ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวร้านหม้อไฟสุดฮิต Hai Di Lao สาขา CTW จองตอน 5 โมงเย็นได้กินอีกทีเกือบ 3 ทุ่มแต่เปิดยาวยันตี 3 !

อัพเดตเมื่อ: 2 วันที่แล้ว



เดินวนอยู่แถว Central World หลายวันแล้วว่าจะเข้าไปทานดีไหมนะ ? เพราะตอนนี้ร้านหม้อไฟหมาล่าสุดฮิตจากประเทศจีน Hai Di Lao เขาเปิดให้บริการที่ชั้น 7 ตั้งแต่เปิดร้านมามีคนมาต่อคิวเพื่อรอทานกันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะตอนที่พีคสุดคือคิวเต็มเดินไปหน้าร้านหลังเวลา 14.00 ไม่มีสิทธิ์ได้ทาน ได้จนต้องขยายเวลาเปิดและปิดร้านเป็น 10.00 - 03.00 น. วันที่ผมไปเป็นเวลาเกือบ 17.00 น. ลองเข้าไปต่อคิวสักหน่อย ได้คิวที่ 289 ตอนนี้ 228 ต้องรออีก 61 คิว แต่มีความสะดวกคือในใบหมายเลขรอคิวมี QR Code สามารถสแกนเพื่อดูได้ว่าใกล้ถึงคิวเรายัง แต่ส่วนตัวแล้วชอบจองผ่านแอป QueQ มากกว่าเพราะพอใกล้ถึงคิวจะมีการแจ้งเตือน แต่ระบบที่ทางร้านใช้ ต้องคอยกดรีเฟรชบนมือถือเพื่อดูความคืบหน้าแบบรัวๆ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ระหว่างนี้จะไปเดินเล่นชิลล์ๆในห้าง หรือว่าจะนั่งรอที่หน้าร้าน ที่นี่เขาก็ขึ้นชื่อเรื่องการอำนวยความสะดวกสบายระหว่างรอคิวหลายอย่าง มีอะไรไปดูกันครับ

มีคนทั้งยืนและนั่งรอกันเต็มหน้าร้าน ทำเอาร้านอาหารอื่นๆแถวนี้ดูเงียบเหงาไปทันที โต๊ะกลมหน้าร้านมีขนมถุงและน้ำเปล่าวางเป็นเหยือกเอาไว้ให้เรียงเป็นทางยาว สามารถหยิบขนมและทานน้ำได้เรื่อยๆ แต่ความอลังการไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ ยังมีบริการอื่นๆรออยู่ภายในร้านให้เราได้เพลิดเพลินกันอีกเพียบเลย เข้าไปนั่งไปด้านในด้วยกันครับ

สำหรับสาวๆที่อ่านรีวิวของคนอื่นมาก่อนหน้า แล้วหวังว่าจะได้มาทำเล็บฟรีที่ร้านนี้ ต้องรีบมารับบัตรคิวหน่อยนะครับ เพราะตอนที่ผมมาถึงแม้ว่าบัตรคิวจะหมดแล้วแต่ก็มีคนมาต่อคิวทำเล็บเรื่อยๆ เหมือนจำกัดจำนวนในแต่ละวัน ส่วนใครที่กำลังหิวก็ไม่ต้องโมโหเพราะมีขนมขบเคี้ยว/น้ำผลไม้(น้ำส้มและน้ำมะม่วงสุดหวานและเปรี้ยวจี๊ด ต้องผสมน้ำเปล่าลงไปอีกหน่อยก่อนดื่ม)และไอศครีมมีให้ทานถึง 3 รสคือวนิลา-สตรอเบอรี่-มะนาว เนื้อเบาๆรสหวานกำลังดีทานได้เพลินๆ แต่อยากเตือนคนที่พาลูกๆหลานๆมาที่ร้านนี้ เวลาหยิบขนมขบเคี้ยวทานเล่นให้ใช้กระบวยของทางร้านไม่ใช่เอามือเปล่าหยิบลงไปโดยตรงนะครับ ระหว่างนั่งรอคิวเห็นเด็กบางคนทำอยู่ดูไม่น่ารัก ฝากด้วยนะครับ

ส่วนใครที่อยากจะใช้บริการเก้าอี้นวดที่ร้านมีให้นั่งแค่ตัวเดียวนะครับ และที่สำคัญไม่ได้จับเวลาในการนั่ง เลยมีบางคนนั่งแช่ยาว ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบระบบแบบนี้เท่าไหร่ น่าจะมีพนักงานคอยจับเวลาเพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างทั่วถึง ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ปรับปรุงหรือยัง ใครอยากใช้บริการเก้าอี้นวดก็ต้องไวหน่อยครับ นอกจากนี้ยังมีบริการขัดรองเท้าให้ฟรี โดยพนักงานจะย้ายที่นั่งขัดไปเรื่อยๆ ใครใส่รองเท้าผ้าใบมาก็สามารถขอรับบริการได้ครับผม ตอนนี้ถึงคิวของเราแล้ว รอตั้งแต่ 17.00 น. ได้เข้าร้านจริงๆ 21.00 น. ภายในร้านกว้างมาก แต่โซนที่เปิดให้บริการจริงมีแค่ส่วนเดียวเท่านั้น ถ้าเปิดทั้งร้านจริงๆคิดว่าน่าจะระบายลูกค้าได้เร็วกว่านี้ แต่อาจเป็นเพราะพนักงานมีไม่พอเลยเปิดแค่นี้ก็เป็นได้ โต๊ะในร้านเป็นแบบโซฟานั่งได้ 4 คนเรียงยาวไปตลอด นั่งเต็มก้นถูกใจคนตัวใหญ่แบบผมมากครับ

การบริการหน้าร้านที่มีหลากหลายแล้ว เข้ามาในร้านก็ยังไม่จบ ทางร้านแจกซองซิปล๊อกสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือ/กระดาษเปียกสำหรับเช็ดแว่น / แนะนำจุด Wireless Charger สำหรับใครที่มีมือถือรองรับระบบนี้ สามารถวางบนโต๊ะเพื่อชาร์ฟไฟได้ทันที / ผ้าเย็นหอมๆออกจากตู้เย็นใหม่ๆ เช็ดตัวให้สดชื่นก่อนจะเริ่มทานบุฟเฟ่ต์ และยังแนะนำวิธีการใช้ Tablet ในการสั่งอาหาร อยากทานเมนูอะไรก็กดจิ้มจากที่โต๊ะได้เลยคล้ายๆ MK สะดวกมากครับ

ระหว่างรออาหารต่างๆมาเสิร์ฟที่โต๊ะก็เดินมาสำรวจไลน์อาหารและน้ำจิ้มที่เราสามารถมาตักได้ จ่ายเพียงคนละ 45 บาท ตักได้ทั้งผลไม้สด(แก้วมังกร / ส้มเขียวหวาน / แอปเปิ้ล) / ส้มตำ / สลัดข้าวโพด / สลัดผักดองสไตล์จีน / โจ๊กข้าวโพด / ถั่วเขียวต้มน้ำตาล / หมูรวนห้ารส / พริกสด / ผักชี / น้ำจิ้มเต้าหู้นิ่ม / เต้าซี่ปรุงรส /น้ำมันงาสกัด / ถั่วลิสงบด / งาขาวคั่ว / พริกไทยเสฉวน / เกลือ / ซีอิ๊ว / น้ำจิ้มสุกี้ / น้ำจิ้มงาขาว / ซอสเปรี้ยว / ซอสพริกผัด / ซอสบาร์บีคิว / ซอสเห็ด / ซอสเต้าหู้ยี้ / ซอสหอยนางรม / น้ำตาล / น้ำจิ้มซีฟู๊ด / น้ำมันพริก / กระเทียมเจียว / น้ำมะนาว / กระเทียมบด มาปรุงรสได้เองตามสูตรของทางร้าน (มีสูตรน้ำจิ้มเขียนไว้หลังไลน์อาหารเต็มไปหมด ถ้าใครปรุงรสน้ำจิ้มไม่เป็น สามารถขอความช่วยเหลือจากน้องพนักงาน ให้ช่วยปรุงรสน้ำจิ้มแต่ละสูตรให้เราได้นะครับ

น้ำซุปที่เราสั่งไปมาเสิร์ฟแล้ว (สั่งเป็นแบบ 4 ช่องเพราะจะได้ราคาถูกว่าแบบ 2 ช่องหรือแค่ช่องเดียว) เริ่มจากหม้อไฟน้ำซุปหมาล่าแบบมีกากพริก เบสเป็นซุปเนื้อรสชาติเค็มกลมกล่อม เผ็ดแสบชาลิ้นค่อนข้างรุนแรงโดนใจ แต่ใส่น้ำมันพริกมาให้เยอะเกินไปหน่อย ราคา 110 บาท หม้อไฟน้ำซุปสามสหาย ไม่แน่ใจว่าซุปใส่กระดูกอะไรลงไปต้มบ้างจนสีขาวขุ่น รสชาติเค็มกลมกล่อม ราคา 55 บาท หม้อไฟน้ำซุปเห็ดหอมกลิ่นเห็ดหอม/ซีอิ๊ว/หวานพุทราจีนแห้ง ราคา 55 บาทอีกช่องสั่งเป็นน้ำเปล่าเลยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวม 220 บาท ส่วนเครื่องดื่มที่ร้านมีเป็นแบบรีฟีลแค่คนละ 30 บาท สั่งได้ทั้งน้ำฟักเขียว/น้ำใบเตย/น้ำเปล่า/ชาเขียว มีตู้สำหรับเติมน้ำและซุปกระจายอยู่ทั่วร้าน หมดก็กดเติมได้อย่างรวดเร็ว และอยู่ดีๆพนักงานก็นำหมูรวน 5 รส(รสชาติเหมือนหมูสับที่ต้มและรีดน้ำออกจนหมด) ใส่มากับต้นหอมซอยวางไว้ให้ที่โต๊ะ เดี๋ยวมาดูกันว่าเขาจะทำอะไรให้เราทาน และสุดท้ายกลัวว่าในรีวิวนี้คนที่เข้ามาอ่านจะได้รับข้อมูลเมนูอาหารและราคาไม่ครบถ้วน เลยขอเมนูฉบับเต็มมาให้ทุกคนได้ดูกัน ซูมดูกันได้ตามใจเลยนะครับ

วันนี้สั่งเป็นน้ำฟักเขียวและน้ำใบเตยรสหวานหอม น้ำแข็งเป็นแบบเม็ดเล็กๆเคี้ยวกรุบกรอบดื่มแล้วสดชื่นดี น้ำจิ้มก็เดินไปตักมาเองทั้งน้ำจิ้มสูตรไต้หวัน จับซอสพริกผัดผสมกับซอสเปรี้ยวเติมพริกสด/กระเทียม/ผักชีเพิ่มความหอมและแซ่บ รสเปรี้ยวเผ็ดลดความเลี่ยนจากเนื้อได้ดี น้ำจิ้มสูตรงา นำซอสงาผสมกับพริกสด/กระเทียม/ผักชี ได้ความเข้มจ้นหวานมันตัดรสเผ็ดนิดๆทานได้เรื่อยๆ น้ำจิ้มสูครเต้าหู้นิ่มเป็นแบบน้ำพริกผัดหอมกลิ่นพริกและน้ำมันงา สุดท้ายเป็นน้ำจิ้มสุกี้สูตรหวานอมเปรี้ยวรสชาติกลมกล่อมแบบที่เราคุ้นเคย ทานกับเนื้อหรือผักก็ดีงามตามท้องเรื่อง

พนักงานนำซุปสามสหายราดลงบนหมูรวน 5 รสและต้นหอมซอยกลายเป็นซุปหอมกลิ่นกระดูกและได้เคี้ยวเนื้อหมูรสกลมกล่อม ซดได้เพลินๆดีครับ เนื้อสัตว์จานแรกคือ เนื้อติดมันสไตล์ราคา 240 บาท เนื้อวัวแบบ US แองกัสแทรกไขมันสวยงาม รสชาติเนื้อเข้มข้น ลวกพอสุกในซุปอะไรก็นุ่มอร่อยโดนใจคนรักเนื้อแบบเราสุดๆ จานถัดมาคือหมูสามชั้นสไลด์ราคา 130 บาท สามชั้นแทบจะเป็นมันล้วนแทรกเนื้อสีชมพูสวยงาม ไม่ติดหนังแข็งเคี้ยวนุ่มทุกๆคำ เส้นมันเทศราคา 39 บาท มีความเหนียวนุ่มคล้ายวุ้นเส้นเกาหลี ทานคู่กับเนื้อลวกนุ่มๆ เข้ากันได้ดีแบบสุดๆเลยครับ

ตามมาด้วยคอหมูสไลด์ราคา 130 บาท หมูส่วนคอแทรกไขมันละเอียดแบบลายหินอ่อน สไลด์มาบางจึงทำให้นุ่มเป็นพิเศษ (นุ่มที่สุดในบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหมดที่ผ่านมา) ใครที่ชอบทานเนื้อนุ่มๆแบบไม่ต้องหมักแนะนำให้สั่งเลยครับ เมนูผัก 3 อย่างทั้งหัวไชเท้าราคา 54 บาท มันฝรั่ง 31 บาท และมันเทศจีนราคา 39 บาท อย่างสุดท้ายนี่ชอบสุด เป็นมันที่หน้าตาคล้ายมันแกวแต่มีความหอมหวานเนียวหนึบสู้ฟัน ไม่เคยทานมันสัมผัสแบบนี้มาก่อน ดีมากครับ

สุดท้ายคือยำเส้นเปรี้ยวเผ็ด เส้นมันเทศจีนเส้นเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ ยำใส่พริกป่น /น้ำส้มสายชู /ซีอิ๊ว /ถั่วลิสงบด/ต้นหอมไทยซอย/ต้นหอมญี่ปุ่นซอย/ถั่วลิสงคั่ว ได้ทั้งความเผ็ด/เปรี้ยวแซ่บ/มันถั่วลิสงในทุกๆคำ ในราคา 54 บาท สุดท้ายนี้ก็อร่อยกับเนื้อสัตว์ลวกในน้ำซุปรสชาติต่างๆเปลี่ยนรสชาติไปเรื่อยๆ ภายในหม้อยังมีช่องพิเศษเอาไว้ลวกเนื้อแยกกับเครื่องหมาล่าโดยเฉพาะ วัตถุดิบคุณภาพดีการบริการดูเอาใจใส่ ไม่แปลกใจที่ลูกค้าจะเต็มร้านครับ

มีอีกเมนูนึงที่เป็น Highlight ของที่นี่นั่นคือเส้นนุ่มกังฟูราคาแค่ 30 บาท คุณจะได้ดูโชว์จากน้องพนักงานที่จะเข้ามาดึงเส้นสดโชว์ให้เราดูกันต่อหน้า จากแป้งเส้นเล็กๆค่อยๆยืดยาวขึ้นตามแรงดึงและแรงโน้มถ่วงของโลก จากนั้นก็จะหย่อนเส้นบะหมี่สดลงในซุปที่เราเลือกทันที ต้มจนสุกใสจะได้เส้นแป้งหนานุ่มเคี้ยวหนึบ คุ้มค่าสุดๆเลยครับ

นั่งทานไปเรื่อยๆจนถึงเวลา 23.00 เป็นโชว์รอบสุดท้ายของระบำเปลี่ยนหน้ากาก นักแสดงชาวจีนมาพร้อมกับลำโพงส่วนตัว เปิดเพลงบรรเลงแบบจีน รำกับพัดแล้วถอดหน้ากากเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าสุดท้ายเป็นการจบโชว์เพลินๆดี ไม่ต้องเสียเงินไปดูโชว์ราคาแพง การแสดงมีเป็นรอบๆ ใครอยากดูก็สอบถามกับพนักงานก่อนนะครับ

สุดท้ายไปตักผลไม้อย่างแอปเปิ้ลมาทาน เนื้อหวานกรอบฉ่ำแช่มาเย็นๆทานได้สดชื่น (ส่วนผลไม่อื่นๆไม่ได้ลองชิม) และสั่งหมั่นโถวทอดราคา 82 บาท แป้งหมั่นโถวกรอบหอนนุ่มฟูด้านใน มีรสหวานอ่อนๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ ทานคู่กับนมข้นหวานเพิ่มความหวานมัน อร่อยเข้ากันสุดๆเลยครับ ก่อนหน้านี้น้องพนักงานเดินมาถามว่าเราเป็นนักรีวิวใช่ไหม มาจากเพจอะไร และขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สุดท้ายมาพร้อมกับไอศครีม(จากไอศครีมฟรีหน้าร้าน) คำขอบคุณพร้อมรูปที่ถ่ายไปใส่กรอบให้เราเก็บกลับบ้านเป็นที่ระลึก ยังให้ส่วนลดค่าน้ำรีฟีลและค่าซอสให้โต๊ะเราอีกด้วยครับ

มื้อนี้เรามากัน 3 คนจ่ายไปทั้งหมด 1,226 บาท ราคาจริง 1,053 บาท(ไม่รวมค่าน้ำรีฟีลและค่าซอส) เมื่อรวม Vat. 7% แล้วจึงได้ราคารวมข้างต้น ถ้ารวมราคาเต็มแล้วจะอยู่ที่ 1,278+ บาท ตกคนละ 456 บาท ถือว่าราคาไม่แพงนัก ได้ทานชาบูหมาล่าแท้ๆที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ได้รับการบริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ไม่เหมือนกับร้านอาหารในไทยหลายร้าน ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจและรู้สึกได้รับประสบการณ์ใหม่ ไม่แปลกใจเลยที่คนแห่มาทานกันที่ร้านเยอะ เมื่อจ่ายเงินแล้วกำลังจะกลับเป็นเวลา 23.00 น. ตอนนี้แทบจะไม่มีคนรอคิวที่หน้าร้านแล้ว ถ้าใครคิดว่าอยากมาทานที่ร้าน Hai Di Lao แต่ไม่อยากรอนานๆแนะนำว่าให้มาหลัง 5 ทุ่มเลย อย่างที่บอกแล้วว่าร้านเปิดยาวถึงตี 3 ใครที่เป็นสายกินดึกรับรองว่าจะต้องถูกใจร้านนี้อย่างแน่นอน สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นร้านชาบูหมาล่าอีกร้านที่ชอบ แต่รอให้กระแสลดลงกว่านี้คงมาทานบ่อยกว่าเดิม รับคะแนนความอร่อยและคุ้มไป 5 ดาวเต็ม 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : Central World ชั้น 7 เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. 10330

เปิดทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00 - 03.00 น.

โทร. 02-255-0305 ถึง 6 และ 02-255-0310 ถึง 11 (โทรไปไม่เคยติดสักเบอร์)

Facebook : https://www.facebook.com/haidilaothailand/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 98,519 ครั้ง0 ความคิดเห็น