ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว The Berkeley Hotel ทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดฟรีห้องพัก-อาหารเช้าเริ่มเพียงคนละ 1,540 บาทถึง 31 ต.ค. 64

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 14



วันนี้เราได้รับการรับเชิญจาก PR ของโรงแรม The Berkeley Hotel ประตูน้ำให้เข้ามารีวิวโปรโมชั่นใหม่ทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดแถมฟรีห้องพักพร้อมอาหารเช้าเริ่มแค่คนละ 1,540 บาท ชื่อโปรฯว่า "กินอิ่มนอนหลับ" โดยมีเงื่อนไขก็คือต้องเข้าพักในวันศุกร์-เสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือนเพื่อจะนอนพร้อมทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ด หากไม่สะดวกทางโรงแรมจะออกเป็น Voucher ให้มาใช้บริการบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดแทนในรอบถัดไปแทนแต่สามารถเข้าพักได้ทันทีตามปกติ (คูปองบุฟเฟ่ต์ที่ออกให้ใช้ครั้งมีอายุ 4 เดือนนับจากวันที่เข้าพัก) ราคาวันมีบุฟเฟ่ต์คืนละ 3,333 บาท เฉลี่ยคนละ 1,667 บาท ราคาวันธรรมดาไม่มีบุฟเฟ่ต์ (ได้รับ Voucher ไว้ทานรอบต่อไป) คืนละ 3,079 บาท เฉลี่ยคนละ 1,540 บาท และถ้าจองมาแบบยกทั้งครอบครัว 4 คนจะได้พักห้อง Luxury Quadruple Suite พร้อมได้ทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดจากราคาคืนละ 6,500 บาท เฉลี่ยเพียงคนละ 1,625 บาทเท่านั้น บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดของโรงแรมนี้จัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ณ ห้องอาหาร The Berkeley Dinning Room ชั้น 10 เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. สามารถเข้าเช็คอินที่ล๊อบบี้ชั้น 1 ได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ตอนนี้เรามาถึงเรียบร้อยแล้วได้ห้องพักชั้น 34 ใช้คีย์การ์ดแตะที่ลิฟต์แล้วกดชั้นที่ต้องการได้เลยถึงโรงแรมจะอยู่ในจุดคนพลุกพล่านแต่ความปลอดภัยดีมากๆครับ

ห้องที่เราได้พักวันนี้เป็น Luxury Room สำหรับ 2 ท่าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุต พร้อมหมอนมากถึง 6 ใบ โซฟานุ่มๆสำหรับนั่งเล่นชมวิวและดูทีวี/โทรศัพท์ภายในสำหรับขอใช้บริการ Room Service/ตู้เซฟใส่รหัสสำหรับเก็บของมีค่าเวลาไม่อยู่ในห้อง/โต๊ะสำหรับนั่งแต่งหน้า-ทำงานมีรางปลั๊กไฟซ่อนอยู่ในพื้นโต๊ะไว้เสียบ Laptop นั่งทำงาน ,ใช้ไดร์เป่าผมหรือชาร์จอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ได้ตามใจ ระหว่างวันถ้าหิวมี QR Code ให้สแกนดูเมนูอาหารจากห้องอาหารด้านล่างให้สั่งมาทานได้ที่ห้อง (ไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น"กินอิ่มนอนหลับ") เครื่องปรับอากาศสามารถเปิดทิ้งไว้ได้โดยไม่มีระบบตัดไฟเมื่อไม่เสียบคีย์การ์ดหน้าประตูห้องจึงเย็นชุ่มฉ่ำอยู่ตลอดเวลส มี Wifi ความเร็วสูงให้ใช้ฟรีเพียงแค่กรอกนามสกุลภาษาอังกฤษกับเลขที่ห้องก็ใช้ได้แล้วสะดวกสุดๆเลยครับ

ห้องพักที่เราอยู่วันนี้เป็นแบบปลอดบุหรี่จึงไม่มีระเบียงและที่เขี่ยบุหรี่เอาไว้รองรับเหล่าสิงห์นักสูบทั้งหลาย มองออกไปนอกกระจกขนาดใหญ่เห็นวิวเป็นตึกสลับซับซ้อนใจกลางกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และจุดวางกระเป๋าที่ภายในมีรองเท้าแตะสำหรับใช้ในห้อง/เสื้อคลุมสำหรับลงไปเล่นสระน้ำ/ไดร์เป่าผมสำหรับคุณผู้หญิงและไฟฉายสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน น้ำดื่มมีให้บริการวันละ 2 ขวด (ถ้าน้ำดื่มไม่เพียงพอด้านล่างโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อ) แก้วน้ำร้อน-เย็น/อุปกรณ์ชงชา-กาแฟ/ถังใส่น้ำแข็งและตู้เย็นซ่อนอยู่ด้านล่างเค้าท์เตอร์เครื่องดื่มครับ

ภายในห้องน้ำถือว่าขนาดกว้างขวางมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง แก้วสำหรับบ้วนปาก/กระดาษไว้เช็ดหน้า/ผ้าขนหนูเช็ดปาก/ผ้าขนหนูเช็ดหน้า/ผ้าขนหนูเช็ดตัว/ผ้าขนหนูเช็ดเท้าพร้อมแผ่นยางรองกันลื่น/ชุดยาสีฟัน-แปรงสีฟัน/มีดโกนหนวด/หมวกอาบน้ำ/ชุดตัดเย็บซ่อมเสื้อผ้า/หวีพกพา/คอตตอนบัด/ยาสระผม/สบู่เหลว/โลชั่น/สบู่ก้อน ภายในห้องน้ำสว่างมีกระจกบานใหญ่พร้อมกระจกบานเล็กเป็นแบบซูม/ห้องอาบน้ำ/อ่างอาบน้ำ (ทั้ง 2 จุดมีฝักบัวปรับน้ำร้อน-เย็นได้ตามใจ) ชักโครกพร้อมกระดาษชำระกับสายชำระน้ำแรงกำลังดีและโทรศัพท์ในห้องน้ำไว้ติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีฉุกเฉินอีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวก-ครบครันและปลอดภัยมาตัวเปล่าๆก็เข้าพักได้เลยครับผม

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องแล้วยังสามารถลงมาใช้บริการ Fitness ที่ชั้น 11 ฝั่งตึกทิศเหนือได้อีกด้วย มีทั้งลู่วิ่ง/เครื่องปั่นจักรยาน/กายบริการหลากหลายรูปแบบให้เข้ามาออกกำลังกายเพิ่มความหิวเร่งการเผาผลาญเพื่อเตรียมกระเพาะให้รองรับกับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นสุดอลังการ หากใครเมื่อยที่โรงแรมก็มีสปาให้บริการ (แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ) โดยฟิตเนสห้องนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00-19.00 น. เข้ามาได้ฟรีตลอดการเข้าพักครับ

หากต้องการหาพื้นที่ให้เด็กหรือต้องการออกกำลังกายเบาๆพร้อมกับเล่นน้ำในเพื่อเพิ่มความเย็นชุ่มฉ่ำที่นี่มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ผนังเป็นกระจกมองเห็นใต้น้ำได้ ในช่วงเวลาปกติที่มีลูกค้าพักกันเยอะๆก็มีบาร์เครื่องดื่มริมสระให้บริการ แต่ตอนนี้ถ้าต้องการว่ายน้ำไปแล้วมีอาหาร-เครื่องดื่มให้บริการด้วยสามารถสั่งได้จาก Cafe หน้าประตูทางเข้าสระน้ำและแน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ไม่รวมอยู่ในโปรโมชั่น"กินอิ่มนอนหลับ"ที่เรามารีวิวนะครับ)

ตอนนี้เป็นเวลา 17.00 น. ทาง PR ของโรงแรมให้เราลงมาถ่ายรูปในไลน์บุฟเฟ่ต์ห้องอาหาร The Berkeley Dinning Room ชั้น 10 กันก่อน (เพราะวันนี้มีลูกค้าใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกันเพื่อเข้าพักเยอะมากๆ) บรรยากาศโดยรวมคล้ายเดิมเพราะส่วนตัวเคยมารีวิวบุฟเฟ่ต์ครบทุกวันแล้วช่วงก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 แต่มีการเพิ่มและลดอาหารออกไปบางส่วนเน้นไปที่การปรุงสดใหม่เสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเพื่อความสะดวก-ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

Station แรกเป็น Seafood On Ice มีให้เลือกทานทั้ง ปูซูไวหรือหิมะ/ปูคิงอลาสก้าชิลี/ปูม้าไทย/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์และกุ้งขาวไซส์ใหญ่พิเศษต้มเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด 4 สูตรคือ น้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรต้นตำรับ/น้ำจิ้มซีฟู๊ดใส่ถั่วลิสงบด/น้ำจิ้มซีฟู๊ดผสมวาซาบิและน้ำจิ้มซีฟู๊ดผสมน้ำพริกเผา รสเปรี้ยวเผ็ดแซ่บนัวจ๊ดจ๊าดแตกต่างกันไปแต่อร่อยโดนใจทุกสูตรเลยครับ (เมื่อก่อนก็มีน้ำจิ้มซีฟู๊ดแต่ไม่หลากหลายขนาดนี้) เปลี่ยนรสชาติความแซ่บไปเรื่อยๆไม่มีเบื่อ

ตามมาด้วยโซนหอยนางรมสดและหอยตลับต้มต้วใหญ่วางบนน้ำแข็งพร้อมเครื่องสำหรับทานคู่กับหอยสดครบสูตรทั้ง น้ำส้มชาชูผสมหอมแขกสับ/น้ำมันผสมเลมอนสไตล์ฝรั่ง/น้ำพริกเผา/มะนาวซีก/เลมอนซีก/หอมเจียว/ยอดกระถินครบสูตร ข้างกันเป็นโซนสลัดผักที่เลือกน้ำราดได้ถึง 5 เมนูคลุกผสมเองในชามที่ทางห้องอาหารเตรียมไว้ให้

ต่อกันด้วยโซนอาหารญี่ปุ่นมีให้ตักเครื่องเคียงต่างๆทั้งวาซาบิ/ยำแมงกระพรุน/ยำสาหร่าย/ขิงดอง/ไชเท้าดอง/กิมจิ/แตงกวาดอง/หอมแดงดองและโชยุ เอาไว้ทานคู่กับซูชิหน้าต่างๆที่ทางเชฟจัดเรียงอยู่หน้าบาร์ให้ตักด้วยตัวเอง ส่วนซาชิมิมีแซลมอน/ทูน่า/ซาบะดองและปูอัดสั่งได้เลยที่หน้าบาร์มีพนักงานคอยยืนแล่แจกให้เป็นจานเล็กๆอยู่ครับ

ข้างๆกันเป็นโซนอาหารปรุงร้อนมีให้บริการทั้งหมด 4 เมนูคือ "หอยนางรมสดกับแซลมอนซอสพอนสึเสิร์ฟแบบทาทากิ" / "ปลากระพงนึ่งซีอิ๊วสไตล์จีน" / "ฟัวกราส์ทอด 3 ซอส" ได้แก่ ซอสไวน์แดง-ซอสเบอรี่และซอสมะขาม/ "ซีฟู๊ดรวมย่างเสิร์ฟพร้อมซอสสไตล์ยุโรป" เป็นกุ้งกับปลากระพงย่างทานกับไวท์ซอส/บีทรูทซอสและตัดเลี่ยนด้วยบีทรูทดองกรอบๆ 1 โต๊ะสามารถสั่งได้เรื่อยๆแต่จำกัดเสิร์ฟทีละจาน เดี๋ยวเราจะอธิบายวิธีการสั่งให้ฟังอีกครั้งครับ

ตามมาด้วยเมนู "ต้มยำกุ้งเสิร์ฟพร้อมข้าวหุงอัญชัน" จะสั่งแบบไม่เอาข้าวก็ได้ส่วนรสชาตินั้นบอกได้เลยว่าแซ่บสะใจสุดๆแนะนำให้สั่งเลยครับ ข้างๆกันเป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิลครบไว้ด้วยแป้งพายกรอบอุ่นร้อนพร้อมทานตลอดเวลา และขาแกะย่างเนื้อนุ่มด้านในสีอมชมพูเสิร์ฟพร้อมผักและไส้กรอกสูตรโฮมเมดที่บอกได้เลยว่าห้ามพลาดพลาดครับ

โซนพาสต้าเป็นแบบผัดร้อนๆมีให้เลือก 3 ซอสคือ ซอสโบโสเนสมะเขือเทศบดใส่ไก่สับ/ซอสครีมคาโบนาร่าเห็ดกับแฮมและผัดกระเพราเนื้อวากิวสับที่สามารถเลือกเส้นได้ตามใจ ผัดร้อนๆพร้อมเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเพียงนำใบสั่งอาหารมาเสียบไว้ในแท่งเหล็กด้านหน้าเค้าท์เตอร์ครั้งละ 1 จาน มาเสิร์ฟจานแรกแล้วถึงจะเอาใบมาสั่งจานต่อไปได้ครับผม

โซนต่อไปปกติต้องเป็น Hot Dish แต่ทางโรงแรมตัดออกแล้วเปลี่ยนเป็นทำสดใหม่จากครัวเสิร์ฟให้ที่โต๊ะแทน ตอนนี้กลายมาเป็นโซน Cold Cut ทั้งพามาแฮมสด/ซาลามี่/เปบเปอร์โรนี่/แซลมอนรมควันจะทานเปล่าๆหรือนำไปสอดไส้กับขนมปังที่วางไว้ข้างๆกันก็ได้ แต่จะให้ดีสุดคือทานกับเมลอนเนื้อฉ่ำหวานเข้ากับความเค็มของเนื้อมากครับ

แฮม-ซาลามี่ต่างๆก็ต้องมาคู่กับชีสมีทั้ง Cheddar / Gruyere และ Edam จะทานชีสเปล่าๆ-ทานคู่กับเนื้อ-ผลไม้สดรสเปรี้ยวหวารหลากหลายชนิดก็ได้แล้วแต่ว่าอยากจะจับคู่รสชาติแบบไหน ส่วนใครที่ทานชีสเปล่าๆไม่เก่งแต่อยากฟินห์กับชีสยืดๆที่นี่มีพิซซ่าแป้งบางอบร้อนๆใส่เครื่องหนักชีสให้เลือกถึง 3 หน้าให้อร่อยถึงใจกันไปเลยครับ

โซนต่อไปเป็นสเต็กย่างบนเตาถ่านร้อนๆคล้ายกับแบบเดิมแต่มีการหมักเพื่อเพิ่มความนุ่มและรสชาติให้ดียิ่งขึ้นทั้งหมู/ไก่/เนื้อวัว/เนื้อแกะ/แซลมอน/ผักและเห็ดต่างๆ อยากจะทานอะไรก็คีบใส่จานแล้วยื่นให้กับเชฟพร้อมใบเลขโต๊ะรวมถึงเมนูพิเศษอย่าง "กุ้งแม่น้ำเผา" ไซส์ขนาดกลางๆแต่เนื้อสดเด้งก็สามารถสั่งได้จากโซนนี้เช่นเดียวกันครับ

สเต็กย่างร้อนๆเมื่อสั่งมาแล้วทานกับซอสต่างๆได้มากมายหลายสูตรทั้ง ซอสเห็ด/ซอสเกรวี่/ซอสทาร์ทาร์/ซอสจิ้มแจ่ว/ซอสไวน์แดง/ซอสพริกไทยดำ/ซอสซีฟู๊ดและฮอลแลนด์เดสซอส และอีก Signature ที่เพิ่มมาใหม่ให้สั่งได้นั่นก็คือ "ราดหน้าจักรพรรดิ์" เส้นใหญ่ผัดหอมกลิ่นไหม้กระทะทานคู่กับน้ำราดหน้ารสหวานเค็มกลมกล่อมใส่เครื่องมากมายทั้งกระเพาะปลา/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์/กุ้ง/หอยเชลล์/เห็ดหอมและยอดคะน้ากวางตุ้งกรอบๆ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น สุดท้ายเป็นโซน "น้ำตกคอหมูย่าง" ที่เราสามารถสั่งเชฟให้ปรุงใหม่ๆได้ตามใจรสชาติเปรี้ยวเผ็ดนัวหอมกลิ่นข้าวคั่วและสมุนไพรสไตล์อีสานสุดๆ ส่วนตัวเราชอบมากๆสั่งซ้ำมาทานหลายจานเลยครับผม

นอกนั้นเป็นอาหารที่อยู่ในไลน์ที่ทางห้องอาหารจัดเรียงใส่จานอย่างสวยงามมาให้เราถ่ายรูป โดยรวมแล้วถือว่าวัตถุดิบมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น/เชฟฝีมือเก่งขึ้นเพราะส่วนหนึ่งเคยลงไปทำอาหาร Street Food ขายราคาไม่แพงที่ลานด้านล่างของโรงแรมและได้รับ Feedback จากลูกค้ามากมายจนมีการปรับปรุงให้รสชาติถูกปากคนไทยมากที่สุด ต่อมาเราจะขออธิบายเรื่องการใช้ใบเลขที่โต๊ะสั่งอาหารโดย 1 ใบสามารถสั่งได้ 1 จานต่อ 1 โต๊ะ ตามชื่อเมนูที่กำหนดไว้ในแต่ละใบไม่สามารถสั่งข้ามกันได้ (เช่นนำใบต้มยำกุ้งไปใส่ฟัวกราส์เพื่อจะสั่ง 2 จานจะได้แค่ 1 ที่เท่านั้น) จนกว่าอาหารจะมาเสิร์ฟแล้วพนักงานก็นำใบเลขที่โต๊ะมาคืนให้ถึงจะเดินไปสั่งใหม่ได้อีกจาน เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เพราะเมื่อก่อนมีคนสั่งฟัวกราส์ 10 จานโต๊ะเดียวทำให้คนอื่นในห้องอาหารไม่ได้ทานอย่างทั่วถึง ด้วยวิธีนี้อาหารจะมีการกระจายตัวออกไปได้ดีกว่าทำให้ทุกโต๊ะได้รับอาหารเท่าเทียมกันหมดไม่ต้องรอ 10 จานแรกเสร็จเหมือนเมื่อก่อน

โซนสุดท้ายเป็นขนมหวานหลากหลายเมนูแต่มีใบเลขโต๊ะให้สั่งเพียงแค่ 1 ใบ ก็แปลว่าถ้าอยากทานอีกต้องเดินมาสั่งเรื่อยๆมีให้ทานทั้งบัวลอยน้ำขิงสอดไส้งาดำ/ข้าวเหนียวมะม่วง-ไอศครีมกะทิ/ชีสเค้กหน้าไหม้เสิร์ฟพร้อมไอศครีมเชอร์เบตและเบอรี่รวมและมิลเฟยครีมวนิลาทานคู่กับผสไม้สดกับไอศครีมวนิลาจัดมาอย่างสวยไม่แพ้ร้านคาเฟ่

ต่อกันด้วยแครมบรูว์เลในถ้วยคุกกี้อบหอมน้ำตาลลนไฟกรอบๆทานคู่กับผลไม้สดและไอศครีม/ครัวซองค์แมคคาดิเมียซอสคาราเมลและผลไม้สด สุดท้ายคือช็อกโกแลตบราวนี่เนื้อชุ่มฉ่ำตัดความกรุบกรอบด้วยบราวนี่อบกรอบทานกับคุกกี้แอลมอนด์ผลไม้สดและไอศครีม ในส่วนของไอศครีมที่ทานคู่กับของหวานนั้นเราสามารถเปลี่ยนรสชาติไปได้ตามที่ชอบทั้งช๊อกโกแลต/วนิลา/มะนาว/สตรอเบอรี่/ซอร์เบตเบอรี่รวม อาหารโดยรวมทั้งหมดมีประมาณนี้ถ้าอยากมาทานแต่บุฟเฟ่ต์เฉยๆไม่นอนพักโรงแรมในก็ทำได้ตอนนี้มีโปรโมชั่นลด 50% บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดมื้อเย็นผู้ใหญ่ราคาปกติคนละ 1599++ ลดเหลือคนละ 1,027 บาทถ้วน ส่วนเด็กราคาเต็มคนละ 799++ ลดเหลือ 514 บาทถ้วน ให้คิดยังไงเพิ่มเงินอีกหน่อยได้ห้องพักก็คุ้มกว่า กินอิ่มจุกแล้วเดินขึ้นไปนอนหลับต่อบนห้องไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้แล้วครับ

เมื่อคืนกินจนอิ่มแทบจะคลานขึ้นห้องนอนบนเตียงนุ่มๆแอร์เย็นฉ่ำจนหลับฝันดีแถมก่อนนอนก็ยังสั่งล่วงหน้าได้อีกว่าอยากให้อาหารเช้ามาเสิร์ฟกี่โมง ตื่นมาพร้อมกับเสียงกริ่งและรถเข็นที่กางเป็นโต๊ะได้พร้อมชุดอาหารเช้าขนาดใหญ่สไตล์อเมริกัน มีทั้งไส้กรอกหมู/เบคอน/มะเขือเทศอบ/มันฝรั่งทอด ส่วนเมนูไข่เลือกได้ว่าจะทำเป็นออมเล็ต/ไข่ดาว/ไข่ต้มหรือไข่ลวก เสิร์ฟพร้อมชา/กาแฟ/น้ำส้ม/นมสำหรับผสม/แยมผลไม้/ซอสช๊อกโกแลต/เนย/น้ำตาล/ซอสพริก/ซอสมะเขือเทศ/แม็กกี้และผลไม้สดอีกคนละ 1 จานถือว่าอิ่มกำลังดี พร้อมเหลือเวลาให้เช็คเอาท์ได้อีกไม่เกิน 12.00 น. ได้ทั้งกินอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดสุดหรูพร้อมอาหารเช้าแถมนอนหลับสบายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบนี้คุ้มค่าเกินราคา 1,540 บาท ที่จ่ายไปมากๆขนาดนี้ก็รับคะแนนไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม~ 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 559 ถนนราชปรารภ แขวง มักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดจัดทุกคืนวัน ศ.-ส. ที่ 2 และ 4 ของเดือน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น.

จองห้องพักหรือบุฟเฟ่ต์ โทร.02-309-9999 ต่อ The Berkeley Dinning Room

Facebook : https://www.facebook.com/theberkeleybkk/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 419 ครั้ง0 ความคิดเห็น