ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Aesop's Greek Restaurant" ร้านอาหารกรีกอร่อยระดับมิชลิน The Plate 3 ปีซ้อนภายในซอยศาลาแดง 1/1



เปิดประสบการณ์ลองชิมอาหารกรีกครั้งแรกในชีวิตกับร้าน "Aesop's Greek Restaurant" ซึ่งได้รับรางวัล การันตีความอร่อยจาก Michelin Guide ระดับ The Plate นาน 3 ปีซ้อน ( 2020 ถึง 2022 ) ตั้งอยู่ภายในซอยศาลาแดง 1/1 เดินเข้าไปอีกประมาณ 15 เมตร โดยแฟนผมเคยมาฉลองปาร์ตี้กับกลุ่มๆเพื่อนเห็นว่าสนุกสุดเหวี่ยงดีงามทั้งเพลง/เครื่องดื่ม/อาหาร/บรรยากาศพร้อมการบริการต่างๆชวนประทับใจ อีกทั้งคะแนนรีวิวจากคนไทยและชาวต่างชาติทุกๆสำนักได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2-4.9 เต็ม 5 นั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน สำหรับวิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้ปักหมุดไปยังอาคารอื้อจื่อเหลียงหรือโรงแรมศิริสาทรจอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก (แสตมป์บัตรตรงแคชเชียร์) ชั่วโมงถัดไปตึกอื้อจื่อเหลียงคิดราคาชั่วโมงละ 50 บาท (ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์จอดฟรีถึง 22.00 น.) และโรงแรมศิริสาทรคิดราคาส่วนเกินชั่วโมงละ 60 บาท ไม่มีข้อยกเว้นอะไรทั้งสิ้น สำหรับวิธีการเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ใช้ MRT ลงสถานีสีลมหรือ BTS สถานีศาลาแดงทางออก 2 ทั้งคู่แล้วก็เรียกรถแท็กซี่เข้าตามจุดปักหมุดในมือถือ จะมองเห็นป้ายสัญลักษณ์รูปหน้าคนบนพื้นสีฟ้าเขียนกับชื่อร้านที่เขียนด้วยตัวอักษรสไตล์กรีกโบราณ เดินตามมาทางด้านซ้ายมือจะพบตัวอาคารหลักสีน้ำเงิน-ขาวแบบนี้แสดงว่าถึงแล้วครับผม

โดยคำว่า "Aesop" นั้นคือชื่อของนักปรัชญาชาวกรีกโบราณและเจ้าของนิทานสอนใจจำนวนหนึ่งในปัจจุบันเรารู้จักกันนามว่านิทานอีสป แต่เนื่องจากไม่มีใครทราบหน้าตาที่แท้จริงเพราะเพียงเรื่องถูกเล่าขานต่อกันมาตั้งแต่ 500 กว่าปีก่อนคริสตกาล ทางร้านจึงออกแบบสัญลักษณ์ให้เหมือนรูปวาดหน้าผู้ชายผสมลายเส้นศิลปะสไตล์โรมันลงไปพร้อมเติม 'S ท้ายชื่อเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ โดยรวม "Aesop's Greek Restaurant" จึงหมายถึงภัตตาคารอาหารกรีกของคุณอีสปเน้นเสิร์ฟเมนูสูตรต้นตำรับแท้ๆผสานความสนุกสนานราวกับอยู่ในนิยายไม่ว่าจะแวะเข้ามากี่ครั้งก็ตาม เริ่มจากหน้าประตูทางเข้าเป็นโซนให้นั่งพัก-สูบบุหรี่ก็ยังให้เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งแบบโรมันร่วมสมัย กำแพงข้างประตูเขียนว่า "Adventure Is Worthwhile" แปลตรงๆว่าการผจญภัยที่คุ้มค่าซึ่งน่าจะหมายถึงความตื่นเต้นมากมายรออยู่ข้างใน ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยจากอีกหลายสำนักมี Wongnai User Choice 2021 / Tatler Thailand Best Restaurants 2020 กับ Michelin Guide ประเภท The Plate 2020 และ 2021 ติดหน้าประตูกระจกอัตโนมัติเต็มไปหมด ช่วยทำให้การลองทานอาหารกรีกครั้งแรกของเราไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ

เดินผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้ามาแล้วทำการวัดอุณหภูมิของร่างกายให้เรียบร้อยจะพบกับบรรยากาศข้างในเริ่มต้นด้วยโซนแรกเป็นโถงกว้างโล่งขนาดใหญ่พร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำปอด พื้นที่ตรงกลางเป็นโต๊ะไม้แท้เนื้อแข็งเคลือบเงาเสริมโครงเหล็กสีดำสนิทจับหันหน้าเข้าหากันให้อารมณ์คล้ายกับโรงอาหารโบราณในซีรีส์สงครามโรมันย้อนยุคบน Netflix ริมสุดทั้งสองข้างขนาบด้วยโซฟาไซส์ยาวพิเศษสีน้ำเงินเข้มตั้งแต่หัวจรดท้ายชวนนั่งสบาย ส่วนกำแพง-พื้นทำจากปูนเปลือยสลับกระเบื้องลายไม้ให้อารมณ์เหมือนอยู่กลางธรรมชาติ เพิ่มของตกแต่งชิ้นเล็กๆกระจายเต็มร้านทั้งหนังสือเกี่ยวกับประเทศกรีก,รูปปั้นเทพสมัย-ปีศาจโบราณ,แจกันวาดมือศิลปะโรมันและรูปภาพเมดูซ่าสาวสวยต้องคำสาปในนิยายหรือภาพยนตร์หลายเรื่องถูกวางเอาไว้ ฝั่งตรงข้ามเปิดเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่ซึ่งมีบาร์เทนเดอร์หน้าตาดีคอยประจำการอยู่ตลอดเวลา พร้อมบูทดีเจเปิดเพลง EDM ให้เต้นสุดเหวี่ยงทุกๆวันพฤหัส,ศุกร์และเสาร์ตั้งแต่เวลา 20.30-23.30 น. นอกเหนือจากนั้นก็จะเปิดเพลงสากลฟังสบายไปจนถึงชวนโยกสุดมันส์ทุกคืน สำหรับใครที่อยากแค่แวะมาทานข้าวสบายๆในบรรยากาศสงบ-ไม่วุ่นวายเขาก็มีอีกโซนให้บริการครับ

เปิดประตูเข้ามาภายในห้องกระจกใสข้างๆกันจะพบอีกโซนหนึ่งซึ่งทางร้านพยายามตกแต่งสวยงามมีสีสันสดใสราวกับเทพนิยายกรีกโรมันผสมกลิ่นอายของเมืองท่องเที่ยวชื่อในฝันของใครหลายๆคนอย่าง ซันโตรีนี (Santorini) โดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ยาวขนาดใหญ่ตรงกลางห้องวางบนพื้นกระเบื้องหินสีดำประดับด้วยดอกไม้นานาพรรณห้อยจากฝ้าและกำแพงตามมุมต่างๆแลดูมีชีวิตชีวา หน้าต่างทำจากระแนงไม้ทาสีฟ้ารับแสงธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาพร้อมโซฟาปั้นจากปูนขาวกับโต๊ะไม้มุงหลังคาผ้าใบคล้ายหมู่บ้านกลางทะเลของประเทศกรีซเหมือนในรูปถ่ายที่เราเคยเห็น สลับสีหลากหลายโทนทั้งเขียว/แดง/ชมพูเพิ่มความอบอุ่นชวนนั่งนานๆด้วยไฟสีเหลืองส้ม สามารถรับลูกค้าได้ตั้งแต่คู่มาเดทกันสองคน/กลุ่มเพื่อนๆ,ครอบครัวตั้งแต่ 4-6 คนไปจนถึงจัดเลี้ยงทั้งบริษัทซึ่งปิดเหมาทั้งห้องแบบเป็นส่วนตัวมากสุดได้ประมาณ 50 คน สำหรับสายโซเชียลอยากถ่ายรูปอวดให้โลกรู้ก็มีมุมต่างๆโดยทางร้านได้จัดแสง-องค์ประกอบต่างๆให้อย่างมืออาชีพตกกลางคืนก็จะเริ่มจุดเทียนหอมทั้งร้านช่วยเสริมบรรยากาศให้โรแมนติกยิ่งขึ้นครับ

จัดการเลือกโต๊ะที่อยากนั่งให้เรียบร้อยจากนั้นพนักงานก็จะนำรายการอาหารจานหลักมาวางไว้ให้เป็นแบบแผ่นกระดาษขาวพิมพ์ด้วยสีบนปกแข็งพร้อมแนบเมนูเครื่องดื่มพับให้หน้าตาแบบนี้คนละหนึ่งชุด เริ่มต้นด้วยประวัติของทางร้านโดยเปิดให้บริการมายาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1989 แห่งแรก ณ เมืองซิดนีย์ประเทศออสเตรเลียโดยครอบครัวเชื้อสายกรีซแท้ๆ ซึ่งใช้แนวคิดในการดำเนินกิจการคือจำลองบรรยากาศงานฉลองเต้นรำพร้อมโยนทุบจานแบบเดียวกับงานเทศกาลของชาวกรีกโบราณ ปัจจุบันย้ายมาเปิดใหม่ในประเทศไทยรวมประสบการณ์ยาวนานกว่า 33 ปีและเพิ่งได้รางวัล Michelin Guide ระดับ The Plate ปี 2022 ด้วย (แต่ยังไม่ได้แปะสติ๊กเกอร์หน้าประตู) หมวดแรกคือ "Greek Dips" หรือเมนูจิ้มกับซอสทานเรื่อยๆในงานสังสรรค์รวมกว่า 6 รายการ ราคา 120-590 บาท หมวดถัดไปคือ "Mezedes" หรืออาหารเรียกน้ำย่อยแบบ Appetizer ราคา 250-460 บาท ตามด้วย "Signature" ที่ถึงแล้วต้องสั่งเป็นพวกสเต๊ก/บาร์บีคิวจานใหญ่ระดับของพระเอกในงานเลี้ยง ราคา 850-2,400 บาท ไปจนถึงคิดตามน้ำหนัก "Side Dish And Sauce" ราคา 50-200 บาท หมวด "Mains" หรือเมนูจานหลักสำหรับสมาชิกในแต่ละคน ราคา 400-990 บาท ไปจนถึงคิดตามน้ำหนัก หมวดสุดท้าย "Desserts" หรือของหวานล้างคาวในปากก่อนงานเลี้ยงเลิก ราคา 150-400 บาท โดยมีหมายเหตุเล็กๆด้านล่างว่า สีเขียวท้ายชื่อเมนูมีบอกว่าเป็นวีแกนหรือเจ / รายการไหนมีมงกุฏช่อมะกอกแปลว่าแนะนำให้สั่ง / รูปกล้องสีม่วงแปลว่าจานสวยเหมาะถ่ายอวดเพื่อนๆลงใน IG / สัญลักษณ์รูประเบิดสีน้ำเงินแปลว่าวัตถุดิบมีจำกัดต่อวันถ้าอยากกินให้รีบสั่ง / อยากจะดูรายการอาหารแบบรูปภาพให้สแกน QR Code ตรงมุมซ้ายล่างสุดของเล่มเมนูแผ่นนี้ด้วยแอปพลิเคชั่น Line ในมือถือเพื่อชมทันทีครับ

สำหรับงานเลี้ยงฉลองแบบนี้สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเครื่องดื่มเย็นๆชวนสดชื่นถึงใจโดยทางร้านได้แยกออกมาเป็นแผ่นพับแนบพร้อมกับใบรายการอาหารหลัก หมวดแรกก็คือ "Classics" รวม 6 อย่างราคา 300-380 บาท / "Greek Gin & Tonic" ตั้งชื่อตามเทพเจ้าต่างๆตามตำนานกรีกโบราณรวม 4 อย่างราคา 320 บาท / "Cocktail Shots" ความรุนแรงตั้งแต่นุ่มนวล,กลางๆไปยันชวนหัวทิ่มเสิร์ฟละ 6 Shots ไว้สนุกกับเพื่อนๆบนโต๊ะราคา 800-950 บาท / "Mocktails" น้ำหวานผสมตามสูตรของทางร้านแบบไม่ผสมแอลกอฮอล์เลือกได้ทั้งกลิ่นฟรุตตี้,หวานฉ่ำหรือเปรี้ยวเข็ดฟันก็ราคาแก้วละ 180 บาท หน้าต่อไปเป็น "The Signatures" คิดขึ้นมาเองและหาดื่มได้เฉพาะ "Aesop's Greek Restaurant" เท่านั้น รวมทั้งหมด 6 รายการจัดเสิร์ฟให้ทั้งแบบแก้ว,หม้อกับเหยือกสนุกพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 คน ราคา 320-1,350 บาท (ถ้าอยากได้แบบโลกหมุนติ้วก็สามารถเพิ่ม Shots ราคา 150 บาท) หน้าหลังสุดพิมพ์รายการเบียร์สดต่างๆราคา 150-350 บาท / โฮมเมดกรีกโซดาคล้ายอิตาเลียนราคาแก้วละ 120 บาท / น้ำอัดลม,น้ำแร่ราคา 80-160 บาท สุดท้ายหน้ากระดาษตรงกลางสามารถแผ่ออกมาเป็นแผ่นใหญ่คล้ายกับหนังสือพิมพ์ซึ่งรวมไวน์แดง,ขาว,โรเซ่,สปาร์คกลิ้งไวน์สั่งได้ทั้งแบบแก้ว-ขวดราคา 250-7,950 บาท และไวน์ท้องถิ่นจากเมืองต่างๆทั่วกรีซราคาขวดละ 1,990-3,950 บาท นอกนั้นก็เป็นเครื่องดื่มตามบาร์ทั่วไปเอาใจสายดื่มทุกๆแขนงในโลกราคาตั้งแต่ 250-9,500 บาท กระดกแค่พอหลับฝันดีหรือภาพตัดจนหัวราน้ำก็เลือกเองได้เลยครับผม

จัดการสั่งอาหารต่างๆที่อยากลองทานให้เรียบร้อยแล้วมานั่งรอตรงโต๊ะซึ่งวางจาน/ส้อม/มีด/กระดาษทิชชู่และเกลือเอาไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ สำหรับมือใหม่,ไม่มีความรู้ด้านอาหารกรีกก็ไม่ต้องเขินอายไปเพราะทางร้านเขามีทั้งพนักงานทั้งคนไทย,ชาวต่างชาติคอยแนะนำอย่างเป็นมิตร อยากทราบเรื่องอาหาร,เครื่องดื่มเมนูไหนมีรสชาติหรือใช้ส่วนประกอบอะไรเป็นพิเศษสามารถสอบถามได้ทุกคน เพิ่มอารมณ์ความเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์สไตล์ยุคกรีกโบราณด้วย "มงกุฏช่อมะกอก" ทั้งสีเงิน-สีทองเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อปะทะกับแสงไฟในร้านยามค่ำคืนซึ่งแขวนไว้ให้เลือกหยิบเองตรงหน้าประตูทางเข้า สุดท้ายสำหรับสายรีวิวหรือเจ้าพ่อ-เจ้าแม่โซเชียลทั้งหลายอยากได้รูปสวยอวดเพื่อนความคมชัดระดับ 4K เขามีชุดไฟ LED แผงขนาดใหญ่ติดแบตเตอรี่พกพาไปยังจุดไหนก็ได้ให้บริการฟรีๆด้วย ถ้าอยากดูภาพถ่ายที่ได้จากไฟนี้สวยงามละมุนตาขนาดไหนสามารถเข้าไปชมได้ในเพจ Aesop's Bangkok นะครับ

จานแรกเริ่มต้นด้วยสลัดสไตล์กรีกดูแปลกตาชวนเรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้ออกมาทำงานอย่างเต็มคือ "Chef Toly's Sea Garden" ราคา 380 บาท ส่วนประกอบต่างๆแน่นเต็มจานทั้ง ปลาแมคเคอเรลเนื้อแน่นดองรสเปรี้ยวเค็มหอมไขมันกลมกล่อมคล้ายซาบะดองญี่ปุ่น/ใบยอดวอเตอร์เครสสีเขียวเข้มสวยงาม/หัวซูกินี่สไลด์บางแผ่นใหญ่ม้วนกลมให้เป็นคำเหมือนดอกกุหลาบ/ถั่วลูกไก่ต้มกำลังดีเคี้ยวแล้วไม่แห้งชวนฝืดคอ/แรดิชหรือหัวไชเท้าฝรั่งลูกจิ๋วสีแดงสดเผ็ดฉุนเล็กน้อยสไลด์บาง วางทุกอย่างบนน้ำสลัด Taramasalata สูตรพิเศษตำรับกรีกแท้ทำจากไข่ปลาค๊อตหรือเมนไทโกะดองเค็มผสมขนมปังขาวตัดขอบ,น้ำมันมะกอก,มะนาว,หอมแดงปั่นรวมกันจนกลายเป็นเนื้อครีมเข้มข้นตามอัตราส่วนลับของทางร้านก่อนจะวางวัตถุดิบต่างๆที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นเรียงลงไปอย่างสวยงามสุดท้ายก็โรยยอดผักชีลาวรูดก้านออกลงไปนิดหน่อยให้หอมสดชื่น (ปกติจะต้องมี "กุ้งเซวิเซ่" หรือยำเนื้อกุ้งใส่ลงไปด้วยเพื่อให้สมกับชื่อ Sea Garden แต่วันนี้ของหมดจึงได้เฉพาะแมคเคอเรลดองอย่างที่เห็น) สำหรับวิธีการทานนั้นทางร้านแนะนำให้ตักทุกอย่างเข้าปากพร้อมกันในคำเดียวจะได้ความหอมมันเค็มเปรี้ยวสดชื่นกินได้เรื่อยๆไม่หยุดมือเลยครับ เนื่องจากอาหารรสค่อนข้างจัดเลยสั่งเครื่องดื่มมาคู่กันเป็น "Aphrodite" ราคา 180 บาท ทำจากเบอร์รี่รวมสีแดงผสมใบโหระพาสับ/น้ำทับทิมและน้ำเชื่อมให้ความหวานอมเปรี้ยวตกแต่งด้วยแครนเบอร์รี่ปักยอดโรสแมรี่ก่อนเสิร์ฟ

เมนูต่อไปวางบนกระทะร้อนๆก่อนจะราดบรั่นดีให้ไฟลุกท่วมซู่ซ่าแล้วบีบเลมอนสดลงไปกลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนลูกค้าภายในร้านต้องหันมามองก็คือ "Flaming Cheese Saganaki" ราคา 460 บาท ทำจาก Kefalograviera Cheese นำเข้าจากกรีซซึ่งมีความแตกต่างจากชีสชนิดอื่นๆเพราะทำจากนมแพะ,แกะแทนวัวปกติ โดยสามารถผลิตได้เพียงแค่ไม่กี่พื้นที่จากทั้งหมด 54 จังหวัดภายในประเทศ จุดเด่นคล้ายๆมอสซาเรลล่าแต่เข้มข้นมากกว่าเนื่องจากเปอร์เซ็นต์ความชื้นน้อย,มีปริมาณโปรตีนอัดแน่นรวมถึงรสชาติเค็มกลมกล่อมสามารถทานได้เลยทันที (ไม่ต้องผสมลงในอาหารก่อนกิน) วิธีการลิ้มรสให้ได้ความอร่อยสูงสุดคือราดน้ำผึ้ง/เหล้าบรั่นดี/กับน้ำเลมอนสดเผาไฟจนกรอบราวกับคาราเมลด้านนอกนุ่มยืดข้างในมีรสชาติทั้งหวานหอมเปรี้ยวตัดเค็มมันลงตัวในทุกๆมิติ ส่วนเครื่องดื่มอีกแก้วของแฟนผมสั่งมาเป็น "Athena" ราคา 180 บาท ทำจากน้ำสับปะรดผสมมะพร้าว-เสาวรสบีบมะนาวรสชาติออกไปทางหวานนำติดเปรี้ยวนิดๆเน้นสีเขียวพาสเทลแลดูดีมีระดับ พร้อมตกแต่งให้สวยงามก่อนเสิร์ฟด้วยเลมอนผ่าซีกสีเหลืองกับก้านโรสแมรี่ปักลงไปเช่นเดิม บาร์เทนเดอร์เลือกน้ำแข็งเกล็ดเคี้ยวกรุบกรอบเย็นสดชื่นถึงใจดีมากๆครับ

รายการต่อมาก็ยังคงอยู่ในหมวด "Mezedes" หรืออาหารเรียกน้ำย่อยแบบ Appetizer สไตล์กรีกแท้นั่นก็คือ "Prown Saganaki" ราคา 460 บาท เสิร์ฟในภาชนะถาดอบเซรามิกก้นลึกสีขาว,สีน้ำเงินมีกลิ่นอายความเป็นโฮมเมด อัดแน่นด้วยกุ้งลายเสือไซส์ใหญ่เนื้อกรอบเด้งคุณภาพคัดพิเศษแกะเปลือกพร้อมทานเหลือเฉพาะปลายหางเพื่อความสวยงาม วางบนซอสมะเขือเทศสูตรเข้มข้นพิเศษรสชาติเค็มเปรี้ยวหอมกลิ่นมันกุ้งตีขึ้นจมูก พร้อมเหล้า Ouzo เครื่องดื่มประจำชาติของประเทศกรีซหมักจากองุ่นให้รสหวานสีขาวราวกับน้ำนมแต่ดีกรีสูงถึง 40 ซึ่งเชฟนั้นได้ผ่านความร้อนจนเหลือแต่ความหอมหวานเข้ากับเนื้อกุ้งได้เป็นอย่างดี เสริมความอูมามิยิ่งขึ้นด้วยเครื่องสมุนไพรสับสดๆและเฟต้าชีสทำจากนมแกะ,แพะรสค่อนข้างเค็มจัดสัมผัสนุ่มคล้ายเต้าหู้บดโรยหน้าก่อนเสิร์ฟ สำหรับวิธีการทานนั้นน้องพนักงานแนะนำให้ตักเนื้อกุ้งพร้อมทุกอย่างในจานเข้าปากพร้อมกันเพื่อระเบิดความอร่อยออกมาอย่างเต็มที่ แต่ถ้ารู้สึกว่าเข้มข้นเกินก็ลองสลับพักช่วงกับเครื่องดื่มหรือลองสั่งหมวด Sides มากินคู่กันถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ

อยู่ในงานเลี้ยงปาร์ตี้สไตล์กรีกโบราณแน่นอนว่าต้องมีจานพระเอกประจำเทศกาลเลยสั่งมาเป็น "BBQ Greek Pork Kontosouvli" ราคา 850 บาท ทางร้านเลือกเฉพาะส่วนคอและสะโพกติดมันฉ่ำๆเท่านั้นเสิร์ฟให้ปริมาณจัดเต็มถึง 500 กรัม หมักเกลือพร้อมเครื่องสมุนไพรสูตรลับพร้อมผ่านกระบวนการตากแห้งแบบ Pancetta เสียบไม้สลับกับหอมแดง,พริกหยวกย่างบนเตาถ่านจนสุกกำลังดีสไตล์บาร์บีคิว วางบนถาดไม้ทรงกลมล้อมรอบด้วยเครื่องเคียงต่างๆทั้ง ผักกรีนสลัดผสมมะเขือเทศราดบัลซามิกเข้มข้นรสชาติหวานอมเปรี้ยว/มันฝรั่งทอดกรอบทั้งเปลือกคู่ดิปซอส "Tirosalata" พื้นเมืองของประเทศกรีซใส่ส่วนประกอบมากมาย ทั้ง น้ำมันมะกอก,เกลือ,เฟต้าชีส,กรีกโยเกิร์ต,ผงกระเทียมแห้ง,พริกป่น,พริกไทยกับน้ำมะนาวสด ปั่นรวมกันออกมาหน้าตาคล้ายครีมสลัดเค็มนำเปรี้ยวตามหอมมันกลมกล่อม สำหรับวิธีการทานเพียงบีบเลมอนสดลงบนเนื้อหมูย่างแล้วรูดออกจากไม้มาแจกจ่ายสมาชิกร่วมโต๊ะทุกคน ข้างนอกดูแห้งแต่ด้านในชุ่มฉ่ำเด้งเคี้ยวสู้ฟันรสชาติเค็มอ่อนๆหอมสมุนไพรหมักเข้าเนื้ออร่อยสุดๆครับผม

กำลังนั่งกินอาหารกรีกสุดอร่อยพร้อมเครื่องดื่มเพลินๆสักพักน้องพนักงานก็เดินมาถามว่าอยากจะลองโยนจานดูสักหน่อยไหม โดยทำจากปูนปลาสเตอร์สีขาวซึ่งเราสามารถขอให้ทางร้านช่วยเขียนคำอวยพรหรือชื่อเพื่อนตามสั่งในโอกาสพิเศษต่างๆได้อีกด้วย ประวัติศาสตร์เรื่องการทุบจานให้แตกภายในงามเฉลิมฉลองต่างๆถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวกรีกมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง,มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เนื่องจากเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยจึงเปลี่ยนจากจาน-แก้วกระเบื้องเป็นปูนปลาสเตอร์ที่แตกแล้วไม่บาดแทนในปัจจุบัน วันนี้เลยวาดรูปเขียนสีให้เหมือนโลโก้เพจของตัวเองจากนั้นเปล่งเสียงดังๆก่อนโยนลงพื้นว่า OPA! (โอป้า) แล้วคนอื่นทั้งร้านก็จะตอบรับเหมือนกันว่า OPA! ถือว่าเสร็จพิธี สำหรับคนที่เข้ามา "Asop's Greek Restaurant " ช่วงค่ำๆจะเห็นกองจานทำจากปูนปลาสเตอร์แตกละเอียดอยู่เต็มร้านก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะถือเป็นเรื่องปกติของร้านนี้สามารถเดินเหยียบ,ย่ำผ่านไปได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่าจะบาดเท้า แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อยก็คือเศษผงละเอียดๆค่อนข้างชวนลื่นนิดหน่อยควรเลือกรองเท้าดอกยางชัดพร้อมทรงตัวให้ดีจะปลอดภัยที่สุด ตอนนี้อิ่มแล้วก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินกันเลยครับ

มื้อนี้ผมมาทานกับแฟนสองคนสั่งอาหารและเครื่องดื่มรวมกว่า 6 รายการจ่ายไป 2,955 บาท (รวม Vat.7% กับ Service Charge อีก 10% เรียบร้อยแล้ว) โดยรวมถือว่าสมเหตุผลกับราคาเพราะวัตถุดิบทุกๆจานใช้ของคุณภาพพรีเมี่ยมนำเข้าจากแหล่งผลิตหายากโดยผ่านกระบวนการปรุงพิเศษตามแบบฉบับกรีกแท้ๆ อร่อยสมกับ Michelin Guide ระดับ The Plate นาน 3 ปีซ้อน (2020 ถึง 2022) ส่วนตัวนั้นชอบมากๆแต่สำหรับคนอื่นน่าจะรู้สึกว่าติดเค็มหนักไปหน่อยตามแบบฉบับอาหารสไตล์ยุโรปซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ภายในร้านประมาณ 95% คือชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด แต่พอลองมานั่งคิดดูดีๆว่าทำไมต้องขายคู่กับเครื่องดื่มก็บอกเลยว่าสอดคล้องกันเพราะสายดื่มหนักเน้นอยู่นานเกือบทั้งคืนต้องคู่กับแกล้มรสเค็มนำหน่อยนี่แหละคือสวรรค์กลางวงเหล้าอย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณไม่ใช่สายปาร์ตี้ก็สามารถสนุกสนานกับอาหารกรีกได้ง่ายๆไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด รับคะแนนไปเลย 5 ดาวครับผม🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 120 เข้าซอยศาลาแดง 1/1 ประมาณ 15 เมตร แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 17.00 - 00.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 062-567-7751

Facebook : https://www.facebook.com/aesopsbangkok

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 177 ครั้ง0 ความคิดเห็น