ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว"ภัตตาคารทองฟู"(ท่าพระ) ร้านอาหารเสฉวน/บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 40 เมนู 499 บาท มา 4 แถมเป็ดปักกิ่ง 1 ตัว

อัพเดตเมื่อ: 3 วันที่แล้ว



ปกติร้าน"ภัตตาคารทองฟู" เป็นหนึ่งในร้านประจำที่ครอบครัวผมมักจะมาเวลานึกไม่ออกว่าจะไปฉลองที่ไหนดี ก็มักจะคิดถึงที่นี่เป็นอันดับ 1 ตลอดเพราะอาหารจีนเสฉวนของที่ร้านนี้เขารสชาติเข้มข้น-เผ็ดร้อนถึงใจ มาทานทุกๆครั้งไม่เคยเบื่อ แต่เนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ผ่านมาเห็นร้านนี้ปิดพร้อมประกาศหาผู้เช่าคนใหม่ทำเอาเราใจเสียเพราะต้มปลารสเผ็ดร้านนี้อร่อยมากแล้วฉันจะไปกินที่ไหนจนทำใจได้สักพัก ล่าสุดร้านนี้ไปออกรายการ "แฉ" ว่ากลับมาเปิดให้บริการพร้อมโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำกว่า 40 เมนู จ่ายแค่คนละ 499 บาท มา 4 คนแถมฟรีเป็ดปักกิ่ง 1 ตัวแถมยังใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งเหลือแค่คนละ 349 บาทอีกถือว่าคุ้มค่าสุดๆ แต่ร้านอาหารเสฉวนมาทำอาหารกวางตุ้งจะอร่อยไหมแถมร้านปิดปรับปรุงไปแล้วเมนูเสฉวนยังอยู่หรือเปล่า เราค้นหาเบอร์ติดต่อร้านก็โทรไม่ติดแต่ไหนๆก็อยู่ใกล้บ้านแล้วไปทานให้รู้เรื่องเลยดีกว่า วิธีการเดินทางมาก็ง่ายๆหากคุณนำรถยนต์ส่วนตัวมาหน้าร้านมีที่จอดให้ฟรีแต่ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง BTS สถานีตลาดพลูลงทางออกหน้าเดอะมอลล์ท่าพระจะเดินหรือเรียกรถต่อมาก็ได้อีกแค่ประมาณ 600 เมตรก็ถึงแล้ว หน้าร้านเหมือนเดิมเกือบๆ 100% แต่มีการแบ่งครึ่งร้านให้ผู้เช่ารายใหม่และได้ข่าวว่าในร้านมีการตกแต่งใหม่ทั้งหมดจะสวยไหมเข้าไปดูกันครับ

วันที่เรามาถึงหน้าร้านยังตกแต่งไม่เสร็จดีมีน้องพนักงานส่วนนึงเป็นชุดเดิมบางคนก็เป็นหน้าใหม่ (มาทานบ่อยๆจนจำหน้าพนักงานได้) ส่วนด้านบนตกแต่งเสร็จแล้วพร้อมรับลูกค้าตามปกติ การตกแต่งอย่างแรกที่ไม่เหมือนแบบเก่าคือมีความหรูหรามากขึ้นเริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูด้านหน้าเป็นสีแดงประดับจุดพร้อมที่จับหัวสิงโตสีทองให้ความรู้สึกดีเหมือนอยู่หน้าประตูวังจีน ชั้นแรกมีการยุบออกไปเหลือแค่ซุ้มถ่ายรูปที่ร้านทำให้เหมือนอยู่ในวังหลวง ส่วนที่นั่งทานอาหารจริงๆต้องขึ้นมาบนชั้น 2 ก็มีระเบียงมองทะลุไปที่ชั้น 1 พร้อมกับซุ้มประตูไม้แกะสลักที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานข้าวในตำหนักจีนดูหรูหราไม่มีลายเก้าอี้หน้าแมวหรือตกแต่งด้วยสีแปลกๆแบบเมื่อก่อน ดูน่าถ่ายรูปมากขึ้นครับ

ต่อมาเรามาดูโซนที่นั่งอีกฝั่งบริเวณชั้น 2 ขึ้นมาก็จะพบกับโต๊ะที่เป็นโซฟากับโต๊ะกลมแบบร้านอาหารจีนหรูล้อมรอบด้วยห้องรับรองส่วนตัวซึ่งถือว่าดีมากๆ เพราะร้านรูปแบบเก่าลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นคนจีนเวลาทานข้าวจะส่งเสียงดังมากๆ มีทั้งห้องเล็กนั่งได้ 6-8 คนไปจนถึงห้องใหญ่ 15 คนและใหญ่พิเศษรองรับแขกได้ถึง 30-50 คน โดยแต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เหมือนกัน บางห้องโต๊ะยาว/โต๊ะกลม/มีเครื่องเสียงหรือมีทีวีให้บริการ ถ้าอยากได้ห้องไหนแนะนำว่าให้โทรมาสอบถามที่ร้านก่อนดีสุดเพราะมีจำกัดแต่ไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใดครับผม

มาถึงนั่งที่โต๊ะน้องพนักงานก็สอบถามเลยว่าวันนี้จะมาทานบุฟเฟ่ต์หรือ A La Carte แน่นอนว่าวันนี้เราตั้งใจที่จะมาลุยบุฟเฟ่ต์ ราคาอยู่ที่คนละ 499 บาท ถ้ามา 4 คนฟรีเป็ดปักกิ่ง 1 ตัว พร้อมปรุงเป็นเมนูให้อีก 2 รายการฟรี ถ้าจองผ่าน Line หรือ Facebook ร้านให้หูฉลามฟรีอีกคนละ 1 ถ้วย และยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกก็คือจ่าย 999 บาท สามารถสั่งเป็ดปักกิ่งได้ไม่อั้นและไม่บังคับทานเนื้อ จะสั่งให้เสิร์ฟแต่หนังพร้อมกับแป้งนึ่งสำหรับห่อและน้ำจิ้มกี่จานก็ได้ไม่จำกัดจนกว่าจะอิ่มจุก ส่วนอีกเมนูนั่นก็คือหูฉลามน้ำแดงที่สั่งได้ไม่อั้นเช่นเดียวกัน ไหนๆก็มาแล้วขอจัดเต็มสั่ง 999 กันเลยดีกว่า สำหรับใครที่มาคนเดียวเขาก็เปิดรับบริการบุฟเฟ่ต์พร้อมใช้สิทธิ์คนละครึ่งได้ทุกอย่างภายในร้านทั้งบุฟเฟ่ต์และ A La Carte น้ำดื่มก็รวมแล้วเป็นชาเขียวจืดรีฟีลเติมได้ไม่อั้น ส่วนน้ำจิ้มที่ร้านนี้เสิร์ฟให้ 3 สูตร คือจิ๊กโฉ่ว/น้ำจิ้มบ๊วยและน้ำจิ้มเสฉวน (อันนี้แปลกไม่เหมือนร้านไหนดี) ส่วนเมนูติ่มซำอยากทานอะไรก็เขียนเลขจำนวนลงไปในช่องขวามือสุดได้เลย (เมนูที่เห็นในใบสั่งนี้ปัจจุบันยังไม่ลงตัวต้องรอดูอัพเดทใน Facebook ของที่ร้านครับ)

เมื่อสั่งไปก็ต้องรอสักพักเพราะติ่มซำที่ร้านนี้น้องพนักงานบอกว่าปั้นใหม่ทุกเข่ง ไม่มีการใช้แบบแช่แข็งพร้อมอุ่นแบบหลายๆร้านและวิธีที่ดีสุดคือสั่งล่วงหน้าอย่าให้ขาดตอนเลยสั่งทุกอย่างในใบมาชิมอย่างละ 1 เมนู เริ่มจาก "กุ้งนึ่งสามรส" เป็นหมูเด้งปั้นก้อนท๊อบปิ้งด้วยกุ้งสดก่อนจะราดด้วยน้ำจิ้มสามรส (ซีฟู๊ด) แล้วเอาไปนึ่งจนสุก สัมผัสที่ได้รับอย่างแรกเลยคือหมูเด้งกุ้งกรอบซอสเปรี้ยว/หวาน/เผ็ดสไตล์ไทย 3 รส แบบไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่มก็อร่อยลงตัว เมนูต่อมาคือ "ปลานึ่งซีอิ๊ว" เป็นปลาน่าจะเป็นดอรี่แต่เนื้อแน่นไม่มันเลี่ยนนึ่งกับซอสซีอิ๊วรสเค็มหวานหอมน้ำมันงาอ่อนๆคล้ายกับสูตรฮ่องกง เพิ่มความสดชื่นด้วยพริกชี้ฟ้า-ต้นหอม-ขิง-ขึ้นฉ่ายจะทานเปล่าๆหรือจิ้มจิ๊กโฉ่วก็ดีงาม

เมนูต่อไปเหมือนทางร้านพยายามพิมพ์ตกหล่นคือ "ตีไก่ฮ่องกง" เป็นเท้าไก่นึ่งกับซอสบาร์บีคิวฮ่องกงไม่ใส่เต้าซี่จนเปื่อยหนัง-เนื้อฟูร่อนหลุดออกจากกระดูก รสชาติหวาน-เค็มหอมกลิ่นเครื่องสมุนไพรเข้มข้นทานได้อย่างง่ายๆได้แค่ใช้ลิ้นดันกระดูกก็หลุดออกมาแล้ว เมนูต่อมาเป็นสามรสที่เหลือคือ "ปลาหมึกสามรส" และ "ปลานึ่งสามรส" พื้นฐานเป็นหมูเด้งปั้นก้อนเนื้อนุ่มๆท๊อบปิ้งด้วยปลาหมึกและเนื้อปลา ราดด้วยซอสซีฟู๊ดสามรสอร่อยคล้ายๆกับเข่งแรกแตกต่างกันแค่เนื้อสัมผัสของทะเลที่ใช้เล็กน้อยๆ ข้อดีของติ่มซำนี้คือทานได้เยอะเลี่ยนยากแถมอร่อยด้วยครับ

เมนูต่อมาห่อมาหน้าตาเหมือนติ่มซำแต่มันคือ "ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้หมูกุ้ง" เป็นแป้งก๋วยเตี๋ยวหลอดบางนุ่มๆห่อเนื้อหมูเด้งผสมกุ้งสับกรุบกรอบราดด้วยน้ำซอสซีอิ๊วรสกลมกล่อม วิธีการทานคือราดซอสเสฉวนที่รสชาติคล้ายกับน้ำจิ้มกุ๊ยฉ่ายผสมพริกสดและกระเทียมช่วยเพิ่มความเผ็ด-สดชื่นกว่าการใช้จิ๊กโฉ่วแบบเดิมๆ ทำให้ก๋วยเตี๋ยวหลอดอร่อยยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าเลยครับ เมนูต่อไป "ลูกชิ้นกุ้ง" หรือลูกชิ้นโสภน เป็นลูกชิ้นกุ้งผสมหมูเด้งทอดราดด้วยซอสรสหวาน-เค็มหนืดๆและก้านกวางตุ้ง หมูเด้งกุ้งกรอบเข้ากับซอสรสหวานนวลได้เป็นอย่างดี เข่งต่อไปคือ "ขนมจีบหมูกุ้ง" เป็นขนมจีบหมูเด้งผสมกุ้งสับเด้งๆกรอบๆห่อด้วยแป้งเกี๊ยวบางๆรสชาติพื้นฐานชิ้นเล็กทานได้ง่ายๆครับผม

ขนมจีบเข่งต่อไปเป็น "ขนมจีบกุ้ง" ผ่าออกกึ่งกลางมาดูมันคือกุ้งล้วนๆอัดแน่นเต็มชิ้นจริงไม่จกตา กรอบหวานเนื้อกุ้งสดๆหอมกลิ่นน้ำมันงาอ่อนๆโดนใจคนชอบทานกุ้งแบบเราสุดๆ ส่วนใครสาวกติ่มซำตัวจริงรับรองว่าต้องชอบเมนูนี้อย่างแน่นอนครับ เมนูต่อไปเป็น "ซี่โครงหมูฮ่องกง" หมูส่วนซี่โครงหมูสับมาชิ้นใหญ่นึ่งในซอสบาร์บีคิวฮ่องกงจนเนื้อหลุดล่อนออกจากกระดูก ส่วนที่เป็นกระดูกอ่อนก็เปื่อยนุ่มทานได้ง่ายๆแตกต่างจากร้านอื่นที่มักจะให้กระดูกหมูสับมาชิ้นเล็กทานยากๆและยังนึ่งมายังไม่สุกเนื้อล่อนดี แต่ที่นี่อร่อยทานง่ายเบิ้ลอีกหลายเข่งได้สบายเลยครับผม

เมนูต่อไปมองแว๊บแรกนึกว่าเห็ดหูหนูขาวแต่มันคือ "กระเพาะปลายัดไส้" เป็นติ่มซำหมูเด้งปั้นก้อนท๊อบปิ้งด้วยกระเพาะปลาชิ้นโตราดซอสน้ำแดงรสชาติหวานกลมกล่อมแบบเดียวกับเมนูลูกชิ้นกุ้ง เวลาทานคู่กันได้ความนุ่มของหมูเด้งผสมกับความกรุบกรอบของกระเพาะปลาที่ซึมซอสน้ำแดงลงไปเหมือนได้ทาน 2 เมนูในคำเดียวกัน เข่งต่อไปคือ "สาหร่ายยัดไส้กุ้ง" เป็นขนมจีบหมูผสมกุ้งใส่ปูอัดห่อสาหร่ายก่อนจะตัดเป็นชิ้นๆแล้วนำไปนึ่งราดด้วยซอสหนืดคล้ายๆน้ำราดหน้าใส่ถั่วลันเตา ความอร่อยของเมนูนี้คือเนื้อหมูเด้งกุ้งกรอบหอมสาหร่ายและน้ำมันงา แนะนำว่าจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเสฉวนรสชาติจะอร่อยเผ็ดลงตัวและช่วยลดความเลี่ยนจากติ่มซำทำให้ทานได้อีกหลายเข่งเลยครับผม

เมนูต่อมาคือ "ขนมจีบผักโขม" เป็นติ่มซำหมูเด้งปั้นก้อนผสมเนื้อกุ้งกับผักโขมที่ไม่ค่อยมีรสชาติของผักโขมเท่าไหร่ทำให้ทานได้ง่ายๆ แป้งบางหอมหมูเด้งน้ำมันงาผสมกุ้งกรอบๆอร่อยลงตัวดีครับผม เข่งต่อไปก็คือ "เห็ดหอมยัดไส้กุ้ง" เป็นขนมจีบหมูเด้งผสมเนื้อกุ้งท๊อบปิ้งด้วยเห็ดหอมเนื้ออวบๆราดซอสน้ำแดงหวานกลมกล่อมเข้ากับวัตถุดิบทุกอย่างในเข่งได้อย่างลงตัว ส่วนเมนูของทอดเป็น "เต้าหู้ปลาทอด" มันคือเต้าหู้ปลารูปปลาทอดร้อนๆเอาไว้ทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยรสเปรี้ยวอมหวานหอมกลิ่นบ๊วยขึ้นจมูกสดชื่น ไม่ใช่แค่หวานหนืดคอแบบหลายๆร้านที่เคยทานมาครับ

ติ่มซำทอดอีกย่างคือ "ปอเปี๊ยะกุ้งทอด" เป็นเนื้อกุ้งสับกรอบผสมกับเนื้อหมูเด้งหอมน้ำมันงาสอดไส้ในแป้งปอเปี๊ยะบางๆทอดจนกรอบเวลาทานราดด้วยน้ำจิ้มบ๊วยรสหวานอมเปรี้ยวอย่างฟินห์ ใครชอบทานของทอดกรอบๆกับเนื้อกุ้งเด้งๆราดน้ำจิ้มหวานคล้ายกับทอดมันกุ้งต้องชอบแน่นอนครับ เมนูต่อมาเป็นอีกหนึ่ง Signature ของที่ร้านก็คือ "ซาลาเปาลาวา" เป็นซาลาเปาปั้นลดแป้งบางรองด้วยกระทงฟลอยด์กันไส้ไหลลงไปด้านล่าง ส่วนไส้ด้านในเป็นครีมไข่เค็มรสหวานกลมกล่อมคล้ายๆกับที่ขายในร้านสะดวกซื้อแต่ไข่แดงเข้มข้นกว่า 3 เท่า อร่อยเข้มข้นโดนใจครับ

มาต่อกันด้วยเมนูซาลาเปานึ่งเสิร์ฟมาในเข่งร้อนๆเริ่มจาก "ซาลาเปาไส้เผือก" เป็นเผือกเนื้อละเอียดเนียนหอมมันหวานน้อยสอดไส้ในแป้งซาลาเปาที่บางไม่ฟูมากแบบโบราณ ที่สำคัญคือร้านนี้ไม่ใช้แอมโมเนียในการทำให้แป้งฟูซึ่งส่วนตัวผมชอบมากๆเพราะเป็นคนไวต่อกลิ่นพวกนี้อย่างรุนแรง โดยผลที่ได้คือซาลาเปาแป้งหนึบๆคล้ายกับร้านซาลาเปาที่ขายตามร้านห้องแถวโบราณในเยาวราช เข่งต่อไปนั่นก็คือ "ซาลาเปาไส้ครีม" เนื้อแป้งแบบเดียวกันใส่ไส้คัสตาร์ตครีมหอมมันนวลรสไข่เข้มข้นเข้ากันได้ดีกับแป้งซาลาเปาโบราณเนื้อหนึบๆเคี้ยวสู้ฟัน อร่อยลงตัวดีมากครับ

ซาลาเปานึ่งในเข่งชุดต่อไปคือ "ซาลาเปาไส้หมูแดง" แป้งซาลาเปาโบราณเนื้อหนึบๆสอดไส้หมูแดงฮ่องกงย่างหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆผัดกับซอสบาร์บีคิวจนได้รสหวานกลมกล่อมอร่อยสุดๆ เมนูต่อมาคือ "ซาลาเปาไส้หมูสับ" เป็นซาลาเปาแป้งโบราณใส่หมูสับเนื้อหนึบเคี้ยวสู้ฟันแบบเดียวกับที่หลายคนชอบทานตอนเด็กๆแน่เนื้อหมูแน่นและดีกว่าหลายเท่า เมนูเข่งสุดท้ายคือ "ซาลาเปาไส้ถั่วแดง" เป็นเนื้อถั่วแดงกวนแบบไร้เปลือกบดจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อครีมสอดไส้ในแป้งซาลาเปาเคี้ยวหนึบสู้ฟันอร่อยแบบไม่ฝืด-คันคอแบบหลายๆร้านที่ทำขายทั่วไปดีมากครับ

มาต่อที่เมนูพรีเมี่ยมสั่งได้ไม่อั้นสำหรับคนที่ทานบุฟเฟ่ต์ติ่มซำราคา 999 กันบ้างอย่างแรกที่คุ้มสุดๆเลยนั่นก็คือ "หูฉลามน้ำแดง" ไม่ใช่หูฉลามแบบเศษเนื้อเหมือนที่บุฟเฟ่ต์โรงแรมหลายๆที่เขาเสิร์ฟกัน เพราะที่ร้านนี้เสิร์ฟมาแบบครีบใหญ่เคี้ยวเต็มคำเหมือนที่ทานในเยาวราชหม้อละ 300-500 บาท ถ้าสั่ง 1-3 ที่ทางร้านจะใส่ถ้วยเล็กมาให้แต่เราสั่งมา 4 ที่ร้านรวมหม้อใหญ่มาให้เลย เติมถั่วงอกเด็ดหัวหรือผักชีราดซอสจิ๊กโฉ่วลงไปได้ตามใจนั่งทานไปเรื่อยๆจนกว่าจะคุ้มแต่อย่าลืมอีกเมนูที่ห้ามพลาดก็คือ "เป็ดปักกิ่ง" โดยเราขอให้ที่ร้านเสิร์ฟมาเป็นตัวเพื่อดูก่อนว่าตัวเป็ดขนาดใหญ่จริงไม่จกตาจากนั้นนำไปแล่เอาแต่หนังมาเสิร์ฟพร้อมแป้งนึ่ง/แตงกวา/ต้นหอมและพริกชี้ฟ้า ส่วนวิธีการตัดสินว่าร้านนี้ผ่านหรือไม่อยู่ตรงน้ำจิ้มกับหนังเป็ดจับห่อเป็นคำพร้อมรับประทาน รสชาติที่ได้คือแป้งบางแต่เหนียวหนึบหนังเป็ดฟูกรอบไม่เหลือชั้นไขมันส่วนเกินใต้หนัง ส่วนน้ำจิ้มหวานเข้มข้นกลมกล่อมช่วยลดความเผ็ดฉุนของต้นหอมกรุบกรอบแตงกวาเพิ่มกลิ่นแบบไทยๆด้วยพริกชี้ฟ้าแดงหั่นชิ้นอร่อยทัดเทียมกับภัตตาคารดังเลยครับ หากใครอยากทานอีกแต่กลัวว่าสั่งมาทั้งตัวแล้วจะทานไม่หมดก็ไม่ต้องห่วงเพราะเราสามารถสั่งได้ว่าจะเอาแค่กี่คำ ส่วนเนื้อจะไม่ทานก็ได้ที่ร้านไม่ได้บังคับสำหรับบุฟเฟ่ต์ทุกราคาแต่ถ้าคนทาน 499 ต้องสั่งให้ทางเชฟเอาเนื้อไปทำต่อแน่นอนเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดโดยเป็ด 1 ตัวสามารถเลือกทำได้ 2 เมนูคือทอดกระเทียมกับเมี่ยงเท่านั้นก็สั่งมาลองชิมดูครับ

มาเสิร์ฟเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 เมนูคือ "เนื้อเป็ดสับทอดกระเทียม" เป็นเนื้อเป็ดสับติดกระดูกทอดกรอบปรุงรสให้เค็ม-หวานเพิ่มความหอมด้วยกระเทียมเจียวแทะทานได้อร่อยเพลินๆ อีกจานคือ "เมี่ยงเป็ด" เป็นเนื้อเป็ดปักกิ่งสับๆจนละเอียดผัดกับถั่วลิสง/ต้นหอมปรุงรสมาหวานเค็มทานคู่กับผักกาดแก้วกรุบกรอบอร่อยแบบเดียวกับร้านอาหารจีนราคาแพงๆใจกลางเมือง ต่อจากนี้ก็ลุยแต่เป็ดปักกิ่งไปยาวๆจนอิ่มจุกแล้วก็ได้เวลาเรียกน้องพนักงานคิดเงินครับ

มื้อนี้เรามา 2 คน ราคาบุฟเฟ่ต์คนละ 999 บาท ไม่มี Vat. หรือ Service Charge มากวนใจ ถ้าหากใครได้รับสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่งก็ได้ส่วนลดอีกสูงสุดบิลละ 150 บาท แต่เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้ใช้สิทธิ์ส่วนลดใดๆ แต่ถ้าหากใครมีพากันมาทานหลายๆคน แนะนำว่าแยกบิลจ่ายสแกนทีละคนดีกว่าครับ สำหรับความอร่อยคุ้มค่าถ้าจ่าย 499 มา 4 คนได้เป็ดปักกิ่งก็คุ้มแต่ถ้าจะทาน 999 ต้องเน้นไปที่เมนูแพงๆคุ้มแน่นอน อร่อยทุกๆอย่างแถมราคาคุ้มค่าก็รับคะแนนไปเลย 5 ดาวครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟


ก่อนกลับขอเล่มเมนู A La Carte ของที่ร้านมาดูว่ายังขายเมนูโปรดของที่บ้านเราอยู่หรือเปล่า สรุปก็คือมีครบทุกอย่างเพราะเชฟอาหารเสฉวนที่ร้านนี้ยังคงเป็นคนเดิมไม่ได้ย้ายไปไหน บางเมนูราคาปกติแต่บางรายการก็มีขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ เริ่มจากเมนูทานเล่นราคา 120-260 บาท เมนูกุ้งล็อบสเตอร์/หอยเป๋าฮื้อราคา 1,580-2,900 บาท เมนูปรุงจากกุ้งแชบ๊วยราคา 380-620 บาท เมนูทำจากปลา 380-640 บาท เมนูที่ปรุงจากเนื้อวัวราคา 320-480 บาท เมนูเนื้อแพะแบบจีนราคา 420-950 บาท เมนูปรุงจากเนื้อหมูราคา 280-420 บาท เมนูปรุงจากไก่ราคา 240-650 บาท รายการผัดผักราคา 180-260 บาท ซุปต้มหม้อใหญ่ราคา 140-620 บาท เมนูบะหมี่และอาหารจานเดียวราคา 180-380 บาท สอบถามที่ร้านมาแล้วว่าแต่ละเมนูยังคงเสิร์ฟจานใหญ่รสชาติเข้มข้นและที่สำคัญคือราคานี้ไม่มีบวก Vat. หรือ Service Charge เพิ่มเติม เอาไว้โอกาสหน้าค่อยมารีวิวกันครับ

"ก่อนกลับที่ร้านฝากมาบอกว่าเมนูต่างๆภายในเล่มนี้ยังไม่เสร็จอาจมีการเพิ่มและปรับราคาอีกครั้งนึงครับผม"

พิกัด : เลขที่ 199 หน้าปากซอยรัชดาภิเษก 8 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.30 - 22.30 น. โทร. 02-066-4035

Facebook : https://www.facebook.com/tongfu888

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 5,287 ครั้ง0 ความคิดเห็น