140

เปิดบริการเฉพาะวันอังคาร-อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10:00-00:00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

เบอร์โทรศัพท์ : 093-429-2000


อนาคตร้าน "MT Story Cafe & Restaurant" จะเพิ่มอาหารมาเลเซียต้องคอยติดตามประกาศบนหน้าเพจครับ

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 272 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page