ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "จักรเพ็ชร" ก๋วยเตี๋ยวโกเบน้ำซุปสูตรตุ๋นยาจีนและบุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อวากิว เริ่มต้นเพียงคนละ 299 ฿

อัปเดตเมื่อ 19 ก.ย.



ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวตุ๋นรสชาติอร่อยเด็ดมีชื่อเสียงระดับตำนานแล้วล่ะก็เจ้าที่ผุดขึ้นมาในความคิดเป็นอันดับแรกสำหรับใครหลายๆคนก่อนเลยก็คือ "จักรเพ็ชร" เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่พุทธศักราช 2548 ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 13 โดยสาขาแรกตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ แม้จะมีประวัติศาสตร์ไม่ได้ยาวนานมากนักแต่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยจาก "เชลล์ชวนชิม" โดยหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย จุดเด่นของทางร้านที่มัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัดเลยก็คือน้ำซุปตุ๋นแต้จิ๋วสูตรจีนเสฉวนแท้ๆซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นอาก๋งทำกินกันเองเฉพาะสมาชิกในครอบครัวก่อนก่อตั้งเป็นกิจการให้หลายท่านได้ลิ้มลองกัน วิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวค้นหาสถานที่แล้วปักหมุดขับตามระบบนำทางของมือถือและสามารถจอดตามแนวยาวของถนนข้างหน้าร้านได้ตลอดเวลา ถ้าใช้บริการขนส่งสาธารณะลง MRT สถานีไฟฉายแล้วเรียกรถจากเส้นพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 มายังจุดหมายอีกประมาณ 5 กิโลเมตรให้สังเกตป้ายชื่อขนาดใหญ่ตั้งอยู่ติดริมถนนมองเห็นได้ชัดแบบนี้แสดงว่ามาถึงแล้วครับผม

เดินเข้ามาข้างในร้านถูกแบ่งพื้นที่เพื่อให้บริการออกเป็น 2 ส่วนก็คือ 1. โซนประตูทางเข้าด้านหน้าล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่พิเศษเปิดแง้มออกเพื่อเปิดรับลมโชยพร้อมแสงแดดจากธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาชวนนั่งสบายๆสไตล์สตรีทฟู้ด สำหรับโซนที่ 2 ก็คือห้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำปอดเพดานทรงสูงโปร่งโล่งกว้างไม่อึดอัดตกแต่งแบบไทยผสมจีนโบราณอย่างลงตัว โดยเน้นเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้มเริ่มต้นที่โต๊ะ-เก้าอี้ทำจากไม้เนื้อแข็งเสริมโครงเหล็กแข็งแรงมั่นคงวางบนพื้นปูนเปลือยขัดมันทำความสะอาดง่ายๆเพิ่มความอบอุ่นด้วยโคมแขวนกับดวงไฟสีเหลืองส้มละมุนให้อารมณ์เหมือนนั่งทานข้าวอยู่บ้านอากงสมัยเด็กๆ สามารถรองรับลูกค้าสูงสุดกว่า 20 โต๊ะนั่งได้ตั้งแต่ 2-4 คนถ้ากลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวใหญ่มากๆจะขอแยกโซนหรือลากโต๊ะมาต่อกันเองก็ได้ไม่มีปัญหา รอบก่อนผมเคยมีโอกาสสั่งกลับบ้านไปชิมในช่วงเที่ยงค่อนข้างวุ่นวายสุดๆครั้งนี้จึงชวนคุณแฟนแวะรีวิวกันช่วงหลังบ่ายโมงให้ร้านดูว่างๆแทน เมนูเด็ดของที่ "จักรเพ็ชร" จะมีอะไรให้ลองชิมบ้างนั้นเดี๋ยวเรามาชมไปพร้อมๆกันเลยครับผม

นอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวตุ๋นสูตรยาจีนที่เป็น Signature อันดับ 1 ของทางร้านแล้วปัจจุบันได้เพิ่มชาบูบุฟเฟ่ต์ให้ได้ลิ้มลองกันโดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับราคาก็คือ 299 บาทสั่งได้เฉพาะหมูคุโรบูตะและอาหารทานเล่นต่างๆรวมกว่า 35 รายการ / 389 บาทเพิ่มเนื้อไทยสายพันธุ์โพนยางคำอีก 7 รายการ / 489 บาทเพิ่มเนื้อนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียอีก 4 รายการและสูงสุดที่ 689 บาทอร่อยจัดเต็มด้วยเนื้อทาจิมะวากิวลูกครึ่งออสฯญี่ปุ่นกับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่รวมแล้ว 50 รายการนั่งฟินได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมงเต็ม เลือกน้ำซุปได้ 2 จากทั้งหมด 4 สูตรนั่นก็คือ 1. ชาบูน้ำใสหอมกลิ่นปลาโอผสมสาหร่ายคอมบุ 2. น้ำซุปตุ๋นยาจีนตำรับแต้จิ๋วแท้ๆมีเฉพาะที่ร้าน "จักรเพ็ชร" เท่านั้น 3. น้ำซุปสูตรต้มยำน้ำข้นหนักเครื่องสมุนไพรปรุงรสชาติเปรี้ยวเค็มอมหวานกลมกล่อมสไตล์ไทย 4. สุกี้ยากี้น้ำดำญี่ปุ่นรสชาติหวานนำละมุนโชยุโดยปรุงพื้นฐานเพิ่มเติมคัตสึโอะดาชิ-คอมบุ ราคาที่เห็นยังไม่รวมค่าน้ำรีฟิลอีกคนละ 39 บาทซึ่งสามารถสั่งน้ำอัดลมและเครื่องดื่มสมุนไพรไทยชงสดใหม่ทุกวันทั้งมะตูม/ลำไย/เก๊กฮวย/โอเลี้ยง/กาแฟเย็น/ชานมเย็น/ชามะนาว/ชาดำเย็น ปกติแบบ A La Carte ก็แก้วละ 39,49 บาทแล้วถือว่าคุ้มมากเลยครับ

วันนี้เราเลือกมา 2 จากทั้งหมด 4 น้ำซุปที่อยากจะลองทานเริ่มต้นด้วย "ตุ๋นยาจีนต้นตำรับแต้จิ๋วของจักรเพ็ชร" พื้นฐานทำจากกระดูกเนื้อวัวต้มผสมเครื่องสมุนไพรจีนรวมกว่า 20 ชนิดมีสรรพคุณทางยาบรรเทาอาการไอเจ็บคอ/ช่วยขับเสมหะ/เสริมสร้างภูมิต้านทาน/บำรุงเลือด-หัวใจและเพิ่มความชุ่มคอซึ่งโดยรวมถือว่าดีต่อสุขภาพมากๆ แต่รสชาตินั้นกลับหวานหอมกลมกล่อมซดง่ายคล่องคอไม่เค็มจัดแม้จะต้มอยู่ในหม้อเวลานานๆแถมยังช่วยให้อร่อยเข้มข้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย สำหรับช่องว่างอีกฝั่งเราสั่งเป็น "สุกี้ยากี้น้ำดำญี่ปุ่น" น้ำซุปใสเหลืองทองผสมคัตสึโอะบูชิกับคอมบุเพิ่มโชยุ,น้ำตาลให้รสชาติเค็มหวานและเพิ่มความอูมามิจากธรรมชาติด้วยหัวไชเท้าฝานบางๆลงไปเล็กน้อยได้อารมณ์ความเป็นญี่ปุ่นที่ซดง่ายไม่รุนแรงจนเกินไป สำหรับน้ำจิ้มที่เสิร์ฟคู่กันสามารถอร่อยได้ถึง 6 สูตรก็คือ 1. สุกี้กวางตุ้ง 2. พอนสึญี่ปุ่น 3. น้ำจิ้มงาบดเข้มข้น 4. น้ำจิ้มเนื้อตุ๋นจักรเพ็ชร 5. น้ำจิ้มผสมเองจากเครื่องปรุงที่โต๊ะและ 6. เกลือ,พริกไทยดำบดแบบเดียวกับร้านสเต๊ก พร้อมพริกสด-กระเทียมสับเปลี่ยนรสชาติได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อครับผม

ระหว่างนั่งรออาหารและวัตถุดิบต่างๆที่เราสั่งไปมาเสิร์ฟบนโต๊ะก็ซดน้ำซุปร้อนไปพลางก่อนแค่ไม่นานนักชุดผักสดกับลูกชิ้นรวมถูกวางลงก่อนโดยเราขอให้ทางร้านจัดรวมหลายๆอย่างเอาไว้ในจานเดียวกันทั้ง ผักกาดขาว/ผักบุ้งจีน/ผักกวางตุ้ง/เห็ดเข็มทอง/เห็ดหูหนูดำ/เห็ดออรินจิ/เห็ดหลินหรือชิเมจิสีดำ,สีขาว/เต้าหู้ขาว/ไข่ไก่/ลูกชิ้นไส้ไข่กุ้ง สำหรับเส้นทางร้านลวกสุกพร้อมคลุกน้ำมันใส่กระเทียมเจียวรสชาติเค็มอ่อนๆให้ซึ่งเราเลือกสั่งแค่ 4 จากทั้งหมด 8 รายการนั่นก็คือ 1. อุด้งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้สัมผัสเหนียวหนึบหนับเส้นใหญ่อ้วนเคี้ยวสู้ฟัน 2. บะหมี่สีเหลืองสูตรฮ่องกงใช้ไข่ไก่ในปริมาณเยอะมากจึงเหนียวขาดออกจากกันได้ยากเหมาะสำหรับทานเล่นหรือปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวก็แล้วแต่สะดวก 3. เส้นหมี่ขาวส่วนตัวถือว่าเข้ากับน้ำซุปตุ๋นแต้จิ๋วของร้าน "จักรเพ็ชร" ใสๆซดคล่องคอได้ง่ายที่สุดเพราะความเรียวเล็กช่วยซึมซับรสชาติได้ดีมากกว่า 4. เส้นเล็กมีความบางและแบนคล้ายเฝอของประเทศเวียดนามซึ่งเหนียวนุ่มแต่จับเป็นก้อนกันเร็วมากๆต้องรีบทานหน่อย นอกนั้นจากก็ยังมีวุ้นเส้น/เส้นใหญ่/โซบะของญี่ปุ่นกับมาม่าเกาหลีแต่เราไม่ได้สั่งเพราะให้ปริมาณค่อนข้างเยอะแนะนำว่าเก็บพื้นที่กระเพาะไว้ลุยเนื้อวัวคุณภาพสูงดีกว่าครับ

นอกจากวัตถุดิบสดใหม่สำหรับปรุงเป็นชาบู,ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟแล้วบนรายการบุฟเฟ่ต์ก็ยังรวมอาหารกินเล่นอีกหลายเมนูให้เคี้ยวเพลินๆระหว่างรอหม้อน้ำซุปเดือดก็เริ่มต้นกันด้วย 1. เฟรนซ์ฟรายแท่งเรียวเล็กทอดจนกรอบนอกนุ่มในคลุกเกลือสมุทรให้พอเค็มปะเล่มช่วยกระตุ้นระบบประสาทของสมองให้อยากทานต่อได้เรื่อยๆอย่างไม่หยุดมือ จิ้มซอสมะเขือเทศสไตล์ Ketchup สัมผัสเหนียวเข้มข้นเปรี้ยวหวานอีกหน่อยเข้ากันได้ดีสุดๆ 2. นักเก็ตไก่ชิ้นขนาดพอดีคำทำจากเนื้อไก่บดปรุงรสปั้นก้อนเคลือบด้วยแป้งกรอบทอดจนได้สีน้ำตาลทองดูสวยงาม 3. ปีกไก่ทอดคัดมาเฉพาะส่วนปีกกลางเท่านั้นหมักเครื่องเทศสูตรพิเศษของทางร้านให้รสชาติเค็มกลมกล่อมคลุกแป้งบางๆก่อนทอดในน้ำมันร้อนจัดจนได้ความกรุบกรอบชุ่มฉ่ำอร่อยโดนใจ 4. ไก่คาราอาเกะส่วนสะโพกติดหนังไขมันเยอะหั่นชิ้นพอดีคำหมักโชยุ/ขิงสด/กระเทียม/พริกไทยขาว/น้ำตาล/มิริน/เหล้าสาเกสำหรับปรุงอาหารลงไปคลุกแป้งข้าวโพดก่อนทอดเพื่อความกรอบทนนานกินคู่น้ำจิ้มไก่สูตรไทย นอกจากนี้ก็ยังมีเกี๊ยวซ่าไส้หมูทอดแต่วันนี้ของหมดจึงไม่ได้สั่งครับผม

เนื้อวัวสไลด์บางเฉียบสไตล์ร้านชาบูที่เราสั่งไปทยอยถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะเรื่อยๆทั้ง "เนื้อวากิวพับนอก" แทรกไขมันละเอียดราวกับหินอ่อนเพราะเลือกใช้เฉพาะเกรด MBS 4-5 เท่านั้นสีแดงสดสวยงามให้สัมผัสตอนเคี้ยวที่นุ่มนวลรสชาติเข้มข้นเข้ากับน้ำซุปตุ๋นสูตรแต้จิ๋วของ "จักรเพ็ชร"ได้เป็นอย่างดี / "เนื้อวากิวพับใน" ของทาจิมะวากิวซึ่งมีสายเลือดระหว่างพ่อวัวญี่ปุ่นขนดำและแม่พื้นเมืองของออสเตรเลียช่วยดึงข้อดีของแต่ละสายพันธุ์ออกมานั่นก็คือ 1. ความนุ่มละลายแทรกไขมันสวยงาม 2. รสชาติเข้มข้นกลิ่นหอมกระแทกจมูก โดยปรับให้ได้ความอร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น-ราคาสมเหตุผล / "เนื้อวากิวเสือร้องไห้" ส่วนพื้นท้องซึ่งมีไขมันเยอะที่สุดราวกับสามชั้นของวัวมีสีแดงสลับสีขาวลวกลงในหม้อชาบูเพียงไม่นานก็เด้งดึ๋งชวนเคี้ยวแล้วละลายหายไปในปาก / "เนื้อออสเตรเลียริปอาย" แทรกไขมันอยู่ในระดับปานกลางมีกลิ่นหอม-รสชาติเข้มข้นกว่าทาจิมะวากิวถาดก่อนประมาณ 2-3 เท่า ปกติมักจะนิยมเอาไปย่างสเต๊กชิ้นหนาแต่ทางร้านได้นำมาแล่จนบางเฉียบเพิ่มความนุ่มอร่อยทานได้เรื่อยๆแบบไม่รู้สึกเลี่ยนมากนักครับ

มาต่อกันด้วยส่วนของวัวซึ่งมีไขมันน้อยที่สุดอย่าง "เนื้อออสเตรเลียสันนอก" แต่ก็ยังคงความนุ่มรสชาติเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้เป็นอย่างดีเหมาะสำหรับสายรักสุขภาพจึงสามารถสั่งเมนูนี้ลวกกินในบุฟเฟ่ต์ได้อย่างเรื่อยๆสบายใจโดยไม่ต้องรู้สึกผิด / " เนื้อโคขุนใบพาย" ใช้ลูกผสมระหว่างพ่อพันธุ์ฝรั่งเศส,สวิตเซอร์แลนด์และแม่วัวไทยท้องถิ่นพออายุครบ 2 ปีนำไปขุนด้วยหญ้า-ฟางพร้อมอาหารผสมสูตรพิเศษจากธัญพืชจนเนื้อมีชั้นไขมันแทรกอย่างสวยงามถือเป็นของดีจากสหกรณ์โพนยางคำจังหวัดสกลนคร จุดเด่นซึ่งครองใจผู้คนมาอย่างยาวนานก็คือกลิ่นหอมน้ำเนื้อชุ่มฉ่ำเพราะหลังชำแหละต้องใช้เวลาบ่มกว่า 7 วันก่อนจะนำส่งไปตามภัตตาคารต่างๆทั่วไทย / "ลิ้นวัวโคขุน" คัดเฉพาะส่วนโคนในลำคอที่นุ่มสุดๆอันมีเพียงน้อยนิดโดยหนึ่งตัวมีแค่ชิ้นเดียวน้ำหนัก 1-1.5 กก. เท่านั้น ลอกหนังปุ่มลิ้นออกเหลือแต่กล้ามเนื้อสไลด์บางก่อนเสิร์ฟได้ความกรุบกรอบเด้งดึ๋งสู้ฟันเคี้ยวสนุก / "สันคอหมูดำคุโรบูตะ" สีชมพูอ่อนๆปริมาณไขมันกำลังดีมีจุดเด่นอยู่ตรงความนุ่มไร้กลิ่นสาบเฉพาะตัวเพราะมันคือราชาแห่งหมูนั่นเองครับ

ถาดต่อไปเหมาะสำหรับคนไม่กินเนื้อวัวแต่ก็สามารถอร่อยกับชาบู-ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟร้อนๆของร้าน "จักรเพ็ชร" ได้อย่างสบายใจด้วย "เบคอนรมควัน" ทำจากหมูสามชั้นส่วนพื้นท้องแบบลอกหนังแข็งออกจึงเคี้ยวง่ายไม่ติดฟันรมควันให้กลิ่นหอมละมุนด้วยเปลือกไม้เผาไฟสไตล์โฮมเมดปรุงรสชาติเค็มบางเบาเข้ากับน้ำซุปได้ดีกว่าที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป / "หมูหมักไข่" ใช้สะโพกติดมันกั่นชิ้นหนาหมักนุ่มแบบโบราณเหมือนกับที่เสิร์ฟในร้านราดหน้าเก่าแก่ชื่อดังเพิ่มโปรตีนให้เด้งสู้ฟันอีกขั้นด้วยไข่ไก่สดตอกลงไปอีกฟอง วิธีการทานเพียงคลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันก่อนเทลงในซุปฝั่งที่ชอบตอนเดือดปุดๆจะช่วยให้แน่นรัดตัวและไข่ติดกับเนื้อหมูไปละลายลงไปกับน้ำ นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัตว์อื่นๆให้สั่งอีกหลายรายการทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์/เนื้อออสเตรเลียสันไหล่/เนื้อแกะ/สันคอ,โหนก,น่องกรอบโคขุน/เนื้อหมักไข่/สันนอกหมูดำ/หมูนุ่มไม้ไผ่ แต่เราเน้นความคุ้มเลยเลือกเฉพาะที่อยากลอง,ราคาแพงมาเท่านั้นซึ่งถือว่าหลากหลายพอสมควร จับวัตถุดิบสไลด์บางเฉียบลงไปจุ่มพอสุกทานคู่กับน้ำจิ้มทั้ง 6 สูตรของทางร้านกันครับ

น้ำจิ้มของทางร้านมีให้เลือกทานทั้งหมด 6 สูตรอย่างที่บอกไปเบื้องต้นได้แก่ 1. สุกี้สูตรกวางตุ้งรสชาติหวานนำอมเปรี้ยวหอมกลิ่นซอสพริกผสมน้ำมันงาแบบที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นปกติในชาบูบุฟเฟ่ต์ เพิ่มพริกสด-กระเทียมสับและน้ำมะนาวลงไปอีกหน่อยอร่อยแซ่บลงตัว 2. พอนสึสูตรญี่ปุ่นทำจากโชยุผสมน้ำส้มสายชูเปรี้ยวเค็มหวานปลายลิ้นช่วยตัดเลี่ยนจากเนื้อราคาแพงซึ่งแทรกไขมันมากได้เป็นอย่างดีแบบไม่มีสะดุด 3. น้ำจิ้มงาขาวบดเข้มข้นพิเศษไม่ผสมถั่วลิสงหรือเอาน้ำสลัดมาเสิร์ฟให้แบบบางร้านรสชาติหวานมันนวลเนียนในปาก สามารถผสมกับพอนสึใส่พริกสด/พริกป่น/กระเทียมสับแปลงร่างเป็นน้ำจิ้มไต้หวันเหมือนร้านอาหารจีนได้อีกสูตรนึงด้วยครับ 4. น้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรจักรเพ็ชรปกติจะเอาไว้ทานคู่เนื้อตุ๋นหรือผสมลงในซุปให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวละมุนเหยาะน้ำปลาและพริกดองน้ำส้มลงไปอีกหน่อยจะครบทุกมิติมากยิ่งขึ้น 5. น้ำจิ้มสูตร D.I.Y. แบบร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟชื่อดังเพียงนำเครื่องปรุงต่างๆบนโต๊ะทั้งน้ำตาล/น้ำปลาหรือโชยุ/พริกป่น/พริกน้ำส้มผสมให้เข้ากันตามที่ตัวเองชอบจิ้มเนื้อลวกในซุปแต้จิ๋วบอกเลยว่าเด็ดสุดๆ 6. บิดเกลือหิมาลายัน-พริกไทยดำบดใหม่ลงบนเนื้อลวกพอสุกสีอมชมพูเพื่อรับความอร่อยจากธรรมชาติขั้นสูงสุด สุดท้ายประกอบใส่เส้นทำเป็นก๋วยเตี๋ยวชามส่วนตัวก็ได้กินหลายแบบไม่มีเบื่อเลยครับ

ถึงแม้บุฟเฟ่ต์จะไม่ได้รวมขนมหวานแต่ก็มีเครื่องดื่มรีฟิลที่หลากหลายกว่าร้านชาบูอื่นๆจ่ายเพิ่มเพียงคนละ 39 บาทเท่านั้น สั่งมาลองทั้งหมด 4 แก้วก็คือ 1. ชามะนาวพื้นฐานทำจากชาดำของประเทศไทยผสมมะนาวคั้นสดใหม่ๆตกแต่งด้วยเนื้อฝานบางด้านบนพอสวยงามรสชาติหวานเปรี้ยวชงค่อนข้างเข้มดื่มแล้วสดชื่นเย็นสะใจ 2. น้ำลำไยที่ใช้เฉพาะเนื้อล้วนอบแห้งเกรดดีที่สุดต้มโดยไม่ใส่น้ำตาลลงไปเพิ่มจึงได้กลิ่นหอมหวานลงตัวตามธรรมชาติ 3. ชานมเย็นทำจากใบอัสสัมสกัดเข้มข้นพิเศษผสมนมข้นจืดท็อปปิ้งก่อนยกเสิร์ฟอีกครั้งเทบนน้ำแข็งเกล็ดเล็กๆรสชาติหวานมันอย่างหนักหน่วงโดนใจสุดๆ 4. ชาดำเย็นสูตรต้นตำรับชงง่ายๆเพียงสกัดชาดำกับน้ำร้อนละลายน้ำตาลก่อนเสิร์ฟคนแพ้นมก็ดื่มได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีเก็กฮวย/มะตูม/โอเลี้ยง/กาแฟเย็น/น้ำอัดลม (โค้กสูตรปกติ/ไม่มีน้ำตาล/สไปรท์) สลับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ ตอนนี้อิ่มจุกแน่นท้องจนยัดแทบต่อไม่ไหวแล้วเรียกพนักงานมาคิดเงินที่โต๊ะกันเลยครับ

มื้อนี้ผมมาลุยกับแฟนสองคนสั่งอาหารไปมากกว่า 32 รายการ บุฟเฟ่ต์หัวละ 689 บาท + น้ำรีฟีลอีก 39 บาทรวมทั้งหมด 1,456 บาท (ไม่มี Vat. และ Service Charge มาบวกเพิ่ม) โดยรวมถือว่าคุ้มค่าสมกับราคาที่ตั้งหากคุณเป็นสายเนื้อตัวยงอยู่แล้วต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟแบบปกติเป็นชาบูๆต้มน้ำซุปตุ๋นแต้จิ๋วสูตรของร้าน "จักรเพ็ชร" กินได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมงเต็มอิ่มบอกเลยว่าต้องมาลอง สำหรับใครที่คาดหวังว่าจะรวม เนื้อโกเบ/กระดูกอ่อนวัว/แพะตุ๋นใน All You Can Eat ด้วยต้องขอดับฝันเอาไว้ก่อนซึ่งทางร้านให้เหตุผลว่าต้นทุนค่อนข้างสูงแถมอาจจะตุ๋นไม่ทันหากใส่ลงไปในรายการนี้ด้วยจึงเพิ่มเนื้อทาจิมะวากิวแทรกไขมันระดับพรีเมี่ยมเข้ามาแทน ตอนแรกกะว่าวันต่อไปจะลองสั่งแบบ A La Carte ดูบ้างแต่ทางร้านได้ประกาศปิดชั่วคราว เนื่องจากเจ้าของกิจการติดเชื้อไวรัส Covid19 เลยเว้นระยะแถมลืมๆไปนานกว่า 5 เดือนถึงจะหาโอกาสเข้ามาลองได้อีกครั้งนึงครับ

วันนี้ตั้งใจมาทานแบบ A La Carte โดยเราได้โทรสอบถามกับทางร้านล่วงหน้าแล้วว่ารายการเมนู Signature ต่างๆยังคงมีอยู่ไหมเพราะเนื้อตุ๋นในซุปสูตรแต้จิ๋วบางส่วนมีจำนวนจำกัดต่อวัน เปิดเล่มเมนูหน้าแรกคือประวัติความละมุนละไมของ "จักรเพ็ชร" สรุปสั้นๆได้ว่าเป็นตำรับเป็นของอาก๋งเดินทางมาจากเมืองจีนมณฑลเสฉวนทำให้กินกันเฉพาะลูกหลานในครอบครัวเท่านั้นส่งต่อจนถึงรุ่นพ่อที่เดินตามจ่ายตลาดคลุกคลีอยู่ในครัวตั้งแต่เด็กๆ ส่วนชื่อนั้นก็ตั้งตามถนนหน้าบ้านเก่าคือจักรเพชรข้างๆวัดเลียบเชิงสะพานพุทธยอดฟ้าและเปิดกิจการสาขาแรกตรงราชพฤกษ์นี้ เริ่มต้นกันด้วยเนื้อย่าง 159 บาท / คอหมูย่าง 129 บาท / ไส้กรอกรวม 129 บาท / ลิ้นวัวกระทะร้อน 169 บาท / เนื้อเสือร้องไห้กระทะร้อน 169 บาท / เนื้อตุ๋นราดซอส 169 บาท / เนื้อวากิวเผา 150 บาท / หมูตุ๋นราดซอส 159 บาท / ลูกชิ้นวัว,หมูไม้ละ 15 บาท / กระดูกอ่อนเนื้อราดซอส 170 บาท / ยำเนื้อย่าง 179 บาท / ยำไส้กรอก 159 บาท / ยำหมูย่าง 149 บาท เน้นอาหารกินเล่น-กับข้าวเป็นส่วนใหญ่ถือว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิดไว้ตอนแรกครับผม

หน้าถัดไปรวมเนื้อตุ๋นสูตรแต้จิ๋วแท้-ก๋วยเตี๋ยวเส้นต่างๆมากมายเริ่มต้นกันที่ สตูว์ลิ้นวัวราคา 160 บาทกินคู่กับขนมปังปิ้งแผ่นละ 10 บาท / หม้อไฟเนื้อโกเบล้วนซึ่งเป็นเมนู Signature อันดับ 1 ของทางร้านราคาหม้อละ 320 บาท / เกาเหลาเนื้อโกเบตุ๋นถ้วยละ 160 บาท / เกาเหลากระดูกอ่อนเนื้อตุ๋นใส่ถ้วย 150 บาท / ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิวสไลด์แผ่นบาง 250 บาท / ข้าวผัดกะเพราสเต๊กเนื้อวากิว 420 บาท / เนื้อแพะตุ๋นหม้อไฟสูตรเสฉวน 490 บาท / หม้อไฟรวมเนื้อ 219 บาทและหมูราคา 215 บาทใส่วัตถุดิบลงไปแบบเน้นๆมีทั้ง เอ็นวัว,เนื้อตุ๋น,หมูตุ๋น,ลูกชิ้นวัว,ลูกชิ้นหมู,เนื้อสด,หมูสดไร้เครื่องในกินได้อย่างสบายใจ สำหรับใครที่อยากได้คาร์โบไฮเดรตเพิ่มให้ประหยัด-อยู่ท้องยิ่งขึ้นก็เลือกได้ตั้งแต่เส้นหมี่ 25 บาท / บะหมี่ไข่ฮ่องกง 35 บาท / อุด้งญี่ปุ่น 49 บาท / เส้นใหญ่ 25 บาท / เส้นเล็ก 25 บาท / เส้นโซบะ 49 บาท โดยลวกพอสุกคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวพร้อมเสิร์ฟและข้าวสวยถ้วยละ 15 บาท ถ้าประกอบเป็นหนึ่งชามก๋วยเตี๋ยวเส้นโซบะ-อุด้งไม่ว่าหมูหรือเนื้อก็ราคาเดียว 159 บาท / เส้นบะหมี่ฮ่องกง 99 บาท เส้นอื่นๆที่เป็นพื้นฐานทั่วไปขายราคาชามละ 69-75 บาทกับเกาเหลา 99-110 บาท เลือกได้ตามงบที่มีเลยครับผม

หน้าต่อมารวมเมนูอาหารเหนือและข้าวจานเดียวสำหรับคนไม่ชอบกินเส้นเริ่มต้นกันด้วยข้าวซอยเนื้อวัว,หมูและไก่ราคาเดียว 105 บาท / ข้าวแกงกะหรี่สูตรโบราณใส่เนื้อวัว,หมูกับไก่ราคาจานละ 129 บาท / ข้าวหน้าเนื้อวัวผัดซอสญี่ปุ่นไข่ออนเซ็น 109 บาท / ข้าวหน้าไก่โบราณไข่ออนเซ็น 89 บาท / ข้าวหน้าหมูผัดซอสญี่ปุ่นไข่ออนเซ็น 99 บาท / ข้าวกะเพราเนื้อวัวสับ 99 บาท / ข้าวกะเพราหมูสับ 89 บาท / ข้าวกะเพราไก่สับ 89 บาท / ข้าวหมู-ไก่ผัดขิงสด 89 บาท / ข้าวเนื้อผัดขิงสด 99 บาท / เต้าหู้เย็นสไตล์ร้านอิซากายะญี่ปุ่น 69 บาท / ผักกาดหอมไว้ทานสดหรือลวกหม้อไฟราคาที่ละ 30 บาท / ผัดยอดอ่อนทานตะวัน 69 บาท / ยอดผักหวานน้ำมันหอย 79 บาท / ไข่ดาวกับไข่ออนเซ็นฟองละ 15 บาท ปิดท้ายกันที่ขนมหวานและเครื่องดื่มต่างๆทั้งสละกระท้อนลอยแก้วราคาถ้วยละ 49 บาท / พุดดิ้งมะพร้าวน้ำหอม 49 บาท / น้ำมะตูม,ลำไย,เก๊กฮวย 39 บาท / น้ำโอเลี้ยง,ชาดำเย็น 45 บาท / กาแฟเย็น,ชานมเย็น,ชามะนาว 49 บาท / น้ำอัดลมขวดละ 15 บาท / น้ำเปล่า 12 บาท / น้ำแข็งถัง 20 แก้ว 2 บาท /น้ำองุ่นยี่ห้อ Maximus 75 บาท นอกนั้นก็เป็นเบียร์แบรนด์ต่างๆขวดละ 110-220 บาท สายนั่งดื่มก็มาชิลได้ครับผม

หน้าสุดท้ายรวมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูชาบูและก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟเหมือนบุฟเฟ่ต์ที่เรามากินกันวันก่อนแต่ทางร้านนำมาขายแยกแบบ A La Carte เอาไว้ให้คนที่กินได้น้อยหรืออยากนั่งชิลไปเรื่อยๆพร้อมพูดคุยเล่นกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวอย่างไม่ต้องรีบร้อน ขออนุญาตไล่เรียงรายการอาหารฉบับรวดเร็วทันใจเริ่มต้นด้วย เนื้อออสฯส่วนสะโพก 240 / เนื้อออสฯสันนอก 160 / เนื้อออสฯสันคอ 140 / เนื้อแกะออสฯ 140 / ริปอายโคขุน 99 / เนื้อหนอกโคขุน 99 / ใบพาย 89 / น่องลาย 89 / ลิ้นวัว 89 / เสือร้องไห้ 89 / สันคอคุโรบูตะ 85 / สันนอก 79 / เบคอนรมควัน 79 / เนื้อหมัก 89 / หมูหมักไข่ 69 / หมูหมักนุ่ม 49 / เนื้อตุ๋น 65 / เอ็นตุ๋น 59 / หมูตุ๋น 59 / ลูกชิ้นเนื้อ,หมู 59 / ลูกชิ้นไส้ชีส 39 / ลูกชิ้นไส้ไข่กุ้ง 49 / เต้าหู้ขาว 35 / เฟรนซ์ฟราย 55 / ไก่ทอดคาราเกะ 89 / ผักกาดขาว 25 / ผักบุ้ง 20 / กวางตุ้ง 25 / สาหร่ายวากาเมะ 30 / เห็ดเข็มทอง 35 / เห็ดหูหนู 30 / เห็ดหลิน 35 / เห็ดออเร็นจิ 30 / ชีส 30 / เส้นเล็ก,ใหญ่,หมี่ 25 / บะหมี่ 35 / อูด้ง-โซบะ 49 / มาม่าเกาหลี 30 / ข้าวสวยถ้วย 15 / ชุดผักรวม 109 / ซุปรายการละ 50 บาท (น้ำใส/น้ำดำ/ต้มยำไทย/น้ำตุ๋นสมุนไพร) ถ้าขี้เกียจสั่งทีละอย่างที่ร้านก็ได้จัดให้เป็นชุด C หมูคุโรบูตะล้วน 299 / ชุด B โคขุนไทย 299 บาท กับชุด A เนื้อออสฯจัดเต็ม 429 บาท เสิร์ฟพร้อมผักรวมขนาดใหญ่และน้ำซุปฟรีอีกหนึ่งหม้อทันที จัดการสั่งเมนูที่อยากชิมให้เรียบร้อยแล้วรอมาเสิร์ฟบนโต๊ะไม่นานครับ

เมนูจานแรกถูกวางลงบนโต๊ะหลังจากนั่งรอใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานก็คือ "ก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่ไข่ฮ่องกงรวมเนื้อ" ราคา 100 บาท โดยหนึ่งชามใหญ่ประกอบไปด้วยบะหมี่อวบหนาผสมโปรตีนจากไข่ไก่สดธรรมชาติจำนวนมากจึงมีสีเหลืองอ่อนๆสัมผัสเหนียวนุ่มยืดเพราะทำใหม่ทุกวันไร้สารกันเสียลวกพอสุกกำลังดีคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวให้ทั่ว ใส่เครื่องต่างๆเรียงลงไปเริ่มต้นด้วยเนื้อวัวสดแทรกชั้นมันนุ่มๆ/เนื้อตุ๋นหั่นเต๋าชิ้นหนาเคี้ยวเต็มคำ/เอ็นตุ๋นนานพิเศษจนเกือบละลายเป็นเยลลี่เคี้ยวหนึบหนับ/ลูกชิ้นเนื้อวัวล้วนให้สัมผัสเรียบเนียนตอนเคี้ยวและลูกชิ้นเนื้อผสมเอ็นกรุบกรอบ เพิ่มวิตามิน-ไฟเบอร์ด้วยผักกาดหอมซอยล้างสะอาดไร้กลิ่นเหม็นเขียวหรือติดขมที่ปลายลิ้นกับต้นหอม,ผักชีโรยหน้าเล็กน้อย รสชาติเค็มกลมกล่อมละมุนเคลือบตัวเส้นบะหมี่เอาไว้เพราะภายในกระเทียมเจียวใหม่ๆนั้นได้ผสมดอกเกลือสมุทรคุณภาพสูงลงไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเป็นคนติดหวานเล็กน้อยเลยปรุงเพิ่มแค่พริกป่น/พริกน้ำส้ม/น้ำตาลคลุกเคล้าให้เข้ากันก็พร้อมอร่อยได้ทันที ในชุดมาพร้อมน้ำซุปตุ๋นยาจีนใส่ถ้วยแยกสามารถขอเติมได้ฟรีๆครับ

แค่น้ำซุปถ้วยเล็กๆแถมมากับก๋วยเตี๋ยวแห้งมันไม่ค่อยสะใจเลยสั่งเพิ่มอีกเป็น "เกาเหลาเนื้อวัวส่วนโกเบ" ราคา 170 บาท สำหรับคนที่สงสัยว่ามันคืออวัยวะชิ้นไหนของวัวนั้นเราสอบถามน้องพนักงานในร้านเรียบร้อยสรุปความก็คือไม่ได้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแต่เป็นชื่อเรียกเฉพาะของวงการชำแหละเนื้อชาวไทยเท่านั้น มีจุดเด่นพิเศษกว่าส่วนอื่นๆได้แก่อยู่เฉพาะตรงท้องล้อมด้วยเส้นเอ็นประกบชั้นบนและล่างเหมือนแฮมเบอร์เกอร์จึงให้สัมผัสเวลาเคี้ยวที่นุ่มหยุ่นรสชาติเข้มข้นมากเมื่อถูกต้มลงในความร้อนเป็นเวลานานๆ จัดเสิร์ฟโดยการแล่แผ่นหนา-ชิ้นใหญ่ชวนเคี้ยวเต็มคำก่อนจะราดด้วยน้ำซุปยาจีนผสมเครื่องสมุนไพรกว่า 20 ชนิดสูตรเฉพาะร้าน "จักรเพ็ชร" โรยผักใบกาดหอม,ต้นหอม,ผักชีซอยและกระเทียมเจียวผสมดอกเกลือสมุทร เพิ่มความอร่อยเด็กด้วยน้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นต้นตำรับปรุงเองพิเศษไม่เหมือนใครรสชาติหวานนำเปรี้ยวเผ็ดอ่อนๆใช้จิ้มกับเนื้อตุ๋นสุดเปื่อยหรือละลายลงในน้ำซุปก็ช่วยให้ครบทุกมิติมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเพิ่มพริกป่น,น้ำปลา,พริกน้ำส้มอีกนิดหน่อยถึงจะถูกปากคนชอบรสจัดจ้านแบบเราครับผม

เมนูต่อไปเหมาะสำหรับคนที่อยากซดน้ำซุปสูตรแต้จิ๋วรวมสมุนไพรกว่า 20 ชนิดสูตรของร้าน "จักรเพ็ชร" แบบอุ่นร้อนตลอดเวลาต้องสั่งเป็น "หม้อไฟรวมเนื้อ" ราคา 230 บาท จัดเสิร์ฟในหม้อทองเหลืองทรงกันลึกอัดแน่นด้วยเครื่องก๋วยเตี๋ยวต่างๆมากมายเริ่มต้นที่เนื้อสไลด์บางติดมัน/เอ็นวัวตุ๋นชิ้นใหญ่/เนื้อตุ๋นหั่นลูกเต๋า/ลูกชิ้นเนื้อวัวล้วน/ลูกชิ้นเนื้อวัวผสมเอ็นกรุบกรอบ โรยหน้าเพื่อตกแต่งให้สวยงามยิ่งขึ้นทั้งใบผักกาดหอม,ต้นหอมผักชีซอย,กระเทียมเจียววางลงบนเตาทองเหลืองแล้วรองแผ่นไม้อีกชั้นเพื่อใช้เป็นฉนวนกันความร้อนจากไฟเมื่อจุดก้อนเจลแอลกอฮอล์ เพิ่มความอร่อยด้วยซอสก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรทำเองกับกระเทียมเจียวซึ่งสามารถขอได้ฟรีช่วยเสริมรสชาติน้ำซุปให้เข้มข้นโดนใจกว่าเดิม รอหม้อไฟเดือดลวกเนื้อสดถึงระดับความสุกที่ต้องการจะซดเปล่าๆหรือสั่ง "ข้าวสวย" ราคาถ้วยละ 20 บาทมาทานคู่กันก็อร่อยลงตัวเพราะที่ร้านเลือกใช้ข้าวขาวคุณภาพดีจึงไม่รบกวนกลิ่นหอมของเนื้อวัวตุ๋น-น้ำซุปสมุนไพรสุดละมุนอันเป็นเอกลักษณ์นัก หากรู้สึกว่าร่างกายเพลียๆแนะนำว่าซดชามนี้น่าจะช่วยฟื้นฟูได้ดีเลยครับ

สำหรับใครที่กำลังคิดว่ามากินร้านก๋วยเตี๋ยวสั่งเป็นเส้นหรือเกาเหลายังไงก็ไม่ค่อยอยู่ท้องเหมือนข้าวสวย "จักรเพ็ชร" เข้าใจจึงคิดค้นเพิ่มอีกหลากหลายเมนูเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคนแตกต่างกัน หนึ่งในนั้นก็คือ "ข้าวผัดกะเพราเนื้อวากิวไข่ดาว" ราคา 420 บาท ซึ่งเป็นจานราคาสูงสุดในร้านแต่ก็ให้ปริมาณสุดคุ้มทั้งสเต๊กวากิวย่างสุกแบบ Medium Well หั่นชิ้นหนาเรียงอย่างสวยงามราดซอสเทริยากิเค็มหวานกลมกล่อม ทานคู่กับข้าวผัดใส่กากมันเนื้อเจียว/พริกสด/กระเทียม/ใบกะเพราและโรยหน้าด้วยใบกะเพรากรอบๆ รสชาติเค็ม,เผ็ดร้อนมีกลิ่นหอมคั่วกระทะสไตล์จีนตัดความเลี่ยนด้วยเลมอนหั่นซีกแทนมะนาวปกติท็อปปิ้งไข่ดาวทอดขอบฟูกรอบแต่ไข่แดงไม่สุกไหลเยิ้ม (เลือกระดับความสุกเนื้อวัวและไข่ดาวได้ตามใจ) วิธีการทานให้บีบน้ำเลมอนลงบนข้าวผัดเคล้าให้เข้ากันตักพร้อมกับสเต๊กหั่นพอดีคำหรือจิ้มแจ่วอีสานเปรี้ยว-หวานหอมพริกป่นข้าวคั่วสลับกับไข่ดาวเปลี่ยนความอร่อยไปได้เรื่อยๆจนหมดจาน สั่งกินคนเดียวน่าจะอิ่มจุกเพราะปริมาณเยอะมากแต่ผมกับแฟนแชร์กันก็เลยลุยต่อได้อีกครับ

ใครเป็นสายเน้นโปรตีนลดคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้วล่ะก็ทางร้านก็มีเมนูเนื้อล้วนๆช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออีกหลายรายการเริ่มต้นด้วย "เนื้อย่าง" ราคา 175 บาท โดยสามารถเลือกสั่งได้ 2 ชิ้นส่วนคือ 1. Bavette หรือพื้นท้องชายซี่โครงวัวรสชาติเข้มข้นติดไขมันระดับปานกลาง 2. Flank Steak หรือใบบัวตรงท้องวัวส่วนล่างใกล้ขาหลังนุ่มและมีไขมันน้อยกว่าแต่รสชาติโดยรวมไม่ต่างกันมากนัก ย่างสุกระดับ Medium Well สีอมชมพูพอสวยงามรักษาความชุ่มฉ่ำของน้ำเนื้อเอาไว้เตรียมระเบิดในปาก วิธีการอร่อยทำได้ถึง 3 รูปแบบทั้งบิดเกลือหิมาลายัน-พริกไทยดำลงไปเพื่อรับรสชาติพร้อมความหอมตามธรรมชาติของเนื้อวัวคุณภาพดีอย่างเต็มที่ / โรยกระเทียมเจียวใส่ดอกเกลือสูตรพิเศษลงไปให้รสเค็มอูมามิเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ / น้ำจิ้มแจ่วอีสานทำเองสไตล์ไทยแท้เปลี่ยนรสสัมผัสไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ อีกจานเป็นเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง "ลิ้นวัวกระทะร้อน" ราคา 180 บาท ใช้ลิ้นโคขุนสไลด์บางเฉียบผัดซอสเทริยากิผสมกระเทียมเจียววางลงบนกระทะร้อนโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยก่อนเสิร์ฟ ทานเปล่าๆก็อร่อยหอมชุ่มฉ่ำน้ำเนื้อเคี้ยวกรุบกรอบรสชาติเค็มกลมกล่อมลงตัวหากเริ่มรู้สึกเลี่ยนในชุดมีน้ำจิ้มแจ่วแบบเดียวกับสเต๊กจานก่อน ส่วนตัวคิดว่ารสชาติซอสค่อนข้างเข้มข้นดีมากๆแนะนำให้สั่งข้าวเปล่าเพิ่มอีกถ้วยมากินคู่กันจะยิ่งลงตัวกว่าเดิมครับ

สุดท้ายถ้าติดใจลูกชิ้นเนื้อของทางร้านนอกจากจะสั่งเป็นท็อปปิ้งเพิ่มลงในก๋วยเตี๋ยวหรือหม้อไฟแล้วทางร้านยังนำมาย่างเสิร์ฟเป็น "ลูกชิ้นเนื้อปิ้ง" กับ "ลูกชิ้นหมูปิ้ง" ราคาไม้ละ 15 บาท ทำจากเนื้อสัตว์บดละเอียดผสมแป้งลงไปน้อยเพียงพอให้จับเป็นก้อนสัมผัสนุ่มเนียนแน่นผ่านเตาถ่านจนกระชับรัดตัวยิ่งขึ้นเวลาเคี้ยว โดยเฉพาะลูกชิ้นเนื้อสามารถเลือกได้ว่าจะเอาเฉพาะเนื้อวัวล้วนๆหรือเอ็นกรุบกรอบเคลือบด้วยซอสสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียกรสหวานอมเปรี้ยวตัดเค็มพอกลมกล่อมก่อนจัดลงใส่จาน ถ้าชื่นชอบความเผ็ดแซ่บแบบร้านขายลูกชิ้นข้างนอกสามารถเทพริกป่นและขอผักชีซอยผสมลงไปอีกหน่อยเข้ากันได้อย่างลงตัว เหตุผลที่คนครัวไม่ปรุงอาหารส่วนใหญ่ในร้านให้พอดีเหมือนเจ้าอื่นๆเพราะอยากให้ลูกค้าทุกวัยเข้าถึงได้ง่ายมีจุดเด่นคือความหอมของน้ำซุปสมุนไพรตุ๋นเนื้อจนเปื่อยซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานที่ดี แต่รสชาติเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคลจะเค็มหวานเปรี้ยวเผ็ดนำเพิ่มเองทีหลังได้ตามใจครับ

มื้อนี้ผมมาทานกับแฟนสองคนเหมือนเช่นเคยสั่งกว่า 11 รายการจ่ายค่าอาหารทั้งหมด 1,445 บาท (ไม่มี Vat. และ Service Charge) ราคาที่เห็นในเล่มเมนูเมื่อเทียบกับใบเสร็จอาจจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเพราะเราเว้นระยะเวลารีวิวห่างกันนาน 5 เดือนและไม่ได้ถ่ายรูปอัปเดตล่าสุดอีกด้วย แต่โดยรวมก็ถือว่ายอมรับได้เพราะปัจจุบันวัตถุดิบขยับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ถ้าอยากเน้นความคุ้มค่าแนะนำให้เลือกอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ชาบูกับก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟรวม 50 เมนูตลอด 2 ชั่วโมงเต็มๆหรือสัมผัสเนื้อตุ๋นโกเบ Signature ของจักรเพ็ชรแบบ A La Carte ก็ดีงามไม่แพ้กัน เป็นอีกหนึ่งร้านที่ส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบแล้วช่วยทำให้เข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่าทำไมนักชิมหลายๆท่านจึงคิดถึงอันดับแรกเมื่ออยากซดเนื้อวัวตุ๋นยาจีนรสเด็ด รับคะแนนไป 5 ดาวเต็มเลยครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : อาคารเลขที่ 31/7 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00-21.30 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 081-372-2935

Facebook : https://www.facebook.com/Jakrapetch


ปัจจุบันร้าน "จักรเพ็ชร" เปิดให้บริการอีกสาขาตรงศาลายาเส้นถนนบรมราชชนนี ใกล้ที่ไหนไปลองได้เลยครับผม

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 962 ครั้ง0 ความคิดเห็น