ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวร้าน Munich BBQ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมเสิร์ฟเบียร์ไม่อั้น ราคาเริ่มต้นที่ 399++!

อัพเดตเมื่อ: 2 วันที่แล้ว



วันนี้เป็นวันพิเศษ เพื่อนผมชวนออกมาฉลองด้วยกันที่ร้านประจำของเขา ร้านนี้อยู่ในโครงการนิฮอนมิชิสุขุมวิท 26 นัดกันไว้ตอน1ทุ่มตรง เจ้าตัวรับรองว่าอร่อยแน่นอน ร้านนี้มีชื่อว่า Munich BBQ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ที่สำคัญมีโปรโมชั่นเอาใจนักดื่มค่อนข้างเยอะเลย ใครที่เป็นนักดื่มตัวจริงน่าจะหลงรักร้านนี้ง่ายๆ เราไม่ค่อยดื่ม(แต่ก็พอดื่มได้)เน้นหนักเป็นสายเนื้อวัว ได้ยินว่าเนื้อวัวที่นี่ดีนักหนา ต้องลองไปชิมกันครับ

ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น มีให้เลือกทั้งเมนู A La Carte และบุฟเฟ่ต์ ซึ่งวันนี้เราไม่ได้สนใจเมนู A La Carte เท่าไหร่นัก กะว่ามาทานบุฟเฟ่ต์แบบเต็มที่ ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 399 บาท ถัดมาเป็นราคา 588 บาท (2 ราคานี้จะไม่มีเบียร์บุฟเฟ่ต์) บุฟเฟ่ต์ราคา 799 บาท (เสิร์ฟเบียร์อาซาฮีไม่อั้น) และชุดบุฟเฟ่ต์อลังการที่สุดของทางร้านราคา 1,488 บาท (มีเบียร์ให้เลือก 2 แบบคือเบียร์อาซาฮีและเบียร์ซัปโปโร) ส่วนใครที่ไม่ได้เน้นปิ้งย่างแต่กะว่าจะเข้ามาดื่มเพียงอย่างเดียวทางร้านก็มีโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์จ่ายแค่เพียง 428 บาทนั่งดื่มได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง และยังมีโปรโมชั่นซีฟู้ดนาเบะ เพียงแค่เช็คอินที่ร้านก็รับเส้นบะหมี่ไว้ทานคู่กับหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที เรียกได้ว่าโปรโมชั่นของที่ร้านเอาใจนักดื่มโดยแท้จริง แต่เพื่อนผมบอกว่าเนื้อที่มีคุณภาพสูงมากโดยเฉพาะราคา 1,488 บาท นั่งทานได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที (ซึ่งทุกราคาก็นั่งได้เวลาเท่ากันหมด) ราคาที่เห็นนั้นยังไม่รวม vat.และService Charge อีก 12% นะครับ เนื้อจะดีสมกับราคาคุยไว้ก่อนหน้าหรือไม่นั้น ? เข้าไปลุยกันเลยครับ จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบมาเลย วันนี้เพื่อนเลี้ยง

บรรยากาศภายในร้าน ดูเหมือนกับว่าทางร้านจะพยายามตกแต่งให้เหมือนกับว่า ลูกค้ากำลังนั่งทานอาหารอยู่ในสวนสไตล์ญี่ปุ่น มีต้นไม้จำลองในร้าน แต่มีความคอนทราสตัดกันด้วยบาร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่ ที่มีตราสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างประเทศหลากหลายยี่ห้อ รวมถึงตู้เย็นขนาดใหญ่ที่แช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้หลากหลาย ใครอยากดื่มอะไรแปลกๆ หรือยี่ห้อไหนไม่เคยสัมผัสรสชาติมาก่อน เดินมาที่นี่ได้ทานครบเกือบหมดเลยครับ

เมื่อเราสั่งบุฟเฟ่ต์กับน้องพนักงานเสร็จแล้ว ก็จะทำการยกเตาย่างออกมา เป็นกระทะสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีช่องระบายน้ำมันวางเอียงๆมีถ้วยรองน้ำมันรองเอาไว้ข้างหนี่ง (มีความคล้ายกับเตาย่างแบบเกาหลี) มาวางไว้ให้ที่โต๊ะ มาพร้อมกับเนยสดแบบก้อน และน้ำจิ้ม 3 แบบ ส่วนเครื่องดื่มในบุฟเฟ่ต์ทุกราคานั้นจะมีให้สั่งทั้งโค้ก/สไปรท์/น้ำเปล่า/ชาเขียวเย็น/ชาเขียวร้อนให้ทานได้ไม่อั้น (สามารถสั่งได้สำหรับบุฟเฟ่ต์ทุกราคา) ส่วนเครื่องดื่มพิเศษของเรานั้นรอให้อาหารมาครบก่อนเดี๋ยวค่อยสั่งกันครับ (หายเย็นแล้วเดี๋ยวจะดื่มไม่อร่อย) เมนูของสดจานแรกยกออกมาแล้วเป็น หอยโฮตาเตะจากฮอกไกโด เสิร์ฟให้ครั้งละ 2 ตัว ตัวใหญ่แน่นฝาสุดๆ ต่อกันด้วยเมนูหอยนางรมจากฮอกไกโด อันนี้ก็ตัวใหญ่เนื้อเยอะ แค่เมนู 2 อย่างแรก ซึ่งถือว่าเป็น Signature ของทางร้านเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป 1,488 บาท แล้วสั่งหอยแบบนี้ทานได้ไม่อั้น ถือว่าคุ้มค่าสุดๆแล้วครับ ระหว่างรอของต่างๆมาครบสั่งเป็นยำปลาแซลมอนมาทานสัก 1 จาน รสชาติเปรี้ยวเผ็ดแซ่บกำลังดี ช่วยแก้เลี่ยนจากเนื้อเมนูถัดจากนี้ได้อีกเยอะเลยครับ

เมนู Signature ของที่นี่ยังไม่หมดแค่นั้น นี่เลยเนื้อ Kagoshima Wagyu ไขมันแทรกระดับ A4 สอบถามกับทางร้านได้ความว่า เนื้อวากิวชิ้นนี้ขนาด 150 กรัม ปกติชิ้นละ 1,590 บาท (ราคาในเมนู A La Carte) แต่ที่ร้านนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้าทานคนละ 1 ชิ้น (ชิ้นเดียวก็คุ้มค่าบุฟเฟ่ต์แล้ว) เนื้อวากิวชิ้นใหญ่แทรกไขมันสวยงาม โดยน้องพนักงานแนะนำมาว่า เนื้อชิ้นนี้ให้ย่างความสุกแค่ Medium Rare ก็พอเพื่อรับรสชาติความอร่อยสูงสุดของเนื้อนี้ เนื้อชิ้นต่อมาก็มีไขมันแทรกสวยงามไม่แพ้กันชื่อว่า Munich Premium Steak เป็นเนื้อชนิดพิเศษของทางร้าน ที่เสิร์ฟมาชิ้นหนาแทรกไขมัน (ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้อวัวส่วนไหน แต่รสชาติของเนื้อส่วนนี้ค่อนข้างเข้มข้น มีความนุ่มแทรกไขมันแต่ไม่ถึงกับละลาย) ส่วนตัวก็สงสัยเหมือนกันว่าเนื้อชิ้นนี้ผ่านการฉีดไขมันมาหรือไม่ แต่น้องพนักงานบอกว่าเนื้อชิ้นนี้ไม่ได้ฉีดไขมัน แต่เป็นเนื้อส่วนพิเศษที่คัดมาเฉพาะทางร้าน อันนี้ก็ตัดสินใจด้วยสายตาของตัวเองดูนะครับ เมนูถัดมาเป็นสเต็กซี่โครงสันแกะออสเตรเลีย เสิร์ฟมาชิ้นใหญ่และหนา รวมถึงไขมันที่แทรกอยู่ตามเนื้อค่อนข้างเยอะ (อาจจะต้องใช้เวลาย่างนานเพื่อรีดไขมันเยอะหน่อย) แต่เท่าที่มองด้วยสายตานี่ก็ถือว่าคุณภาพดีมากครับ

ต่อกันด้วยเมนูหมูส่วนต่างๆสำหรับย่าง เสิร์ฟมาทั้งเบคอนหมูรมควันหอมๆ/เนื้อหมูส่วนสามชั้น(แทรกเนื้อและไขมันสวยงาม)/เนื้อหมูส่วนสันนอกที่มีไขมันแทรกน้อย/หมูส่วนสันคอที่มีไขมันแทรกนุ่มกำลังดี ราดมาด้วยซอสย่างสูตรของทางร้าน เท่าที่มองด้วยสายตาแล้ว เมนูหมูต่างๆของที่นี่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก คุณภาพถือว่าใช้ได้ครับ

แล้วถ้าเป็นเมนูเนื้อวัวที่ไม่ใช่คุณภาพระดับพรีเมี่ยมล่ะจะเป็นอย่างไร ? เลยสั่งมาทั้งเนื้อหนอกลาย แทรกไขมันสวย(เวลาเคี้ยวมีเหนียวเอ็นนิดๆ แต่ก็ไม่แย่)/เนื้อส่วนใบพาย(ไขมันน้อยแต่ก็นุ่มดี)/เนื้อสันสะโพก (รสเนื้อเข้มข้นไขมันชิ้นใหญ่)และลิ้นวัว(แทรกมันเคี้ยวกรุบกรอบ เข้ากันได้ดีกับเบียร์เย็นๆ) ถึงแม้ว่าหน้าตาเนื้อวัวของที่นี่จะดูไม่ค่อยสวยงามมากนัก แต่พอได้ชิมจริงๆแล้วคุณภาพก็ถือว่าใช้ได้ (แต่แนะนำว่าให้เน้นหนักไปทางเนื้อวัวพรีเมี่ยมจะดีกว่า)

หมดเมนูเนื้อสำหรับย่างต่างๆไปแล้ว มากันที่เมนูซูชิและซาชิมิของที่นี่กันบ้าง ซาซิมิที่นี่มีให้ทาน 3 เมนูนั่นก็คือซาชิมิปลาแซลมอนสด/ปลาแซลมอนลนไฟ/หมึกทาโกะยักษ์ ซูชิก็มีให้ทานตั้งแต่ซูชิแซลมอนลนไฟ ราดด้วยมายองเนสและไข่ปลาแซลมอน/ซูชิแซลมอนโรล 3 อย่าง เป็นซูชิเนื้อปลาแซลมอนห่อข้าวลนไฟ ท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน/ ยำสาหร่ายญี่ปุ่นและไข่กุ้งปรุงรส โดยทั้งหมดที่เห็นนี้ ทางร้านจะให้สั่งเป็นเซ็ตรวมซูชิแซลมอน (ไม่สามารถสั่งแยกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งมาได้) ใครที่คาดหวังว่าจะทานไข่ปลาแซลมอนอย่างจุใจ ตัดความคิดนั้นทิ้งไปได้เลยครับ

เมนูถัดมาเป็นซูชิแซลมอนลาวา เสิร์ฟมาในถาดไม้ขนาดยาวพิเศษ เป็นซูชิห่อด้วยเนื้อปลาแซลมอนลนไฟด้านนอก จากนั้นราดด้วยซอสสไปซี่/เศษแป้งทอดกรอบเทมปุระ ท็อปปิ้งด้านบนด้วยไข่กุ้งปรุงรส ทำให้ได้รสชาติและสัมผัสหลายอย่างในคำเดียวกัน ตามมาด้วยซูชิแซลมอนตาต้า เป็นซูชิหน้าปลาแซลมอนลนไฟ ราดด้วยยำแซลมอนสด ที่คลุกเคล้ามากับซอสสไปซี่สไตล์ยำแบบฝรั่ง วางด้านบนด้วยไข่กุ้งปรุงรส มีความซับซ้อนในรสชาติขึ้นไปอีกขั้น

ตอนแรกกะว่าจะเริ่มทานแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าขาดอะไรไปบางอย่าง มาร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่นอย่างนี้จะไม่สั่งยากิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่างสไตล์ญี่ปุ่น) และคูชิคัตสึ (ของทอดเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่น)ได้ยังไงกัน ในส่วนของเมนูยากิโทรินั้นย่างมาแห้ง ราดซอสรสหวานหอมกลิ่นโชยุถือว่าผ่านครับ แต่คูชิคัตสึนั้นเป็นแต่เหมือนอกไก่ชุบเกล็ดขนมปังทอด เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสเทาสันไอซ์แลนด์ (ไม่ได้มากับซอสคูชิคัตสึแบบร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป) แต่ทอดมาด้านนอกกรอบเนื้อไก่ด้านในชุ่มฉ่ำ ก็ยังถือว่ารับได้อยู่ครับ เมื่อทุกอย่างมาครบพร้อมแล้วก็ได้เวลาสั่งเครื่องดื่มสุดพิเศษของที่นี่ครับ บุฟเฟ่ต์ราคาสูงสุดของที่นี่สั่งทานได้ทั้งเบียร์อาซาฮีและซัปโปโร แนะนำว่าดื่มซัปโปโรดีกว่าครับ รสชาติหวานหอมกลิ่นมอลต์อร่อยกว่าอาซาฮีเยอะมาก) พนักงานบอกว่าคนเดียวที่ดื่มได้เยอะสุดในบุฟเฟ่ต์คือ10แก้วครับ แต่ก็ถือว่าคุ้มนะครับถ้าคุณเป็นสายดื่มตัวจริง เพราะแก้วนึงถือว่าราคาไม่ถูกเลย แต่ต้องมีคนขับรถส่วนตัวด้วยนะ

เมื่ออาหารต่างๆมาครบแล้วก็ได้เวลาเปิดเตาให้ร้อน และนำเนยลงเคลือบกระทะ วางเนื้อสัตว์ต่างๆทยอยย่าง เริ่มชิมจากเนื้อวากิว Kagoshima A4 ของที่นี่ ย่างแบบ Medium Rare บอกเลยว่าอย่างฟินห์ เนื้อนุ่มแทรกไขมันหอมอบอวลในปาก รสชาติแบบเดียวกับเนื้อวากิวที่เคยทานในประเทศญี่ปุ่น มาเสิร์ฟในบุฟเฟ่ต์ราคานี้ คุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆครับ ส่วนหอยนางรมแนะนำว่าให้ย่างพอสุกแล้วทาน ด้านนอกจะสุกกระชับ ด้านในเป็นเนื้อครีมหอมหวานทานอร่อยสุดๆ ส่วนเนื้อแกะนั้นย่างทิ้งไว้เลยครับ เพราะเราต้องการรีดไขมันเพื่อเอากลิ่นสาบแกะออกให้ได้มากที่สุด

ข้อเสียของเตาที่นี่คือไฟแรงมาก และควบคุมความร้อนได้ลำบากสุดๆ เพราะว่าเมื่อไฟจากเตาแก๊สไปอยู่ตรงจุดไหน จุดนั้นก็จะร้อนเป็นพิเศษ ไม่สามารถเฉลี่ยความร้อนให้ทั่วถึงกันทั้งกระทะได้ ต้องรีบย่างให้สุกตามต้องการ จากนั้นวางพักเอาไว้ในจาน และค่อยเริ่มทยอยทานเนื้อส่วนต่างๆ เนื้อคุณภาพชั้นดีของทางร้าน จะทานคู่กับเกลือพริกไทยเฉยๆก็อร่อยแล้ว แต่ที่นี่เขามีน้ำจิ้มให้เลือกทานทั้งหมด 3 แบบได้แก่ น้ำจิ้มแจ่วรสเปรี้ยวหวานหอมกลิ่นน้ำมะขามเปียกมีความเผ็ดเล็กน้อย ต่อมาเป็นน้ำจิ้มยากินิคุสูตรของทางร้าน รสชาติคือน้ำจิ้มปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสีแดงคล้ายเกาหลี มีความเค็ม/หวาน/หอมกลิ่นน้ำมันงา และอย่างสุดท้ายเป็นน้ำจิ้มสูตรพริกไทยดำ คล้ายกับซอสที่ราดบนสเต็กพริกไทยดำ มีความเข้มข้น เผ็ดร้อนนิดๆ ทำให้ทานได้เยอะขึ้น ช่วยตัดความเลี่ยนจากไขมันเป็นอย่างดี

เนื้อวากิว A4 ระดับพรีเมี่ยมที่ว่าอร่อยสุดยอดแล้ว เจอหอยเชลล์โฮตาเตะนำเข้าจากฮอกไกโดไป บอกเลยว่าดีงามสุดๆครับ หอยเชลล์ตัวใหญ่ย่างจนเนื้อกระชับ รสชาติเข้มข้น (มีรสชาติและกลิ่นหอมคล้ายกับหอยเชลล์อบแห้งที่ซื้อมาเป็นของฝากจากญี่ปุ่น) จิ้มด้วยซอสซีฟู๊ดรสเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านของทางร้าน บอกเลยว่าไม่ต้องไปที่ญี่ปุ่นแล้ว ถ้าจะได้กินหอยเชลล์ตัวใหญ่รสชาติแบบนี้ แถมสั่งได้ไม่อั้น ยกให้เป็นเมนูอันดับ 1 ที่มาแล้วจะต้องสั่งเลยครับ ส่วนแซลมอนของที่นี่ก็ถือว่าสด รสชาติดี แทรกไขมันสวยงาม ใครที่เป็นสาวกปลาส้มไม่ผิดหวังแน่นอน อาหารปิ้งย่างดีๆก็ต้องทานคู่กับเบียร์อร่อยๆ บอกเลยว่ามื้อนี้มีความสุขจริงๆครับ ส่วนราคามื้อนี้บุฟเฟ่ต์สำหรับ 2 ท่าน อยู่ที่ราคา 2,976 บาท มี Vat และ Service Charge อีก 12% รวมเป็นราคา 3,344 บาท ตกคนละประมาณ 1,600 กว่าบาท เทียบกับคุณภาพของเนื้อและวัตถุดิบต่างๆ (ถ้าเลือกสั่งแต่เมนู Premium) เลือกทานแต่เบียร์ชั้นดี ถือว่าคุ้มค่าเกินราคามากๆครับ ให้คะแนนความอร่อยและคุ้มไปเลย 5 ดาวเต็มแบบไม่ต้องสงสัยจ้า 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 115 (โครงการนิฮอนมาชิชั้น 2) ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. 10110

เปิดทุกวัน จ.-ศ. 17.00 - 00.30 น. วันส.-อา. 12.00 - 00.30 น. โทร. 090-061-0779

Facebook : https://www.facebook.com/MunichBBQandBeerWarehouse/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,304 ครั้ง0 ความคิดเห็น