top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนFood Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Jin Buk Kut Teh" (ทาวน์อินทาวน์) บะกุ๊ดเต๋หม้อดินตำรับมาเลเซียแท้ใส่เครื่องสมุนไพรรวม 12 ชนิด

อัปเดตเมื่อ 17 มิ.ย. 2566



ออกจากบ้านฝั่งธนบุรีตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อพบลูกค้าย่านทาวน์อินทาวน์เสร็จเรียบร้อยเข้าสู่ช่วงสายๆเลยมองหาร้านอาหารซึ่งช่วยเพิ่มพละกำลังวังชาและให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ายาวนานตลอดทั้งวันกันต่อด้วย "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) ตั้งอยู่ภายในโครงการเดอะโซนจำหน่ายซี่โครงหมูตุ๋นพร้อมเครื่องสมุนไพรจีนแบบมาเลเซียรวม 12 ชนิด เสิร์ฟใส่หม้อดินร้อนจับเผาไฟต้นตำรับจากแบรนด์ "เทียนเหล็งบะกุ๊ดเต๋" เจ้าดังแห่งจังหวัดพังงาโดยมีสโลแกนกระแทกใจว่า "อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์" จึงดึงดูดให้พวกเราอยากลองทานเองสักครั้ง วิธีการเดินทางถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวเพียงค้นหาชื่อแล้วขับตามระบบแผนที่บนมือถือจอดฟรีข้างหน้าบริเวณถนนศรีวรายกเว้นช่วงเวลา 06.00-09.00 และ 16.00-20.00 น. หากเต็มสามารถเลี้ยวเข้าโครงการเมื่อแสดงใบเสร็จจอดฟรี 1 ชั่วโมงเต็ม บริการขนส่งสาธารณะแนะนำว่านั่ง MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมประตูทางออก 3 ข้างเอสพลานาดรัชดาจากนั้นค่อยเรียกแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามสะดวกอีกเพียงประมาณ 6 กิโลเมตรจะพบจุดสังเกตง่ายๆนั่นก็คือตัวอักษรภาษาไทยสีแดงประดับโคมไฟสไตล์จีนโบราณกับพื้นหญ้าเขียวเห็นชัดตั้งแต่ระยะไกลๆแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับ

บรรยากาศภายในร้านเน้นพื้นที่โล่งกว้างตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์จีนโมเดิร์นแลดูทันสมัยตอบโจทย์ชาวกรุงเทพฯยุคใหม่พร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นสบายและกระจกใสด้านหน้าติดฟิล์มสีดำเข้มช่วยกรองแสงธรรมชาติอย่างดีเหมาะแก่การนั่งทานน้ำซุปบะกุ๊ดเต๋เสิร์ฟลงหม้อดินเผาไฟร้อนซู่ซ่าสูตรเฉพาะของทาง "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อไหลชวนทรมาน สามารถรองรับลูกค้าเริ่มตั้งแต่คู่รักหรือครอบครัวเล็กๆ 2-4 คนถ้ามากันเยอะกว่านั้นเพียงลากโต๊ะเชื่อมกันตรงมุมโซฟายาวได้จำนวนสูงสุดรวม 12 ท่าน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเลือกใช้เฉพาะไม้แท้เสริมโครงเหล็กแข็งแรงเข้าทรงตามสรีรศาสตร์จึงไร้ความรู้สึกเมื่อยล้าผสานโคมไฟโทนสีส้มกระจายทั่วบริเวณปรับอารมณ์ให้รู้สึกผ่อนคลาย สำหรับผู้ที่ชอบงานวาดต้องหลงรักภาพจิตรกรรมบนผนังลายพู่กันโบราณรูปมังกรสีแดงบินอยู่บนท้องนภาอย่างโดดเด่นเป็นสง่าซึ่งมีความหมายว่าความสงบสุขตามตำราแห่งจักรพรรดิจีน วันนี้เราต้องรีบมาก่อนเพราะช่วงเที่ยงคนแน่นมากไม่รอช้าขอเล่มเมนูจากพนักงานมาชมกันเลยว่ามีอะไรน่าลองบ้างครับ

รายการอาหารของทางร้าน "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) เป็นแผ่นพลาสติกแข็งขนาดใหญ่พิมพ์สีจำนวนสองหน้าสวยงามคมชัด เริ่มต้นกันด้วย Signature อันดับ 1 นั่นก็คือ "บะกุ๊ดเต๋" แบ่งเป็นไซส์ S ราคา 219 บาท /ไซส์ M ราคา 399 บาท / ไซส์ L ราคา 599 บาท โดยภายในหม้อนั้นประกอบไปด้วยซี่โครงหมูตุ๋น,เครื่องใน(ตับ,ไตหรือเซี่ยงจี๊,กระเพาะ,หัวใจหมู),เอ็นแก้ว,ขาหมู,เห็ดหอม,เห็ดแชมปิญองอิ่มง่ายๆเพียงสั่งตามจำนวนสมาชิกร่วมโต๊ะตั้งแต่ 1-5 ท่าน หากชีวิตคุณต้องการวัตถุดิบขั้นพรีเมี่ยมระดับสุดยอดเขายังมี "บะกุ๊ดเต๋ไซส์ L" ใส่หน่อไม้ทะเลนำเข้าจากประเทศมาเลเซียราคา 1,000 บาท และหอยเป๋าฮื้อคุณภาพสูงของเม็กซิโกราคา 2,000 บาท เลือกฟินตามงบประมาณแต่ละคน (ไม่กินอะไรสามารถแจ้งพนักงานเพื่อให้คนครัวปรับตามความเหมาะสม) หรือจะสั่งท็อปปิ้งใส่เองตามใจทั้งเอ็นแก้วตุ๋น 100/กระเพาะ,เซี่ยงจี๊,หัวใจ,ตับ 59/เห็ดแชมปิญอง 50/เห็ดเข็มทอง 30/ปาท่องโก๋ 30/ฟองเต้าหู้ 30/เส้นราเมน 35/เส้นหมี่ซั่วลวก 25/ไข่ไก่ 10/ข้าวสวย 20/ซุปไก่สกัด 70/น้ำซุปเปล่า 70/ชุดผักสด 35 พลิกด้านหลังสู่จานเรียกน้ำย่อยระหว่างรอได้แก่ขนมจีบกุ้ง-ปู 59/ซาลาเปาไส้หมูแดง-ครีม 35/ข้าวไรซ์เบอร์รี่อบเผือก 95 สำหรับเหล่าขนมหวาน-เครื่องดื่มก็มีเฉาก๊วย 35/ลอดช่อง 45/เก๊กฮวยเย็นแก้วละ 25/ชาจีนการ้อน 55/น้ำเปล่า 20/น้ำอัดลม 25/น้ำแข็งแก้วละ 2 บาท โดยรวมถือว่าราคาทั่วไปค่อยมาดูเรื่องปริมาณกันอีกครั้งครับ

นอกจากบะกุ๊ดเต๋เสิร์ฟในหม้อดินหลากหลายขนาดแล้วทางร้านยังเพิ่มรายการติ่มซำตำรับโฮมเมดขึ้นรถทัวร์ส่งตรงจากดินแดนปักษ์ใต้ทุกวันมีทั้งขนมจีบกุ้ง 59 บาท/ขนมจีบปู 59 บาท/สาหร่ายห่อกุ้ง 59 บาท/ฝั่นโก๋ไส้กุ้ง 59 บาท/ซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็ม 40 บาท/ซาลาเปาไส้หมูแดง 35 บาท/ซาลาเปาไส้ครีม 35 บาท/ซาลาเปาไส้ลาวาไข่เค็ม 40 บาทไว้กินเล่นระหว่างรอจานหลัก น้ำซุปสูตรของ "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) คัดเลือกสมุนไพรจีนอบแห้งใส่ลงไปอัดแน่นตามอัตราส่วนพิเศษรวมกว่า 12 ชนิดได้แก่ 1. เช็กตี่ 2. เมล็ดพุทรา 3. ฮกหลง 4. โกฐเซียง 5. โต๋วต๋ง 6. อึ้งคี้หรือปักคี้ 7. เหง็กเต็ก(ไผ่หยก) 8. เก๋ากี้หรือเก๋ากี่ 9. ฮ่วยซัว 10. เน็กกุย 11. โกฐหัวบัว 12. กำเช่า(ชะเอม) มีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกายเพียบเริ่มตั้งแต่,โลหิต,ตับ,ไต,ม้าม,ไขกระดูก,สมอง,เส้นเอ็น,ระบบประสาท,ปอด,หัวใจ,กล้ามเนื้อไปจนถึงแก้สภาวะผิดปกติเกือบครบทุกเรื่อง คิดค้นโดยโกดุ่ยแห่งเทียนเหล็งบะกุ๊ดเต๋เจ้าเก่าแก่แห่งตำบลโคกลอย/อำเภอตะกั่วทุ่ง/จังหวัดพังงาซึ่งเคยร่ำเรียนมาจากรัฐเคดาห์ประเทศมาเลเซียก่อนเปิดแบรนด์และขยายสาขาทั่วไทยเกือบ 25 ปี แถมยังรับประกันว่า "อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์" แบบนี้ต้องไม่พลาดครับ

เมนูอันดับแรกถูกยกวางเสิร์ฟบนโต๊ะก่อนเป็น "บะกุ๊ดเต๋ไซส์ M" ราคา 399 บาท บรรจุลงหม้อดินเผาไฟร้อนๆขนาดใหญ่ปริมาณเยอะสำหรับ 1-3 ท่าน ซึ่งใช้วิธีเดียวกับแบรนด์ต้นตำรับเมืองพังงานอกจากจะแลดูซู่ซ่าควันพวยพุ่งอลังการแล้วยังอีกมีหนึ่งจุดประสงค์นั่นคือช่วยดึงกลิ่นหอมของสมุนไพรทั้ง 12 ชนิดออกมาถึงขีดสุดรองถาดดินและแท่นไม้อีกครั้งกันโต๊ะเกิดคราบดำไหม้ ถ้าชอบผักต้มเปื่อยสุกๆหน่อยก็รีบเทชุดผัก (ผักกาดหอม,ต้นหอม,ผักชี) ตามลงไปตอนกำลังเดือดจัดในชามอันแน่นด้วยซี่โครงหมูตุ๋นนานจนเปื่อยส่วนเครื่องในพวกตับ/กระเพาะ/หัวใจ/ไต (เซี่ยงจี๊)/เอ็นแก้วลวกสุกกำลังเด้งสู้ฟันใส่เห็ดหอม/แชมปิญอง/เข็มทอง/แผ่นฟองเต้าหู้ต้มพร้อมกันในน้ำซุปเข้มข้น ลองตักทานทันทีโดยไม่ปรุงได้ความอูมามิจากเนื้อหมูและกระดูกตามธรรมชาติผสานด้วยสมุนไพรกลมกล่อมเฉพาะตัวเผ็ดร้อนพริกไทยอย่างลงตัว (เมื่อปล่อยเวลาผ่านไปกลิ่นจะบางลงแนะนำว่าให้รีบกินทันที) ถ้ารู้สึกว่ายังไม่โดนใจสามารถเพิ่มซีอิ๊วขาวนำเข้าจากประเทศมาเลเซียมีรสเค็ม-หวานติดปลายลิ้นไม่เหมือนใคร/พริกน้ำส้มโฮมเมดทำเองเปรี้ยวปนเผ็ด/พริกขี้หนูสด,กระเทียมจีนสไลซ์แผ่นบางกับพริกไทยดำป่น (มีวางประจำแต่ละโต๊ะ) เติมเลยตามชอบ เหมาะแก่การกระหน่ำซดหลังทำงานหนักจนร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าช่วยฟื้นพลังกลับคืนมาเหมือนเป็นคนใหม่เลยครับ

วิธีการรับประทานเมนูบะกุ๊ดเต๋ตำรับมาเลเซียนั้นสามารถสนุกและปรับเปลี่ยนได้อีกหลากหลายรูปแบบไม่ใช่แค่การนั่งซดเปล่าๆเสมอไป เริ่มต้นกันด้วย "ข้าวเปล่า" ราคาถ้วยละ 20 บาท ใช้ข้าวหอมเมล็ดสีขาวสะอาดคุณภาพดีหุงสุกเรียงตัวอย่างสวยงามมีความหอมเฉพาะตัวน้อยกว่าสายพันธุ์หอมมะลิจึงไม่รบกวนกลิ่นสมุนไพรในน้ำซุปสูตรเฉพาะของทางร้าน / "หมี่ซั่วลวก" ราคาถาดละ 25 บาท หมี่ขาวหรือมีอีกชื่อเรียกทางเมืองปักษ์ใต้ว่าหมี่หุ้นจับลวกแค่พอสุกเนื่องจากลักษณะภายนอกเรียวเล็กละเอียดกว่าเส้นชนิดอื่นๆจึงซึมซับความอร่อยได้ดียิ่งขึ้นจึงเป็นท็อปปิ้งเสริมซึ่งขายดีอันดับ 1 ที่ลูกค้ามักจะเลือกสั่งกันเยอะสุด / "ฟองเต้าหู้" ราคาถาดละ 30 บาท ทำจากแผ่นฟิล์มบางลอยอยู่บนน้ำเต้าหู้ต้มตากแห้งหั่นชิ้นเหนียวหนึบสู้ฟันมีสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์เคี้ยวเพลินๆ / เครื่องเคียงธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กโดยปกติมักจะพบตามรถเข็นขายโจ๊กหรืออาหารเช้าสไตล์สตรีทฟู้ดเปลี่ยนมาจับคู่กับบะกุ๊ดเต๋แทนนั่นก็คือ "ปาท่องโก๋" ราคาจานละ 30 บาท จับแช่ลงน้ำซุปตำรับสมุนไพรจีน 12 ชนิดสักครู่ก็อร่อยนุ่มชุ่มฉ่ำแต่มีข้อควรระวังเล็กน้อยได้แก่อย่ารีบคีบใส่ปากเร็วเกินไปเพราะอาจลวกลิ้น,เหงือกจนอักเสบเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนครับผม

อยากอิ่มแบบเร่งด่วนโดยไม่ต้องเสียเวลาซดน้ำซุปร้อนๆทางร้าน "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) เขาก็ยังมีอาหารจานเดียวให้บริการอย่าง "ข้าวไรซ์เบอร์รี่อบเผือก" ราคา 95 บาท เลือกเฉพาะใช้เมล็ดข้าวสายพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่สีม่วงซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและไฟเบอร์สูงระดับซูเปอร์ฟู้ดคลุกเคล้าแครอทหั่นเต๋า/ถั่วลันเตา/ข้าวโพด/เห็ดหอม/แปะก๊วย/เม็ดมะม่วงหิมพานต์/น้ำมันกระเทียมเจียวห่อใบบัวหลวงนึ่งจนสุกผ่าแบ่งซีกโชว์ภายในแลดูสวยงามสดใสก่อนเสิร์ฟ หน้าตาภายนอกเหมือนเป็นเมนูมังสวิรัติธรรมดาๆแต่รสชาติอร่อยหอมมันกลมกล่อมแถมยังดีต่อสุขภาพจึงขายดีมัดใจเหล่าลูกค้าได้อีกหนึ่งรายการ ช่วงบ่ายแวะคุยงานพร้อมดื่มชาสมุนไพรกลิ่นหอมๆเพิ่มความสดชื่นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือของกินเล่นอันเข้ากันดีกับธีมแบรนด์สไตล์จีนต้องติ่มซำนึ่งใหม่ส่งตรงขึ้นรถทัวร์จากปักษ์ใต้เริ่มต้นกันด้วย "ฝั่นโก๋" ราคา 59 บาท แป้งด้านนอกผ่านกระบวนการรีดแผ่นบางเฉียบจนเรามองเห็นกุ้งไซส์ใหญ่เคี้ยวเต็มคำทั้งตัวที่อัดแน่นทรงกลมอยู่ข้างในคล้ายๆฮะเก๋าแต่ใช้วิธีการห่อคนละแบบเนื้อสัมผัสเด้งกรอบสู้ฟันหอมละมุนน้ำมันงาทานคู่ซอสจิ๊กโฉ่วเปรี้ยวเค็มฉุนขึ้นจมูกสะใจช่วยตัดเลี่ยน,กระตุ้นความอยากอาหารให้ทวีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่ประชุมขนาดย่อมหรือทำงานในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำนั่งสบายๆชวนผ่อนคลายแทนร้านสไตล์คาเฟ่ทาง "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) เขามีปลั๊กไฟกระจายตามมุมเพื่ออำนวยความสะดวกพร้อมเสิร์ฟอาหารกินเล่นช่วยเรียกน้ำย่อยง่ายๆสไตล์จีนเริ่มต้นกันด้วย "ขนมจีบกุ้ง" ราคา 59 บาท ใช้เนื้อกุ้งน็อกน้ำแข็งสัมผัสเด้งกรุบกรอบสู้ฟันสับหยาบผสมมันหมูบดละเอียดปั้นขึ้นรูปยัดบรรจุใส่แป้งแผ่นเกี๊ยวสีเหลืองคำโตนึ่งจนสุกกลิ่นหอมน้ำมันงาเคี้ยวเต็มคำสะใจ / "สาหร่ายห่อกุ้ง" ราคา 59 บาท ส่วนประกอบทุกอย่างคล้ายรายการก่อนเพิ่มแครอทหั่นเต๋าชิ้นเล็กสีส้มสดใสสวยงามม้วนห่อสาหร่ายโนริบางเฉียบจึงได้รสชาติของกุ้งทะเลแบบเน้นๆ ทานคู่ซอสจิ๊กโฉ่วเปรี้ยวนำเค็มกลิ่นฉุนตีขึ้นจมูกช่วยตัดเลี่ยนและเสริมความสดชื่นเหมือนกดปุ่มรีเฟรชให้ช่องปากอีกรอบนึง / "ซาลาเปาไส้ลาวาไข่เค็ม" ราคา 40 บาท แป้งสีขาวสะอาดแทรกฟองอากาศละเอียดนุ่มฟูเพราะหมักโดยใช้เชื้อยีสต์ตามธรรมชาติแทนการหยดแอมโมเนียตามตำรับโบราณสอดไส้ครีมคัสตาร์ดลาวาไข่แดงเค็มล้วนบดละเอียดเข้มข้นหวานมันกลมกล่อมไม่ไหลเยิ้มจนควบคุมทิศทางยากค่อนข้างแตกต่างหลายแบรนด์ที่มักใช้แบบแช่แข็งสำเร็จรูปตามท้องตลาดเอามาอุ่นให้รับประทานอีกครั้งหนึ่ง เหมาะแก่การสั่งแกล้มกับชาจีนสมุนไพรต้มร้อนๆเป็นที่สุดเลยครับผม

ขนมหวานเวลาปกติจะมีให้เลือกฟิน 2 รายการได้แก่ "ลอดช่อง" ราคา 45 บาท แต่วันที่เราไปดันของหมดพอดีเลยสั่งมาเป็น "เฉาก๊วย" ราคา 35 บาท โดยทางร้าน "Jin Buk Kut Teh" (จินบะกุ๊ดเต๋) เลือกของแบรนด์ผึ้งน้อยซึ่งปกติภัตตาคารชื่อดังเค้าใช้กันตามปกติซึ่งมีจุดเด่นนั่นก็คือเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มเด้งละมุนสู้ฟันน้ำเชื่อมหวานละมุนน้ำตาลทรายแดงโบราณกลมกล่อมตัดแบ่งชิ้นรูปทรงหกเหลี่ยมด้านเท่าขนาดกำลังพอดีคำเหมือนรวงผึ้งเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งหลอดเรียวเล็กช่วยกระจายความเย็นสดชื่นอย่างทั่วถึง เครื่องดื่มไม่มีแบบรีฟิลแต่ถ้ารู้ตัวว่ากระหายน้ำบ่อยๆควรออเดอร์ "ชาจีนร้อน" ราคา 55 บาท แต่ด้านในกาบรรจุใบชาแดงซึ่งถูกเก็บเกี่ยวจากไร่บนเทือกเขาคาเมรอนไฮแลนด์ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซียเทลงถ้วยขนาดจิ๋วค่อยๆจิบเสพกลิ่นหอมเฉพาะตัวชวนผ่อนคลายสามารถขอเติมน้ำร้อนได้อีกแต่พนักงานแนะนำว่าไม่ควรเกิน 2 ครั้งเพราะจะเจือจางลงจนแทบไม่หลงเหลืออะไรเลย สุดท้ายนอกจาก "น้ำเปล่า" ขนาด 600 มล.จำหน่ายขวดละ 20 บาทแล้วก็ยังเพิ่ม "น้ำเก๊กฮวย" ราคาแก้วละ 25 บาท คัดเฉพาะดอกตูมต้มควบคุมอุณหภูมิจับเวลาเพื่อสรรพคุณทางยาแถมอร่อยเพราะใส่น้ำตาลปริมาณกำลังพอดีครับผม

มื้อนี้เรามาฟินกันแค่ 2 คนแต่สั่งอาหารวางเรียงเต็มโต๊ะรวม 16 รายการ จ่ายไปทั้งหมด 1,006 บาทถ้วน (ไม่มี Vat. และ Service Charge คิดเพิ่มอีก) ส่วนตัวนั้นถือว่าคุ้มค่าเพราะให้ปริมาณค่อนข้างเยอะแถมคุณภาพอัดแน่นถึงเครื่องสมุนไพรจีนโบราณกว่า 12 ชนิด ตอนแรกจินตนาการเอาไว้ว่าคงคล้ายๆหม้อยาต้มใส่ซี่โครงหมูตุ๋นแต่พอชิมจริงๆกลับสดชื่นเสริมความอูมามิให้โดดเด่นขึ้นสมกับสโลแกน "อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์" ดีครบทุกด้านแบบนี้รับคะแนนไปเลย 5 ดาวอย่างไม่ต้องสงสัยครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เดอะโซนทาวน์อินทาวน์ ห้อง D12 เลขที่ 1889 ลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลา วังทองหลาง กทม. 10240

เปิดให้บริการทุกวัน (ไม่มีวันหยุด) ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 090-541-9666


"สุดท้ายถ้าติดใจเขามีบริการเดลิเวอรี่ห่อกลับบ้านแยกเครื่อง,น้ำซุปต้มใส่หม้ออีกครั้งก็เหมือนนั่งฟินที่ร้านเลยครับ"

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 528 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page