ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิว HoHo Kitchen ร้านอาหารจีนฮ่องกงอายุกว่า 23 ปีบนถนนพระราม 1 จัดโปรฯบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นแค่ 390 บาท❗

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 14



เหมือนช่วงนี้ทานอาหารจีนแล้วถ่ายรูปอวดเพื่อนลงในโซเชียลบ่อยๆระบบโฆษณาเลยขึ้นร้านเด็ดมาให้เลือกชมมากมาย แต่มีร้านนี้ที่น่าสนใจก็คือ "HoHo Kitchen" (โหว์โหว์คิทเช่น) ชื่อคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนจึงไปหาข้อมูลก็พบว่ามีประวัติที่ไม่ธรรมดาเพราะเปิดมายาวนานกว่า 23 ปี (ตั้งแต่ปี 2540) ย้ายร้านมาแล้ว 3 ครั้งก็คือ ที่แรกอยู่ในอาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ สีลมก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ถนนสุขุมวิทและปัจจุบันมาอยู่ที่ถนนพระราม 1 ตรงข้ามกับห้างเทสโก้โลตัสภายในโครงการ Stadium One วิธีการเดินทางมาที่ร้านก็ง่ายๆถ้ามีรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดภายในโครงการได้เลย (มีอัตราค่าจอดรถคือ เมื่อตราประทับร้าน 4 ชม.แรกคิดราคาชม.ละ 20 บาท แต่ถ้าจอดเกิน 4 ชม. คิดราคาชม.ละ 100 บาท) ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลง BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติแล้วเดินมาตาม Google Maps อีกประมาณ 400 เมตรก็จะพบกับป้ายชื่อร้านที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลเพราะขนาดใหญ่สุดๆ เป็นร้านอาหารจีนที่ทุกจานๆถูกปรุงโดยเชฟมากประสบการณ์เคยทำงานในร้านอาหารที่ฮ่องกงมายาวนานกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการให้ปริมาณเยอะ/จานใหญ่แต่ขายราคาถูก (ส่วนตัวไม่เคยทานมาก่อนบอกไม่ได้ว่าเยอะจริงไหม) แต่สิ่งที่ดึงดูดให้มาทานและรีวิวที่ร้านนี้ก็คือเขากำลังจัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ทานได้เกือบทุกเมนูในร้านราคาเริ่มต้นเพียงแค่คนละ 390 บาท ส่วนจะมีอะไรให้ทานบ้างนั้นไปดูในเล่มเมนูที่วางไว้หน้าร้านกันก่อนครับ

แน่นอนว่าเรามาทานบุฟเฟ่ต์ก็ต้องดูก่อนว่ามีเมนูอะไรให้ทานบ้าง โดยมีให้เลือก 3 ราคา ได้แก่ 390-490 และ 590 บาท เริ่มเรียงไปจากบุฟเฟ่ต์ราคา 590 บาท สามารถสั่งอาหารรายการที่ 1-10 ได้ 1 จาน (ราคา 220-400 บาท) ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์ราคา 490 บาท สามารถสั่งอาหารรายการที่ 6-10 ได้ 1 จาน (ราคา 220-300 บาท) สำหรับบุฟเฟ่ต์ราคาหัวละ 390 บาทไม่สามารถสั่งรายการที่ 1-10 ได้และบุฟเฟ่ต์ทุกๆราคาสั่งอาหารรายการที่ 11-70 ได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มตลอด 2 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยของหวานให้อีกคนละ 1 รายการ (ถ้าทานไม่หมดที่ร้านปรับเป็นราคา A La Carte) ซึ่งถ้าไม่อยากทานบุฟเฟ่ต์ก็ยังคงมีอาหารให้สั่งเป็นจานๆและยังมีชุดโต๊ะจีนสำหรับ 10-14 คน ราคาเริ่มต้นที่ 4,300-7,500 บาท พร้อมกับสามารถเปิดใช้บริการห้องรับรองพิเศษบริเวณชั้น 2 ของทางร้านได้อีกด้วย

เข้ามาด้านในร้านชั้น 1 มีโต๊ะนั่งเล็กๆสำหรับ 2-4 คนไปจนถึงโต๊ะจีนรองรับได้สูงสุด 8 คน แต่ถ้าเดินขึ้นมาชั้น 2 ทางร้านได้จำลองบรรยากาศโดยเอาย่านชื่อดังบนเกาะฮ่องกงทั้ง Causeway Bay/Central/Tsim Sha Tsui และ Mong Kok รวมเอาไว้ในที่เดียว ใช้ภาพถ่ายขาว-ดำติดบนกำแพงจำลองให้เหมือนกับนั่งทานข้าวที่ฮ่องกงตามย่านต่างๆ ทุกห้องสามารถเปิดเชื่อมถึงกันหรือจะลากฉากมากั้นเป็นห้องส่วนตัวเล็กๆก็ทำได้ แต่มีเงื่อนไขคือต้องสั่งอาหารชุดสำหรับ 10 คนขึ้นไป หรือถ้าหากชั้น 1 มีคนมาใช้บริการเยอะมากจะสามารถเข้ามาใช้บริการที่ชั้นนี้ได้ โดยแต่ละโต๊ะสามารถนั่งได้สูงสุด 12 คน อีกทั้งยังมีบริการตู้คาราโอเกะพร้อมทีวีให้สำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ด้วย

วันนี้เรามากัน 5 คนนั่งที่โต๊ะทางร้านก็จะถามเลยว่าทานเป็นบุฟเฟ่ต์หรือ A La Carte แล้วจะทานราคาเท่าไหร่พร้อมกับรับออเดอร์ให้เรียบร้อย ส่วนน้ำดื่มในบุฟเฟ่ต์มีให้สั่งเป็นชาจีนกับน้ำเก็กฮวยจืดเติมได้ไม่อั้น บุฟเฟ่ต์ในวันนี้เราเลือกเป็นราคาสูงสุด 590 บาท สามารถสั่งเมนูรายการที่ 1-10 ได้ 4 รายการจานแรกก็เลยสั่งเป็น "กุ้งผัดซอส XO" เป็นกุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่พิเศษผัดกับซอส XO ใส่ขิงสดรสเค็มกลมกล่อมทานคู่กับบล็อคโคลี่ลวกกรอบๆเข้ากันได้ดีกับเนื้อกุ้งเนื้อเด้งสู้ฟันที่ให้มาปริมาณเยอะเต็มชาม ต่อมาเป็นเมนู Signature ของที่ร้านก็คือ "สลัดกุ้งตะกร้า" เป็นกุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่พิเศษแกะเปลือกผ่ากลางชุบแป้งทอดวางบนเผือกทอดที่ดูแล้วทางร้านตั้งใจสานเป็นตะกร้าก่อนลงทอดและราดด้วยน้ำสลัดมายองเนสสูตรโบราณรสหวานมัน ได้ทั้งเนื้อสัมผัสทั้งกุ้งเด้งเผือกกรอบอร่อยสุดๆ สมกับเป็นจานแนะนำที่ติดเอาไว้ในป้ายประวัติใส่กรอบสีทองกลางร้าน แนะนำเลยว่ามาแล้วสมควรต้องสั่งครับผม

เมนูต่อมายังคงอยู่ในรายการที่ 1-10 นั่นก็คือ "เนื้อปลากระพงทอดสามรส" เป็นเนื้อปลากระพงล้วนๆเลาะมาติดหนังชุบแป้งทอดก่อนจะราดด้วยซอสพริกสามรสหวาน/เปรี้ยว/เค็มตามแบบฉบับไทยๆ เพราะมีแต่เนื้อล้วนๆจึงทำให้ทานง่ายไม่ต้องกังวลว่าจะมีก้างติดมา เมนูต่อไปตอนยกมาเสิร์ฟถึงกับต้องตั้งคำถามเลยว่าร้านขายอาหารเอากำไรหรือขายเอาบุญกุศลนั่นคือ "เนื้อสันฮ่องกง" เป็นเนื้อวัวส่วนสันนอกหมักนุ่มแล้วนำไปชุบแป้งทอดคลุกกับซอสรสเปรี้ยวหวานหอมกลิ่นเหล้าอ่อนๆสไตล์จีน ถ้าร้านอื่นเขาน่าจะเสิร์ฟแค่ 1 ชิ้นใหญ่หรือ 2 ชิ้นเล็กแต่ร้านนี้ให้มาถึง 3 ชิ้นใหญ่ซ้อนกันเต็มชาม ดูจากสายตาแล้วน่าจะน้ำหนักรวมเกือบ 500 กรัมแต่ที่ร้านขายราคาปกติแค่ 300 บาท ซึึ่งเนื้อวัวตามตลาดก็ขายราคา 300 บาทกว่าจะหมักเนื้อให้นุ่มฉ่ำทานง่ายแบบนี้อีก สั่งมาแค่จานเดียวก็คุ้มแล้วครับ

เมนูต่อมาเป็นรายการที่ 11-70 ที่สั่งได้ไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมง (แต่เราสั่งมาแค่ไม่กี่อย่างเพราะทางร้านเสิร์ฟมาปริมาณไม่แตกต่างจาก A La Carte เลยแม้แต่น้อย) เริ่มจาก "หมูผัดเปรี้ยวหวาน" เป็นหมูชุบแป้งทอดกรอบแบบเดียวกับร้านไก่ทอดชื่อดังนำไปคลุกกับซอสรสเปรี้ยวหวานเข้มข้นใส่พริกหยวกกับต้นหอมช่วยตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เมนูต่อไปคือ "เต้าหู้ทอดพริกเกลือ" เป็นเต้าหู้ถั่วเหลืองหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็กทอดกรอบๆจนมวลเบากรอบได้อย่างยาวนานผัดกับพริกสดและกระเทียมโรยด้วยต้นหอมปรุงรสให้เค็มกลมกล่อมทานได้อร่อยเพลินๆ

เมนูต่อไปเป็นอาหารจานเดียวที่รสชาติดีเกินคาดคือ "ก๊วยเตี๋ยวเนื้อฮ่องกง" เป็นเส้นใหญ่เคี้ยวหนึบหนับๆสู้ฟันผัดกับถั่วงอกกรอบๆใส่เนื้อหมักปรุงรสชาติมาเค็มอ่อนๆหอมกลิ่นกระทะเคี้ยวสนุกในทุกๆส่วนประกอบในจาน มาคู่กับซอสพริกผัดรสชาติเผ็ดหอมกลิ่นพริกคั่วกับกระเทียมกลมกล่อมช่วยเพิ่มความแซ่บให้กับจานนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าไม่ได้สั่งจานนี้แล้วอยากทานซอสพริกตัวนี้ก็สามารถสั่งได้ (ทานกับเมนูไหนก็อร่อย) ตัดรสชาติความเข้มข้นด้วยซุปเบาๆอย่าง "ซุปเยื่อไผ่กระเพาะปลาเนื้อปู" เป็นซุปใสแต่กลมกล่อมใส่เนื้อปู/ไข่ขาว/เห็ดหอมและเยื้อไผ่ รสนุ่มนวลซดง่ายๆแต่หยุดช้อนไม่ได้เพราะไหลลื่นลงคอไปเรื่อยๆจนหมดชาม ทานแล้วรู้สึกอุ่นในท้องสดชื่นดีมากๆเลยครับผม

เมนูต่อไปก็เป็นอาหารจานเดียวที่แสดงถึงฝีมือของพ่อครัวได้เป็นอย่างดีคือ "เส้นหมี่ผัดสิงคโปร์" เป็นเส้นหมี่ขาวตัดพอดีคำผัดกับกุ้ง/หมูหมักนุ่ม/ถั่วงอก/ไข่และพริกหยวกปรุงรสชาติมาเค็มกลมกล่อมหอมกลิ่นกระทะผสมกับผักและวัตถุดิบต่างๆทานได้ง่ายๆคีบเข้าปากได้เรื่อยๆ เมนูต่อไปเป็นจานที่ประทับใจสุดและอยากกลับไปทานอีกคือ "เส้นใหญ่ทอดราดหน้ากุ้งไข่" เป็นเส้นใหญ่เอาไปทอดในกระทะจนกรอบมีฟองอากาศแทรกอยู่ภายในทานกับน้ำราดหน้ากุ้งใส่ไข่รสชาติเค็มอ่อนๆหอมกลิ่นน้ำมันงากลมกล่อมเข้ากันได้อย่างสุดๆ ดูเป็นจานง่ายๆที่ใช้แค่วัตถุดิบไม่กี่อย่างแต่ทำให้อยากทานอีกเรื่อยๆ รสชาติอาหารในร้านส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกับจานนี้สมกับเป็นสูตรฮ่องกงจริงๆครับ

สำหรับใครที่เป็นสายบุฟเฟ่ต์นี่เน้นเนื้อ-หนังอยากได้ความคุ้มก็ต้องสั่งจานนี้ "หมูแดง/เป็ดย่าง/ไก่ซีอิ๊ว" จะสั่งแยกหรือรวมกันอย่างละนิดหน่อยแบบเราก็เลือกสั่งได้ เริ่มชิมจากเป็ดย่างสูตรของที่ร้านนี้เนื้อแน่นหนังฉ่ำๆกัดแล้วชั้นไขมันเป็ดออกมาผสมกับน้ำราดรสอ่อนๆช่วยดึงรสของเป็ดออกมาได้อย่างดีงาม หมูแดงย่างส่วนที่ทางร้านใช้น่าจะเป็นสันนอกเพราะค่อนข้างเหนียวแต่หนึบได้เคี้ยวแล้วค่อยๆมีรสชาติของเครื่องหมักออกมาไม่เป็นเส้นเนื้อแห้งๆแบบร้านอื่นแต่ต้องใช้กำลังในการเคี้ยวหน่อย ส่วนไก่ซีอิ๊วนี่ดีงามเกินคาดเพราะถึงแม้ว่าที่ร้านจะตัดส่วนอกมาเสิร์ฟแต่อร่อยเนื้อแน่นหนึบสู้ฟันไม่เป็นเส้นแห้งๆทานแล้วฝืดคอ หนังไก่ก็บางกรุบกรอบราดด้วยซอสซีอิ๊วผสมกะทิมีกลิ่นบางๆเข้ากันได้ดีกับเนื้อไก่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถือว่าฝีมือการต้มไก่ก็ทำได้ดีกว่าร้านข้าวมันไก่หลายเจ้าในไทยเลยครับ ซุปถ้วยต่อเป็นเป็น "ซุปข้นเสฉวน" ที่ไม่ได้เผ็ดร้อนแบบเสฉวนแต่นุ่มนวลกลมกล่อมเปรี้ยวบางๆแบบฮ่องกง แต่ถ้าใครชอบทานแบบเข้มข้นสามารถขอซอสพริกผัดกับจิ๊กโฉ่วผสมลงไปเพื่อให้ความเผ็ดเปรี้ยวสะใจมากขึ้นได้นะครับ

จานต่อไปเป็นกับข้าวทานง่ายๆแบบจีนที่อยู่ในเมนูรายการพิเศษ 1-10 อย่าง "หมูกรอบผัดเต้าหู้" เป็นหมูสามชั้นกรอบสไตล์ฮ่องกง (หนังกรอบ/ชั้นไขมันน้อย/เนื้อหมูยังคงความชุ่มฉ่ำ) ผัดกับเต้าหู้ถั่วเหลืองชุบแป้งทอด/เห็ด/แครอทและต้นหอม ปรุงรสมาเค็มกลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารฮ่องกง เมนูสุดท้ายเป็นจานสุดฮิตที่ใครไปฮ่องกงก็ต้องไปทานคือ "โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูเค็มฮ่องกง" เสิร์ฟพร้อมต้นหอม+ขิงและปาท่องโก๋หั่นเป็นชิ้นพร้อมทาน จุดเด่นของชามนี้คือเนื้อโจ๊กเนียนละเอียดหอมข้าวที่ทานแล้วเหมือนจะจืดแต่กลมกล่อมเต็มไปด้วยความอูมามิ ทานคู่กับไข่เยี่ยวม้าต้มมาสุกกำลังดีตัดด้วยหมูเต็มแห้งเส้นได้สัมผัสเดียวกับอกไก่ฉีกเส้น เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นหอม+ขิงซอยและเนื้อปาท่องโก๋ทอดเคี้ยวหนึบๆเข้ากันได้อย่างลงตัว ตอนแรกคิดว่าโจ๊กน่าจะเหมือนๆกันหมดแต่ที่นี่แตกต่างครับ

ปิดท้ายด้วยขนมหวานที่เราสามารถสั่งได้เพียงคนละ 1 เมนูมีให้เลือก 3 รายการได้แก่ "บัวลอยน้ำขิง" สูตรที่ร้านนี้เป็นแบบแป้งหนาหนึบไส้งาดำบดผัดกับน้ำตาลจนแห้งซดน้ำขิงรสหวานเผ็ดอ่อนๆเข้ากับไส้ด้านในได้เป็นอย่างดี "เฉาก๊วยผึ้งน้อย" เป็นเฉาก๊วยรูป 6 เหลี่ยมแบบรังผึ้งสัมผัสหนึบๆน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงหวานอ่อนๆใส่น้ำแข็งทานแบบเย็นๆสดชื่นดี สุดท้ายคือ "ไอศครีม" ที่ร้านใช้ของยี่ห้อ Fezt โดยเราเลือกมาชิม 2 รสชาติคือร๊อกกี้โรดและคุกกี้แอนด์ครีม สัมผัสของเนื้อไอศครีมที่นี่อัดอากาศมาระดับกลางจึงทำให้เนื้อฟูกำลังดีเข้มข้นนมกับช็อกโกแลตใส่เครื่องต่างๆกำลังดีสมกับราคาที่จำหน่ายถ้วยละ 49 บาท (ความเข้มข้นระดับปานกลาง) มีให้เลือกอีกหลายรสชาติ

ทานเสร็จแล้วก็ได้เวลาเรียกพนักงานเก็บเงินโดยวันนี้ผมยกครอบครัวมาทานกัน 5 คนจ่ายไป 2,950 บาท เป็นราคา Net. ไม่มี Vat. - Service Charge มากวนใจ รสชาติอาหารที่ร้านนี้ก็ขอบอกเลยว่าอร่อยสมกับตำนาน 23 ปี ถ้าถามว่าอาหารสูตรฮ่องกงต่างจากจีนธรรมดาตรงไหน? ได้ชิมมื้อนี้สรุปคือ "รสชาติกลมกล่อมและดึงความอร่อยของวัตถุดิบมารวมกันได้อย่างลงตัว" ในตอนแรกคิดว่าที่อาหารอร่อยน่าจะเป็นเพราะใส่ผงชูรสหนักๆแต่ไม่ใช่ เพราะไม่มีอาการคอแห้งหลังจากทานเลยแม้แต่น้อย ดีแบบได้คะแนนความอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเลยครับ 🌟🌟🌟🌟🌟


ก่อนกลับสอบถามทางร้านเรื่องปริมาณอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เสิร์ฟในแต่ละจานเยอะมากๆไม่ต่างจาก A La Carte ก็ได้ความมาว่าถ้ามา 4 คนขึ้นไปทางร้านจะเสิร์ฟให้เป็นขนาดปกติแต่ถ้ามาน้อยกว่านั้นทางร้านจะลดปริมาณลงให้เพื่อที่ลูกค้ามาจะได้ทานอย่างหลากหลาย หรือถ้ามากันเยอะแต่อยากทานหลายอย่างมากกว่านี้สามารถขอให้ทางร้านลดลงได้ แต่ต้องบอกก่อนที่อาหารจะมาเสิร์ฟที่โต๊ะนะครับ (ถ้าเสิร์ฟแล้วขอคืนเพราะทานไม่หมดทางร้านปรับจริงครับ)

พิกัด : เลขที่ 100 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. โทร. 02-077-7666

Facebook : https://www.facebook.com/HoHoKitchen

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 377 ครั้ง0 ความคิดเห็น