ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวห้องอาหาร Blunos โรงแรม Eastin Grand สาทร อร่อยกับอาหารของเชฟ Martin Blunos มิชลินสตาร์ 2 ดาว !

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 15



มื้อนี้เป็นมิ้อสุดพิเศษ ได้รับการเชื้อเชิญจาก PR ของ โรงแรม Eastin Grand Sathorn ให้มาลิ้มรสเมนูจากห้องอาหาร Blunos ของเชฟชื่อดัง Martin Blunos ผู้ที่เคยทำอาหารถวายให้แด่ควีนอลิซาเบธ แห่งราชวงศ์อังกฤษ ร้านอาหารที่เขาเคยบริหาร ยังได้มิชลินสตาร์ 2 ดาวมาครอบครอง และยังเป็น Iron Chef อีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้ว ยังไงก็ต้องมาลองชิมให้ได้ครับ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 14 ของโรงแรม มาด้วย BTS ลงสถานีสุรศักดิ์ จากนั้นเดินตรงเข้าไปในโรงแรม ขึ้นลิฟต์ไปห้องอาหารของโรงแรมได้เลยครับ

ขึ้นมาถึงออกจากลิฟต์เลี้ยวขวาก็ถึงแล้วครับห้องอาหาร Blunos จะว่าเป็นห้องอาหารเต็มตัวก็ไม่ใช่ เหมือนเป็นบริการอาหารและบาร์ริมสระว่ายน้ำมากกว่า แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Bar และ Restaurant ในรูปแบบ Outdoor แต่ถ้าใครอยากทานอาหารในห้องแอร์เย็นๆ ที่นี่มีห้องส่วนตัว แต่ต้องมากันหลายๆคน ถึงจะสามารถขอนั่งด้านในได้ รองรับได้สูงสุด 14 คน แต่ถ้าไม่ซีเรียสก็นั่งชิลล์ๆริมสระน้ำ มองบรรยากาศไปเรื่อยๆ ในวันที่แดดไม่ค่อยแรงแบบนี้ก็รู้สึกสบายไปอีกแบบครับ ลูกค้าคนไทยนั้นหาแทบไม่เจอ(แต่ก็มีบ้าง) ส่วนใหญ่มีแต่ชาวต่างชาติซะมากกว่าครับ

ส่วนราคาอาหารที่ร้านก็ถือเป็นราคามาตรฐานโรงแรม ไม่ได้แพงเว่อร์จนรับไม่ได้ เริ่มจากของทานเล่น/ซุปราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท พิซซ่าเริ่มต้นที่ถาดละ 370 บาท เบอร์เกอร์เริ่มชิ้นละ 400 บาท สลัด/จานเรียกน้ำย่อยเริ่มต้นที่ 230 บาท พาสต้าเริ่มต้นที่จานละ 370 บาท อาหารจานหลักเริ่มต้นที่ 420 บาท ไปจนแพงสุดคือสเต็กโทมาฮอว์ค 1.2 กก. ราคา 4,000 บาท เครื่องดื่ม/ของหวาน เริ่มต้นที่ 150 บาท ก็ราคาโรงแรม ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ยังดีที่ราคาในเมนูนั้น ไม่มี Vat.และ Service Chargeจ้า ใครมาทานที่ร้านก็วางแผนได้ง่ายเลยครับ

ครัวที่นี่เป็ดแบบเปิด ดูแล้วค่อนข้างสะอาดได้มาตรฐานทีเดียว ตอนแรกทางห้องอาหารจะให้เข้าไปถ่ายรูปในครัวด้วย แต่... ไม่เอาดีกว่าเราตัวใหญ่ไปขัดขวางการทำงานเขาเปล่าๆ ดูอยู่ห่างๆก็พอแล้ว เห็นเชฟคนนึงกำลังทำแป้งพิซซ่าอยู่ ดูหนานุ่มดีทีเดียว อบ/ตัด/ตีแป้งใหม่เรื่อยๆ เห็นว่าเป็นเมนูยอดฮิตของแขกที่นี่ ก็อย่างว่าราคาโอเค

เริ่มจากเมนูแรกเป็น Signature ของที่นี่ Lobster Roll ขนาด Half ราคา 630 บาท เป็นขนมปังแบบยาว เนื้อนุ่ม ทาด้านในด้วยเนยกระเทียม สอดไส้ด้วยกุ้งแคนาเดียนล็อปสเตอร์ ที่ทางร้านบอกเลยว่าต้องเกรดตัวเป็นๆแบบเดินเล่นในครัวได้เท่านั้น นำไปนึ่งแกะเอาเฉพาะเนื้อ แช่ในน้ำส้ม ส่วนเปลือกนำไปทำซอสน้ำมันล็อปสเตอร์สูตรพิเศษเฉพาะของเชฟ โรยหน้าด้วยเปลือกส้ม และทานคู่กับมายองเนสผสมน้ำส้ม บอกเลยว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากัน กุ้งเนื้อแน่นสู้ฟัน ขนมปังเนื้อนุ่มหอมกลิ่นเนยกระเทียม ความเปรี้ยวอมหวานของน้ำส้ม และซอสมายองเนสเปรี้ยวมัน และกลิ่นกุ้งที่มาจากซอสสูตรลับของเชฟ บอกเลยว่าอร่อยมากๆครับ สมกับเป็นเมนูแนะนำอันดับ 1 ของร้าน

จานต่อมาเป็น Thai Salad ราคา 390 บาท หน้าตาแว๊บแรก ก็แค่สลัดปูนิ่มนี่.... แต่เฮ้ยด้านล่างมีแตงโมด้วย มากับซอส 2 สูตรคือมายองเนส และน้ำจิ้มซีฟู๊ด เริ่มชิมจากปูนิ่มทอดกรอบก่อน ก็คือปูนิ่มทอดธรรมดาแหละแต่กรอบดี จากนั้นเริ่มตักสลัดมาชิมที่ชามตัวเอง ไม่ใช่แค่สลัดธรรมดา มีการผสมหอมเจียว เนื้อปูแกะ ที่สำคัญแตงโมเอาเมล็ดออกเกลี้ยง ทานได้สบายใจ ราดด้วยซอสมายองเนส ผสมน้ำจิ้มซีฟู๊ดตามใจ บอกเลยว่าเด็ดมาก ทางโรงแรมบอกว่าเมนูนี้ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติ มายองเนสมันๆ ผสมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดพริกแดงรสเปรี้ยว หวาน แซ่บ (นึกว่าร้านอาหารฝรั่งจะไม่เผ็ด แต่เผ็ดดีเลยทีเดียว ก็ผสมกับมายองเนสแล้วลงตัวอ่ะ) ผักใบเขียวธรรมดา เพิ่มความกรอบหวานฉ่ำด้วยแตงโม และหอมเจียว สดชื่นเกลี้ยงเกลาในปากเพียงคำเดียว เลยถามว่าจานนี้เชฟ Martin เป็นคนคิดหรอ ? ไม่ใช่ครับเป็นหัวหน้าเชฟชาวไทย บอกเลยว่าจานนี้คือสลัดประสบการณ์ใหม่เลยครับ

เมนูถัดมา Wild Mushroom Soup ราคา 320 บาท มันคือซุปเห็ดป่า ผสมทรัฟเฟิล โรยหน้าด้วยทรัฟเฟิลออย มาพร้อมกับชิ้นเห็ด และมะเขือเทศลูกเล็กย่าง รสชาติซุปเค็ม มัน หอมกลิ่นเห็ดและครีมเต็มปากเต็มคำ แนะนำว่าให้ทานซุปจนรู้สึกเสี่ยนก่อน แล้วค่อยต่อด้วยมะเขือเทศย่างรสหวานเปรี้ยว ช่วย Refresh ช่องปากได้เป็นอย่างดี และจานนี้ถ้าได้รับมาแล้ว แนะนำว่าให้รีบทาน เพราะทิ้งไว้ตัวซุปจะเริ่มข้นและเค็มขึ้น กลายเป็นอร่อยน้อยลงครับ

Lamb Burger ราคา 490 บาท เป็นเบอร์เกอร์เนื้อแกะบด สอดไส้ด้วยหอมแดงย่าง และประกบด้วยขนมปังเนื้อนุ่ม ระหว่างชั้นเป็นมายองเนสซอสมินท์รสเย็นๆ หวานมันสดชื่น ข้อดีของเบอร์เกอร์จานนี้คือ 1.ขนมปังนุ่มมาก 2.เนื้อแกะหวานฉ่ำ ไขมันน้อย กลิ่นกำลังดี 3.หอมแดงหวานๆช่วยลดความเลี่ยนไปได้เยอะ 4.ซอสมินท์หวานมันและหอมสดชื่น ทำให้ไม่รู้สึกหนักหน่วงจนเกินไป และ 5 ในชุดมีสลัดและเฟรนซ์ฟรายให้อย่างเยอะ มาคนเดียวสั่งทานชิ้นนี้ รับรองอิ่มกลับบ้านแน่นอนครับ แต่ถามว่าทำอะไรพวกเราได้ไหม ? แน่นอนว่าไม่ ไปต่อที่เมนูสุดท้ายครับ

ระหว่างรอเมนูถัดไปมาเสิร์ฟ ซึึ่งต้องใช้เวลานานในการทำมากกว่าเมนูอื่นเล็กน้อย เหลือบไปเห็นน้ำมะพร้าวที่นี่ มีการเผาเป็นตราห้องอาหาร Blunos ด้วย เลยสั่งมาลองชิมดู ราคาลูกละ 180 บาท บอกเลยว่าหวาน ฉ่ำ หอมเย็นชื่นใจ ก็ตามประสามะพร้าวน้ำหอมดีๆสักลูก ที่สำคัญทานหมดแล้วถ้าอยากทานเนื้อ ทางร้านขูดให้ฟรีนะครับ

มาแล้วของคาวเมนูสุดท้าย 800 g. Pork Tomahawk ราคา 890 บาท อันนี้ถือว่าไม่แพงนะ เป็นเนื้อหมูส่วนพอร์คช็อพแบบทั้งชิ้น นำไปหมักปรุงรส แล้วอบจนเนื้อด้านนอกสีสวย ด้านในสุกฉ่ำกำลังดี โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว เสิร์ฟมาพร้อมกับผักคะน้าผสมผักโขมผัดเนย ซอสเกรวี่ และมันบดที่ผสมเมล็ดมัสตาร์ตลงไปด้วย เนื้อหมูฉ่ำชิ้นใหญ่ จิ้มลงในซอสเกรวี่ที่ทำจากน้ำอบหมูรสเข้มข้น ทานกับมันบดเนื้อเนียนหอมกลิ่นครีมและเนย เพิ่มสัมผัสพิเศษด้วยเม็ดมัสตาร์ต บอกเลยว่า งานดีครับ แต่ใครที่ไม่ชอบทานมันอาจจะบ่นเลี่ยนหน่อย แนะนำว่าให้ทานตรงชิ้นด้านในสุด จะมีไขมันน้อยที่สุด (ตรงขอบถ้าปิดตาชิมนึกว่าทานหมูสามชั้น) แต่สำหรับผมแล้วไม่ใช่ปัญหาครับ

ของคาวจบแล้วก็มาต่อกันที่ของหวาน สั่งมา 3 เมนูคือ English Tea Time Trifle ราคา 290 บาท มาในถ้วยชา หน้าเต็มไปด้วยวิปครีม ประดับด้วยบัตเตอร์คุกกี้รูปหนวด โรยพิสตาชิโออบกรอบ ด้านในประกอบด้วย 3 เลเยอร์ได้แก่ พุดดิ้ง บัตเตอร์เค้ก และเยลลี่ผลไม้รวม (ส่วนใหญ่เป็นผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอรี่) เวลาทานต้องทานพร้อมกัน 3 ชั้น พุดดิ้งนิ่มๆ บัตเตอร์เค้กหอมๆ กับเยลลี่รสเปรี้ยว ถูกทำให้นุ่มนวลด้วยวิปครีม อร่อยดีครับ อีกเมนู Sticky Toffee Pudding เป็นเค้กช็อกโกแลต ผสมอินผลัมบด ราดด้วยบัตเตอร์สก๊อตหวานๆ โรยด้วยเกลือทะเลด้านบนให้ความเค็มกรุบกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมครีมวนิลาสด และซอสบัตเตอร์สก๊อต แนะนำว่าให้ทานกับครีมวนิลาเยอะๆ เพราะหวานมาก และอย่าราดซอสเป็นอัดขาด ส่วนตัวเค้กหวานเข้มข้นเหนียวหนึบ หอมอินทผลัมและกรอบเกลือด้านบนที่โรยมาช่วยตัดรสนิดๆ ทางโรงแรมว่าเมนูนี้ คนไทยอาจจะไม่ค่อยชอบ แต่ถือว่าเป็นเมนูขายดีของทางร้าน ที่ชาวต่างชาติฝั่งยุโรป สั่งทานกันเป็นปกติ ไม่แปลกใจครับ ฝั่งนู้นเขาทานกันค่อนข้างหวานอยู่แล้ว


ปิดท้ายด้วยของหวานเมนูนี้ Milk Berry Puff เป็นเมนูที่เชฟ Martin ชนะเชฟไก่ เชฟกระทะเหล็กของหวานประเทศไทย ในโจทย์คือนมอัดเม็ดจิตรลดา ที่เห็นนี่คือของหวานที่ทำจากนมอัดเม็ดจิตรลดา เป็นพัฟกรอบๆ ราดด้วยครีมซอสวนิลาผสมกับนมอัดเม็ดบด ตามด้วยราสเบอรี่สดลูกโต ปิดด้วยพัฟกรอบอีกชั้น ด้านล่างสุดเป็นซอสราสเบอรี่ และโรยด้วยผงนมอัดเม็ด ไม่น่าเชื่อว่านมอัดเม็ดที่เราคุ้นเคย จะเข้ากับพัฟหอมกลิ่นเนย และราสเบอรี่รสเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี สมกับเป็นเมนูที่ชนะในรายการจริงๆครับ


ถามว่าอาหารอร่อยไหม บอกได้เลยว่าอร่อยครับ เป็นรสชาติการผสมผสานของวัตถุดิบต่างๆทำได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างจอแจไปนิดเพราะอยู่ติดริมสระน้ำ แต่ก็มีห้องรับรองส่วนตัวด้วย(ตามเงื่อนไขที่บอก) ราคาอาหารถือว่าสูง แต่ก็ไม่เกินเรทราคาปกติของโรงแรมระดับนี้ ที่สำคัญไม่มีราคาบวกใดๆเพิ่มเติมแล้ว สำหรับคนที่อยากมาลอง อ่านรีวิวนี้และพิจารณาเอาเองครับว่าจะมาลองหรือไม่ วันที่ไปเสียดายไม่ได้เจอเชฟ Martin ตัวเป็นๆ เห็นว่าช่วงนี้กำลังยุ่งกับการเปิดร้านสาขาใหม่ใน กทม. จะเป็นที่ไหนคอยติดตามกันครับ สำหรับห้องอาหาร Blunos โรงแรม Eastin Grand สาทร อร่อยสมคำร่ำลือ เอาคะแนนไปเลย 5 ดาวเต็มครับ 🌟🌟🌟🌟🌟


พิกัด : โรงแรม Eastin Grand สาทร ชั้น 14 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

เปิดทุกวัน 11.00 - 23.30 น. โทร. 02-210-8100

Facebook : https://www.facebook.com/blunosbangkok/

พิเศษ ! ห้องอาหาร Blunos ฝาก Gift Vorcher มาให้ลุ้นรางวัลกันจำนวน 2 ใบ ไปร่วมสนุกกันได้ที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ < กดถูกใจและอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 1,908 ครั้ง0 ความคิดเห็น