ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว "เหลียงซันเตี่ยม" ร้านข้าวมันไก่สูตรต้นตำรับไหหลำแท้คุณภาพระดับภัตตาคาร ราคาเริ่มต้นแค่ 50 บาท

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 14



ร้านที่เราจะพาทุกคนมาทานด้วยกันในวันนี้ยังคงอยู่ในซีรี่ย์ "ตามหาข้าวมันไก่เจ้าเด็ด" ปกติร้านนี้เปิดให้บริการอยู่ 2 สาขา จุดที่ใกล้บ้านผมสุดนั้นอยู่บนห้างเซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 6 เนื่องเกิดจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 จึงทำให้สาขานั้นต้องปิดตัวไปอย่างถาวร คงเหลืออยู่อีกหนึ่งร้านใกล้กับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมีชื่อว่า "เหลียงซันเตี่ยม" เป็นร้านข้าวมันไก่และอาหารจีนสูตรไหหลำปรุงโดยลูก-หลานชาวไหหลำแท้ๆแต่ขายราคาเป็นมิตรที่สุดในบรรดาร้านประเภทนี้ที่เราเคยรีวิวมาเพราะราคาเริ่มต้นเพียงจานละ 50 บาทเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของสาขานี้ก็คือเด็กที่อยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยซึ่งมีกำลังซื้อค่อนข้างน้อยจึงต้องปรับราคาลดลงมามากกว่าเดิม ได้รับคะแนนรีวิวจากทุกสำนักรวมแล้วอยู่ที่ 4.4-4.6 เต็ม 5 ดาวนั้นถือว่าไม่ธรรมดา ส่วนวิธีการเดินทางมาที่ร้านนี้บอกได้เลยว่าค่อนข้างชวนสับสนนิดหน่อยเพราะจุดที่ร้านตั้งอยู่เป็นถนนแบบ One Way จึงต้องขับอ้อมไปไกลอีกนิดนึง ถ้านำรถยนต์ส่วนตัวมาเองก็ปักหมุกมาตาม Google Maps สามารถจอดตรงจุดไหนในซอยก็ได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ยกเว้นลานจอดรถฝั่งตรงข้ามร้านคิดราคาเป็นชั่วโมงหรือครึ่งวันก็ 50 บาท) หากเดินทางมาด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง BTS สถานีสะพานควายแล้วเรียกรถให้เลี้ยวเข้ามาทางถนนสุทธิสารวินิจฉัยออกไปถนนวิภาวดี-รังสิตแล้วตรงตามแผนที่บนมือถือมาประมาณ 3 กิโลเมตร หรือลง MRT สถานีห้วยขวางแล้วเรียกรถขับเข้ามาทางถนนประชาสงเคราห์ก็ระยะทางไม่ต่างกันมากนัก หน้าร้านเป็นตึกแถวขนาดเพียง 1 คูหามีป้ายไม้สีดำเขียนชื่อด้วยสีทองประตูกระจกติดสติ๊กเกอร์เลียนแบบบ้านไม้สไตล์จีนสีแดงพร้อมโคมไฟห้อยดูโบราณแบบนี้แสดงว่าถูกร้านแล้วครับ

ภายในร้านถึงแม้ว่าจะแคบเพียง 1 คูหาแต่ก็ดูปลอดโปร่งโล่งสบายด้วยพื้นสีอ่อน-กำแพงสีขาวมีแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างทั่วถึง มีการนำต้นบ๊วยจำลอง/แจกันดอกไม้ย้อนยุค/เหยือกชาสไตล์จีนและของตกแต่งบ้านแบบโบราณวางไว้ตามโต๊ะ-ผนังร้านตามมุมต่างๆกำลังสวยงามไม่ดูเยอะจนเกินไป โต๊ะ-เก้าอี้ก็เป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบร่วมสมัยผสมกับความเป็น Vintage และสื่อความเป็น Street Food สมัยก่อนได้อย่างลงตัว มาถึงแล้วหาโต๊ะนั่งแล้วเริ่มสั่งอาหารกันได้เลย จะมีเมนูข้าวมันไก่และอาหารจีนอะไรให้ทานบ้างนั้นมาเปิดดูเล่มเมนูไปพร้อมกันเลยครับ

เล่มเมนูที่ร้านนี้เป็นภาษาจีน/ไทยและอังกฤษบ่งบอกถึงความเป็นลูกหลานชาวจีนไหหลำได้เป็นอย่างดี โดยหน้าแรกเป็นการอธิบายเรื่องน้ำจิ้มของที่ร้านนี้มีทั้งหมด 3 สูตรคือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว/น้ำจิ้มไก่ทอดและน้ำจิ้มไก่ไหหลำสูตร Signature ของทางร้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หน้าต่อมาเป็นอาหารจานเดียวมีให้เลือก 3 เมนูคือ ข้าวหมูอบไหหลำ/ข้าวไก่ผัดเปรี้ยวหวานและข้าวไก่โค๊ะราคา 60 บาทเพิ่มไข่ดาวฟองละ 10 บาท ข้าวมันไก่มีให้เลือก 4 ขนาดนั่นก็คือ S/M/L/XL ไก่ต้มหรือไก่ทอดราคาเรียงลำดับไปตามนี้ >> 55-65-75-130 บาท ถ้าสั่งแบบผสมราคาจะเป็นดังนี้ >> 60-70-80-140 บาท หน้าถัดไปเป็นไก่สับและกับข้าวสไตล์อาหารจีนไหหลำแบบ A La Carte ราคาเริ่มต้นที่ 50-110 บาท เพิ่มข้าวมันหรือข้าวสวยสั่งได้เป็นถ้วยราคาที่ละ 15 บาท ถือว่าราคาไม่แพงและจับต้องได้ทุกคนครับ

ของทานเล่นแบบจีนมีให้สั่งทั้งหมด 4 เมนูนั่นคือไก่ทอดงาเปรี้ยวหวาน/เกี๊ยวทอด/ขนมจีบปูทอดและซาลาเปาทอด ไซส์ S ราคาจานละ 50 บาท ไซส์ L ราคาจานละ 90 บาท หน้าต่อไปเป็นชุดครอบครัวสำหรับ 4 คน ราคาแค่ 400 บาท ประกอบไปด้วย ข้าวมัน 4 ถ้วย/ไก่ต้ม 1 จาน/ไก่ทอด 1 จาน/คะน้าน้ำมันหอย 2 จาน/ไก่โค๊ะ 1 ที่พร้อมของทานเล่นอีก 2 จาน (เลือกได้จากทั้งหมด 4 รายการเสิร์ฟเป็นไซส์ S) รวมกว่า 6 รายการอิ่มกันได้ทั้งครอบครัวแบบไม่มี Vat. หรือ Service Charge มากวนใจ หน้าต่อมาเป็นขนมหวานสไตล์จีนไหหลำที่ร้านเสิร์ฟ 3 เมนูนั่นคือ ขนมอี่บั๊ว (ขนมเข่งไหหลำ)/ซิ่วท้อเปา (ซาลาเปาลูกท้อไส้เผือกหอม)และขนมอั่งกู๋ไส้ถั่วเค็ม ขายราคาชิ้นละ 15 บาท หน้าสุดท้ายเป็นเครื่องดื่มมีทั้งน้ำแข็ง 2 บาท/น้ำเปล่า 15 บาท/น้ำอัดลม 20 บาทและน้ำสมุนไพรสูตรที่ทางร้านต้มเองราคาแก้วละ 25 บาท แบบขวด 60 บาท เห็นราคากับเมนูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นร้านขายอาหารระดับภัตตาคาร

สั่งอาหารไปเรียบร้อยเมนูชุดแรกมาเสิร์ฟก่อนคือ "ข้าวมันไก่ไซส์ XL" ราคา 130 บาท ภายในชุดนี้ประกอบไปด้วยไก่ต้มสับจานใหญ่ขนาดครึ่งตัวเฉพาะส่วนอกและสะโพกเท่านั้น (ที่ร้านนี้ไม่ขายปีกกับน่องเพราะเอาไว้ต้มน้ำซุปเท่านั้น) ข้าวมันพร้อมน้ำซุปอีก 2 ถ้วยและคะน้าน้ำมันหอยฟรีอีก 1 จาน ส่วนอีกจานเป็น "ไก่ทอดล้วน" สับเสิร์ฟมาขนาดครึ่งตัวเช่นเดียวกันราคาจานละ 100 บาท ไก่ทั้งต้มและทอดสามารถสลับส่วนได้ไม่คิดเงินเพิ่มแต่อย่างใดครับ

เริ่มชิมจากข้าวมันของที่ร้านนี้หุงมาสีเข้มมีกลิ่นของไขมันไก่และซุปค่อนข้างหอมเข้มข้น ตัวเมล็ดข้าวนุ่มเกาะตัวกันเป็นก้อนแต่เรียงเมล็ดสวยงามจะตักทานด้วยช้อนหรือใช้ตะเกียบคีบสไตล์จีนก็สะดวก น้ำซุปไก่สูตรของที่ร้านนี้มีสีทองอ่อนๆรสหวานของผักผสมความอูมามิของกระดูกไก่ที่ต้มเป็นเวลานานมีไขมันไก่ลอยหน้าเพียงเล็กน้อย ซดแล้วสดชื่นคล่องคอเผ็ดร้อนพริกไทยขาวเบาๆช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ก่อนจะมาชิมไก่ต้ม-ทอดก็มาเตรียมน้ำจิ้มกันก่อนอย่างที่เราบอกไปเบื้องต้นแล้วว่าที่ร้านมี 3 สูตรก็คือน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว/น้ำจิ้มไก่ทอดและน้ำจิ้มไก่ไหหลำ วางไว้เป็นกระปุกขนาดใหญ่เรียงกันบนโต๊ะจะตักใส่ถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆหรือราดลงบนข้าวมันไก่ได้เองอย่างสะใจ ส่วนรสชาติของน้ำจิ้มแต่ละสูตรเมื่อทานคู่กับไก่ต้มหรือไก่ทอดแล้วจะเป็นยังไงบ้างนั้นเดี๋ยวเรามาเริ่มชิมไปพร้อมกันเลยครับผม

เนื้อไก่ต้มของที่ร้านนี้ไปทางด้านนุ่มแบบที่คนไทยชอบหนังบางหนึบสู้ฟันนิดๆมีกลิ่นไขมันไก่อ่อนๆ ราดด้วยซอสซีอิ๊วผสมน้ำมันงามาพอมีกลิ่นบางๆผสมกับน้ำซุปรสหวานที่แทรกซึมอยู่ภายในตัวไก่ถือว่าอร่อยรสชาติเบาไม่เข้มข้นแบบร้านข้าวมันไก่ไหหลำเจ้าอื่นที่เคยทานมา แต่จะไปเน้นที่น้ำจิ้มรสชาติเข้มข้นแทนเริ่มชิมกันจาก "น้ำจิ้มไก่ไหหลำ" หน้าตาเหมือนน้ำจิ้มซีฟู๊ดแบบไทยและรสชาติก็คล้ายกันแต่ใส่ขิงสับเพิ่มลงไปทำให้เผ็ดเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดกลิ่นขิงหอมพุ่งขึ้นจมูกไม่เหมือนใคร สอบถามทางร้านถึงเรื่องราวของน้ำจิ้มนี้ก็คือเมื่อก่อนคนไหหลำกินข้าวกันเป็นมื้อใหญ่ต้องทำน้ำจิ้มให้ทานได้กับอาหารหลายๆอย่างเช่นหมูสามชั้นต้ม/เป็ดต้ม/ไก่ต้มหรืออาหารไหว้บรรพบุรุษก็ต้องมีน้ำจิ้มนี้เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมทุกจานอาหารให้เข้ากันเป็นหนึ่งเดียว น้ำจิ้มสูตรต่อไปนั่นคือ "น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว" หน้าตาแบบเดียวกับน้ำจิ้มข้าวมันไก่แบบไทยแต่สูตรของที่ร้านนี้เน้นไปที่รสเค็มนำหอมเต้าเจี้ยวเปรี้ยวน้ำส้มสายชูหอมกลิ่นขิงกับพริกขี้หนูและแฝงความพิเศษไปอีกขั้นด้วยเหล้าจีนสำหรับประกอบอาหารที่ให้ความหวานและกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ มีความเหมือนกับเมนูไก่แช่เหล้านิดๆทานคู่กับข้าวสวยรสชาติเข้มข้นยิ่งเข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนไก่ทอดสูตรของร้านนี้หั่นมาเนื้อบางติดหนังทอดแล้วได้ความกรอบกระชับปรุงรสชาติมาเข้มข้น เมื่อเคี้ยวแล้วไม่มีน้ำเนื้อไก่กับไขมันส่วนเกินไหลเละในปาก ทานกับน้ำจิ้มไก่ทอดสไตล์ไทยรสชาติหวานอมเปรี้ยวเผ็ดพริกแดงและกระเทียมสับละเอียดช่วยลดความมันเลี่ยนและเสริมกับรสเค็มของไก่ได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวมันก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบดีครับผม

เมนูที่แถมมาให้ในชุดอย่าง "คะน้าน้ำมันหอย" (ปกติจานนี้ราคา 50 บาท) ที่ร้านเลือกใช้แต่ยอดกับก้านอ่อนนำไปปลอกเปลือดจนหมดส่วนที่เคี้ยวแล้วเป็นเสี้ยนติดฟัน หั่นเป็นแนวขวางบางๆผักกับน้ำมันหอยปรุงรสชาติมาเค็มๆหวานๆเพิ่มความเข้มข้นและอูมามิด้วยกระเทียมเจียวเคี้ยวกรุบกรอบ ทานเล่นเปล่าๆหรือทานแกล้มคู่กับไก่ต้ม-ข้าวมันช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบจากที่มีแค่ความนุ่มเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ก็ลองสั่งอาหารจีนของที่ร้านมาลองชิมดูอีก 2 รายการคือ "หมูอบไหหลำ" ราคา 100 บาท รสชาติก็คือหมูตุ๋นพะโล้รสเค็มที่มีกลิ่นเครื่องพะโล้บางกว่าถ้าจะให้เปรียบเทียบกับอาหารที่เคยทานมานั้นเหมือนขาหมูสิงคโปร์สุดๆ (ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะข้าวมันไก่สิงคโปร์ก็ได้รับอิทธิพลมาจากไหหลำเหมือนกัน) อีกจานเป็นอาหารจีนที่คนไทยหลายๆคนคุ้นเคยคือ "ไก่ผัดเปรี้ยวหวาน" ราคา 100 บาท สูตรของที่ร้านนี้นำไก่ทอดมาสับเป็นชิ้นผัดกับพริกหวาน 3 สี/ต้นหอมแล้วโรยด้วยกระเทียมเจียวแต่ไม่มีสับปะรด ปรุงรสให้เค็มหวานอมเปรี้ยวนิดๆเหมาะกับทานคู่ข้าวสวยมากกว่าข้าวมันของทางร้านที่เข้มข้นอยู่แล้วครับ

เห็นว่าขนมหวานของที่ร้านนี้ขายถูกดีเลยสั่งมาชิมอย่างละ 1 ชิ้นคือ "ขนมอั่งกู๋ไส้ถั่วเค็ม" เป็นถั่วทองผัดเค็มๆหวานๆสอดไส้ในแป้งสีชมพูเคี้ยวหนึบนุ่มๆคล้ายกับขนมกุยช่ายนึ่งสุกเคี้ยวหนึบหนับ (คล้ายกับการเอาไส้ขนมเปี๊ยะมาใส่แทนกุยช่ายที่คุ้นเคย) ก็อร่อยไปอีกแบบครับ ต่อไปคือ "ซิ่วท้อเปาไส้เผือกหอม" มันก็คือซาลาเปาไส้เผือกหอมที่ทำเป็นรูปลูกท้อเพื่อความมงคล เนื้อซาลาเปาฟูเหนียวหนึบแบบแป้งโบราณไม่มีกลิ่นเหม็นแอมโมเนียแบบซาลาเปาสมัยใหม่บางเจ้า เผือกรสหวานเคี้ยวแล้วเนื้อนุ่มนวลเข้ากับแป้งซาลาเปาด้านนอกได้เป็นอย่างดี ขนมชิ้นสุดท้ายบอกเลยว่าไม่เหมือนร้านไหนที่เคยทานมาก่อนก็คือ "ขนมอี่บั๊ว (ขนมเข่งไหหลำ)" ขนมเข่งทั่วไปตอนไหว้เจ้าที่เราเคยทานมักจะเป็นแบบไม่มีไส้แต่สูตรร้านนี้สอดไส้มะพร้าวผัดกับน้ำตาลและขิงให้รสหวานมันเผ็ดสดชื่นไม่เหมือนใคร มีขายเฉพาะที่ร้านนี้แห่งเดียวเท่านั้นเพราะน้องพนักงานบอกว่าเป็นสูตรของบรรพบุรุษเจ้าของร้าน ขนมทุกๆอย่างราคาชิ้นละ 15 บาทเท่านั้น (แต่ช่วงวันไหว้อาจจะไม่มีให้ทานบางอย่างเพราะลูกหลานชาวจีนไหหลำก็มาสั่งขนมจากที่นี่ด้วย)

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสูตรของร้านนี้ห้องพนักงานแนะนำว่าต้มสดใหม่ทุกวันก็เลยลองสั่งมาชิมอย่างละ 1 ขวดทั้ง "ชามะนาว" ชงมาเข้มหอมฝาดใบชาเปรี้ยวหวานหอมกลิ่นมะนาวเข้มข้นโดนใจ "ชาเก๋ากี้" รสหวานหอมดื่มง่ายๆคล้ายๆกับน้ำหวังเหล่าจี้ที่คนจีนนิยมดื่มกันแต่ร้านนี้ต้มเองจึงสดใหม่มากกว่าที่ขายบรรจุกระป๋อง สุดท้าย "ชาบ๊วย" เป็นบ๊วยจีนรสเค็มเปรี้ยวอมหวานมีกลิ่นหอมของบ๊วยคล้ายๆกับดอกเหมยขึ้นจมูกดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ ร้านขายราคาขวดละ 60 บาท มองจากสายตาแล้วประมาณ 300 มล. รสชาติเข้มข้น-ใส่วัตถุดิบมาหนักเครื่องสมกับราคาดีครับ

มื้อนี้ผมมาทานกับแฟน 2 คนสั่งอาหารไปรวมๆกว่า 10 รายการ จ่ายไปแค่ 655 บาท ไม่มี Vat.7% หรือ Service Charge อีก 10% มากวนใจทั้งแม้จะเป็นร้านเดียวกับที่อยู่บนห้าง รสชาติก็ไหหลำอีกแบบเน้นความเข้มข้นและปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยในราคาที่ใครก็จับต้องได้ ถ้าหากอยากทานอาหารจีนไหหลำคุณภาพระดับภัตตาคารในราคา Street Food ร้าน "เหลียงซันเตี่ยม" ซอยข้างมหาวิทยาลัยหอการค้านี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่น่ามาลองครับผม อร่อย/คุ้มค่าแบบนี้ก็รับคะแนนไป 5 ดาวจ้า 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : เลขที่ 698/16 ซอยวิภาวดีรังสิต 2 แยก 8 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. 10400

ร้านเปิดทุกวัน (ปิดให้บริการทุกวันอังคาร) เวลา 10.00-20.00 น. โทร.094-298-9252 , 094-165-1529

Facebook : https://www.facebook.com/liangcandian

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 463 ครั้ง0 ความคิดเห็น