top of page

รีวิว "Hono Yakiniku" บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟวัตถุดิบเกรดพรีเมียมกว่า 200 เมนูใจกลางสยามเริ่มต้นที่คนละ 599++

  • รูปภาพนักเขียน: Food Addicts - เสพติดการกิน
    Food Addicts - เสพติดการกิน
  • 2 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

แวะช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้าสวมบทบาทวัยรุ่นแถวสยามปัจจุบันมีเหล่าร้านอาหารเปิดใหม่แนวคิดน่าสนใจเพียบแต่สำหรับวันนี้เราขอเลือกเพียงหนึ่งแบรนด์ซึ่งเป็นกระแสถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลบ่อยๆได้แก่ "Hono Yakiniku" ほの 焼肉 (โฮโนะยากินิคุ) โดดเด่นเรื่องปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นใช้เฉพาะวัตถุดิบนำเข้าเกรดพรีเมียมกว่า 200 เมนูทานไม่อั้นตลอด 01:45 ชั่วโมง เริ่มต้นคนละ 599 บาท++ (ยังไม่รวม Vat. 7% และ Service Charge 10%) โดยเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 69 แต่ได้คะแนนรีวิวสูงถึง 4.8 ดาวจากจำนวนลูกค้ากว่า 100 ท่านแสดงถึงความอร่อยเด็ดไม่ธรรมดา วิธีเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแนะนำ BTS สายสีเขียวลงสถานีสยามประตูทางออก 1 เข้าสะพานเชื่อมมุ่งสู่ Siam Center จุดหมายตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ฝั่งหน้าบันไดเลื่อนใกล้ลานกิจกรรมน้ำพุของพารากอนพอดีหาไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าขับรถเองอย่าลืมเก็บใบเสร็จเมื่อรับประทานครบ 500-4,000 บาทไปลงทะเบียนตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่างเพื่อขอรับสิทธิ์จอดนานสูงสุด 4-8 ชั่วโมง (กดเพื่อชมรายละเอียดบนเว็บไซต์ของ One Siam : https://citly.me/Yv0AX) เห็นสัญลักษณ์ 炎 แปลว่าเปลวไฟแบบนี้ก็แสดงว่าเราถึงแล้วครับ

ก่อนเข้าสู่ภายในร้านน้องพนักงานช่วยอธิบายเรื่องราคาและเงื่อนไขต่างๆโดยคอร์สปิ้งย่างของแบรนด์ "Hono Yakiniku" จัดแบ่งออกเป็น 5 ระดับทั้ง 1. Akari 599 ฿++ (705 Net.) 2. Kaori 799 ฿++ (940 Net.) 3. Takumi 1,199 ฿++ (1,411 Net.) 4. Kiwami 1,499 ฿++ (1,764 Net.) คอร์สแพงสุด 5. Hono 1,999 ฿++ (2,352 Net.) เด็กเล็กมีส่วนสูงไม่เกิน 1 เมตรกินฟรี ระหว่าง 100-120 เซนติเมตรต้องชำระ 352 > 470 > 705 > 882 และ 1,176 สุทธิตามลำดับ สามารถสั่งอาหารได้ตลอด 90 นาทีเสร็จแล้วก็นั่งฟินต่อจนครบ 01:45 ชั่วโมง ผ่านโถงทางเดินตกแต่งบรรยากาศสไตล์ Luxury Japanese Style เน้นเรียบง่ายหรูหราใช้งานได้จริงตามปรัชญาเซนแต่ละโต๊ะรองรับลูกค้าได้ประมาณ 4-6 คน ถ้ากลุ่มใหญ่กว่านั้นแนะนำโทรจองล่วงหน้าเหมาแยกโซนไม่ต้องรบกวนคนอื่น โดดเด่นด้วยแสงฝั่งหน้าต่างผสมผสานหลอด LED บนฝ้าขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนสตูดิโอถ่ายภาพหรือวิดีโอยังไงผิวก็สวยขาวนวลละมุนถูกใจเหล่าสาวๆตรงกลางวางตุ๊กตามาสคอต "น้องโฮโนะ" ลักษณะดั่งก้อนแดงขาสั้นคล้ายสุนัขดวงตากลมโตคิ้วสีน้ำเงินจมูกโตเขียนสัญลักษณ์ไฟที่หน้าผากดูน่ารักไปอีกแบบครับผม

เลือกโต๊ะที่เราอยากนั่งให้เรียบร้อยสำรวจเตาย่างยากินิคุตรงกลางเป็นระบบขดลวดไฟฟ้ามีสวิตช์เปิด-ปิดปรับระดับความแรงซ่อนอยู่ข้างๆไม่ซับซ้อนเรียนรู้ไม่นานใช้งานสะดวก เตรียมอุปกรณ์พื้นฐานเอาไว้ครบทั้งจานแบ่งส่วนตัว/ถ้วยใส่น้ำจิ้มสลับเกลือ/ตะเกียบไม้/หลอดพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง/แก้วน้ำพร้อมกระดาษรองสีแดง,น้ำเงินพิมพ์ลวดลายญี่ปุ่นให้ความรู้สึกหรูหรา สำหรับวันนี้ผมกับแฟนขอเลือกคอร์สระดับสูงสุดนั่นคือ HONŌ ท่านละ 1,999 บาท++ (2,352 Net.) ออเดอร์ได้ทุกอย่างกว่า 200 รายการไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดเช่น เนื้อคุโรเกะวากิว A4 / ปูทาระบะสด / หมูไอเบอริโก้สเปน / ปลาทูน่าครีบน้ำเงินโอโทโร่,ชูโทโร่,อากามิ / มาได / ชิมะอาจิ / เป๋าฮื้ออาวาบิ / อูนิสายพันธุ์บาฟุน / ตับปลาอังโกะ / ไข่แซลมอนอิคุระ / โฮตาเตะ / อามะเอบิ / ปูหิมะซูไว / โฮตารุอิกะหรือปลาหมึกหิ่งห้อย / ฟัวกราส์ / อุนางิ / ฮามาจิ / แซลมอน แล่ปรุงจัดเสิร์ฟเป็นซูชิ,ซาชิมิ,อูซูสึกุริ,แฮนด์โรลสาหร่าย,มินิดงบุริและอาหารทานเล่นอื่นๆกดเพื่อชมเล่มฉบับออนไลน์ที่ลิงก์นี้ > https://citly.me/XwsMq < วิธีสั่งต้องสแกน QR Code ส่งถึงห้องครัวเมื่อรับประทานเสร็จแล้วหยิบใบแจ้งเวลาไปชำระเงินตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ด้านหน้าร้านครับ

จุดเด่นของแบรนด์ "Hono Yakiniku" แม้จะเพิ่งเปิดใหม่ไม่นานนักแต่พยายามสร้างความแตกต่างจากร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเจ้าอื่นๆในประเทศไทยนั่นก็คือเรื่องน้ำจิ้มสามารถเลือกฟินได้ 5 สูตรนั่นก็คือ 1. Yakiniku บาร์บีคิวดั้งเดิมธรรมดาคุ้นเคย 2. Hono Sauce สำหรับปิ้งย่างข้นผลไม้หอมน้ำมันงาชัด 3. Miso Dare มิโซะชนิดเข้มข้นไว้ห่อผักกับเนื้อก่อนนำเข้าปาก 4. Sushi Sashimi Shoyu ซีอิ๊วโชยุฉบับโฮมเมดสำหรับจิ้มปลาดิบซูชิแตะวาซาบิอูมามิฉุนขึ้นจมูก 5. Amakuchi Shoyu หวานปนเค็มกลมกล่อมเหมาะดองไข่แดงก่อนจุ่มเนื้อย่างหรือปรับใช้เสริมรสชาติเมนูอื่นตามสะดวก แล้วยังนำเกลือสมุทรเกรดพรีเมียมเหมือนภัตตาคารเทมปุระชื่อดังมาไว้บนโต๊ะให้เราลองชิมถึง 4 แบบทั้ง 1. Truffle Salt เกล็ดหยาบผสมสีดำจากเห็ดทรัฟเฟิลแท้ 100% 2. Yuzu Salt ผงบดละเอียดสีเหลืองหอมเปลือกส้มยูซุธรรมชาติ 3. Matcha Salt สีเขียวสดใสเทียบชั้นพิธีการติดขมช่วงปลายลิ้นชวนซับซ้อนล้ำลึกอธิบายยาก 4. Wasabi Salt ฉุนเบาบางสดชื่นไม่หนักหน่วงเกินเข้ากันดีกับเนื้อวากิวญี่ปุ่นไขมันแทรกเยอะๆตัดเลี่ยนช่วยให้กินต่อได้อีกยาวนานเปลี่ยนยากินิคุที่คุ้นเคยตลอดให้พิเศษยิ่งขึ้นใครเห็นก็ต้องอยากลองบ้างแน่นอน

วันนี้เราตั้งใจเลือกคอร์สแพงสุดระดับ HONŌ ท่านละ 1,999 ฿++ (2,352 Net.) เพราะอยากจะลองกินเมนูนี้ให้ได้นั่นก็คือ "A4 Kuroge Wagyu Rib Rosu" ส่วนริบอายสไตล์ภัตตาคารสเต็กเฮาส์พรีเมียมแทรกไขมันสลับคอลลาเจนลายหินอ่อนสวยอลังการสมกับเป็นเกรดคัดพิเศษสไลซ์แผ่นใหญ่หนาประมาณ 0.3 เซนติเมตร ขึ้นชื่อว่าราชาแห่งวัวขนดำ-เขาสั้นสายพันธุ์คุโรเกะเลี้ยงในฟาร์มโดยควบคุมมาตรฐานเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัดจนได้รับเครื่องหมาย "วากิวสากล" จากสมาคมการค้าประเทศญี่ปุ่นการันตีคุณภาพสินค้าก่อนส่งออกไปทั่วโลก จัดเสิร์ฟหนึ่งจานจำนวนสองชิ้นยักษ์วางเรียงซ้อนกันแทบเต็มภาชนะมาพร้อมไข่แดงไก่แบรนด์โมริทามะแม้รับประทานดิบยังปลอดภัยต่อสุขภาพแช่ดองซีอิ๊วโชยุหวานเข้มข้นเข้าเนื้อดี เอื้อมมือเปิดสวิตช์เตาย่างระบบขดลวดไฟฟ้าข้างโต๊ะปรับเร่งระดับแรงรอผิวด้านนอกกรอบเกรียมแต่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำสีอมชมพูเล็กน้อยจิ้มซอส Amakuchi Shoyu หวานเค็มนัวไข่แดงฉบับคลาสสิกเคี้ยวเต็มคำไหลลื่นลงคอ ถ้ารู้สึกว่ารสชาติค่อนข้างรุนแรงเกินสามารถปรับเปลี่ยนโดยวางบนข้าวสวยโคชิฮิคาริ-โรยเกลือสมุทรไม่ซ้ำกันถึง 4 ชนิดสัมผัสกลิ่นหอมตามธรรมชาติก็ฟินอีกแบบครับผม

ถ้ารู้สึกว่ารายการก่อนหน้านี้เสิร์ฟแผ่นใหญ่เกินไปบนโต๊ะเตรียมกรรไกรให้ลูกค้าตัดแบ่งเป็นขนาดกำลังพอดีคำนอกจากนี้ยังมีเนื้อวัวส่วนอื่นที่ห้ามพลาดบนคอร์สบุฟเฟ่ต์ระดับสูงอีกเพียบทั้ง "A4 Kuroge Wagyu Sankaku Bara" บริเวณซี่โครงส่วนปลายใกล้พื้นท้องถัดใต้สันคอก่อนจะถึงสามชั้นขอบไขมันเด่นชัดพร้อมแทรกลายละเอียดหินอ่อนสวยงามเท่ากันทุกอณูเหมาะสำหรับคนชอบความนุ่มคีบเข้าปากละลายหายทันทีแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว / "A4 Kuroge Wagyu Rump" ส่วนสะโพกต้องเคลื่อนไหวเยอะปกติต้องเหนียวแต่เนื่องจากวิธีการขุนด้วยธัญพืชเวลานานตามมาตรฐานของฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นก่อนวางจำหน่ายยังคงความฉ่ำเคี้ยวสนุกรสชาติเข้มข้นชัดเจนเอ็นคอลลาเจนธรรมชาติย่างบนเตาไฟฟ้าให้แค่พอสุกสีอมชมพูเล็กน้อย สลับความอร่อยเรื่อยๆไม่รู้สึกเบื่อด้วยน้ำจิ้ม 3 สูตรได้แก่ 1. Yakiniku ต้นตำรับบางเบาแทบไม่รบกวนความดั้งเดิมเติมพริกขี้หนู,กระเทียมสับ,น้ำมะนาวนิดหน่อยเรียบง่ายแสนคุ้นเคย 2. Hono คล้ายอันแรกแต่เหมือนเพิ่มผลไม้บดละเอียดลงไปจึงสัมผัสแน่นน้ำมันงาเด่นชัดเจนตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบความจัดจ้าน 3. Miso Dare มิโซะหวานนัวห่อผักตามด้วยกิมจิยัดใส่ปากคำโตอร่อยเด็ดสุด

กลัวว่าฟาดเนื้อชั้นดียังไม่คุ้มนั่งไปสักพักเดี๋ยวต้องเลี่ยนจุกแน่นอนก็ต้องลองเปลี่ยนส่วนอื่นซึ่งคุณภาพพรีเมียมไม่แพ้กันโดยลดไขมันน้อยลงปรับเปลี่ยนให้หลากหลายด้วย "A4 Kuroge Wagyu Uchi Momo" บริเวณสะโพกใกล้สันหลังยังเกิดการขยับร่างกายนิดหน่อยติดเอ็นคอลลาเจนเหนียวน้อยกว่าช่วงรัมพ์ปกติค่อนข้างลีนแดงโปรตีนสูงตอบโจทย์สายนักกล้ามแต่เมื่อขึ้นชื่อว่าราชาแห่งวัวสายพันธุ์คุโรเกะขนดำสนิทก็ต้องติดมันนิดหน่อยพอเคี้ยวแล้วอร่อยนุ่ม / "A4 Kuroge Wagyu Harami" ส่วนกะบังลมกั้นระหว่างช่องอกและท้องบางคนเรียกว่าขั้วตับเพราะเส้นยาวล้อมรอบเครื่องในเอาไว้ปกตินิยมเอาไปตุ๋นจนเปื่อยดีเมื่อย่างกลับเหนียวหนึบสู้ฟันรสชาติเข้มข้นอร่อยเพลินอีกแบบจึงเป็นอีกจานที่ได้รับความนิยมตามร้านยากินิคุ สั่ง "ข้าวสวยญี่ปุ่น" / "ข้าวผัดกระเทียม" / "กิมจิเกาหลี" / "ใบผักกรีนคอส" / "ซุปมิโซะวากาเมะ" / "กระเทียมเสียบไม้" ไว้ฟินคู่กับเนื้อจิ้มเกลือถึง 4 สูตรเช่น 1. Truffle Salt เกล็ดหยาบผสมสีดำจากเห็ดทรัฟเฟิลแท้ 2. Yuzu Salt ผงละเอียดสีเหลืองสวยจากเปลือกส้มยูซุธรรมชาติ 3. Matcha Salt สีเขียวขมปลายลิ้นซับซ้อนล้ำลึกอธิบายยาก 4. Wasabi Salt ฉุนเบาสดชื่นแต่หยุดกินต่อไม่ได้

สมาชิกร่วมโต๊ะท่านไหนกำลังงดรับประทานเนื้อวัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามยังสามารถสนุกกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างมื้อนี้ได้คุ้มค่าเหมือนเดิมเพราะที่ร้าน "Hono Yakiniku" จัดเตรียมวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียมอื่นๆอีกเพียบเช่น "Iberico Bara" หมูดำไอเบอริโก้สายพันธุ์พื้นเมืองเลี้ยงด้วยผลโอ๊กป่าปล่อยตามธรรมชาติบริเวณคาบสมุทรไอบีเรียซึ่งอยู่ระหว่างประเทศสเปน-โปรตุเกสขึ้นชื่อเรื่องกรดไขมันโอเลอิกสูงคล้ายน้ำมันมะกอกแทบละลายได้ทันทีเมื่อถูกความร้อนต่ำหรืออุณหภูมิช่องปากแถมราคาต่อกิโลกรัมแพงที่สุดในโลกจนได้รับฉายาว่า "วากิวแห่งโลกของหมู" ส่วนสามชั้นเนื้อสลับมันสีชมพู / "Iberico Kata Rosu" ส่วนสันคอสวยงามไม่แพ้กัน ใครชอบมันปูคานิมิโซะเขาเอามาจับคู่กับของทะเลต่างๆได้แก่ปูทาระบะ-ซูไว,โฮตาเตะ,อูนิไข่หอยเม่น,กุ้งหวานอากะเอบิ,ฟัวกราส์,อิคุระไข่แซลมอน,โทบิโกะไข่กุ้งแนะนำปิ้งบนเตาให้สุกราดข้าวสวยหรือใช้แทนน้ำจิ้มธรรมดาก็เข้มข้นถูกใจ เพิ่มกากใยอาหารไฟเบอร์ช่วยระบบขับถ่ายส่งผลดีต่อร่างกายด้วย "หอมหัวใหญ่" เสียบไม้ให้เมื่อสุกหวานฉ่ำ / "เห็ดออรินจิ" / "เห็ดหอมชิตาเกะ" หั่นชิ้นพอดีคำ / "ฟักทองญี่ปุ่น" สีเหลืองเปลือกบางเนื้อสัมผัสเหนียวหนึบสู้ฟันคนละแบบกับฝั่งไทย

ไม่ได้จบแค่หมูนำเข้าหรือเนื้อวัวพรีเมียมธรรมดาเพราะเหล่าซีฟู้ดก็พิเศษไม่ค่อยเห็นร้านไหนเอามาเสิร์ฟให้กินไม่อั้นแบบบุฟเฟ่ต์ตลอด 01:45 ชั่วโมงได้แก่ "Aka Ebi" กุ้งทะเลน้ำลึกเสิร์ฟไม่แกะเปลือกลำตัวสีแดงตามธรรมชาติเนื้อหวานเด้งสู้ฟันเกรดเดียวกับซาชิมิแต่เปลี่ยนวิธีรับประทานโดยนำมาย่างให้สุกหัวมันเยิ้มแทน / "Hotaru Ika" หมึกหิ่งห้อยไซส์จิ๋วพบมากตรงอ่าวโทยามะประเทศญี่ปุ่นผิวหนังมีอวัยวะผลิตแสงใช้หาคู่เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบแพงหายากนิยมตามภัตตาคารโอมากาเสะ / "Taraba King Crab" ทาระบะ 100% ไม่ใช่ปูยักษ์ชิลีแบบเจ้าอื่นเน้นรสชาติหวานเค็มน้ำทะเลอูมามิจับคู่ซีฟู้ดฉบับไทยแซ่บจัดจ้านถูกปาก / "Madai Usuzukuri" มาไดราชาแห่งปลาเนื้อขาวนิยมตามเทศกาลมงคลแทรกไขมันหอมเฉพาะตัวขอดเกล็ดล้างน้ำให้สะอาดแล่แผ่นบางจิ้มซอสเปรี้ยวผสมหัวไชเท้าขูด,ต้นหอมซอยและบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยเค็มกลมกล่อมสดชื่นไม่รู้สึกเลี่ยน / "Ankimo Ponzu" ส่วนตับของปลามังก์ฟิชหรืออังกิโมะฉายาฟัวกราส์แห่งท้องทะเลบรรจงนำเส้นเลือดออกหมักเกลือสาเกเพื่อดับคาวม้วนเป็นแท่งทรงกระบอกก่อนนึ่งแบ่งชิ้นขนาดพอดีคำราดพอนสึสไตล์ชาบูสัมผัสเนียนละเอียดไร้กลิ่นเหม็นคาวไหลลื่นลงคอชวนฝัน

สำหรับผู้ชื่นชอบปลาดิบตัวจริงอยากลองวัตถุดิบเกรดพรีเมียมครบทุกอย่างของทางร้าน "Hono Yakiniku" ต้องออเดอร์เป็น "Sashimi Set D" ประกอบไปด้วยบลูฟินทูน่า (อากามิ,ชูโทโร่,โอโทโร่)/ปลาชิมะอาจิ/ปลามาได/กุ้งอากะเอบิ/หอยเป๋าฮื้อทั้งตัว เมื่อชิมแล้วติดใจอันไหนสามารถกดสั่งแยกต่างหากได้หมดยกเว้นไข่หอยเม่นหรืออูนิสายพันธุ์บาฟุนหวานฉ่ำของดีชื่อดังจากเกาะฮอกไกโดเกรดเดียวกับภัตตาคารโอมากาเสะหรูราคาแพง ถ้ายังรู้สึกไม่ค่อยจุใจสามารถสลับเปลี่ยนสู่ "Uni Nigiri Sushi" ข้าวโคชิฮิคาริลักษณะโดดเด่นเมล็ดอ้วนกลมสั้นหุงสุกนุ่มคลุกเคล้าน้ำส้มสายชูสีแดงรสชาติเปรี้ยวอมหวานห่อสาหร่ายสไตล์กุนกังตักท็อปปิ้งให้แน่นปริมาณแทบล้นหน้าอยากกินกี่คำก็เต็มที่เลยตลอด 01:45 ชั่วโมง / "Awabi Kimo Sauce" เสิร์ฟสไตล์มินิดงบุริใช้อาวาบิฝั่งทะเลโอซาก้าล้างทำความสะอาดต้มสาเกจนเปื่อยนุ่มหั่นแบ่งชิ้นพอดีคำราดซอสทำจากตับสูตรลับโรยงาคั่ว 7 สีอย่างสวยงามเหมือนคอร์สไฟน์ไดนิ่ง / "Hotaru Ika Miso Dare" หมึกหิ่งห้อยโฮตารุขนาดเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยไข่เต็มท้องต้มสุกวางสาหร่ายวากาเมะรองด้านล่างภาชนะราดซอสมิโซะไซเกียวสีขาวหวานมันละมุนกลมกล่อมคีบเพลินหยุดใส่ปากไม่ได้

คอร์สบุฟเฟ่ต์ระดับรองลงมาหน่อยอย่าง Kiwami 1,499 บาท++ (1,764 Net.) ยังมีของสดหลายรายการที่เราสามารถฟินได้อีกเพียบเริ่มต้นกันด้วยรวมเหล่าของทะเลเช่นเดิมนั่นก็คือ "Sashimi Set C" ซึ่งประกอบไปด้วยแซลมอนนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์,ปลาข้างเหลืองหรือฮามาจิเกรดพรีเมียม,หมึกยักษ์ญี่ปุ่นทาโกะต้มสุกแล่บางชิ้นพอดีคำ,หอยปีกนกฮอกกิไกเน้นสัมผัสกรุบกรอบ,โฮตาเตะฮอกไกโดวางเรียงสลับบนผิวเลมอนกลิ่นหอมสดชื่นเด็ดสุดห้ามพลาดต้องอิคุระไข่แซลมอนเม็ดใหญ่เค็มน้อยแต่ระเบิดในปาก แน่นอนว่าต้องสั่งเพิ่มทั้ง "Ikura Shot และ Uni Ikura Shot" ตักกินเปล่าๆโคตรฟินค่อยดัดแปลงไปทำข้าวหน้าปลาดิบไคเซ็นดงบุริ-วางบนเนื้อวัววากิวแทรกไขมันลายหินอ่อนย่างสไตล์ยากินิคุแทนซอสบาร์บีคิว,โรยเกลือธรรมดาช่วยเพิ่มความอร่อยให้ล้ำลึกขึ้นอีกหนึ่งขั้น / "Toro Sashimi Set" ซาชิมิทูน่าครีบสีน้ำเงินมากุโร่ฟินครบถ้วน 3 ส่วนหลักได้แก่ Akami (อากามิ) เนื้อแดงสีสดโปรตีนสูงปลาขยับร่างกายมากสุดจึงเข้มข้นตอบโจทย์สายสุขภาพ Chutoro (ชูโทโร่) ช่วงกลางลำตัวจึงไขมันแทรกปานกลางจึงเคี้ยวสนุก Otoro (โอโทโร่) ตรงส่วนท้องเมื่อเข้าปากละลายทันทีมีจำนวนน้อยราคาต่อกิโลกรัมแพงสุด

ช่วงนี้ภัตตาคารแนวโอมากาเสะแฮนด์โรลเปิดใหม่เยอะคอร์สนึงแพงแถมยังรู้สึกไม่ค่อยอิ่มนักลองหันเปลี่ยนมาร้าน "Hono Yakiniku" คุณเชฟเขาคิดค้นหน้าแปลกใหม่ไม่เหมือนใครหลายอย่างแต่ต้องเผื่อท้องเอาไว้สำหรับเมนูอื่นๆจึงสั่งเพียง 4 คำนั่นก็คือ "Uni Ikura Handroll" หอยเม่นบาฟุนไข่แซลมอนอิคุระข้าวโคชิฮิคาริหุงสุกนุ่มปรุงน้ำส้มสายชูสีแดงสาหร่ายโนริแผ่นย่างผ่านไฟกรุบกรอบ / "Negitoro Ikura Handroll" เนื้อปลาทูน่าครีบน้ำเงินสับผสมต้นหอมเค็มกลมกล่อม / "Foie Gras Ikura Handroll" ตับห่านฝรั่งเศสย่างกระทะรอผิวนอกกรอบข้างในเป็นครีมชุ่มฉ่ำละลายทันทีเมื่อเข้าปาก / "Hotate Mentai Handroll" ซาชิมิหอยเชลล์ฮอกไกโดซอสเมนไทโกะมายองเนสหอมมันนัวประทับใจ / "Hono Maki" ข้าวห่อสาหร่ายไส้อะโวคาโดสายพันธุ์แฮสจากออสเตรเลียสัมผัสเหมือนเนยท็อปปิ้งโอโทโร่หั่นชิ้นหนา / "Niku Yukke" ยำเนื้อวากิวดิบสไตล์ญี่ปุ่นหอมน้ำมันงาหวานตามธรรมชาติด้วยผลสาลี่เพิ่มไข่แดงแบรนด์โมริทามะปลอดภัยต่อสุขภาพคลุกเคล้าให้เข้ากันดีก่อนรับประทาน ถ้าใจยังไม่แข็งพอสามารถสลับสู่ "Akami Hon Yukke" หรือ "Salmon Yukke" ที่ลิ้นของเราคุ้นเคยกันก่อนก็อร่อยไปอีกแบบครับ

ส่วนตัวเป็นคนชอบรับประทานปลาไหลญี่ปุ่นมากแต่เมื่อผ่านไปนานๆก็เริ่มรู้สึกเบื่อเพราะขาดความหลากหลายซึ่งทางร้าน "Hono Yakiniku" เหมือนเข้าใจเลยพยายามคิดค้นนำส่วนประกอบอื่นมาผสมกันจนกลายร่างเป็นเมนูใหม่ เริ่มต้นด้วยแบบคลาสสิกธรรมดาอย่าง "Unagi Nigiri" โปรตีนชิ้นใหญ่ปรุงข้าวซูชิสีแดงสไตล์ภัตตาคารโอมากาเสะตัดแผ่นสาหร่ายโนริพันยึดติดสู่คำเดียวกันเนื้อฟูเบาซอสหวานกลมกล่อม / "Unagi Foie Gras Nigiri" ใช้ตับห่านฝรั่งเศสย่างวางซ้อนอีกหนึ่งชั้นโรยผงคัตสึโอะขูดฝอยเน้นรสชาติอูมามิล้ำลึก / "Unagi Cheese Nigiri" มอสซาเรลล่าชีสแผ่นลนไฟมายองเนสฉบับฟิวชั่นตะวันตก / "Foie Gras Nigiri" ฟัวกราส์แล่ชิ้นหนาสะใจเคลือบซอสเทอริยากิเบิร์นไหม้เกรียมเล็กน้อยแทบละลายทันทีเมื่อนำเข้าปาก / "Foie Gras Mango Nigiri" แปะมะม่วงน้ำดอกไม้สุกกลิ่นหอมเฉพาะตัวหวานฉ่ำด้านบนไม่ค่อยเห็นบุฟเฟ่ต์เจ้าไหนทำแต่เมื่อผสมความคิดสร้างสรรค์แบบนี้จึงส่งเสริมช่วยให้เราอยากอาหารเพิ่มยิ่งขึ้น / "Foie Gras Berry Nigiri" นำรสชาติเปรี้ยวแหลมของเจ้าผลราสป์เบอร์รี่ฟาร์มออร์แกนิกมาช่วยลดอาการเลี่ยนจุกไขมันอร่อยลงตัวเกินคาดงานนี้ต้องขอออเดอร์ซ้ำอีกหลายๆคำครับ

ปิดท้ายกันด้วยเมนูเรียบง่ายอุ่นสบายท้องอย่าง "Chawanmushi Uni" กับ "Chawanmushi Foie Gras" ไข่ตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่นผสมน้ำซุปปลาแห้งคัตสึโอะดาชิสาหร่ายคอมบุกรองผ่านตะแกรงจนมั่นใจว่าไร้ฟองอากาศแทรกเทลงภาชนะถ้วยทรงลึกเรียกว่าชาวันมูชิปิดฝาสนิทนึ่งบนเตาไฟอ่อนเวลานานจนสุกสัมผัสเรียบเนียนดั่ง คัสตาร์ดท็อปปิ้งไข่หอยเม่น,ตับห่านฝรั่งเศสโรยต้นหอมซอยละเอียดทำรสชาติเค็มกลมกล่อมอูมามิไหลลื่นลงคอ / "Hojicha & Hokkaido Milk Soft Serve" ไอศกรีมนมฮอกไกโดและโฮจิฉะไร้คาเฟอีนหวานน้อยเนื้อเนียนไร้สารคงตัวละลายง่ายต้องรีบตักรับประทาน / "Häagen Dazs Macadamia & Belgian Chocolate" รับสิทธิ์สั่งไม่อั้นเมื่อเลือกบุฟเฟ่ต์คอร์ส Takumi 1,199 บาท++ (1,411 Net.) ขึ้นไปเท่านั้น ออเดอร์ประมาณ 10 ลูกขึ้นไปก็เกินมูลค่ามื้อนี้แล้ว / "Warabi Mochi" มีทั้งแบบคลุกถั่วผงเหลืองคินาโกะพื้นฐาน,ราดน้ำเชื่อมอ้อยสีดำคุโรมิสึ,ผงชาเขียวมัทฉะแป้งเหนียวหนึบตักแบ่งชิ้นขนาดพอดีคำ เครื่องดื่มรีฟิลทุกอย่างรวมแล้วเรียบร้อยเช่นชาเขียวร้อน-เย็น/น้ำแข็งก้อนใส่ถัง/น้ำอัดลมกระป๋องโค้กออริจินัล,ไลท์,ชเวปมะนาววางไว้เป็นเหยือกบริการตัวเองไม่ต้องเรียกพนักงานเติมบ่อย

มื้อนี้ผมแวะมากับคุณแฟน 2 คนสั่งอาหารมาลองชิมหลายเมนูกว่า 50 รายการ คิดยอดบิลรวมทั้งหมด 4,705 บาทสุทธิ (บวก Vat.7% , Service Charge 10% เรียบร้อยแล้ว) ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าเพราะที่ร้านใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมจริงเหมือนภัตตาคารโอมากาเสะผสมความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นประสบการณ์ด้านรสชาติใหม่ๆทั้งแบบดั้งเดิมสลับฟิวชั่นไม่ซ้ำใคร เตาปิ้งย่างระบบขดลวดไฟฟ้ากลางโต๊ะร้อนเร็ว-สุกไวไม่ต้องโบกมือเรียกพนักงานเปลี่ยนถ่านบ่อยต้องมอบคะแนนรีวิวครั้งนี้ไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 เลขที่ 203/979 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เปิดให้บริการทุกวัน (ไม่มีวันหยุด) ตั้งแต่เวลา 10:00 ถึง 22:00 น.(อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

หมายเลขโทรศัพท์ : 080-065-6699


ปัจจุบัน "Hono Yakiniku" ออกโปรโมชั่นและเมนูใหม่อีกเรื่อยๆต้องคอยติดตามบนเพจหลักของทางร้านครับผม

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกดปุ่ม Share เพื่ออวดเพื่อนของคุณ

ค่อยตามไปกดถูกใจเพจเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘


ความคิดเห็น


กดติดตามช่องทางต่างๆของเรา

เพื่อรอรับชมรีวิวใหม่ๆที่นี่ได้เลย

  • facebook
  • Twitter - Black Circle
  • Instagram - Black Circle
  • YouTube - Black Circle

Call Us :  096-391-5292

bottom of page