ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวห้องอาหารThe SQUARE โรงแรมNovotel เพลินจิต จัดเต็มบุฟเฟ่ต์ปูและซีฟู๊ดแบบจุกๆ ในราคาลดสูงสุด50%!

อัพเดตเมื่อ: 1 วันที่แล้ว




วันนี้ผมได้รับเชิญจาก PR ของทางโรงแรม Novotel เพลินจิต ให้มาจัดเต็มกับโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ปูยักษ์ และซีฟู้ด ซึ่งมีทุกวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี ตั้งแต่ 18.00–22.00 น. ราคาปกติคนละ 1399++ พิเศษจองผ่านลิงค์นี้ http://bit.ly/30TxB2A ลดราคาสูงสุด 50% เหลือเพียงคนละ 899 บาทสุทธิ ยังไม่กำหนดระยะวันสิ้นสุดโปรโมชั่น ราคาสำหรับเด็กอายุ 6 – 12 ปี เพียง 450 บาทเท่านั้น เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบไม่คิดค่าบริการ เรียกได้ว่าคุ้มค่า ทานกันได้ทั้งครอบครัว แต่ในไลน์จะมีอะไรให้ทานบ้าง ?คุณภาพดีไหม ? ไปชมพร้อมกันกับผมได้เลยครับ

ห้องอาหารชื่อว่า The SQUARE อยู่ชั้น 8 ของโรงแรม ก่อนอื่นต้องสารภาพว่า ห้องอาหารนี้ผมเคยมาทานแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน มีโปรโมชั่น 1 แถม 1 บอกเลยว่ารู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ประทับใจกับที่นี่มากนัก ปูอลาสก้าเค็ม มีอาหารให้ทานค่อนข้างน้อย แต่รอบนี้ลองเปิดใจมาชิมพร้อมกันอีกครั้งนึงครับ ว่าเวลาผ่านไป ที่ห้องอาหารนี้มีอะไรมาเพิ่มบ้าง เริ่มจากโซนแรก Seafood On Ice แช่มาในถังเหล็กวางบนน้ำแข็ง เต็มไปด้วยปูหิมะ ปูอลาสก้า ปูม้า กุ้งขาว และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ดูแล้วคุณภาพค่อนข้างดี ไซส์ใหญ่ทุกชนิด เดี๋ยวมาชิมครับว่าเนื้อปูจะเค็มเหมือนเดิมไหม

โซนนี้เป็นโซนใหม่ที่โรงแรมภูมิใจนำเสนอ นั่งคือซูชิ ที่มีให้เลือกทานหลากหลาย พร้อมผักดองสไตล์ญี่ปุ่นอีกเพียบ และยังมีซาชิมิให้ทานด้วย อยากทานอะไรสั่งเชฟได้เลย หั่นให้ทันทีสดๆ ไม่มีการตากลมจนแห้งแบบที่อื่นครับ

เดินมาที่ด้านหลังโซน Seafood On Ice ก็พบกับ ขนมปัง /Cold Cut /ชีสต่างๆ/เครื่องเคียงทานคู่กัน ตามมาด้วยสลัดมีทั้งแบบพร้อมทานและปรุงรสเอง พร้อมน้ำสลัด 4 ชนิด ที่ตกใจสุดน้ำจิ้ม ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มจริงๆ ทั้ง ซอสพริก/แจ่ว/สุกี้/ซีฟู๊ดผสมถั่ว/ซีฟู๊ดสูตรปกติ/น้ำส้มสายชูหอมแดง มีให้เลือกเยอะกว่าทุกที่ที่ผ่านมาเลยมั้ง?

ต่อกันด้วยโซนอาหารอย่างยำวุ้นเส้น/น้ำพริกหลนปู/ลาบ/สปาเก็ตตี้ผัดแบบสดๆจานต่อจาน อยากได้ซอสหรือวัตถุดิบอะไรชี้บอกพนักงานได้ทันที ถ้าใครอยากทานแบบสปาเก็ตตี้เครื่องเยอะๆสามารถหยิบจากไลน์อาหารมาใช้เชฟทำได้ครับ อย่างเช่นสปาเก็ตตี้ครีมซอสปูอสาสก้า ที่นี่ทำให้ได้แต่เงื่อนไขคือต้องแกะเปลือกให้เชฟก่อนนะครับ

ถัดมาเป็นปลาแซลมอนอบเกลือ ฟูๆที่เห็นนั่นคือไข่ขาวผสมเกลือ พอกตัวปลาเอาไว้ก่อนอบ เมื่อถึงเวลาเชฟจะทำการเปิดนำเนื้อแซลมอนฉ่ำๆมาเสิร์ฟให้ทุกคนทาน เมนูนี้แปปเดียวไม่เกิน 1 ทุ่ม เหลือแต่หัวกับหนังในถาดครับ

ที่เห็นเป็นชั้นอยู่นี่คือโซนเชฟคัดสรร คือจะเสิร์ฟเมนูพิเศษที่คิดค้นใหม่เดือนต่อเดือนบริเวณนี้ เมนูประจำเดือนนี้ได้แก่ แซลมอนแช่น้ำปลา สเต็กกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์อบไวท์ซอส และแซลมอนอบสมุนไพร และเมนูพิเศษที่จะมาเพิ่มเติมในเดือนหน้า (สิงหาคม 2562) ได้แก่กุ้งทอดซอสหมาล่า รสหวานเผ็ดอ่อนๆ ไม่ค่อยชาลิ้น ทานอร่อยไม่ทรมาน

ต่อกันด้วยโซนอาหารร้อนเริ่มจาก ซีฟู๊ดบนซึ้งนึ่ง มีให้เลือก 4 อย่าง กุ้งขาว/ปูม้า/หอยตลับ/หอยแมลงภู่ชิลี และอาหารพร้อมทานทั้งข้าวผัดซีฟู๊ดสไตล์สเปน (อันนี้อร่อยหอมเนย หวานซีฟู๊ดสดๆ) หมูอบซอสแอปเปิ้ล (ซอสแอปเปิ้ลหวานกลมกล่อม เข้ากับหมูอบหนังเค็มๆได้เป็นอย่างดี ยิ่งกัดโดนส่วนมันของหมูยิ่งอร่อย แต่เสียดายที่นี่ใช้สันนอก มันน้อยไปหน่อย) และปลาดอรี่ย่างราดซอสซัลซ่าสไตล์เม็กซิกัน เมนูที่ได้ชิมจะบอกรสชาติไว้ในวงเล็บนะครับ

ผัดผักรวมผัดกับซอสหอยนางรม ข้าวผัดทะเล (ด้านในประกอบไปด้วย กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่อัดแน่นเต็มหม้อ รสชาติข้าวผัดธรรมดา แต่เพิ่มพริกน้ำปลาอีกหน่อย ก็อร่อยดีครับ) กุ้งผัดน้ำพริกเผา และแกงเขียวหวานเนื้อ (น้ำข้นถึงเครื่องแกงเขียวหวาน ใส่เนื้อตุ๋นต้มกะทิชิ้นใหญ่ ทานกับข้าวสวยหรือข้าวผัดก็อร่อย ส่วนตัวแล้วชอบมากๆ)

โซนต่อมาค่อนข้างอลังการทีเดียว มันคือซีฟู๊ดเผา มีให้เลือกทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลาหมึกกระดองตัวใหญ่ หอยหวานราคาแพง ก็สามารถสั่งได้จากมุมนี้ครับ อยากทานอะไรชี้บอกเชฟได้เลยครับ ส่วนเรื่องความสดต้องยอมรับว่ามีบางตัวที่เนื้อลุ่ยไปบ้าง อาจจะเป็นเพราะการสุ่มตรวจ หรือSupplierที่ส่งของมาไม่ค่อยดี แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้แย่ครับ

และเมนูเด็ดอย่างสเต็กที่นี่ก็มีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ สเต็กหมู/ไก่/เนื้อวัว ซึ่งแน่นอนว่าเราชิมเนื้อวัวอย่างเดียว การย่างสเต็กที่นี่ไม่ได้ย่างบนไฟ (เหมือนย่างแบบเทปันยากิ) ทำให้สเต็กค่อนข้างชุ่ม แต่ไม่มีกลิ่นหอมไฟ ส่วนที่เลือกใช้เป็นสันนอกติดมัน ที่ไขมันค่อนข้างหอม แต่เนื้อไม่ได้นุ่มต้องออกแรงเคี้ยว มีกลิ่นแบบเนื้อออสเตรเลียที่ค่อนข้างชัด ใครที่เป็นสายเนื้อกลิ่นชัดเจนน่าจะชอบ ซึ่งผมก็ชอบครับ แต่แฟนผมไม่ชอบ อันนี้นานาจิตตังเนอะ

ตามมาด้วยโซนพิซซ่าแบบอิตาเลียน ที่มีเตาอบโชว์ให้เห็นอยู่ด้านหลัง มีให้เลือกหลากหลายหน้า ทั้งฮาวาเอี้ยน / มาการิต้า (อันนี้เปรี้ยวรสมะเขือเทศอ่อนๆเค็มชีสนิดๆ รสอ่อนไปหน่อยสำหรับผม) /พิซซ่าหน้าผักโชม / ไส้กรอกไก่ (อันนี้อร่อยซอสมะเขือเทศเปรี้ยวอ่อนๆเข้ากันได้ดีกับกลิ่นไส้กรอกรมควันและชีส) ถ้าหมดก็ทำใหม่เรื่อยๆครับ

หันกลับมาด้านหลังเป็นโซนอาหารอินเดีย ที่นี่มีกับข้าว 2 อย่างเป็นแกงไก่/กับมันฝรั่งผัด ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบทานอาหารอินเดียอยู่นะครับ (แต่ต้องรสเผ็ดจัดๆถึงเครื่องเลย) แต่ที่นี่ทำรสค่อนข้างอ่อน ที่ชอบสุดคือแป้งนาน ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มหนึบ หอมกลิ่นอบถ่านอร่อยมาก ก็อย่างว่าแหละอาหารอินเดียในโรงแรม ถือว่าเฉยๆครับ

ด้านหลังอาหารอินเดียเมื่อกี้ก็จะเป็นซุป มีให้เลือกทาน 2 เมนูคือซุปลอปสเตอร์ (ครีมซุปที่นี่รวมถึงครีมซุปในพาสต้า ค่อนข้างเหลว จืดและไม่อร่อยเลยครับ ตรงนี้ผมแจ้งทางโรงแรมไปแล้ว) และต้มยำไก่ที่ดูแซ่บ (แต่ไม่ได้ชิม)

ของคาวหมดแล้ว ต่อกันด้วยโซนของหวานของทางโรงแรมก็อลังการไม่แพ้กัน เริ่มจากไอศครีมที่น่าจะเป็นสูตรของทางโรงแรมเอง มีให้เลือก 4 รสชาติได้แก่ วนิลา/สตรอเบอรี่/ช็อกโกแลต/ชาไทย ที่สำคัญตกแต่งมาสวยมาก (เราก็ไม่ได้ชิมเช่นเคย) ต่อกันด้วยผลไม้ที่หลากหลาย ทั้งชมพู่ แตงโม แคนตาลูป และในเรือเห็นมีสับปะรดกับแก้วมังกรด้วย (ไม่แน่ใจว่าทานได้หรือเปล่า) พร้อมพริกเกลือใส่กระปุกแยกไว้ให้จิ้มทาน ของหวานไทยๆอย่างลอดช่องใบเตย และลูกชิดหรือลูกจากไม่แน่ใจ ในน้ำเชื่อม พร้อมบัตเตอร์เค้กผลไม้แห้งที่วางข้างๆกัน หยิบทานได้เต็มที่

ปกติช๊อกโกแลตฟองดูว์ที่อื่นจะรู้สึกเฉยๆนะ แต่ที่นี่มันพิเศษกว่า นอกจากเครื่องที่ให้เลือกทั้ง เค้กกล้วยหอม (อันนี้เข้ากับช็อกโกแลตสุดๆ) /แคนตาลูป/แก้วมังกรแล้ว ช็อกโกแลตที่นี่มีความเข้มข้น นมน้อยกว่าที่อื่นๆ จุ่มเสร็จวางทิ้งไว้ในจานสักพัก เริ่มจับตัวเป็นก้อนหน่อยๆ ทานอร่อยมาก หลายๆโรงแรมวางไว้นานก็ยังเหลว ที่นี่ชอบจริงๆ

ปิดท้ายด้วยโซนเค้กสุดอลังการที่ทางโรงแรมภูมิใจนำเสนอสุดๆ บอกเลยว่าของที่ใช้ดีมาก ชีสเค้กรสชาติอย่างถึง ใส่ครีมชีสแบบไม่ห่วงของ ครีมสด ผลไม้ต่างๆยัดให้แน่นแบบจัดเต็ม อีกเมนูที่แนะนำว่ามาที่โรงแรมนี้ห้ามพลาดคือครีมบูเล่ ในตู้กระจกหมุนๆที่ลืมถ่ายรูปมา อร่อยม๊าก น้ำตาลไหม้กรอบๆกับครีมกลิ่นวนิลาหวานอ่อนๆ ทานได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ บอกเลยว่ายกมา 10 ถ้วยก็ทานได้หมด ใครมาที่นี่แล้วไม่ทานเค้กบอกเลยว่าพลาดครับ เด็ดสุดๆ แต่ตอนนี้เป็นเวลา 18.00 ลูกค้าเริ่มเดินทยอยเข้ามาตักของกันแล้ว เราก็ไปตักอาหารมาชิมที่โต๊ะกันบ้างดีกว่าครับ

ได้เวลาลุยปูสุดที่รัก... เริ่มด้วยปูอลาสก้า เนื้อหวานนิดเค็มอ่อนๆ ตามมาตรฐานบุฟเฟ่ต์โรงแรมทั่วไป ไม่เค็มจัดจนทานไม่ได้เหมือนรอบที่แล้ว อันนี้ถือว่าปรับปรุงมาได้ดีครับ ต่อกันด้วยปูหิมะ รสเค็มอ่อน หวาน เนื้อแน่น เหมือนทานปูอัดที่เกรดสูง ทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆ บอกเลยว่าดีมากครับ ปูที่นี่พัฒนาขึ้น ดีกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วเยอะเลย

ตามด้วย Cold Cut และชีส ที่บอกเลยว่าดีมาก ไม่ค่อยเค็มทานกับผลไม้รสเปรี้ยวหวาน ยิ่งสดชื่น (ปกติชอบทาน Brie cheese อยู่แล้ว ที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหนครับ) ซูชิซาชิมิต่างๆ อยู่ในเกรดค่อนข้างดี(แซลมอน/ปลาซาบะดองความมันน้อยไปนิด) แต่ข้าวปรุงรสมาอร่อย และโรลซูชิ ปกติจะใส่ข้าวแน่น แต่ที่นี่ไส้แน่นกว่าข้าว อร่อยดีครับ

ถามว่าบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร The SQUARE โรงแรม Novotel เพลินจิตอร่อยไหม ? ถ้าเทียบกับบุฟเฟ่ต์ปูที่ผ่านมา ที่นี่ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยในด้านคุณภาพของปู ของหวานต่างๆถึงแม้ว่าจะดูไม่มีลูกเล่นมากมายแต่ก็อร่อย วัตถุดิบดีมากไม่หวงของ อาหารทะเลอาจจะมีบางส่วนที่ไม่สดบ้าง ส่วนเมนูประเภทครีมซอสยังต้องปรับปรุง(จืดสนิทไร้ความเข้มข้น) นอกนั้นเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนที่เคยมาทาน ทำให้ลืมภาพเก่าๆทิ้งไปได้เลย ตอนนี้ดีกว่าเยอะ ลืมบอกว่าบุฟเฟ่ต์ที่นี่รวมน้ำอัดลมด้วยนะ แต่ต้องเดินไปกดเอง พนักงานเติมให้แต่น้ำเปล่า ถ้าเมื่อก่อนให้แค่ 2 ดาวคือทานก็ได้แต่กำเงินไปทานที่อื่นดีกว่านี่พูดตรงๆ แต่ตอนนี้เอาไป 4 ดาวเลยครับดีขึ้นเยอะมาก 🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เลขที่ 566 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

บุฟเฟต์เปิดให้บริการทุกวัน ในรีวิวนี้เป็นของวันอา.–พฤ. 18.00-22.00 น.หากวันอื่นๆโทรสอบถามที่เบอร์

โทร.02-305-6000 ต่อห้องอาหาร The SQUARE ชั้น 8

Facebook : https://www.facebook.com/novotelbangkokploenchit/

พิเศษ ! โรงแรม Novotel เพลินจิต ฝาก Gift Vorcher มาให้ลุ้นรางวัลกันจำนวน 1 ใบ ไปร่วมสนุกกันได้ที่นี่

> https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ < กดถูกใจและอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 70 ครั้ง0 ความคิดเห็น