top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนFood Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Gõkana Omakase" (The Bright พระราม 2) คัดเฉพาะวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมคอร์ส 16 เมนู 3,999 บาท++

อัปเดตเมื่อ 17 มิ.ย. 2566



วงการโอมากาเสะเมื่อมีโอกาสแวะเข้ามาแล้วส่วนใหญ่มักจะหาทางออกไม่เคยเจออีกเลยเพราะแต่ละภัตตาคารต่างใช้เทคนิคนำเสนอแตกต่างกันช่วยกระตุ้นให้อยากลองเรื่อยๆโดยวันนี้เป็นร้านชื่อดังส่งตรงจากเชียงใหม่เปิดใกล้บ้านเราตั้งอยู่ภายในโครงการ The Bright ถนนพระราม 2 นั่นก็คือ "Gõkana Omakase" แนะนำว่าควรโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 2-24 ชั่วโมงเพื่อหัวหน้าเชฟกับน้องพนักงานประจำครัวจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบสดใหม่ถือว่ารวดเร็วว่องไวกว่าสาขาอื่นช่วยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบวางแผนล่วงหน้าระยะเวลายาวเกินไป วิธีเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพียงค้นหาชื่อและปักหมุดขับตามระบบแผนที่บนมือถือมีลานด้านหลังอาคารสุดกว้างขวางจอดฟรี (ยกเว้นหน้า KFC ต้องประทับตราได้ 2 ชม.ส่วนเกินคิดราคาชม.ละ 40 บาท) สำหรับบริการขนส่งสาธารณะลง BTS สถานีวงเวียนใหญ่ทางออกที่ 2 เรียกแท็กซี่/มอเตอร์ไซค์รับจ้างใกล้เคียงมุ่งสู่ถนนดาวคะนองเลี้ยวเข้าพระราม สองอีกประมาณ 9 กิโลเมตร กดขึ้นลิฟต์,บันไดเลื่อนตามสะดวกไปยังบริเวณชั้น 2 รวมกิจการแบรนด์อาหารญี่ปุ่นมากมายจุดเด่นสะดุดตาอยู่ตรงป้ายสัญลักษณ์นกกระเรียนบินบนท้องฟ้ากับกำแพงสูงใหญ่ติดตั้งดวงไฟ LED เปิดแสงสีทองเปล่งประกายดูสวยงามราวเหมือนอัญมณีมองเห็นชัดเจนจากระยะไกลแบบนี้ก็แสดงว่ามาถูกแล้วครับผม

คอร์สโอมากาเสะของทางร้าน "Gõkana Omakase" มีให้เลือกทาน 2 ราคาได้แก่ Standard เสิร์ฟ 15 เมนูราคา 2,999 บาท++ ส่วนเราโทรจองล่วงหน้ามาเป็นระดับ Premium จัดเต็ม 16 รายการ 3,999 บาท++ ถึงด้านหน้าเพียงแค่แจ้งชื่อกับน้องพนักงานต้อนรับพาเข้าสู่ห้องข้างในทันที บรรยากาศและการตกแต่งเน้นสไตล์ญี่ปุ่นแบบมินิมอลแลดูเรียบง่ายโดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวสำหรับจัดแสดงพร้อมเตรียมวัตถุดิบแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งเข้าชมได้รอบละประมาณ 7-8 คน ถ้ามากกว่านั้นเพียงเลื่อนประตูกั้นตรงกลางออกสามารถรองรับลูกค้าจำนวนสูงสุดถึง 15 คน เปิดบริการตลอด 4 เวลา (ยกเว้นช่วงพัก 16.00-18.00 น.) นั่นก็คือ 12.00-14.00 น./14.00-16.00 น./18.00-20.00 น./20.00-22.00 น. แนะนำว่าควรถึงก่อนประมาณ 10-15 นาทีหากช้าอาจส่งผลต่อรสชาติของข้าวซูชิและบางกรณีต้องคิดค่ามัดจำล่วงหน้าก่อน 50% (เปลี่ยนรอบวันอื่นๆแทนได้แต่ไม่มีนโยบายเรื่องคืนเงิน) จัดการนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงโครงเหล็กสุดแข็งแรงทนทานหุ้มเบาะสีเทาวัสดุกำมะหยี่นุ่มสบาย เช็ดฝ่ามือด้วยผ้าสะอาดเย็นสดชื่นเสร็จเรียบร้อยคุณหัวหน้าเชฟ,ผู้ช่วยก็แนะนำตัวง่ายๆพอสังเขปพร้อมเปิดฝาโชว์กล่องไม้ขนาดใหญ่บรรจุเหล่าวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลคุณภาพระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมซึ่งจะเสิร์ฟกันในคอร์สวันนี้เพื่อยั่วน้ำลายก่อนครับผม

เปิดต่อมรับรสบนปุ่มลิ้นของคุณให้พร้อมเพื่อเข้าสู่ประสบการณ์อันแสนพิเศษด้วยเมนูแรกนั่นก็คือ "Welcome Drink" ปกติภัตตาคารโอมากาเสะส่วนใหญ่มักจะเสิร์ฟน้ำส้มยูซุเป็นตัวเริ่มต้น แต่ทางร้าน "Gõkana Omakase" ใช้องุ่นสายพันธุ์เคียวโฮแท้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นปลูกบริเวณจังหวัดยามานาชิสกัดเข้มข้นเทโซดาแช่เย็นซ่ารสชาติหวานอมเปรี้ยวกลิ่นหอมแบบขนมเยลลี่ไร้แอลกอฮอล์แปลกใหม่เรียกว่า "Kyoho Sparkling" ให้ความรู้สึกสดชื่นไปอีกสไตล์ สำหรับคนที่ดื่มน้ำเยอะมากเหมือนเราภายในคอร์สรวมชาเขียวมัทฉะเย็น/ร้อนรีฟิลบอกน้องพนักงานได้เรื่อยๆไม่คิดเงินเพิ่มแต่อย่างใด (เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง) นอกจากนี้ยังมีรายการเครื่องดื่ม A La Carte สามารถออเดอร์เองต่างหากตามงบประมาณในกระเป๋าของคุณทั้งน้ำแร่ธรรมชาติ Acqua Panna แบรนด์นำเข้าจากอิตาลีจำหน่ายขวดละ 145 บาท / โซดาเปล่า,น้ำอัดลม (โค้ก,ซีโร่,สไปร์ท) กระป๋องแช่เย็นจัด 35-45 บาท / เบียร์ยี่ห้อดังแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย 150-250 บาท / สาเกผสมเจลลี่บรรจุกระป๋องขนาดจิ๋วๆ 350 บาท ไปจนถึงเหล้าและสาเกขวดใหญ่ % ดีกรีรุนแรงคุณภาพระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมตั้งแต่ 550-6,900 บาท สุดท้ายจานไหนที่ทานแล้วรู้สึกว่าประทับใจจนอยากสั่งซ้ำอีกครั้งก็บอกเชฟได้ทันทีด้านราคานั้นปรับขึ้นลงตามช่วงฤดูกาลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างครับผม

ออเดิร์ฟช่วยเรียกน้ำย่อยจานแรกใช้วัตถุดิบจับสดใหม่ตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่นซึ่งหาชิมได้เฉพาะช่วงเวลานี้แห่งปีเท่านั้นก็คือ "Hotaru Sashimi" โฮตารุหรือหมึกหิ่งห้อยปกติตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่บริเวณทะเลหนาวลึกค่อยเดินทางลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อผสมพันธุ์พร้อมเปล่งประกายแสงน้ำเงินสวยงามยามค่ำคืนมืดมิดมีจำนวนเยอะเต็มอ่าวจังหวัดโทยามะประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม หัวหน้าเชฟของทางร้าน "Gõkana Omakase" เอาไปต้มซีอิ๊วโชยุสูตรพิเศษเค็มกลมกล่อมวางเรียงบนซอสไซเกียวทำจากชิโรมิโซะรสชาติหวานมันโรยงาเจ็ดสีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเทราดลิควิดไนโตรเจนเหลวด้านล่างปล่อยควันฟุ้งกระจายพวยพุ่งสุดอลังการชวนให้เราอยากถ่ายคลิปวิดีโอส่งอวดเพื่อนและประดับสาหร่ายสีสันสดใสนอกจากใช้วางเฉยๆแล้วยังสามารถกินจริงได้ด้วย มาต่อกันที่เมนู "Hokkaido Chawanmuchi" ไข่ตุ๋นตำรับโฮมเมดหน้าเรียบเนียนสนิทคล้ายขนมพุดดิ้งฝั่งยุโรปผสมน้ำซุปปลาคัตสึโอะท็อปปิ้งซูไว(เนื้อปูหิมะล้วน),เกาลัดจังหวัดอิบารากิชื่อดังหั่นชิ้นขนาดยักษ์เต็มๆคำ,อิคุระหรือไข่ปลาแซลมอนเมล็ดกลมโตสีส้มบรรจุในถ้วยกระเบื้องปิดฝาลายศิลปะญี่ปุ่นโบราณ,พ่นสเปรย์ทองคำเกรดสำหรับตกแต่งอาหารส่งท้ายช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหรา เสิร์ฟคู่ช้อนแนะนำว่าควรรีบตักชิมทันทีเพื่อเสพสัมผัสนุ่มลื่นไหลลงคออุ่นสบายท้องลงตัวครับผม

ระหว่างที่เรากำลังนั่งฟินกับจานเรียกน้ำย่อยทางหัวหน้าเชฟก็เริ่มลงมือเตรียมแล่วัตถุดิบสดใหม่ต่างๆให้พร้อมสำหรับปั้นซูชิแบบนิกิริ โดยทุกรายการต่อจากนี้เลือกใช้เมล็ดข้าวสายพันธุ์เฉพาะตัวนำเข้าจากจังหวัดนีงาตะซึ่งมีจุดเด่นอยู่ตรงความนุ่มผสานกลิ่นหอมละมุนนำมาตีผสมน้ำส้มสายชูหมักสูตรพิเศษของทางร้านรสชาติหวานอมเปรี้ยวอูมามิตามธรรมชาติช่วยส่งเสริมวัตถุดิบเอกของแต่ละจานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่รอช้าเริ่มลงมือขึ้นรูปขนาดกำลังพอดีคำประกบชิ้นเนื้อปลาตัดแต่งวางเสิร์ฟลงตรงหน้าพวกเราอย่างบรรจงนั่นก็คือ "Hikarimono Sushi" ใช้ปลาหนังสีเงินสะท้อนแสงเปล่งประกายสวยงามตามฤดูกาลอร่อยฟินมากสุดในช่วงนี้ต้อง Shima-Aji เป็นสายพันธุ์ลูกครึ่งระหว่างฮามาจิและอาจิพบเยอะบริเวณทางใต้ของเกาะญี่ปุ่นสัมผัสเด้งสู้ฟันเนื้อสีขาวอมชมพูอ่อนแทรกชั้นไขมันเข้มข้นท็อปปิ้งด้วยใบต้นหอมไทยบดผสมขิงเผ็ดฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อยสดชื่นดีงามลงตัว สำหรับคำถัดมานั้นถือว่าเป็นของหรูหาทานยากอีกเมนูได้แก่ "Kinmedai Sushi" กะพงสีแดงสดใสดวงตาวงกลมโตเหมือนถูกจับใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอายตลอดเวลาอาศัยอยู่ในถิ่นน้ำลึกเย็นจัดประมาณ 200-800 เมตร ปกติก่อนเสิร์ฟจะต้องลวกแต่หัวหน้าเชฟหยิบเอาเทคนิคเบิร์นไฟลนแค่หนังเท่านั้นช่วยชูกลิ่นฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่ยาวนานไปจนถึงตอนกลืนลงท้องเลยครับผม

เมนูถัดไปถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่ต้องละเมียดละไมแถมยังใช้เวลาเตรียมส่วนผสม/เทคนิคชั้นสูงเยอะมากมายก่อนจะเสิร์ฟถึงมือของเราได้แก่ "Shiro Ebi Sushi" กุ้งสีขาวไซส์เล็กจิ๋วจากทะเลลึกจับได้เฉพาะบริเวณอ่าวโทยามะระดับ 40-200 เมตร หัวหน้าเชฟร้าน "Gõkana Omakase" บรรจงเด็ดหัวแกะและเปลือกทิ้งเหลือเฉพาะเนื้อล้วนแลดูสะอาดเปล่งประกายสวยงามมองผ่านๆคล้ายเมล็ดข้าวสวยหุงสุกใหม่วางบนซูชิปั้นรูปทรงกลมขนาดกำลังพอดีคำ ฝนเปลือกผลส้มยูซุแท้คุณภาพอันดับ 1 บริเวณเกาะชิโกกุ,จังหวัดโคจิภูมิภาคทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นสะบัดแค่เบาบางพอติดกลิ่นหอมเฉพาะตัวเล็กน้อยโรยผงเกลือสมุทรบดละเอียดจากสาหร่ายสกัดหยดน้ำมะนาวคั้นเพื่อดึงรสชาติหวานตามธรรมชาติออกมา ปิดท้ายด้วยวัตถุดิบสุดหรูหราราคาแสนแพงประจำภัตตาคารโอมากาเสะเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้นอย่างคาราสุมิหรือไข่ปลากระบอกหมักเกลือตากแดดจนแห้งสนิทแห่งจังหวัดนางาซากิพวงใหญ่พิเศษขูดลงไปเหมือนผงหิมะเกล็ดสีเหลืองทอง สำหรับมือสมัครเล่นผู้เริ่มทดลองฟินคอร์สนิกิริครั้งแรกแนะนำว่าไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์เพราะแม้แต่ชาวดินแดนอาทิตย์อุทัยบางคนยังไม่เคยมีโอกาสชิม ควรปาดจนหมดเกลี้ยงทุกเศษบนจานก่อนเข้าปากระเบิดความหวานฉ่ำหอมมันเค็มละมุนกลมกล่อมเปรี้ยวตรงปลายลิ้นพอสดชื่นแปลกใหม่ดีครับ

ภายในคอร์สโอมากาเสะที่ภัตตาคาร "Gõkana Omakase" นอกจากจะเลือกเสิร์ฟซูชิสไตล์เอโดะแล้วยังสลับอาหารปรุงสดใหม่ผสมศิลปะแบบคับโปะ (ต้ม,ทอด,นึ่ง,ย่าง) เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกเบื่อตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม เมนูถัดไป "Hotate Steki" หอยเชลล์โฮตาเตะขนาดอวบอ้วนจับจากมหาสมุทรธรรมชาติอากาศหนาวเย็นจัดน้ำใสสะอาดบริเวณโดยรอบเกาะฮอกไกโดภูมิภาคด้านเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นจึงมีเนื้อสีขาวสัมผัสแน่นเคี้ยวสนุกสู้ฟันนำไปชุบแป้งทอดแค่พอสุกเหลืองทองผ่าแบ่งครึ่งเหมือนชิ้นสเต๊กวางบนซอสการ์ลิคมาโยสูตรโฮมเมดท็อปปิ้งอิคุระหรือไข่ปลาแซลมอนสีส้มเปล่งประกายสดใสราวกับก้อนอัญมณีแบ่งความอร่อยฟินออกเป็น 2 ฝั่งแตกต่างกันได้แก่ 1. Black Truffle Paste /วาซาบิขูดใหม่ด้วยหนังฉลามกลิ่นหอมละมุนหวานล้ำลึกปนฉุนเพียงเล็กน้อยพอสดชื่น 2. Stergien Caviar แท้ยี่ห้อ Sturia ระดับพรีเมี่ยมผลิตในประเทศฝรั่งเศสเหมือนไข่มุกเม็ดจิ๋วๆสีดำสนิทเค็มนุ่มนวลแตกระเบิดกระจายเต็มปากเข้ากับผิวแป้งกรุบกรอบข้างนอกช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาได้ดียิ่งขึ้น คำถัดไปนั่นก็คือ "Akami Shoyu Suke Sushi" ทูน่าหรือมากุโร่ครีบสีน้ำเงินส่วนเนื้อสีแดงล้วนไร้ไขมันแทรกหรืออากามิบ่มผ่านกระบวนการ Dry Aged เพื่อกำจัดคาวเลือดตามตำราสมัยเอโดะหั่นชิ้นขนาดพอคำบั้งลายขวางดองโชยุจนแทรกซึมอย่างทั่วถึงตามระยะเวลาที่วางแผนเอาไว้วางบนข้าวซูชิธรรมดาก็อร่อยเข้มข้นเกินบรรยายแล้วครับ

สาวกไข่หอยเม่นเตรียมรับแรงกระแทกเพราะทางร้าน "Gõkana Omakase" เลือกใช้เฉพาะสายพันธุ์ Bafun เกรดพรีเมี่ยมคุณภาพสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นนำเข้าจากเกาะฮอกไกโดสดใหม่สีสันสวยงาม เอามาปรุงอาหารเสิร์ฟในคอร์สทั้งระดับ Standard และ Premium ได้แก่ "Zuwai Kani Miso Don" ข้าวซูชิแดงเหมือนจานนิกิริปั้นใส่ชามขนาดเล็กสไตล์มินิดงบุริราดคานิมิโซะมันปูหิมะเข้มข้นพิเศษส่วนเนื้อล้วนๆเอาไปผ่านกระบวนการต้มเหล้าสาเกรสชาติหวานชุ่มฉ่ำละมุนไร้แอลกอฮอล์หลงเหลือท็อปปิ้งอิคุระหรือไข่ปลาแซลมอน/อูนิและวาซาบิขูดใหม่ๆอีกเพียงนิดหน่อยช่วยสื่อถึงความพิเศษของวัตถุดิบพระเอกหลักอย่าง "ปูซูไว" ได้ครบถ้วนทุกมิติชัดเจน สำหรับคำถัดมาไม่ต้องเตรียมจัดพิธีการยุ่งยากซับซ้อนเยอะแต่อร่อยล้ำจนสามารถมองเห็นสวรรค์เลือนลางลอยอยู่ข้างหน้าได้ด้วยจิตวิญญาณสุดง่ายดายนั่นก็คือ "Uni" หรือไข่หอยเม่นทะเลตัวใหญ่อวบอ้วนเต่งตึงสีเหลืองปนส้มเปล่งประกายสดใสแวววาวคล้ายก้อนอัญมณีแห่งมหาสมุทรวางบนข้าวโอมากาเสะสูตรเฉพาะตัวรองสาหร่ายโนริย่างผ่านไฟกรุบกรอบทาซอสโชยุ-วาซาบิรับโดยตรงจากมือหัวหน้าเชฟจับใส่ปากเคี้ยวละลายทันทีราวกับเดินทางสู่มิติความฝันชั่วครู่ครับ

รายการถัดมาพรีเมี่ยมทั้งวัตถุดิบและวิธีการปรุงก่อนยกเสิร์ฟซึ่งหาชิมได้เฉพาะภายในภัตตาคารโอมากาเสะสุดหรูหราเท่านั้นก็คือ "Otoro Binchotan Aburi" โอโทโร่หรือส่วนท้องทูน่าของครีบน้ำเงินมันแทรกละเอียดเยอะจนถูกตั้งชื่อเล่นว่าเป็นเนื้อวากิวแห่งท้องทะเลผ่านกรรมวิธี Dry Aged บ่มเพิ่มรสชาติอูมามิตามธรรมชาติตามตำราเอโดะโบราณ หั่นชิ้นขนาดกำลังพอดีคำบั้งลายตารางสวยงามย่างด้านนอกแค่กึ่งสุกเพื่อเปลี่ยนสัมผัสกระจายกลิ่นฟุ้งทั่วห้องคล้ายสเต๊กด้วยถ่านขาวบินโจตันกิโลกรัมละ 1,000 บาท มีคุณสมบัติพิเศษช่วยส่งผ่านอุณหภูมิสูงมากกว่า 1,000 องศาเซลเซียสเนื้อสัตว์จึงเกรียมรวดเร็วแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำแถมก่อควันน้อยไร้กลิ่นเหม็นไหม้กับสารพิษก่อมะเร็งติดบนอาหารทาซอสโชยุวางบริเวณหลังมือพร้อมนำเข้าปากเคี้ยวค่อยๆละลายหายในปาก เมนูต่อไปใช้เทคนิคการฟิวชั่นสไตล์ตะวันตกอย่าง "Ankimo Cracker" ตับปลาอังกิโมะ/อังโกะหรือเจ้า Monk Fish จับจากทะเลน้ำลึกมืดสนิทหน้าตาน่ากลัวเหมือนเพชฌฆาตแต่อร่อยมันไร้กลิ่นเหม็นคาวจนได้รับขนานนามว่าฟัวกราส์แห่งท้องทะเล นึ่งบดเนียนละเอียดสีเหลืองทองเหมือนครีมสเปรดบีบราดลงบนขนมปังแคร็กเกอร์บางกรอบรูปทรงกลมถือถนัดมือ ท็อปปิ้งคาเวียร์ของฝรั่งเศส/แผ่นทองคำเปลวเกรดอาหารแลดูสวยงามมีระดับรับประทานคำโตเต็มปากสะใจดีครับ

หัวหน้าเชฟจัดการยกครัวภัตตาคารสไตล์ชาบูๆระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมมาไว้ตรงหน้าด้วยรายการลำดับที่ 13 ของคอร์สโอมากาเสะประจำวันนี้ได้แก่ "Kagoshima Wagyu A4" ใช้วัวสายพันธุ์คาโกชิม่าขนสีดำสนิทเลี้ยงบนเกาะคิวชู/จังหวัดคาโงชิมะภูมิภาคทางตอนใต้ซึ่งอากาศปลอดโปร่งและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ยาวนานตลอดทั้งปีส่งตรงจากฟาร์มคุณภาพมาตรฐานคการผลิตสูงต้องได้รับตราสัญลักษณ์ "วากิวสากล" รับรองโดยรัฐบาลญี่ปุ่นคัดเฉพาะสันนอกตัดแต่งสไลซ์แผ่นบางใหญ่เคี้ยวแน่นเต็มคำเนื้อสีชมพูแทรกชั้นไขมันละเอียดสวยงามคล้ายก้อนหินอ่อน เปิดเตาแก๊สวางหม้อวัสดุทองเหลืองก้นลึกเทน้ำซุปสุกี้ยากี้สูตรโฮมเมดรสชาติหวานนำเค็มโชยุหอมคอมบุ-คัตสึโอะแห้งเข้มข้นกลมกล่อมแกว่งสะบัดแค่พอสุกประมาณ 80-90% เพื่อรักษาสัมผัสนุ่ม/กลิ่นละมุนเฉพาะตัวไม่ให้สลายหายไปไหนเสิร์ฟคู่ไข่แดงโมริทามะเกรดกินดิบปลอดภัยตีจนแตกเคลือบไหลมันเยิ้มพร้อมต้นหอมญี่ปุ่นซอยเส้นเรียวยาวคีบใส่ปากครบทุกอย่างอร่อยละลายสมเป็นวากิว รายการถัดเรามาซดอะไรให้อุ่นสบายท้องก่อนเข้าสู่จานขนมหวานด้วย "Sakana Soup" หัวปลานานาชนิดเคี่ยวเวลานานกรองละเอียดจนใสสะอาด,ลวกอูด้งอินานิวะเหนียวนุ่มเพิ่มคามาโบโกะหรือลูกชิ้นที่ปลาผสมหมึกม้วนสอดไส้วากาเมะตรงกลางขูดผิวยูซุโรยข้าวพองแปลกใหม่แต่อร่อยดีครับ

ของหวานสำหรับเสิร์ฟปิดท้ายประจำมื้อวันนี้อย่างแรกถ้ามองแค่ผิวเผินภายนอกก็เหมือนเมนูระดับพื้นฐานตามภัตตาคารโอมากาเสะทั่วไปแต่ทางหัวหน้าเชฟคิดค้นวิธีทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วย "Tamago Yaki" ขนมไข่ได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศสนำมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน โดยใช้ส่วนประกอบหลักเช่นไข่ไก่สดใหม่/ปลาเนื้อขาว/หัวยามาอิโมะหรือมันมือเสือบดละเอียดอบเตาถ่านจับเวลาและรักษาอุณหภูมิคงที่จนสุกสีน้ำตาลแต่ตรงกลางนุ่มฟูแทรกฟองอากาศเนียนละเอียดแบ่งชิ้นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามวัฒนธรรมของตะวันตก โรยเกล็ดน้ำตาลทรายเบิร์นไฟติดไหม้เกรียมๆนิดหน่อย (น่าจะได้แรงบันดาลใจจากแครมบรูว์เล) ช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบหวานละมุนแตกต่าง รายการสุดท้าย "Black Berry Jelly Yogurt" ไอศครีมโฮมเมดที่แสดงโชว์ให้เห็นตรงหน้าจากแบล็กเบอร์รี่สด,นมฮอกไกโด,วิปปิ้งครีมเข้มข้นเทลิควิดไนโตรเจนเอาไม้พายคลุกรวมเข้ากันในโถอย่างว่องไว จัดลงถ้วยเทซอสสตรอว์เบอร์รี่พร้อมผลสีแดงสดใสวางดอกไม้กับแผ่นทองคำเปลวตัวแทนแห่งความหรูหรามีระดับถือเป็นอันจบคอร์ส Premium คนละ 3,999 บาท++ ถ้าใครมีประวัติแพ้อาหารหรือไม่ทานวัตถุดิบบางชนิดควรโทรแจ้งน้องพนักงานล่วงหน้าก่อนประมาณ 2-24 ชั่วโมงเพื่อทางร้านจะได้ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมครับ

วันนี้มาฟินกับคุณแฟนแค่สองคนเหมือนเดิมจ่ายไปทั้งหมด 9,413.65 บาทสุทธิ (บวก Vat 7% และ Service Charge เพิ่ม 10% เรียบร้อยแล้ว) ส่วนตัวถือว่าแต่ละเมนูทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมผสานเทคนิคหลายๆอย่างออกไปทางเข้มข้นเสิร์ฟปริมาณอิ่มกำลังพอดีน่าจะถูกปากชาวไทยส่วนใหญ่ ครอบครัวไหนพาเด็กๆมาด้วยรับสิทธิ์สั่ง Baby Set 850 บ.++ ข้าวหน้าปลาย่าง/เทมปุระหรือโซบะผัดไข่ปลาค็อตฟรีซุปใสไข่ตุ๋น ดีงามครบทุกด้านแบบนี้ได้คะแนนไป 5 ดาวเต็มเลยครับ🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : The Bright Rama 2 ชั้น 2 เลขที่ 15/9 ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

เปิดทุกวัน (ยกเว้นจ.) แบ่งเป็น 4 รอบ 12.00-14.00น./14.00-16.00น./18.00-20.00น./20.00-22.00น. (อาจมีปรับเปลี่ยนเวลาตามนโยบายของรัฐบาล) โทร. 061-914-1661

Facebook : https://www.facebook.com/gokana.omakase.thebrightrama2


ปัจจุบัน "Gõkana Omakase" มีรวมกว่า 4 สาขาทั่วประเทศ พระราม 2/รามอินทรา กม.9/เชียงใหม่/เชียงราย

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 348 ครั้ง0 ความคิดเห็น

コメント


bottom of page