ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว"Dal Dal Korean Restaurant"ร้านอาหารเกาหลีแท้ๆราคาเอาใจชาว Office อยู่ภายในตึก G Tower พระราม 9

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 14



ถ้าอยากทานอาหารเกาหลีอร่อยๆขึ้นมาหลายคนมักจะนึกถึงร้านภายใน Korean Town สุขุมวิท12 เป็นอันดับแรกแต่พอมาดูราคาอาหารของแต่ละร้านแล้วถือว่าค่อนข้างโหดเอาเรื่อง จำได้ว่าตรง MRT สถานีพระราม 9 ประตูทางเข้าตึก G Tower ชั้น G ใกล้กับบันไดเลื่อนที่ขึ้นไปจุดจอดรถ Shutter Bus เวียนรับส่งเข้าไปในโครงการ The Shoppes At Belle มีร้านอาหารเกาหลีอยู่ที่นึงราคาไม่แพง เห็นในช่วงวันธรรมดาพนักงาน Office ภายในตึกมาทานกันเยอะมากๆนั่นก็คือ "Dal Dal Korean Restaurant" คะแนนเฉลี่ยทุกเว็บไซต์อยู่ที่ 3.6-4.5 เต็ม 5 ดาว ส่วนใหญ่จะบอกว่ารสชาติดีแต่ช่วงที่ลูกค้าเยอะมากๆทางร้านบริการไม่ค่อยทันใจ เลยนัดกับที่บ้านมาทานในช่วงวัน ส.-อา.แทน วิธีการเดินทางมาที่ร้านหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดได้ที่ตึก G Tower/Central พระราม 9 /ตึก Fortune หรือโครงการ The Shoppes At Belle ล้วนมีค่าจอดรถในราคาที่แตกต่างกันแต่เดินเท้าเข้ามาร้านได้สะดวกทั้งหมด ถ้ามาจอดรถที่ G Tower ชั่วโมงแรกฟรีหากทานอาหารครบ 300 บาทพร้อมประทับตราร้านจอดได้นานสูงสุดถึง 3 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องค่าจอดรถที่จุกจิกชวนกังวลใจแนะนำว่าให้เดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุด หน้าร้านใช้กระจกบานขนาดใหญ่พิเศษโทนสีดำเข้มสลับกับลายไม้ สัญลักษณ์เป็นป้ายไฟมีดอกไม้สีชมพูพร้อมภาษาเกาหลีที่มีชื่อภาษาอังกฤษเล็กๆกำกับว่า Dal Dal แบบนี้แสดงว่ามาถูกร้านแล้วครับ

ป้ายวางพื้นที่หน้าร้านและบนกระจกโชว์ให้เห็นเมนูอาหารเกาหลีซึ่งเป็นรายการแนะนำของที่ร้าน ราคาเริ่มต้นแค่ 115-280 บาท มีให้เลือกสั่งทั้งแบบ A La Carte คือเป็นกับข้าวไว้แชร์ทานกันหลายๆคนหรือจะสั่งเป็นชุดสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย/ซุปประจำวัน/เครื่องเคียงและผักสด (สามารถเติมได้ทุกอย่างยกเว้นข้าว-ซุป) ปัจจุบันพื้นที่ภายในร้านจำกัดให้ใช้บริการได้ไม่เกิน 16 คนเท่านั้น (อาจการปรับเปลี่ยนในอนาคตตามนโยบายของตึก G Tower) ถ้าใครไม่อยากออกจากบ้านเพื่อปะทะความเสี่ยงกับเชื้อไวรัส Covid-19 ร้านก็มีบริการเสริมอย่างเดลิเวอรี่ถึงบ้านอีกด้วย (ในส่วนของอัตราค่าบริการจัดส่งนั้นรบกวนสอบถามกับทางร้านเองนะครับ) ถ้าอยากทราบเมนูทั้งหมดของที่ร้านจะมีอะไรให้เราเลือกสั่งบ้างและราคาจะแพงไหมมาชมในเล่มรายการขนาดใหญ่ที่วางไว้หน้าร้านกันเลยครับผม

เล่มเมนูของที่ร้านแบ่งออกเป็น 2 ฉบับคือเมนูหลักกับปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล เปิดมาเล่มเมนูหลักหน้าแรกเป็นหมวดของเนื้อวัวส่วนต่างๆทั้งเนื้อสันนอกหรือ Striplion เนื้อสันกลางหรือ Ribeye นำมาย่างให้สุกจัดเสิร์ฟลงในกระทะร้อนราคาเริ่มต้นที่ 269-599 บาท ถ้างบน้อยลงมาหน่อยก็มีหมูย่างให้สั่งราคาเริ่มต้นที่ 179-199 บาท ทุกชุดทางร้านเสิร์ฟเนื้อให้ถึง 200 กรัม เพิ่มข้าว/ซุป/ไข่ดาวหรือไข่ต้มมาทานด้วยกันรายการละ 20 บาท หน้าต่อมาก็คือบูลโกกิเนื้อ/หมู/เห็ดทั้งหมด 6 เมนูราคาเริ่มต้นที่ 209-329 บาท ทุกชุดมีข้าว/ซุปกับเครื่องเคียงให้ฟรี หน้าต่อไปเป็นกับข้าวแบบเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 129-249 บาท ต่อกันด้วยเมนูข้าวยำเกาหลีมีทั้งแบบชามเหล็กกับหม้อหินร้อนราคา 169-179 บาท ข้าวหน้ากับซุปสไตล์เกาหลีเสิร์ฟพร้อมซุปประจำวันและเครื่องเคียงราคาเริ่มต้นที่ 159-169 บาท เมนูอาหารทานเล่นทั้งต๊อกโปกี/รามยอน/กิมบับ/มันดู/บะหมี่เย็นราคาเริ่มต้นที่ 35-179 บาท หน้าหลังสุดเป็นเครื่องดื่มราคาเริ่มต้นที่ 20-70 บาท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขนมหวานเกาหลีราคาเริ่มต้น 35-150 บาท

เล่มต่อมาเป็นเมนูที่ทางร้านปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลหน้าแรกเป็นเมนูปลาหมึกผัดเผ็ด/ข้าวคลุกสาหร่ายและข้าวกล่องโดซอลักสไตล์เกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 60-280 บาท ตามมาด้วยเมนูซอสดำจาจังทางร้านนำมาปรุงเป็น 3 เมนูคือทานกับเส้น/ข้าวและต๊อกโบกีราคาเริ่มต้นที่ 180-200 บาท ข้าวหน้าหมู-ไก่รสเผ็ด/ข้าวยำสูตรพิเศษและซุปโคชูจังกับเต้าเจี้ยวเกาหลีราคาเริ่มต้นที่ 169-259 บาท ข้าวแกงกระหรี่สไตล์เกาหลีแบบเดียวกับในซีรี่ย์ราคาเริ่มต้นที่ 139-209 บาท เมนูอาหารทานเล่นที่เพิ่มเติมมาจากรายการหลักหลากหลายเมนูราคาเริ่มต้นที่ 70-179 บาท นอกนั้นก็มีกับข้าว/ซุปหม้อร้อนๆ/พิซซ่าเกาหลีและไข่ตุ๋นราคาเริ่มต้นที่ 90-229 บาท หน้าสุดท้ายเป็นเมนูใหม่นั่นคือหมูสามชั้นทอดราดซอส/หมูผัดกิมจิ/ราเมนแห้งคาโบนาร่า/ข้าวโพดอบชีส/มันดูทอดรวมราคาเริ่มต้นที่ 60-259 บาท

ดูแล้วก็มีหลายเมนูน่าทานดี/ราคาไม่แพงมากนักและเหมือนที่ร้านพยายามเพิ่มรายการใหม่ๆเข้ามาให้ดูทันสมัยอยู่เสมอ บรรยากาศภายในร้านบอกตามตรงว่าไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่คล้ายๆกับบาร์นั่งดื่มชิลล์ซะมากกว่า เพราะเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ-เก้าอี้ใช้เป็นโครงเหล็กสีดำตัดกับไม้สีเข้มดูมีความเป็น Loft สมัยใหม่ ต่างจากร้านอาหารเกาหลีหลายๆร้านที่ผ่านมา บนโต๊ะวางจาน-ช้อน-ตะเกียบและกระดาษทิชชู่เว้นระยะห่างจากกันเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 ตามนโยบายของรัฐบาล มีการตรวจวัดอุณหภูมิและบังคับให้ใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดก่อนเข้าไปในร้านอย่างเคร่งครัด จัดการหาโต๊ะนั่งสั่งอาหารที่อยากทานและรอมาเสิร์ฟที่โต๊ะกันครับ

ตามประเพณีของร้านอาหารเกาหลีเครื่องเคียงต่างๆต้องออกมาก่อนโดยหลักๆทางร้านเสิร์ฟเป็นกิมจิรสเปรี้ยวเค็มกรอบฉ่ำเผ็ดนิดๆ/ปวยเล้งน้ำมันงารสเค็มอ่อนๆ/ถั่วงอกผสมแครอทคลุกน้ำมันงาและพริกเกาหลีเค็มเผ็ดอ่อนๆ ตามมาด้วยผักกาดหอมสดใบใหญ่เอาไว้ห่อทานกับเนื้อและที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มมีซัมจังรสหวานเค็มกลมกล่อม/พริกไทย+เกลือ+น้ำมันงา/ซอสโคชูจังปรุงรสพิเศษทางร้านแจกให้ฟรีโต๊ะละ 1 ชุด หากไม่พอต้องทานให้หมดก่อนที่จะสั่งใหม่เพื่อป้องกันการเหลือทิ้ง จานแรกเป็นเมนูง่ายๆที่คนเกาหลีทานประจำนั่นคือ "Gimbap" ราคา 139 บาท หรือข้าวปรุงด้วยเกลือ+น้ำมันงาใส่เครื่องตรงกลางทั้งไข่เจียว/ผักโขม/แครอท/แตงกวา/ไชเท้าดองเปรี้ยวหวานและแฮม นำไปม้วนด้วยสาหร่ายทาด้วยน้ำมันงาอีกครั้งให้แวววาวดูน่ากินก่อนจะหั่นเป็นชิ้นๆพอคำ ถ้าเป็นสไตล์เกาหลีที่เคยทานมาคือไม่จิ้มอะไรเลยแต่สูตรของทางร้านมีซอสรสเปรี้วเค็มหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆเอาไว้ตัดเลี่ยน หรือจะนำมาทานคู่กับเมนูอีกจานเพื่อให้ได้อารมณ์เกาหลีแท้ๆแบบในซีรี่ย์ก็คือ "Tteokbokki" ราคา 119 บาท หรือต๊อกโปกีซอสพริกเสิร์ฟมาชามใหญ่รสชาติเผ็ดหวานเส้นต๊อกเคี้ยวหนึบสู้ฟันทานกับกระหล่ำปลีกรอบๆ-ปลาแผ่นเกาหลี นำคิมบับลงไปจิ้มกับซอสที่มีอยู่ในชามได้อารมณ์แบบเดียวกับทานข้าวคลุกซอสโคชูจังใส่สาหร่ายหอมอร่อยไปอีกแบบ

เมนูต่อไปเป็นจานโปรดที่ไปทานยัง Korean Town วันก่อนติดใจมากๆก็คือ "Nakgi Bokkeum" ราคา 280 บาท หรือปลาหมึกยักษ์ผัดกับผักและซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี ซึ่งเมนูนี้เขาเสิร์ฟเป็นแบบ A La Carte ไม่มีข้าวสวยให้เลยนำจากเมนูชุดอื่นมาทานคู่กันแทน ปลาหมึกเนื้อหนึบผักหวานกรอบกับซอสรสหวานเผ็ดๆจี๊ดจ๊าดหอมกลิ่นน้ำมันงาคลุกกับข้าวสวยญี่ปุ่นนุ่มๆแบบนี้อร่อยแซ่บโดนใจมากเลยครับผม จานต่อมาเป็นเมนูดัดแปลงที่ไม่เคยเห็นในร้านอาหารเกาหลีอื่นคือ "Jjajang Bab" ราคา 200 บาท เป็นข้าวหน้าซอสถั่วดำจาจังที่หลายๆร้านมักจะเสิร์ฟกับเส้นแต่ร้านนี้นำมาทานคู่กับข้าวสวย ในชุดเพิ่มซุปประจำวันและไชเท้าดองหวานสีเหลืองมาให้ทานคู่กันอีกถ้วย (สามารถขอเติมได้) ซอสจาจังของที่นี่มีกลิ่นหอมของหอมใหญ่ผัดสุกเกือบจะเป็นคาราเมลผสมกับกลิ่นหอมเบาๆเฉพาะของถั่วดำหมัก ใส่เนื้อหมูและผักอื่นๆลงไปผัดจนเข้าเนื้อเป็นซอสเข้มข้นรสหวานกลมกล่อมทานคู่กับข้าวสวย แต่ถ้าทานไปนานๆจะรู้สึกเลี่ยนนิดๆ แนะนำว่าทานคู่กับกิมจิ-ไชเท้าดองรสหวานอมเปรี้ยวเนื้อกรอบๆอร่อยลงตัวมากเลยครับ

จานต่อมาก็เป็นเมนูที่เรามักจะเห็นในละครของเกาหลีบ่อยๆคือหมูสามชั้นต้มทานกับกิมจิหรือ "Suyuk" ราคา 229 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังแข็งด้านนอกออกแล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปากได้ความอูมามิ หั่นเป็นชิ้นๆพอคำทานคู่กับกิมจิหรือเครื่องเคียงต่างๆที่ทางร้านจัดมาให้ สามารถทานได้หลายรูปแบบทั้งห่อผักเปลี่ยนน้ำจิ้มหรือทานคู่กับข้าว-ซุปประจำวันที่เสิร์ฟให้ในชุดก็อร่อยได้แบบเพลินๆ เมนูต่อมาก็เป็นหมูสามชั้นแบบฟิวชั่นสำหรับใครที่อยากได้ความแซ่บคือ "Tongsamkyubgui" ราคา 259 บาท เป็นหมูสามชั้นลอกหนังอบจนนุ่มเคลือบซอสเกาหลีรสหวานๆเค็มๆเข้มข้นหอมกลิ่นน้ำมันงาท๊อบปิ้งด้วยพริกและเมล็ดงาขาว เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นและซุปประจำวันแนะนำว่านำมาห่อผัก-ใส่ข้าวสวยตามด้วยกิมจิอีกนิดช่วยเพิ่มความสดชื่นลดเลี่ยนจากหมูสามชั้นทำให้อร่อยยิ่งขึ้น

จานต่อมาก็จำมาจากซีรี่ย์หลายเรื่องที่เคยได้ยินมาผ่านๆก็เลยสั่งมาลองชิมก็คือ "Jabchae Pork" ราคา 139 บาท เป็นผัดวุ้นเส้นพิเศษนำเข้าจากเกาหลีสุดเหนียวนุ่มใส่เนื้อหมูกับผักต่างๆปรุงรสให้หวาน-เค็มหอมกลิ่นน้ำมันงากลมกล่อมอร่อยดีแต่กลิ่นของผักโขมสดที่ทางร้านใช้มีกลิ่นค่อนข้างแรงไปหน่อย หากใครไม่ชอบสามารถบอกกับที่ร้านไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ ชุดหมูสามชั้นทั้ง 2 ที่เราสั่งมาแถมข้าว-ซุปส่วนเครื่องเคียงต่างๆเติมได้ไม่อั้นแต่ต้องทานให้หมดก่อนสั่งใหม่ตามเงื่อนไขที่ทางร้านกำหนด ซุปประจำวันที่ร้านเห็นน้องพนักงานบอกว่าเสิร์ฟไม่เหมือนกันโดยวันนี้เราได้เป็นซุปปลาผสมสาหร่ายใส่เนื้อไก่ติดกระดูกแบบเกาหลีต้มมาเนื้อนุ่มๆให้ซดทานเพลินๆได้ทั้งน้ำและเนื้อครับ

เมนูต่อมาเป็นสเต็กกระทะร้อนที่เราขอให้ทางร้านเสิร์ฟออกมาช่วงท้ายๆเพราะเราจะถ่ายรูปรวมคือ "Ribeye" ราคา 499 บาท เป็นเนื้อวัวออสเตรเลียส่วนสันกลางหรือริปอายแทรกชั้นไขมันฉ่ำๆมีกลิ่นหอม ย่างมาพอสุกกำลังดีแบบ Medium Rare สีอมชมพูตรงแกนกลางก่อนจะหั่นเป็นชิ้นๆขนาดพอคำเสิร์ฟบนกระทะเหล็กร้อนๆ นำมาทานได้ 2 แบบคือสไตล์ฝรั่งที่ร้านย่างด้วยเกลือ-พริกไทยแล้วคีบทานได้เลย แต่เรามาร้านอาหารเกาหลีก็ต้องห่อกับผักสดทาด้วยซัมจัง/โคชูจังหรือถ้าต้องการได้รสเนื้อเน้นๆจิ้มเกลือ+พริกไทย+น้ำมันงาก็ดีงาม ตัดเลี่ยนด้วยเครื่องเคียงและกิมจิอีกหน่อยอร่อยลงตัวสุดๆครับ เมนูต่อมาเป็นบะหมี่เย็นที่พนักงานแนะนำว่าต้องรีบทานหน่อยเพราะเส้นดูดน้ำคือ "Naengmyun Bibim" หรือบะหมี่แห้งสไตล์เกาหลีราคา 179 บาท เป็นเส้นบะหมี่เกาหลีเหนียวหนึบๆเสิร์ฟแบบเย็นราดด้วยซอสโคชูจังปรุงรสหวาน-เผ็ดหอมกลิ่นน้ำมันงา ท๊อบปิ้งด้วยไข่ต้ม/สาลี่หวานเกาหลี/หมูสันคอต้มและแตงกวา ใส่น้ำซุปปลาพอขลุกขลิกให้คลุกเข้ากันก่อนทาน ทานเคียงกิมจิและไชเท้าดองเย็นๆอร่อยสดชื่นดีครับ

เมนูต่อไปหน้าตาดีใส่ไข่กุ้งเยอะน่าทานเหมือนบิบิมบับหรือข้าวยำเกาหลีแต่คนละแบบกันคือ "Dolsot Kimchi Albap" หรือข้าวยำกิมจกหม้อร้อนราคา 209 บาท จุดเด่นของชามนี้คือกิมจิสับปรุงรสคลุกกับข้าวสวยญี่ปุ่นเยอะด้วยท๊อบปิ้งต่างๆทั้งไข่กุ้งหรือไข่ปลาบินปรุงรส/ปูอัด/ไชเท้าดองหั่นเต๋า/สาหร่ายเกาหลีและผักกาดหอม ใส่หม้อหินมาร้อนๆแล้วคลุกให้เข้ากันก่อนทาน เป็นจานที่เน้นรสชาติเปรี้ยวเผ็ดของกิมจิปรุงรสผัดน้ำมันงา/หอมสาหร่าย/กรุบกรอบผักดอง/ไข่กุ้งรสเค็มนัวแตกในปาก/หอมกลิ่นข้าวตังไหม้มาคู่กับซุปประจำวันอิ่มครบจบในถ้วยเดียว สุดท้ายคือเมนูซุปที่ให้น้องพนักงานช่วยเลือกเพราะเบื่อกิมจิกับเต้าหู้อ่อนแล้วก็เลยจัดมาเป็น "Gochujang Jjigae" ราคา 189 บาท มันคือซุปโคชูจังปรุงรสสูตรพิเศษของที่ร้านน้ำข้นๆรสเผ็ดอมหวานหอมกลิ่นโคชูจังและเนื้อสัตว์ต่างๆที่ใส่ลงไปมีทั้งไส้กรอก/แฮมสแปม/เห็ดเข็มทองและซูกินีให้รสเค็มนวลผสมกลิ่นรมควันในปากซดร้อนๆสดชื่นดีมากครับ

ใครที่เป็นคนดื่มน้ำเยอะทางร้านเขาก็มีชาเขียวข้าวรีฟีลแบบจืดให้คนละ 35 บาท ใส่ในแก้วสแตนเลสทรงเตี้ยๆเหมือนที่ร้านอาหารในเกาหลีใต้ไม่มีผิด ชาที่ใช้เป็นของเกาหลีกลิ่นข้าวหอมนวลๆไม่เหมือนชาเขียวกลิ่นข้าวคั่วญี่ปุ่นแบบที่หลายคนมักไม่ค่อยชอบ มื้อนี้มาทานกัน 4 คนสั่งไปเต็มโต๊ะรวมกว่า 15 รายการ อิ่มจุกจนแทบคลานออกร้านจ่ายไปแค่ 2,581 บาท ไม่มี Vat. กับ Service Charge มากวนใจถือว่าถูกมากๆสำหรับอาหารเกาหลีเต็มโต๊ะแบบนี้เพราะปริมาณแต่ละชามก็ให้เยอะทำมารสชาติดีจริง น้องพนักงานช่วงวันส.-อา. อาจจะเรียกยากหน่อยเหมือนกับว่าทางร้านลดคนลงเพื่อประหยัดต้นทุนเนื่องจากตึกนี้แทบจะไม่มีใครเดินเล่น หลังช็อปปิ้งเสร็จจากเซ็นทรัลพระราม 9 หรือฟอร์จูนทาวน์แล้วตรงนี้ยังมีร้านอาหารที่น่าสนใจอีกหลายร้าน เดี๋ยวรอบหน้าค่อยมาหารีวิวร้านใหม่ๆแถวนี้ดีกว่า ส่วนวันนี้ร้าน"Dal Dal Korean Restaurant"ถือว่าอร่อยคุ้มจริงรับคะแนนไป 5 ดาวจ้า 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่9​ อาคาร G Tower​ ชั้น G​ ถนนพระราม9​ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

เปิดให้บริการทุกวัน จ.-ศ. เวลา 11.00-21.30 น. วันส.-อา.และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.00-20.00 น.

โทร. 02-169-8213

Facebook : https://www.facebook.com/DalDalKoreanRestaurant.th

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,100 ครั้ง0 ความคิดเห็น