ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวห้องอาหาร BlueSpice โรงแรม Grande Center Point สุขุมวิท 55 บุฟเฟ่ต์ข้าวต้มสุดคุ้มเพียง 420 บาท!

อัพเดตเมื่อ: 2 วันที่แล้ว



วันนี้ผมได้รับการรับเชิญจาก PR ของห้องอาหาร BlueSpice โรงแรม Grande Center Point สุขุมวิท 55 ให้เข้ามารีวิวบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มมื้อค่ำที่มีชื่อว่า Shabu-Shabu Festival จัดขึ้นทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 - 23.00 น. ที่สำคัญคือเขาไม่จำกัดเวลาทาน นั่งได้ยาวนานสูงสุดถึง 6 ชม.เต็ม (เหมาะแก่การมาสังสรรค์ยาวๆกันทั้งครอบครัว) โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะวันจัันทร์ถึงพฤหัสบดี คนที่ 2 ลดทันที 50% (ไม่จำกัดจำนวนคนต่อใบเสร็จเพียงแค่มาให้ครบคู่) ตกแค่คนละ 315 บาท หากใครมีบัตรเครดิต KTC ใช้คะแนนตามที่กำหนดรับส่วนลดมา 2 จ่าย 1 ถือว่าคุ้มสุดๆ โปรโมชั่นนี้หมดเขตวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ หากใครมาหลังจากนี้เขาก็จัดโปรโมชั่นใหม่อยู่เรื่อยๆ อยากทราบว่ามีส่วนลดอะไรสามารถโทร.เข้าไปเพื่อสอบถามหรือการสำรองที่นั่งได้ที่ 02-020-8000 ต่อ 4440 วิธีการเดินทางมาที่นี่ก็ถือว่าง่าย ถ้าหากนำรถส่วนตัวมาก็จอดรถที่โรงแรมได้ฟรี แต่ถ้ามาด้วย BTS ให้ลงที่สถานีทองหล่อแล้วหา Taxi หรือนั่งวินมอเตอร์ไชค์เข้ามาโรงแรมอยู่ระหว่างทองหล่อซอย 8 กับทองหล่อซอย 10 โรงแรมก็อยู่ริมถนนหาได้ไม่ยากมากนัก ห้องอาหารอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ติดกับประตูทางเข้าโรงแรม จะพบกับประตูสีทองบานสูงใหญ่มองเห็นได้ง่ายพื้นปูด้วยกระเบื้องหินสีขาว/ดำลายหมากรุกไม่เหมือนกับตรงที่ลอบบี้ แสดงว่ามาถูกห้องอาหารแล้วครับ

ภายในห้องอาหารถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือมุม A La Carte ที่ถูกจัดแยกออกมาด้านนอกสุด มีเก้าอี้ไม้สีขาวพร้อมโซฟาวางด้านบนด้วยหมอนสีทองดูหรูหรา ส่วนโซนบุฟเฟ่ต์ถูกแบ่งด้วยประตูสีทองบานใหญ่อีกบานนึงมีโซฟาและเบาะที่มีสีเหมือนกันทุกอย่างแต่บางที่นั่งไม่มีหมอนวางไว้ให้ หากมุมไหนที่มีหมอนก็เป็นหมอนใบสีน้ำเงินเข้มแทน เก้าอี้เป็นเก้าอี้ไม้หุ้มเบาะสีเหลืองมัสตาร์ดให้เข้ากันกับตัวโซฟา โต๊ะอาหารเป็นสีดำดูเข้ากับโทนของห้องอาหาร ที่เราถ่ายรูปมาถือว่าเป็นแค่ส่วนนึงเพราะห้องอาหารจริงๆนั้นกว้างมากๆ ส่วนไลน์อาหารนั้นก็ดูอลังการ มีเมนูต่างๆให้ตักเยอะเช่นเดียวกัน แต่ว่าบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มของที่นี่จะมีอะไรพิเศษกว่าที่อื่นบ้าง เดี๋ยวเรามาสำรวจไปพร้อมๆกันเลยครับ

โซนแรกเรามาพบกับอาหารไทยสุดฮิตแห่งยุคนี้ก่อนนั่นคือยำ แต่ยำที่นี่ไม่ธรรมดาเพราะสามารถนำวัตถุดิบใดในไลน์อาหารนี้มายำก็ได้แล้วแต่สมองเราจะสร้างสรรค์ มีวางไว้ทั้งหัวเชื้อน้ำยำที่ใส่พริกสด/กระเทียมได้เอง-น้ำยำแบบสำเร็จรูปที่ราดได้จนกว่าจะพอใจและน้ำจิ้มซีฟู๊ดสำหรับคนที่อยากทานอาหารรสแซ่บมากขึ้น ในไลน์นี้มีของสดพื้นฐานสำหรับทำยำทั้งผักทอด/ไข่ดาว/หมูสับลวก/ปูอัด/ไส้กรอก/ผักขึ้นฉ่าย/แหนมสด/หัวหอม/กระหล่ำปลีซอย /มะเขือเทศสด(ผ่าไส้ออก)/เส้นมาม่า/เส้นหยกเซี่ยงไฮ้/เห็ดนางรมหลวง/เห็ดฟาง/วุ้นเส้น/แครอทซอยจนไปถึงฟรุ๊ตสลัด(ผลไม้รวม)เอาไว้ทำยำในแบบของตัวเอง แต่ความคิดสร้างสรรค์ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ยังมีของให้ทำยำอีกเพียบ

หากจะไม่ทานยำแต่อยากทานผักทอดหรือวัตถุดิบเปล่าเฉยๆก็ตักมาทานได้ทางห้องอาหารเขาไม่ได้หวงห้าม ที่ด้านหลังจะเป็นไลน์วัตถุดิบยำวางไว้บนน้ำแข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิเอาไว้ และสุดปลายทางของไลน์อาหารนี้เป็นเมนูที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับร้านข้าวต้มเท่าไหร่อย่างลาบเป็ดยโสธร รสชาติเปรี้ยวนำ/รสเผ็ด/หอมสมุนไพรกลิ่นเครื่องลาบแบบเต็มๆ อีกจานข้างๆกันเป็นเมนูอาหารเวียดนามอย่างเส้นหมี่หมูย่าง ทานกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานสไตล์เวียดนาม มีผักให้ทานแนมกับทั้ง 2 เมนู (แตงกวา/แครอท/ถั่วฝักยาว/ใบโหระพา) เป็นเมนูที่เกินความคาดหมายรสชาติดีงาม

ต่อมาเป็น Hot Dish เรียงกันเป็นแนวยาวหลากหลายเมนูเริ่มจากข้าวผัดไข่ใส่ไส้กรอกไก่ เสิร็ฟพร้อมกับพริกน้ำปลาเพิ่มความเผ็ด/เค็ม/กลมกล่อมได้ตามใจ ตามมาด้วยปีกบนไก่ตุ๋นที่ตุุ๋นมาเปื่อยจนทานกระดูกอ่อนบริเวณข้อไก่ได้ง่ายๆ รสชาติหวาน/เค็มกลมกล่อมเหมือนทานไก่ตุ๋นตามร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระแต่ที่นี่ตักทานได้ไม่อั้น ข้างๆกันเป็นปลากระพงทอดผัดขิงสไตล์จีน ปลากระพงทั้งส่วนเนื้อและหัวชุบแป้งทอดผัดกับขิงและแฮม ปลากระพงแน่นๆผัดกับซอสหวาน/เค็มหอมกลิ่นขิงซอยรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทานคู่กับข้าวต้มร้อนๆได้เป็นอย่างดีเลยครับ

อาหารสามัญคู่กับข้าวต้มที่ขาดไม่ได้ก็ต้องไข่เจียวหมูสับเสิร์ฟพร้อมน้ำซอสพริกศรีราชา จานถัดมานี่ถ้าใครมาเจอจะถือว่าโชคดีเพราะนานๆจะออกมาเสิร์ฟคือหมูกรอบผักพริกสด มีรสชาติคล้ายกับกะเพราหมูกรอบแต่ไม่ได้ใสใบกะเพราไว้ทานกับก้านคะน้ากรอบๆ ใครที่อยากซดซุปร้อนๆมีให้เลือก 3 เมนูคือ ปีกบนไก่ตุ๋นยาจีนใส่ฟักเขียวต้มจนสุกทั้งไก่และฟักเขียวจนเปื่อยได้ที่รสชาติกลมกล่อม ใครที่ชอบความแซ่บที่นี่ก็มีต้นแซ่บกระดูกอ่อน ที่ใช้หมูส่วนซี่โครงติดกระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบกรอบทานกับซุปต้มแซ่บรสเปรี้ยว/เผ็ดจัดจ้าน ได้ซดร้อนๆแล้วสดชื่นสุดๆเลยครับ

ใครที่เป็นสายผักแต่ทานผักสดแล้วรู้สีกเหม็นเขียวก็มาทานเมนูนี้แทนต้มจับฉ่ายใส่ผักรวมแบบมังสวิรัติ ต้มมาจนผักเบื่อยนุ่ม/ทานง่าย/รสชาติกลมกล่อม อีก 1 เมนูมังสวิรัติคือผัดหมี่ซั่วแบบจีนเส้นเหนียวนุ่มทานคู่กับผักหวานกรอบรสชาติเบาๆ สุดท้ายเป็นเมนู Highlight อย่างขาหมูต้มสมุนไพรเป็นขาหมูตุ๋นที่หั่นเอาเฉพาะส่วนเนื้อและหนังส่วนนอกสุด (ชั้นไขมันที่อยู่ระหว่างเนื้อและหนังคอลลาเจนด้านนอกถูกขูดออก) รสชาติหวานนำ/เค็มพอกลมกล่อมหอมกลิ่นเครื่องพะโล้เป็นรสชาติแบบที่ผมชอบทาน ราดน้ำพะโล้และซอสพริก+น้ำส้มสายชูหวานอมเปรี้ยวแบบฉ่ำๆ ถือว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่ห้องอาหารนี้ แต่มีจุดที่ไม่ชอบอยู่เหมือนกันคือเขาขูดไขมันระหว่างเนื้อ/หนังไปจนหมด ทำให้ความนุ่มนวลตรวส่วนนั้นหายไปแต่ได้ความเป็นสุขภาพขึ้นมานิดนึง(อันนี้แล้วแต่คนชอบ) แต่เห็นว่าที่นีี่มีหมูกรอบ(ซึ่งเราสั่งมาจานนึงแล้ว) นึกถึงพวกเมนูผักผักอื่นๆที่ใส่หมูกรอบแบบร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เขามีโซนผักขนาดใหญ่ที่เราเลือกได้ทั้งผักบุ้งจีน/กุ้ยฉ่ายขาว/กวางตุ้มฮ่องกง/ผักกระเฉด/กระหล่ำปลี/ผักกาดขาว/ยอดมะระ/ปวยเล้ง/ผักแขนง/ผักคะน้า/เต้าหู้ปลาและเต้าหู้เหลือง เราสามารถตักไปยื่นให้กับเชฟที่ครัวแล้วสั่งได้เลยว่าจะผัดแบบไหน เช่นผัดแบบธรรมดา/ผัดใส่พริกสดเพิ่มรสเผ็ดแล้วจะใส่หมูกรอบหรือไม่ สามารถสั่งกับเชฟโดยตรงได้เลยครับ

ผัดผักของที่นี่เบสรสชาติจะเหมือนกันหมด(เหมือนปรุงซอสเอาไว้แล้วเป็นรสชาติเค็ม/หวาน/กลมกล่อมรสซอสหอยนางรม) ผัดด้วยไฟแรงสไตล์จีนจนมีกลิ่นหอมไหม้กระทะ ผัดมาความสุกของผักกำลังดีทานคู่กับหมูกรอบหนังน้อยเนื้อเยอะ ตรงส่วนที่กรอบฟูซึมซับน้ำซอสของผัดผักเคี้ยวอร่อย ใครที่ชอบทานเมนูผัดผักใส่หมูกรอบแบบเดียวกับที่ร้านข้าวต้มแต่ต้องจ่ายราคาแพง มาที่นี่จะทานกี่จานก็ได้และยังมีผักราคาแพงอย่างกุ้ยฉ่ายขาว ให้ตักได้ไม่มีอั้นอีกถือว่าดีงามสุดๆ ต่อกันด้วยโซนที่เป็น Signature อย่างชาบู-ชาบูที่สามารถเลือดผักและเนื้อสัตว์ให้กับทางเชฟลวกแล้วราดด้วยน้ำซุปเสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มชาบู 3 สูตรแบบเดียวกับที่ BlueSpice & Herbs ห้าง Terminal 21 รสชาติทุกอย่างก็เหมือนกันไม่มีผิด จนเหมือนกลายเป็นจุดเด่นของ BlueSpice เกือบทุกที่ในปัจจุบันเลยแล้วครับ

เมนูพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมีอีก 3 เมนูที่สั่งตรงนี้ได้นั่นก็คือ"ซาชิมิปลาแซลมอนแช่น้ำปลา"ในรูปเหมือนไขมันปลาจะน้อยไม่ละมุน (เป็นเพราะเราสั่งวางไว้นานแล้วกรดของมะนาวกัดจนปลาสีเปลี่ยนไป) แต่จานหลังๆที่สั่งมาไขมันปลาฉ่ำมาก ข้อเสียของจานนี้คือไม่ค่อยแซ่บเท่าที่ควร แนะนำว่าให้ไปตักน้ำจิ้มซีฟู๊ดมาราดเพิ่มอีกถึงจะแซ่บโดนใจครับ จานต่อมาคือกุ้งอบวุ้นเส้นที่ใส่กุ้งขาวตัวโตวุ้นเส้นหอมกลิ่นเครื่องสมุนไพรเคี้ยวหนุบหนับ (จานนี้ไม่ได้มีทุกวันถ้าอยากทานต้องโทรสอบถามทางห้องอาหารก่อนนะครับ) สุดท้ายคือโจ๊กหมูสับที่ใช้ข้าวไรส์เบอรี่รสชาติหอมข้าวมีกลิ่นซุปหมูอ่อนๆ เพิ่มไข่ลวก/ต้นหอม/ขิงสด/ปาท่องโก๋ทอดกรอบตัวจิ๋ว/เนื้อแซลมอนทอดกรอบหรือเส้นหมี่กรอบได้ด้วย โจ๊กที่นี่ทำมารสชาติค่อนข้างอ่อนแต่หอมข้าวและเนื้อหมูเด้งดี ต้องเพิ่มแม๊กกี้หน่อยจะกำลังดีเลยครับ

โซนต่อมาเป็นกับข้าวสำหรับทานกับข้าวต้มแบบจีน มีให้เลือกหลายอย่างทั้ง ผักดอง/เต้าหู้ยี้/เต้าเจี้ยว/ยำผัก/ถั่วลิสง/หมูแผ่น/หมูหยอง/ไชโป้วผัดไข่/เห็ดหอมผัด/ใบปอผัด/กุ้งหวาน/ไข่เค็ม/ไข่เยี่ยวม้า/ยำไข่เค็ม/ยำกุนเชียง มีเครื่องเคียงหลายๆอย่างที่ดูไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เราสามารถตักวัตถุดิบตรงนี้ไปยำได้อย่างผม ทำยำหมูแผ่นราดบนไข่เยี่ยวม้าได้เป็นอาหารจานใหม่ไว้ทานกับข้าวต้ม หรือจะตักใส่จานไว้ทานหลายๆอย่างก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ข้าวต้มที่ห้องอาหารนี้มีให้เลือกทานทั้งหมด 5 สูตรคือ ข้าวต้มมันม่วง เป็นข้าวขาวต้มกับมันเทศสีม่วงจนซุปมีสีม่วงสวยงาม / ข้าวต้มธัญพืช เป็นข้าวขาวผสมกับข้าวมันปูใส่แครอท-ข้าวโพด-ถั่วแดง-ลูกเดือยจนได้หลากหลายสัมผัสใน 1 เดียว / ข้าวต้มข้าวกล้อง ที่ใช้ข้าวแดงมันปูสีสวยมีกากใยอาหารตามธรรมชาติเยอะ เหมาะสำหรับคนที่รักษาสุขภาพ / ข้าวต้มเผือก ใช้ข้าวสีขาวต้มกับเผือกให้สัมผัสเคี้ยวนุ่ม-มันในปาก / สุดท้ายเป็นข้าวต้มสีขาว ที่ใช้ข้าวขาวต้มจนเมล็ดข้าวผลิบานแบบที่คุ้นเคย ข้าวต้มทุกสูตรของที่นี่ต้มมาไม่มียางข้าวเหนียวๆ ใครที่ชอบทานแบบสัมผัสข้นเคี้ยวสนุกหน่อยอาจจะไม่ค่อยถูกใจข้าวต้มของที่นี่สักเท่าไหร่ แต่ถ้าชอบทานแบบน้ำใสๆก็ทางคุณเลยครับ

หมดโซนของข้าวต้มและกับข้าวแล้วก็มาที่ของทานเล่นกันบ้าง ที่นี่มีทั้งซาลาเปานึ่งในซึ้งร้อนๆ 3 ไส้ (ทั้งหมูสับ/หมูแดงและครีม) ต่อกันด้วยขนมจีบ 2 สูตร (สีเขียวเป็นขนมจีบหมู สีเหลืองเป็นขนมจีบกุ้ง) รสชาติหอมกลิ่นเครื่องสมุนไพรสามเกลอเนื้อเด้ง แต่ไม่ดีเท่าติ่มซำร้านอาหารจีนจริงๆแต่ก็ถือว่าทำได้ดีในราคาบุฟเฟ่ต์เท่านี้ ในซึ้งนึ่งอย่างสุดท้ายเป็นขนมปังนึ่งเสิร์ฟพร้อมสังขยานมสดและสังขยาใบเตย ใครไปกินตามร้านชุดนึงราคาแพง ให้สังขยาน้อยๆไม่ถูกใจ เก็บความอัดอั้นตรงนั้นมาลงที่บุฟเฟ่ต์ก้องอาหารนี้ได้เลยครับ อยากจะจิ้มเยอะแค่ไหนก็ตักไปเลยแบบฉ่ำๆ

แต่โซนขนมหวานไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ ให้เดินย้อนออกมาที่โซน A La Carte ด้านนอกจะมีซุ้มขนมหวานขนาดใหญ่มีให้ทานหลายอย่างทั้งแพนเค้กจากเครื่องกดแพนเค้กอัตโนมัติไว้ทานกับน้ำผึ้งหรือเมเปิ้ลไซรัป/ไอศครีมกะทิ-ไอศครีมวนิลา มาพร้อมขนมปัง-โคนและถั่วทอง ไอศครีมกะทิที่นี่อร่อยเข้มข้นหอมกลิ่นน้ำมะพร้าวสุดๆมาต้องลองทานดูครับ/ขนมหวานสไตล์ไทยที่ Mix And Match ได้เองหลากหลายเมนู/น้ำแข็งใสที่มีน้ำเชื่อมให้ใส่หลากหลายสีเพิ่มเครื่อง-นมข้นได้ตามใจ/เต้าฮวยน้ำขิงเสิร์ฟแบบร้อนๆและผลไม้สดตัดแต่งพร้อมทาน (แตงโม/แก้วมังกร/แคนตาลูป/สับปะรด) กลับมาด้านในห้องอาหารมีขนมปังปิ้งไว้ทานกับเนยหรือนมข้นหวาน ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะตามสไตล์ห้องอาหาร BlueSpice มีชาเขียวนม/กระเจี๊ยบ(หอมและเปรี้ยวน้อยทานง่ายกลิ่นคล้ายกุหลาบ)/นมเย็นและน้ำแอปเปิ้ล ถือว่ามีอาหารให้เลือกเยอะแถมมีโปรโมชั่นลดราคาทำให้ยิ่งคุ้มเข้าไปอีก ส่วนรสชาติอาหารนั้นถือว่าอร่อยตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น รับคะแนนความอร่อยและความคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 300 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

บุฟเฟ่ต์เปิดให้บริการทุกวันเวลา 17.00 - 23.00 น. โทร. 02-020-8000 ต่อ 4440

Facebook : https://www.facebook.com/BlueSpicePage/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 73 ครั้ง0 ความคิดเห็น