ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวภัตตาคารจีน"ฟุ หมาน เหลา"โรงแรม The Twin Towers อิ่มจุกกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อเที่ยง จ่าย แค่650฿

อัพเดตเมื่อ: 1 วันที่แล้ว



วันนี้เราได้รับการรับเชิญจาก PR ของโรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ ให้เข้ามารีวิวห้องอาหารจีน"ฟุ หมาน เหลา" เป็นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อเที่ยง สามารถนั่งทานได้ตั้งแต่ 11:00 น.ถึง 14.30 น. โดยอาหารจีนทั้งหมดในห้องอาหารนี้ถูกบรรจงสรรสร้างความอร่อยโดยเชฟพัน อิ่มสะอาด ซึ่งมีประสบการณ์การทำอาหารที่ประเทศสิงคโปร์มายาวนานถึง 11 ปี ได้ยินแบบนี้แล้วค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว (ส่วนตัวชอบทานอาหารจีนแบบสิงคโปร์อยู่แล้ว) รสชาติจะดีงามสักแค่ไหนเดี๋ยวเราเข้าไปดูด้วยกันครับผม โดยห้องอาหารตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม หน้าห้องเป็นป้ายภาษาจีนสีดำพร้อมกับซุ้มประตูที่มีโคมไฟแบบจีนห้อยอยู่ เมื่อเดินเข้ามาก็จะพบกับรูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 แบบนี้ ส่วนตัวไม่เคยเห็นห้องอาหารหรือภัตตาคารอาหารที่ไหน ที่เอารูปปั้นมาบูชาไว้กลางร้านแบบนี้ค่อนข้างแปลกตาเหมือนกันครับ จากการสอบถามโรงแรมได้ความว่าพื้นที่ๆสร้างโรงแรม ตั้งอยู่บนพื้นที่ของท่าน จึงมีการวางรูปบูชาเอาไว้ที่นี่ครับผม

เลี้ยวซ้ายเข้ามาก็จะเป็นโถงทางเข้าสู่ห้องอาหาร ซึ่งนอกจากรูปปั้นที่เราเห็นแล้วยังมีเทพต่างๆในความเชื่อของประเทศจีนวางอยู่ประปรายเต็มห้องอาหารไปหมด เป็นการตกแต่งที่ไม่เคยเห็นห้องอาหารที่ไหนให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังมาทานข้าวที่บ้านคนจีน(ที่ค่อนข้างมีเงิน)มากกว่าเป็นภัตตาคารอาหาร โดยช่วงเวลาที่ผมเข้าไปนั้นเป็นเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ ที่นี่ก็มีวางจำหน่ายให้เลือกซื้อด้วยเช่นเดียวกัน ในส่วนแรกที่มองเห็นเป็นไลน์อาหารที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่อาหารทานเล่น/ติ่มซำทอดและติ่มซำนึ่ง เดี๋ยวเรามาไล่ดูกันเลยครับว่ามีอะไรให้ทานบ้าง

เริ่มจากเมนูแรกถั่วฝักยาวผัดพริกสไตล์เซี่ยงไฮ้/เผือกทอดร้อนๆเสิร์ฟมาในกรงสีทองสวยงาม/ข้าวเหนียวงาทอด ด้านนอกกรอบหอมงาด้านในเคี้ยวหนุบหนับ/ปอเปี๊ยะฮ่องกงทอด/อกไก่รมควัน(บางวันอาจจะเป็นอกเป็ดรมควัน)/ไก่ตอนแช่เหล้าจานใหญ่และขาหมูเย็นยัดไส้เคี้ยวกรุบกรับ โดยติ่มซำทอดร้อนๆและออเดิร์ฟเย็นจะถูกเสิร์ฟรวมไว้ที่มุมนี้ อยากทานเมนูอะไรก็ตักได้ตามใจเลยครับ ส่วนตัวแล้วชอบขาหมูเย็น/เผือกทอด ตักไปทานเยอะๆเลย

ตอบมาเป็นโซนติ่มซำนึ่ง เท่าที่สังเกตด้วยสายตาแล้วคำค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว มีให้เลือกทานทั้งขนมจีบกุ้ง/ขนมจีบหมู/ขนมจีบปู/ฮะเก๋า/กุ้ยช่ายไส้กุ้ง/ฝั่นโก๋/ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้รวมมิตร/ไข่เยี่ยวม้าทรงเครื่องรองด้วยหมูสับนึ่ง/ซาลาเปาไส้หมูสับ/ซาลาเปาไส้หมูแดง/ซาลาเปาไส้ครีม เดี๋ยวเราหยิบไปชิมที่โต๊ะอย่างละเข่งกัน แต่ยังไม่หมด!

เพราะเดินเข้ามาด้านในเลี้ยวซ้ายก็จะเจอบูธติ่มซำนึ่งอีกที่ มีกรรเชียงปูนึ่ง/หมูสับนึ่งหน้าไข่เค็ม/ลูกชิ้นกุ้งหน้าหมี่เหลือง/ลูกชิ้นกุ้งหน้าหมี่หยก/ปลานึ่งซีอิ๊ว/ปูอัดไส้กุ้งนึ่ง/เห็ดหอมไส้กุ้งนึ่ง/ขนมจีบกุ้งห่อสาหร่าย/กะเพาะปลายัดไส้นึ่ง/ขาไก่ปรุงรสนึ่ง/ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่/กุ้งพันกวางตุ้งนึ่ง/ลูกชิ้นกุ้งหน้าเต้าหู้ปลาทอด มีให้เลือกทานเยอะเลย

กลับหลังหันมาเป็นโซนอาหารจีนแบบ Hot Dish มีให้ตักทั้ง เส้นใหญ่ผัดแห้งแบบฮ่องกง(คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวคั่วแต่หอมซีอิ๊วและน้ำมันงา)/เนื้อปลาทอดชิ้นใหญ่ผัดขึ้นช่ายรสกลมกล่อม/ไก่นึ่งซีอิ๊วรสชาติหวานเค็มคล้ายไก่ต้มน้ำปลาแต่เปลี่ยนเป็นซีอิ๊วแทน/เป็ดผัดพริกไทยดำอาหารสามัญประจำไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารจีน/ปลาหมึกผัดซอสมันกุ้ง (อันนี้ไม่เคยเห็นในไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารจีนโรงแรมไหน) และ ผัดผักรวมมิตรแบบจีน ที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจเท่าไหร่

นอกจากโนซของอาหารร้อนที่สามารถเดินไปตักได้เองแล้ว ยังมีโซนที่พนักงานจะคอยยืนประจำตำแหน่งตามจุดให้บริการอยู่ทั้ง โซนก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู(เลือกเส้นได้/ปรุงสดให้ชามต่อชาม) ตามมาด้วยโซนซุปสไตล์จีนซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ โดยจะเสิร์ฟวันละ 2 ซุป แต่ถ้าแบบเต็มๆแล้วจะมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งซุปข้นเสฉวน/ซุปเยื่อไผ่เห็ดหอมตุ๋นโสมสด/ซุปไก่ตุ๋นยาจีน/ซุปกระดูกหมูผักน้ำ/กระเพาะปลาน้ำแดง/ซุป 3 แซ่และซุปหน่อไม้จีนนอกจากซุปตรงนี้จะเปลี่ยนไปแล้ว อาหารในโซน Hot Dish ที่ถ่ายรูปไปก่อนหน้านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ถัดมาอีกหน่อย เป็นโซนข้าวขาหมูสไตล์จีน ราดน้ำตุ๋นรสชาติเค็ม หอมกลิ่นซีอิ๊ว รสชาติแตกต่างจากสูตรไทยพอสมควรครับ

ถึงแม้ว่าจะเป็นห้องอาหารจีนแต่ของหวานที่นี่ก็ถือว่าค่อนข้างครบ ทั้งไอศครีมที่มีให้ทานแค่รสเดียวในถังที่ดูโบราณเป็นรสลูกเกด เค้กต่างๆมีให้ทานไม่กี่ชนิดแต่ต้องขอชื่นชมอย่างหนึ่งว่าเค้กที่นี่รสชาติไม่ค่อยหวานทานง่ายดีครับ ผลไม้สดตัดแต่งหลากหลายชนิด โอนิเผือก-แปะก๊วยมาเป็นหม้อตักได้ตามใจ และขนมไทยแบบหวานเย็นที่มีให้เลือกทานทั้งเงาะผสมแอปริคอตเชื่อม/มันเทศ/ลูกชิด/ถั่วแดง/เฉาก๊วยและรวมมิตร จะทานใส่น้ำแข็งน้ำตาลหรือเพิ่มกะทิก็ปรุงได้ตามใจเลยครับ และนอกจากนี้ยังมีโซนชา โดยชาที่ใช้เสิร์ฟในบุฟเฟ่ต์ครั้งนี้มีให้เลือก 2 แบบคือชาจีนและน้ำเก๊กฮวย สามารถเลือกระดับความหวานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใดครับ

สำรวจไลน์อาหารครบหมดแล้ว ต่อจากนี้ไปก็ได้เวลาเลือกที่นั่งกัน ห้องอาหารนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนโต๊ะจีนขนาดใหญ่สำหรับมากันหลายๆคนนั่งรวมกัน หรือเป็นโซนโต๊ะเล็กมา 2-4 คนก็มีให้บริการ ที่สำคัญใครที่มากับครอบครัวแล้วอยากได้เป็นห้องส่วนตัว ที่นี่ก็มีบริการอยู่หลายห้องโดยสามารถตักอาหารต่างๆ เข้าไปทานได้ในห้อง นั่งคุยกันเสียงดังได้อย่างสบายใจ และอาหารมื้อนี้ทางโรงแรมจัดมาให้ชุดใหญ่เตรียมพร้อมทานกันแล้วครับ

ขนมจีบของที่ห้องอาหารนี้เสิร์ฟมาร้อนๆหยิบได้จากที่ไลน์อาหาร ปั้นมาแต่ละคำค่อนข้างใหญ่ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูผสมมันหมู เนื้อกุ้งและเนื้อปูแบบเต็มๆคำ ส่วนการปรุงรสขนมจีบที่นี่มีกลิ่นน้ำมันงาค่อนข้างชัด ที่เหลือก็จะเป็นรสชาติของวัตถุดิบ กุ้งตัวใหญ่เด้งกรอบ เนื้อหมูผสมมันหมูมานุ่มเด้งทานอร่อย ของทอดต่างๆก็ยังกรอบ ปรุงรสชาติมาดี ขนมจีบชิ้นใหญ่ทานกับจิ๊กโฉ่วรสเปรี้ยวเค็ม ถือว่าเป็นรสชาติแบบจีนที่ไม่ได้จัดจ้าน ทานได้เรื่อยๆครับ

เมนูต่อจากนี้เป็นเมนูที่ไม่รวมอยู่ในรายการบุฟเฟ่ต์ แต่ทางโรงแรมจัดมาให้เรารีวิวแบบพิเศษ เมนูแรกเป็นเป็ดปักกิ่งราคาตัวใหญ่ๆแบบนี้ 800++ ครับ เป็ดปักกิ่งที่นี่มีความพิเศษอย่างนึงที่ไม่เหมือนกับที่ไหน โดยหัวหน้าเชฟพัน เอี่ยมสะอาด รับประกันเลยว่าความกรอบของหนังอยู่ได้ยาวนานถึง 1 ชั่วโมง (แปลว่าหนังต้องกรอบกว่าปกติ) โดยวันนี้เชฟได้ลงมือตัดหนังหนังเป็ดปักกิ่งให้เราได้ทานกัน โดยวิธีการแรกก็คือใช้มีดเฉพาะตัดเอาแต่หนังวางไว้บนข้าวเกรียบกุ้ง ถามว่าทำไมต้องวางไว้บนข้าวเกรียบ ? เพราะว่าตัวข้าวเกรียบมีรูพรุนทำให้ระบายอากาศได้ดีกว่าการวางไว้บนจานปกติเพื่อรักษาความกรอบให้นานขึ้นนั่นเอง วิธีการทาน ก็นำแป้งนึ่งในซึ้งมาวางรอง ตามด้วยหนังเป็ดปักกิ่งชิ้นใหญ่ เพิ่มผักตามใจชอบและราดน้ำจิ้มสูตรหวานเค็มปรุงรสพิเศษของทางโรงแรม บอกเลยว่าหนังกรอบกว่าปกติตามที่เชฟกล่าวอ้าง น้ำจิ้มหวานหอมกำลังดี ตัดด้วยผักต่างๆเพิ่มความสดชื่น ทานได้อีกหลายคำเลยครับ ส่วนเนื้อเป็ดปักกิ่งที่เหลือ เชฟเอาไปทำเป็นเมี่ยงเป็ดให้เราได้ทานกันต่อ แต่การเสิร์ฟก็พิเศษไม่เหมือนกับภัตตาคารอาหารจีนที่อื่นตรงที่ทำให้เป็นคำโดยใช้กระทงทอดรองไว้ด้านล่าง แทนการทานกับผักกาดแก้วแบบปกติ ทานง่ายแถมรสชาติอร่อยถึงเครื่อง ใส่ถั่วลิสงให้อย่างเยอะ สมกับเป็นเมนู Signature ที่ทางโรงแรมอยากเสนอจริงๆครับ

เมนูต่อมาเป็นปลาหมึกทอดซอสไข่เค็มราคาจานนี้ 450 บาท++ ปลาหมึกตัวใหญ่นำมาบั้งเป็นลายสวยงาม ชุบแป้งทอดราดด้วยซอสไข่เค็ม ด้านนอกกรอบส่วนด้านในเนื้อฉ่ำ ราดซอสไข่เค็มรสเค็มมันหอมนวลอ่อนๆ ถือว่าเป็นเมนูที่อร่อยลงตัวเลยครับ และจานสุดท้ายเป็นเมนูพิเศษที่ทางโรงแรมทำมาให้เราชิม ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในเล่มเมนูของโรงแรม นั่นคือกุ้งเจี๋ยนซอสเป๋าฮื้อ ราคาจานนี้ 650บาท++ เป็นกุ้งลายเสือตัวใหญ่นำไปชุบแป้งทอด เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสเป่าฮื้อที่ใส่เป๋าฮื้อลงไปเต็มๆ 1 ตัว ทานกับหมี่ซั่วและผัก กุ้งลายเสือเนื้อแน่นสู้ฟัน ทานกับซอสเป๋าฮื้อรสกลมกล่อม อีกทั้งยังมีเป๋าฮื้อให้ทานอีก 1 ตัวเต็มๆ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่ครับ สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารจีนที่ห้องอาหาร ฟุ หมาน เหลา ถือว่าคุณภาพดี ปั้นมาคำใหญ่ รสชาติกลางๆแต่เน้นวัตถุดิบคุณภาพดี และเทคนิคการปรุงที่ไม่ได้จัดจ้านจนรบกวนรสชาติของวัตถุดิบเกินไป สำหรับคนที่ทานรสจัดอาจจะไม่ถูกใจที่นี่มากนัก แต่ส่วนตัวแล้วผมถือว่าชอบเลย นั่งทานไปสักพัก เชฟบุญเชิด ศรสุวรรณ 1 ในเชฟอาวุโสของสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย และหัวหน้าเชฟของทางโรงแรมก็ออกมาต้อนรับ เพราะฉะนั้นรสชาติความอร่อยของห้องอาหารที่นี่ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไมดีขนาดนี้ เพราะมีเชฟเก่งๆรวมอยู่ที่นี่ เอาคะแนนความอร่อยไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 88 ถนน พระราม 6 แขวง รองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ห้องอาหารจีน ฟุ หมาน เหลา เปิดให้บริการ 2 เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00 - 22.30 น.

โทร. 02-216-9555 ต่อ 11452

Facebook : https://www.facebook.com/TheTwinTowersHotelBangkok/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,299 ครั้ง0 ความคิดเห็น