ค้นหา
  • Food Addicts - เสพติดการกิน

รีวิว "Café Smith" ร้านสไตล์ Loft & Vintage เสิร์ฟอาหารไทยและฝรั่งรสชาติสุดจัดจ้าน ตั้งอยู่บนถนนสีลม



ถ้าพูดถึง "สีลม" นอกจากจะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำ/แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและสถานบันเทิงยามราตรีอันเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลกอยู่แล้ว สำหรับสายกินตัวยงนั้นมักจะทราบกันดีว่าแถวนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังอีกมากมายซึ่งส่วนใหญ่เปิดเอาใจชาวออฟฟิศชวนให้นั่งดื่มและสังสรรค์กันแบบชิลๆหลังเลิกงาน โดยวันนี้แฟนผมชวนมาชิมร้านคาเฟ่เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่บรรยากาศสวยงามตั้งอยู่บนตึกหน้าปากซอยสีลม 4 ติดกับ Sunrise Taco นั่นก็คือ "Café Smith" มีจุดเด่นตรงอาหารไทย-ยุโรปราคาไม่แพงพร้อมเครื่องดื่มเย็นสดชื่นกับเมนูยำรสชาติสุดจัดจ้านที่ใช้เฉพาะซีฟู้ดตัวใหญ่สดใหม่ วิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้ปักหมุดแล้วขับตามแผนที่บนมือถือสามารถหาที่จอดได้ตามตึกของห้างสรรพสินค้าหรือสำนักงานโดยรอบ (มีอัตราค่าเฝ้าและเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป) ถ้าใช้บริการขนส่งสาธารณะลง BTS สถานีศาลาแดงหรือ MRT สีลมเดินอีกประมาณ 100-400 เมตรจะพบตึกสูงริมถนนพร้อมป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่เห็นเด่นชัดแบบนี้แสดงว่ามาถูกแล้วครับ

เปิดประตูเข้ามาภายในร้านจะพบกับการตกแต่งสุดสวยงามอลังการสไตล์ Loft & Vintage ซึ่งทุกๆมุมเต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะจากทวีปยุโรปแบบย้อนยุคตามแนวคิดที่ว่า "Bistro Bar & Cafe" ต้นกำเนิดมาจากกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสเน้นบรรยากาศชวนนั่งสบายๆสำหรับพูดคุยพบปะสังสรรค์พร้อมเสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่มเน้นกินง่ายไม่เป็นทางการมากนักแต่ก็มีการปรับเมนูบางรายการให้เข้ากับวิถีลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆได้แก่ 1. โซนรับประทานอาหารสำหรับเพื่อนหรือครอบครัวกลุ่มใหญ่ชั้นล่างสุดเน้นโต๊ะมั่นคงแข็งแรงนั่งสบายพร้อมเคาน์เตอร์แคชเชียร์สำหรับสั่งกลับบ้าน-จ่ายเงินทันทีในชั่วโมงเร่งด่วน 2. โซนคาเฟ่ชั้นลอยด้านบนไว้นั่งชมบาริสต้าชงกาแฟสดพร้อมเสพกลิ่นคั่วบดหอมกรุ่นอันเย้ายวนและนั่งถ่ายรูปสวยๆอวดเพื่อนลงโซเชียล โดยจำลองข้างในทั้งหมดให้เหมือนคฤหาสน์หลังเก่าโชว์ผนังปูนเปลือยผุพังจนเห็นอิฐแดงผสานกรอบรูป-โคมไฟคริสตัลห้อยระย้าสุดหรูหราพร้อมเฟอร์นิเจอร์และพื้นไม้สีเข้มคุมโทนดูอบอุ่น-ผ่อนคลายราวกับได้หลุดไปอยู่อีกมิติอันแสนสงบดีครับ

เดินขึ้นมาชั้นสองซึ่งมีบันไดซ่อนอยู่หลังประตูไม้แกะสลักตรงหน้าเคาน์เตอร์บาริสต้าบริเวณชั้นลอยเป็นจุดที่นักรีวิวหลายเพจได้ถ่ายรูปกันก่อนหน้านี้มากมาย ให้อารมณ์เหมือนเป็นห้องลับโดยได้รวบรวมเฟอร์นิเจอร์/ของประดับตกแต่งและงานศิลปะอันสวยงามเอาไว้หลายชิ้นคล้ายโกดังสมบัติเก่า แต่ก็มีการจัดเป็นมุมต่างๆให้ดูเรียบร้อยยิ่งขึ้นด้วยโต๊ะ-โซฟาสไตล์ Vintage ย้อนยุคพร้อมผนังปูนถูกทาสีจนลอกกับฝ้าที่เปิดให้เห็นโครงสร้างภายในแบบ Loft อันเข้ากันได้อย่างลงตัว บรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงจากธรรมชาติที่สอดส่องจากกระจกขนาดใหญ่ตรงระเบียงผสานโคมไฟห้อยระย้าดวงสีส้มชวนให้อยากนั่งชิลนานๆ เหมาะสำหรับลูกค้าที่อยากได้พื้นที่ค่อนข้างสงบเพื่อทำงานพูดคุยประชุมกลุ่มเล็กหรือเหมาจัดเลี้ยงไปจนถึงสัมมนาขนาดใหญ่ก็สามารถติดต่อจองกับทางร้านได้ล่วงหน้า โดยปกติจะไม่เปิดให้บริการเพราะน้องพนักงานมีจำนวนน้อยทำให้ดูแลได้ไม่ค่อยทั่วถึงแต่ถ้าอยากขึ้นมาก็สามารถบอกได้ตลอดเวลา สำหรับเล่มเมนูที่ "Café Smith" จะมีรายการอาหารอะไรอร่อยๆให้เราทานบ้างนั้นไปชมพร้อมกันเลยครับผม

หน้าแรกเต็มไปด้วยอาหารจานเดียวกับเมนูทานเล่นง่ายๆสไตล์ร้านคาเฟ่หลากหลายรายการทั้งสัญชาติไทยและยุโรปมาเริ่มต้นกันที่ สปาเกตตี้ซอสเพสโตแซลมอน 290 บาท/สปาเกตตี้ซอสเพสโตเบคอน 200 บาท/สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล 220 บาท/สปาเกตตี้คาโบนาร่าและเบคอน 200 บาท/สปาเกตตี้แซลมอนพริกแห้ง 290 บาท/สปาเกตตี้เบคอนพริกแห้ง 200 บาท/ผัดหมี่กระเฉดกุ้งสด 200 บาท/ขนมจีนน้ำยาปู 190 บาท/หอยนางรมทรงเครื่อง 5,10 ตัว 390-690 บาท/ข้าวผัดปลาแซลมอน 180 บาท/ข้าวผัดหมูแดดเดียว 140 บาท/ข้าวกะเพราหมูตุ๋นและไข่ดาว 140 บาท/แซลมอนแล่ซาชิมิ 320 บาท/ผัดไทยเจ 120 บาท/ผัดไทยไก่ 140 บาท/ผัดไทยกุ้งสด 190 บาท/ซีซ่าส์สลัดไก่ 240 บาท/ข้าวกะเพราไก่และไข่ดาว 120 บาท/ขนมจีนผัดขี้เมาไก่ 140 บาท/หอยเชลล์อบชีส 240 บาท/ข้าวผัดไก่ 120 บาท/ข้าวผัดกุ้ง 150 บาท/ชีสสติ๊ก 160 บาท/คางกุ้งทอดสมุนไพร 120 บาท/ปลาหมึกคารามาเร่ 180 บาท/กุ้งกระเบื้อง 240 บาท/ปีกไก่ทอดเกลือไซส์ S,M 120-160 บาท/เฟรนซ์ฟราย 100 บาท/ลาบหมูทอด 220 บาท/ขาหมูเยอรมัน 450 บาท ขนมหวานมีสองรายการคือสละลอยแก้ว 55 บาทกับท้าวทองกีบม้า 120 บาท ส่วนหน้าหลังเป็น Signature อีกอย่างของทางร้านนั่นก็คือยำต่างๆราคาตั้งแต่ 150-690 บาทขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เลือกโดยเราสามารถเลือกระดับความเผ็ด,ใส่ปลาร้าหรือไม่และถ้าแพ้อาหารทะเลตัวไหนก็ปรับเปลี่ยนได้ตามใจครับ

เล่มต่อไปเป็นรายการอาหารจานเดียวโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะมื้อเที่ยงสั่งได้ทุกวันเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. ราคาเดียวเพียง 99 บาททุกเมนูทั้ง ผัดไทยไก่/ข้าวกะเพราหมูตุ๋นไข่ดาว/ข้าวผัดไก่/ข้าวผัดแซลมอน/ข้าวผัดกุ้ง/ข้าวผัดหมูแดดเดียว/ข้าวไข่ข้นกุ้ง/ข้าวไข่ข้นเบคอน/สปาเกตตี้ซอสเพสโต้เบคอน/เส้นขนมจีนผัดขี้เมาไก่/สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าเบคอนและฟรีน้ำดื่มอีก 1 ขวด (ปกติจานละ 120-200 บาท) ตามมาด้วยเมนูเครื่องดื่มต่างๆซึ่งทางร้านเขียน/วาดรูปด้วยมือของตัวเองแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลักทั้งร้อน,เย็นได้แก่ 1. Coffee หรือกาแฟสดพื้นฐานอย่างเอสเปรสโซ่,อเมริกาโน่,คาปูชิโน่,ลาเต้,ม็อคค่า,คาราเมลมัคคิอาโต้ราคาแก้วละ 55-80 บาท 2. Non Coffee หรือเครื่องดื่มที่นอกเหนือจากกาแฟสดมีทั้งชาไทย,ชาเขียวมัทฉะลาเต้,ช็อกโกแลต,โกโก้,ชามะนาวราคาแก้วละ 65-85 บาท 3. Soda & Tea รวม 5 เมนูมีชาดำเลมอน,ชาดำสตรอว์เบอร์รี่,อิตาเลียนโซดาเย็นซ่ารสสตรอว์เบอรรี่,เลมอนและม๊อกเทล Pina Colada (สับปะรดผสมกับน้ำกะทิ) ราคาแก้วละ 75 บาท 4. Signature เมื่อแวะมาที่ "Café Smith" แล้วต้องสั่งรวม 5 เมนูนั่นคืออเมริกาโน่ยูสุ,อเมริกาโน่น้ำมะพร้าว,อินทผาลัมลาเต้,อเมริกาโน่ส้มและมิซซิสสมิทธิ์ราคาแก้วละ 90-120 บาท จัดการสั่งทุกอย่างที่อยากกินให้เรียบร้อยแล้วรออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะกันเลยครับ

จานแรกยกมาเสิร์ฟเป็นเมนูชุดใหญ่ให้ปริมาณจัดเต็มเกินราคาสุดๆอย่าง "ขนมจีนน้ำยาปู" 190 บาท ประกอบไปด้วยเส้นขนมจีนสด/ถั่วฝักยาวซอยละเอียด/กะหล่ำปลีซอยเส้นเล็กจัดใส่ลงถาดเรียงเป็นคำๆดูสวยงามเรียบร้อย พร้อมน้ำยาปูสูตรปักษ์ใต้ขนานแท้มีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพรไทยขึ้นจมูกปรุงรสชาติเข้มข้นแต่กลมกล่อมลงตัวความเผ็ดร้อนอยู่ในระดับปานกลางซึ่งคนกรุงเทพสามารถทานได้สบายๆ ภายในถ้วยเต็มไปด้วยเนื้อปูล้วนให้สัมผัสเหนียวข้นแทนปลาจากสูตรปกติทั้งส่วนอก,ก้าม,กรรเชียงตักตรงส่วนไหนก็พบเจอแบบเน้นๆ สำหรับวิธีการกินนั้นเพียงจับวัตถุดิบทุกๆอย่างวางลงบนจานแยกของตัวเองเสร็จแล้วคลุกเคล้าผสมให้เข้ากันก่อนรับประทานและหากรู้สึกว่ายังเผ็ดแซ่บไม่โดนใจพออีกเขามีพริกแห้งทอดกรอบรวมอยู่ในชุดด้วย โดยรวมถือว่าคุ้มค่าทั้งปริมาณ-คุณภาพสมราคาเมื่อเทียบกับสถานที่ตั้งใจกลางย่านสีลมแบบนี้แนะนำว่ามาถึงร้าน "Café Smith" แล้วเป็นอีกเมนูที่ห้ามพลาดครับ

ตามมาด้วยอาหารทานเล่นรสชาติจัดจ้านสไตล์ไทยอย่าง "ลาบหมูทอด" ราคา 220 บาท เป็นหมูสับปั้นก้อนซึ่งเอาไปคลุกกับเครื่องลาบตำรับอีสานแท้ๆทั้งพริกป่น,ข้าวคั่ว,ผักชีฝรั่ง,ใบสะระแหน่,น้ำปลาและน้ำมะนาวเคล้าให้เข้ากันก่อนจับลงทอดในน้ำมันร้อนจัดจนได้ลาบหมูทอดเค็มนำเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อมก้อนสีน้ำตาลกลมสวยงาม ท็อบปิ้งโรยหน้าเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบหอมเครื่องสมุนไพรอีกขั้นด้วยหอมแดงเจียว/พริกแห้งทอด/ใบมะกรูดทอดแบบล้นเต็มจานกินเคียงพร้อมผักสดทั้งถั่วฝักยาว/ยอดสะระแหน่และกะหล่ำปลีสดใหม่เข้ากันได้เป็นอย่างดี จานต่อไปเป็นเมนูสไตล์จีนที่อร่อยได้ทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่คือ "กุ้งกระเบื้อง" ราคา 240 บาท ทำจากเนื้อกุ้งบดผสมมันหมูเพิ่มรากผักชี/กระเทียม/พริกไทยวางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะเป็นชั้นหนาทอดจนกรอบนอกมีเนื้อสัมผัสเด้งด้านใน เสิร์ฟเรียงใส่ถาดไม้อย่างสวยงามพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยรสชาติหวานอมเปรี้ยวเคี่ยวจนข้นหนืดช่วยตัดเลี่ยนหอมกลิ่นบ๊วยสดชื่น เหมาะสำหรับสั่งมาทานเล่นระหว่างนั่งทำงานประชุมหรือสมาชิกร่วมโต๊ะที่ไม่ทานเผ็ดก็อร่อยกับเมนูนี้ได้อย่างสบายใจครับ

สำหรับใครที่เป็นสายปลาส้มตัวยงทางร้านเขามีให้บริการเป็นเมนู "แซลมอนซาชิมิ" ราคา 320 บาท ซึ่งใช้เกรดแอตแลนติกชั้นไขมันแทรกน้อยแต่รสชาติเข้มข้นจึงกินแล้วไม่รู้สึกเลี่ยนเร็วแล่เสิร์ฟชิ้นหนาขนาดพอดีคำม้วนรวมกันเป็นดอกไม้เรียงใส่จานอย่างสวยงาม รองด้านล่างด้วยหัวไชเท้า/แครอทซอยเป็นเส้นกับต้นตั้งโอ๋ให้สีสันดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นพร้อมวาซาบิและซอสโชยุครบเครื่องตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ สำหรับวิธีการกินเพียงแตะวาซาบิวางลงบนเนื้อปลาเพียงเล็กน้อยก่อนจิ้มโชยุได้ความเค็มกลมกล่อมเผ็ดฉุนขึ้นจมูกสดชื่นทานเท่าไหร่ก็ไม่พอ เมนูต่อไปนั่นก็คืออีกจานซึ่งเป็น Signature ของทางร้านอย่าง "Café Smith Yum" เริ่มต้นกันด้วย "ยำปูม้า" ราคา 260 บาท คัดเลือกมาเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษมีไข่สีส้มแบบเน้นๆเนื้อสดหวานใสแจ๋วถึงสามตัวคลุกเคล้ากับน้ำยำสูตรเฉพาะ โดยเราสามารถสั่งแบบดิบ-สุก/ใส่ปลาร้า-ไม่ใส่ปลาร้า/เผ็ดน้อย-เผ็ดมากได้ตามใจ ซอสยำมีพื้นฐานจากน้ำตาลเคี่ยวผสมมะนาวน้ำสดตัดกับน้ำปลาพอกลมกล่อมเพิ่มปลาร้าต้มเองกลิ่นหอมนัวเฉพาะตัวไม่เหมือนใครลงไปพร้อมกระเทียมสไลด์บางเฉียบและมะเขือเทศราชินีผ่าครึ่งคลุกกับปูม้าสดจนซึมเข้าเนื้อทุกๆอณูอร่อยแซ่บหยุดดูดเนื้อไม่ได้เลยครับ

สายปลาส้มตัวจริงนอกจากซาชิมิแล่บางทานกับโชยุ-วาซาบิสไตล์ญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีเมนูรสชาติสุดแซ่บแบบไทยๆให้สั่งอย่าง "ยำแซลมอน" ราคา 320 บาท จัดเสิร์ฟโดยม้วนให้เป็นทรงคล้ายดอกกุหลาบสวยงามวางตรงกลางของจานเป็นแนวยาวก่อนจะราดด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะของทางร้านซึ่งจานนี้เราเลือกเป็นแบบใส่ปลาร้าอีกเช่นเคย เพิ่มผักลงไปคลุกในซอสเพิ่มอีก 3 อย่างทั้ง 1. หอมแดงหรือหอมแขกซอยบางๆเพิ่มความฉุน 2. ผักชีฝรั่งหรือผักชีใบเลื่อยหั่นท่อนมีกลิ่นหอมอ่อนเฉพาะตัว และ 3. ยอดมะพร้าวอ่อนหั่นเป็นแท่งเหมือนเฟรนซ์ฟรายส์ให้ความหวานหอมกรุบกรอบเข้ากับเนื้อปลาแซลมอนนุ่มๆเด้งหนึบหนับชวนเคี้ยวสู้ฟันได้เป็นอย่างดี พักความเผ็ดแสบร้อนกระแทกลิ้นด้วยอาหารทานเล่นกินง่ายสไตล์ยุโรปฟิวชั่นนั่นก็คือ "ชีสสติ๊ก" ราคา 160 บาท แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะห่อหุ้มมอสซาเรลล่าชีสแท่งเหนียวหนึบให้สัมผัสเหมือนหมากฝรั่งรสชาติเค็มหอมนมอ่อนๆอัดแน่นพันเป็นแท่งทรงสูงจับลงทอดในน้ำมันร้อนเดือดจนด้านนอกสุกกรอบสีเหลืองทองจัดเสิร์ฟลงในตะกร้าไม้สานจิ๋ว ตัดความเลี่ยนไขมันและช่วยให้เมนูจานนี้อร่อยเพลินยิ่งขึ้นด้วยซอสวาซาบิมาโยสีเขียวอ่อนสูตรทำเองหอมหวานมันมีกลิ่นเผ็ดฉุนขึ้นจมูกนิดๆโดนใจมากครับ

เมนูต่อไปจัดเสิร์ฟมาหน้าตาสุดอลังการจนต้องรีบเคลียร์เอาจานเก่าๆก่อนหน้านี้ออกไปก่อนวางบนโต๊ะนั่นก็คือ "หอยนางรมทรงเครื่อง 10 ตัว" ราคา 690 บาท โดยทางเชฟได้คัดเฉพาะเกรดระดับพรีเมี่ยมสุดนำเข้าจากประเทศเกาหลีตัวใหญ่เนื้อสีขาวสะอาดขนาดแน่นเต็มฝาน็อกด้วยความเย็นจัดก่อนจัดวางบนถังน้ำเรียงกันเป็นวงกลมอย่างสวยงาม พร้อมเครื่องเคียงต่างๆอีกมากมายทั้งมะนาว/พริกขี้หนูสด/กระเทียมสไลด์/ยอดอ่อนต้นกระถิน/หอมแดงเจียว/น้ำพริกเผาและน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสชาติเปรี้ยวอมหวานเผ็ดจัดจ้านลงตัว สำหรับวิธีการทานสามารถสนุกได้หลากหลายรูปแบบความอร่อยเริ่มต้นกันด้วย 1.บีบน้ำมะนาวสดลงบนตัวหอยนางรมแล้วนำเข้าปากทันทีเพื่อสัมผัสถึงรสชาติหวานละมุนตามธรรมชาติได้ดีที่สุด 2.ปรุงรสชาติสไตล์ไทยแท้ใส่สมุนไพรราดน้ำจิ้มทุกอย่างลงไปแบบจัดเต็มได้ความครบเครื่องจัดจ้านผสานกับเนื้อหอยนางรมเกาหลีคุณภาพดีสดเด้งในปากไหลลื่นลงคอไปอย่างง่ายดาย ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าเพราะให้ปริมาณเยอะ-มีการนำเสนอน่าสนใจเหมาะสำหรับถ่ายรูปอวดเพื่อนๆอีกเมนูนึงเลยครับ

ถ้าชีวิตนี้ขาดยำรสแซ่บไม่ได้จนหัวใจต้องขอสารภาพแล้วล่ะก็ต้องเลือกชุดใหญ่จัดเต็มสุดใส่ซีฟู้ดคุณภาพสูงลงไปหลายรายการคือ "ยำทะเลรวมเลคเฮ้าส์" ราคา 490 บาท ภายในจานประกอบไปด้วย 1. ปูม้ายักษ์เบิ้มพิเศษเนื้อใสเด้งไข่แน่นเต็มกระดอง 2. หอยแมลงภู่นำเข้าจากประเทศชิลีเนื้อเต็มๆฝามีความมันเคี้ยวอร่อยกว่าของนิวซีแลนด์หลายเท่า 3. กุ้งแชบ๊วยสดผ่านการดึงหัวลอกเปลือกและเส้นกลางหลังทิ้งก่อนล้างน้ำโซดาจนสะอาดตัวขนาดกำลังเต็มคำ 4. แซลมอนซาชิมิเกรดแอตแลนติกแทรกไขมันละเอียดรสชาติเข้มข้นเข้ากับน้ำยำรสจัดจ้านได้เป็นอย่างดี 5. ไข่แดงเค็มจากเป็ดมีความหอมมันหนึบหนับชวนติดฟัน วางบนสายบัวเป็นหั่นท่อนยาวคัดเฉพาะส่วนอ่อนๆราดน้ำยำสูตรปลาร้าใส่เครื่องสมุนไพรลงไปมากมายมีทั้งพริกสดปั่นละเอียด/กระเทียมจีนสไลด์บาง/มะนาวสดหั่นซีก/มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่งซึ่งซึมซับรสชาติทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดร้อนเข้าไปได้อย่างลงตัวจึงช่วยทำให้ทานพวกซีฟู้ดได้เรื่อยๆไม่รู้สึกเลี่ยนหรือลิ้นชาจนต้องหยุดพักชั่วคราว เมนูเดียวได้ลองวัตถุดิบเกือบครบทุกอย่างในร้านถือว่าคุ้มมากๆครับ

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มง่ายๆสั่งมาแก้เผ็ดระหว่างมื้ออาหารเริ่มต้นที่ "Capuchino" หรือคาปูชิโน่แบบร้อนราคาแก้วละ 65 บาท ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วไปทางเข้มมีกลิ่นหอมคล้ายช็อกโกแลตแต่ไม่ติดเปรี้ยวแบบที่คนไทยชื่นชอบ นำมาสกัดผ่านเครื่อง Espresso Machine แรงดันสูงจนได้บอดี้ค่อนข้างหนามีฟองครีมตามธรรมชาติกับอโรม่าที่ฟุ้งกระจายเต็มปาก นำมาผสมนมร้อนผ่านการสตีมและท็อบปิ้งฟองนมก่อนโรยผงโกโก้ 100% จัดเสิร์ฟในแก้วทรงอ้วนสีขาวดูสวยงามเพิ่มความหวานดื่มง่ายยิ่งขึ้นด้วยน้ำตาลทรายแบบซองได้เองตามใจ รายการถัดไปก็คืออีกหนึ่งเมนู Signature ของ "Café Smith" อย่าง "Americano Coconut" ราคา 120 บาท ใช้น้ำมะพร้าวเผารสชาติหวานหอมสดชื่นไร้กลิ่นแปลกปลอมเทไว้ด้านล่างราดเอสเปรสโซ่สกัดเข้มข้นตามลงไป ตกแต่งให้สวยงามยิ่งขึ้นด้วยก้านโรสแมรี่และอบเชยพร้อมฟองครีมกาแฟที่ได้จากการผ่านไอน้ำแรงดันสูง สำหรับวิธีการดื่มเพียงผสมทั้งสองให้เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ความหวานปนขมอร่อยนุ่มละมุนกำลังดีแบบไม่ต้องขอไซรัปใดๆมาเพิ่มอีกเลยครับผม

เนื่องจากวันที่เราไปขนมหวานอย่าง "ท้าวทองกีบม้า" หมดและ "สละลอยแก้ว" ก็ดูไม่ได้น่าสนใจมากนักเลยสั่งเป็นเครื่องดื่มหมวด Signature มาปิดท้ายอีกสองรายการ เริ่มต้นกันที่ "Americano Yuzu" ราคา 120 บาท ซึ่งทางร้านใช้น้ำส้มยูสุรสชาติหวานอมเปรี้ยวมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวคุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นของแท้มาใช้ โดยเทลงไปด้านล่างสุดของแก้วทรงผอมสูงตามด้วยเอสเปรสโซ่สกัดเข้มข้นพร้อมตกแต่งให้สวยงามด้วยก้านโรสแมรี่สีเขียวกับเนื้อส้มแมนดารินหั่นซีกบางดูสดใส สำหรับวิธีการดื่มเพียงจับผสมทั้งสองชั้นให้เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนรับเอาความหวานอมเปรี้ยวปนขมนิดๆอร่อยเย็นหอมสดชื่นถึงใจเหมือนเช่นเคย ส่วนอีกแก้วนึงก็คือ "Missis Smith" ราคา 90 บาท ทำจากไซรัปรสเชอร์รี่ราดโซดาสไตล์อิตาเลียนเพิ่มเสน่ห์ความเป็นไทยด้วยน้ำดอกอัญชันสกัดเข้มข้นพร้อมประดับตัดสีสันให้ฉูดฉาดด้วยลูกเชอร์รี่เชื่อมสีแดงสดกับก้านโรสแมรี่ โดยรวมถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่เน้นความเก๋รสชาติหวานซ่าเหมาะสำหรับสั่งมาถ่ายรูปหรือถ้ามีสมาชิกร่วมโต๊ะไม่ดื่มกาแฟก็อร่อยสดชื่นได้ความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ตอนนี้เรานั่งทานพร้อมพูดคุยเล่นจนล่วงไปสองชั่วโมงแล้วรีบคิดเงินเพื่อหนีช่วงเวลารถติดกันดีกว่าครับ

มื้อนี้ผมมากับแฟนสองคนสั่งอาหารพร้อมเครื่องดื่มไปรวมกว่า 13 รายการ จ่ายไปทั้งหมด 3,415 บ. (ไม่มี Vat. และ Service Charge คิดบวกเพิ่มเติม) ซึ่งถือว่าคุ้มค่าสมราคามากๆเพราะแต่ละเมนูทางร้านเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบคุณภาพสูงปรุงรสชาติออกมาได้จัดจ้านโดนใจ เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆที่อยู่ในละแวกเดียวกันก็ถือว่าโดดเด่น ถ้าเบื่อร้านอาหารฝรั่ง/ญี่ปุ่นเจ้าเก่าแก่ในย่านสีลมก็แนะนำให้เปลี่ยนจุดหมายใหม่เป็น Café Smith รับรองว่าอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอนรับคะแนนไป 5 ดาวเต็มเลยครับ 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : อาคารเลขที่ 114/21 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของรัฐบาล)

โทร. 088-924-4228

Facebook : https://www.facebook.com/cafesmithsilom

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share อวดเพื่อนๆของคุณ

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 514 ครั้ง0 ความคิดเห็น