ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว "หอมปลาเผา" ร้านอาหารไทย-อีสานรสชาติเผ็ดแซ่บ เมี่ยงปลาเผาฉ่ำๆน้ำจิ้มรสเด็ดอยู่ในซอยลาดพร้าว 87

อัพเดตเมื่อ: 13 ต.ค. 2020


วันนี้ผมแวะมาเยี่ยมคุณแม่แถวรามอินทราเสร็จแล้วก่อนกลับบ้านเลยหาอะไรทานกัน 2 คนตามประสา โดยมื้อนี้ให้คุณแม่ผมเป็นคนเลือกเพราะเขาเป็นสายสุขภาพเลยขับรถพามาร้านประจำอย่าง "หอมปลาเผา" อยู่ภายในซอยลาดพร้าว 87 ตรงข้ามกับแยก 14 เป็นร้านขายอาหารไทย-อีสานที่นอกจากจะมีเมนู Signature อย่าง"เมี่ยงปลาเผา" สุดอร่อยเด็ดตามชื่อร้านแล้วยังมีเมนูอาหารเล่มใหญ่พิเศษให้เลือกสั่งแบบมาทานครั้งเดียวก็ทานไม่ครบ นั่นจึงหมายความว่าคุณแม่ผมได้ทานเมนูสุขภาพอย่างเมี่ยงปลาเผาส่วนผมอยากทานอะไรก็สั่งตามใจได้เลย ถือว่าเป็นจุดลงตัวระหว่างเรา 2 คนพอดี วิธีการเดินทางหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหน้าร้านมีที่จอดให้ (แต่อาจจะไม่มากนัก) ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง MRT สถานีลาดพร้าวแล้วโบกรถมาอีกหน่อยตาม Google Maps ก็สะดวกดี (แต่ช่วงนี้ลาดพร้าวรถติดมากแนะนำว่าให้เรียกมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปรวดเร็วสุด) ตอนนี้เรามาถึงที่ร้านช่วงบ่ายแทบไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย แต่มีป้ายรับรองความอร่อยจากหลายรายการทีวีเต็มร้านไปหมดช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ในระดับนึงเลยครับ ที่หน้าร้านมีเล่มเมนูขนาดใหญ่วางไว้ให้อ่านอยู่จะมีเมนูไหนน่าทานบ้างเรามาเปิดอ่านไปพร้อมกันนะครับ

เมนูสีดำเล่มใหญ่วางไว้ให้อ่านที่หน้าร้านมีเมนูให้เลือกสั่งเกือบ 50 หน้ากระดาษ โดยหน้าแรกเป็นการบอกเรื่องราวความเป็นมาของส้มตำที่ขายในร้านว่าใช้วัตถุดิบอะไรบ้างจะได้ทานอย่างสบายใจ ต่อกันด้วยเมนูแนะนำราคาเริ่มตั้งแต่ 120-500 บาท(ที่ชวนงงก็คือมีรูปปลาเผาแต่ด้านล่างเขียนว่ายำปูม้าดอง) ต่อกันด้วยเมนูส้มตำราคาเริ่มต้นครกละ 90-250 บาท เมนูของทอด 80-350 บาท เมนูต้ม-แกงราคา 120-250 บาท โดยการจัดวางทุกหน้าเน้นรูปที่เห็นเด่นชัดแทรกด้วยตัวหนังสือบ่งบอกราคาของแต่ละจานและใส่รายละเอียดเมนูแนะนำแน่นทุกจุด เรียกได้ว่าไม่ต้องเปิดแค่หน้าแรกพลิกไป-มาก็รู้ได้เลยว่าเมนูแนะนำของแต่ละหมวดคืออะไรบ้าง ถือว่าสะดวกมากเลยครับผม

ยังคงไม่จบกับเล่มเมนูเพราะเปิดต่อไปก็ยังคงเป็นเมนูต้ม-แกงทั้งเมนูไทยและอีสานราคา 150-350 บาท หน้าต่อไปคือหมวดผัดราคาเริ่มต้นที่ 100-350 บาท ต่อกันด้วยหมวดยำสารพัดเมนูราคาเริ่มต้นที่ 120-250 บาท มาต่อกันด้วยเมนูลาบสไตล์อีสานรวมถึงน้ำตกและตับหวานในหมวดนี้ราคาเริ่มต้นที่ 100-150 บาท ตามมาด้วยเมนูของย่างต่างๆราคาเริ่มต้นที่ 100-320 บาท โดยราคาถูก-แพง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้เช่นเมนูที่ใช้ปลาสดทั้งตัว/ซีฟู๊ดรวมหรือปลาหมึกไข่ตัวใหญ่นำมาย่างก็จะราคาสูงเป็นพิเศษ ยังไงเพดานสุดของราคาร้านนี้ก็ไม่เกิน 350 บาทครับ

เหมือนจะเยอะมากแต่ยังไม่จบเพราะเมนูหมวดต่อไปคืออบ-เผา โดยจะเป็นกลุ่มเมนูที่มีราคาแพงที่สุดเริ่มต้นที่ 250-1,000 บาท และยังมีอีกหลายเมนูที่คิดราคาตามน้ำหนักด้วย บางวัตถุดิบชั้นดีราคาแพงในเล่มเมนูนี้สอบถามทางร้านแล้วว่าอาจจะถูกตัดออกในอนาคตเนื่องจากคนสั่งน้อย ถ้าอยากสั่งแนะนำให้สอบถามก่อนนะครับ นอกจากอาหารสั่งเป็นจานแล้วในหมวดสุดท้ายคือข้าว-เส้น มีตั้งแต่อาหารจานเดียว-ข้าวผัดปูและเหล่าข้าวเหนียว-ขนมจีนและผักสดราคาเริ่มต้นที่ 20-250 บาทเอาไว้ทานกับอาหารอีสานก็สั่งได้ที่หน้านี้ แล้วยังมีของหวานกับเครื่องดื่มให้สั่งอีกหลายรายการราคาเริ่มต้นที่ 40-50 บาท จบเมนูในเล่มใหญ่ไปแล้วยังมีเมนูใหม่ทั้งชุดสุดคุ้มราคาเดียว 799 บาท/ปลาทูทอดน้ำปลา/เมนูหมูกรอบ-คอหมู/ปลาทูสดต้มมะดันและยำใส่ปลาร้าสุดฮิตที่นี่ก็มีให้สั่ง เห็นมีตราของแอพเดลิเวอรี่เจ้าต่างๆด้วยแสดงว่าสั่งที่บ้านได้ แต่เมนูไหนจะร่วมรายการกับแอพใดสอบถามทางร้านเอาเองนะครับ

จบเรื่องเมนูมาต่อกันที่บรรยากาศร้านที่แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ Outdoor ใช้โต๊ะโครงเหล็กทาสีดำทั้งหมดผนังในแต่ละจุดเป็นปูนเปลือยสไตล์ Loft ผสมกับกำแพงไม้ไผ่ ของตกแต่งในร้านใช้ที่ดักปลาและหวดนึ่งข้าวเหนียวมาแขวนไว้ตามจุดต่างๆทำให้มีกลิ่นอายของความเป็นอีสานแต่โมเดิร์น พร้อมกับมาสคอตเป็นหุ่นปลาสีส้มหน้าร้านกับครกส้มตำที่มีวัตถุดิบใส่เต็มครกให้ถ่ายรูปอวดเพื่อนได้สนุกๆ ส่วนในห้องแอร์ที่เป็น Indoor ตกแต่งคล้ายด้านนอกแต่ผนังและฝ้ามีการประดับด้วยผ้าขาวม้าโดดเด่นด้วย Chandelier ด้ายพันรอบๆสีทองให้แสงสีเหลืองนวลตา ที่น่าสนุกก็คือหมอนอิงร้านนี้เขาทำเป็นรูปวัตถุดิบ-อาหารอีสาน ทั้งปลาทับทิม-ไก่ย่าง-ตำถาดและอีกสารพัดเมนูให้ลูกค้าหยิบขึ้นมาอิงและถ่ายรูปลง Social ได้แบบเก๋ๆ ถือว่าตกแต่งมาดูดีผสมความน่ารักและเป็นกันเองดีมากครับ

กลับมาที่โต๊ะผมให้คุณแม่สั่งอาหารไปก่อนแล้วแต่มีเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเฉพาะเมนูที่ผมอยากทาน จานแรกเดินมาเสิร์ฟก่อนคือ "ยำหอยแครง" ราคา 150 บาท เป็นหอยแครงสดขนาดกลางลวกสุกกำลังดีแบบไม่มีเลือดยำแบบจัดเต็มเน้นเครื่องสมุนไพรสดทั้ง ตะไคร้ซอย/กระเทียมสไลด์/ผักชีฝรั่ง/พริกขี้หนู/พริกทอด/ใบสาระแหน่/หอมแดง ยำมารสชาติหวาน-เปรี้ยว-เผ็ด-เค็มกลมกล่อมละมุนตามสไตล์ยำยุคใหม่ถูกใจคนกรุงเทพ ที่สำคัญก็คือหอยแครงทุกตัวขัดมาสะอาดแกะเปลือกให้ทุกตัวจึงทานได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยมาแกะและพะวงเปลือกหอยจะดำทานแล้วท้องเสียแบบหลายๆร้าน เมนูต่อไปผมเป็นคนชอบทานปลาร้าถึงแม้ว่าจะท้องไส้ไม่ค่อยดีแต่ก็เป็นการวัดคุณภาพว่าร้านนี้อร่อยและสะอาดหรือไม่ "ตำถั่วหมูกรอบ" ราคา 150 บาท เป็นตำถั่วใส่ปลาร้าข้นนัวไม่เหม็นเขียวทางร้านได้เพิ่มปูเค็มลงไปให้เรียบร้อยแถมตัดเล็บแต่ละตัวแล้วด้วย (ทานแล้วไม่ท้องเสียแน่นอน) เวลาทานให้ตักขึ้นมาพร้อมกับมะเขือเทศ-หมูสามชั้นทอดกรอบหนังฟูๆได้รสเปรี้ยวอมหวาน-มันหมูกรอบตัดเค็มนัวปลาร้า จกข้าวเหนียวตามเข้าปากอีกหน่อยอร่อยลงตัว โดยที่นี่เขาเสิร์ฟแต่ข้าวเหนียวดำราคากระติ๊บละ 20 บาท ถ้าใครอยากทานข้าวเหนียวขาวที่ร้านนี้ไม่มีให้บริการ แต่ที่บ้านผมชอบทานข้าวเหนียวดำเพราะดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะคุณแม่ผมชอบมากๆครับ

สั่งแต่จานเผ็ดๆก็ต้องมีเมนูของทานเล่นมาตัดรสชาติอย่าง "ปีกไก่ทอด" ราคา 150 บาท เป็นปีกกลางไก่นำไปชุบแป้งทอดกรอบๆ โดยแป้งด้านนอกปรุงรสมาเค็มกลมกล่อมหอมน้ำปลาอ่อนๆ เมื่อกัดเข้าไปตัวแป้งกรอบร่อนชุ่มน้ำเนื้อไก่ฉ่ำๆทานคู่กับตะไคร้ชุบแป้งทอดหรือใบมะกรูดทอดกรอบก็อร่อยแบบไก่ทอดสมุนไพร หรือจะทานกับน้ำจิ้มไก่รสชาติเปรี้ยวอมหวานแบบที่เด็กๆชอบก็อร่อยได้ทั้ง 2 แบบในจานเดียวกัน ตามมาด้วยเมนูต้มซดร้อนแบบอีสานที่ใส่วัตถุดิบราคาแพงลงไปอย่าง "แกงเห็ดรวมไข่มดแดง" ราคา 200 บาท เป็นแกงเห็ดรวมใส่ใบย่านางพร้อมด้วยผักต่างๆทั้งบวบ/ชะอม/ฟักทอง/เห็นหูหนู/เห็ดเข็มทองเพิ่มโปรตีนชั้นสูงด้วยไข่มดแดงเนื้อมันๆผสมตัวมดแดงนิดๆ ใครที่ไม่เคยทานก็ทานได้ง่ายๆไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นของมดหรือรสเปรี้ยวอย่างที่ใครๆบอกกัน ปรุงรสชาติมาเผ็ดร้อนกลมกล่อมคล้ายๆกำลังซดแกงเลียงร้อนๆที่สำคัญคือมีให้ทานตลอดทั้งปี ใครเป็นสายไข่มดแดงห้ามพลาด

จานสุดท้ายคือเมนูที่ใหญ่อลังการสุดและเราตั้งใจมาที่นี่เพื่อทานจานนี้คือ"เมี่ยงปลาทับทิมเผา" ราคา 350 บาท เป็นปลาทับทิมไซส์ใหญ่พิเศษพอกด้วยเกลือย่างทั้งหนังช่องท้องยัดข่า/ตะไคร้/ใบมะกรูดมาเนื้อฉ่ำหวานแต่ก็ไม่แน่นมากตามประสาปลาเลี้ยงในบ่อ เสิร์ฟพร้อมผักสดชุดใหญ่ทั้งผักกาดขาว/ผักกาดหอม/ผักชีฝรั่ง/ใบโหระพา (ถ้าไม่พอก็สั่งเพิ่มคิดราคา 50 บาท) ทานคู่กับเส้นหมี่ขาวลวก/หอมเจียว/น้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเปรี้ยวเค็มและน้ำจิ้มถั่วลิสงหวานมัน วิธีการทานก็เอาเนื้อปลามาห่อกับผักสดแล้วใส่เครื่องต่างๆจากนั้นราดน้ำจิ้มทั้ง 2 สูตรลงไป ได้ทั้งความเปรี้ยวเผ็ดแซ่บ/หวานมันหอมกลิ่นถั่วลิสงคั่วกลมกล่อมแถมยังปรับรสชาติได้เอง จะทานแซ่บก็เพิ่มน้ำจิ้มซีฟู๊ดหรือถ้าเป็นคนไม่ทานเผ็ดก็ราดน้ำจิ้มหวานอย่างเดียว เพราะหลายร้านมักจะทำแบบผสมกันราดทีเดียวแต่ที่นี่ตอบโจทย์คนมาทานด้วยกันแบบครอบครัวมากกว่า ไม่แปลกใจที่เมี่ยงปลาเผาของที่ร้านนี้จะได้รับความนิยมเป็นเมนูขายดีครับผม ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสั่งเป็น "น้ำส้ม" ราคา 45 บาท และ "น้ำกระเจี๊ยบ" ราคา 40 บาท มาดื่มคนละแก้ว ในส่วนของน้ำกระเจี๊ยบรสหวานอมเปรี้ยวเข้มข้นต้องทิ้งให้ละลายนิดหน่อยจะกลมกล่อมกำลังดี ส่วนน้ำส้มที่ร้านเขาเลือกใช้แบบสดจริงๆเพราะไม่หวานและเปรี้ยวตามแบบส้มธรรมชาติแท้ๆ หากใครชอบแบบใส่น้ำตาล-แต่งกลิ่นหน่อยก็อาจจะไม่ชอบแก้วนี้ ส่วนผักเคียงทางร้านเสิร์ฟให้ 1 ครกต่อโต๊ะใส่น้ำแข็งมาเย็นกรอบทานได้เพลินๆ มื้อนี้เราก็ทานกันอิ่มแล้วได้เวลาเรียกน้องพนักงานมาคิดเงินแล้วเตรียมตัวให้คุณแม่ผมขับรถไปส่งที่ MRT ลาดพร้าวต่อครับผม

มื้อนี้มาทานกัน 2 คนค่าอาหาร 1,125 บาท (ในบิลแค่มีโชว์ Vat. เฉยๆแต่รวมในค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว) โดยภาพรวมถือว่าใช้วัตถุดิบสมราคาเมนูต่างๆก็ปรุงรสชาติมาอร่อยกลมกล่อมดีอีกทั้งยังทำอาหารมาสะอาดมากเพราะกลับบ้านมาไม่มีอาการเสาะท้องเลยแม่แต่น้อย ถือว่าเป็นร้านอาหารไทยอีสานสำหรับครอบครัว-คู่รัก-เพื่อนฝูงที่มีหลายเมนูให้สั่งได้เพียบ เรียกได้ว่ามาครบจบในร้านเดียว สำหรับวันนี้รีวิวร้าน "หอมปลาเผา" ก็รับคะแนนความอร่อยและความคุ้มค่าไป 5 ดาวเต็มได้เลยครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : ซอยลาดพร้าว 87 แยก 14 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.30-23.30 น. โทร. 089-893-2735

Facebook : https://www.facebook.com/homplapao

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘


ดู 789 ครั้ง0 ความคิดเห็น