ค้นหา
  • เสพติดการกิน

รีวิวเทศกาล Berkeley Seafood Buffet ทุกวันศ.-ส. 18.00-22.00น. เพียง 1,599++ มา 2 จ่าย 1 มีฟัวกราจุกๆ

อัปเดตเมื่อ มิ.ย. 15



วันนี้ได้รับเชิญจาก PR ของโรงแรม The Berkeley ประตูน้ำ ให้เข้ามารีวิวเทศกาลซีฟู๊ดบุฟเฟ่ต์สุดอลังการที่ห้องอาหาร The Berkeley Dinning Room เขากำลังจัดเทศกาล Berkeley Seafood Buffet ทุกวันศ.และส. เวลา 18.00-22.00 น. ราคาคนละ 1,599++ ฟังเหมือนจะแพงแต่เขามีโปรโมชั่นมา 2 จ่าย 1 ที่สำคัญไลน์อาหารนั้นอลังการรองจาก Sunday Brunch ของที่นี่แค่นิดเดียว (ไม่มีแค่ชุ้มอาหารเช้า /ซุ้มสเต็กพร้อมทานสุดอลังการ/ซุ้มอาหารจีนสำเร็จรูปพร้อมทาน-หมูกรอบ-เป็ดย่าง-เป็ดปักกิ่ง-ติ่มซำนึ่ง /โซนต้มยำ-ส้มตำ-ไก่ย่าง /โซนเด็กหรือ Kids Corner) นอกนั้นอาหารจะคล้ายๆกันเกือบจะทั้งหมด มีเมนูใหม่เฉพาะเทศกาลนี้เพิ่มเติมมาอีกเล็กน้อยๆ การตกแต่งภายในห้องอาหารก็ยังคงสวยงามอลังการ มาที่นี่ทีไรก็รู้สึกประทับใจทุกครั้ง เปลี่ยนจากกลางวันเป็นช่วงเย็นแทน ทำให้ไฟคริสตัลรูปปลากลางห้องดูสวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ วางกระเป๋าแล้วไปสำรวจห้องอาหารกันครับ

ที่นั่งก็ยังแบ่งเป็นโซนโต๊ะและโซฟาเช่นเดิม เลือกนั่งได้ว่าจะอยู่ใกล้ๆกับไลน์อาหาร/ริมหน้าต่างเพื่อชมวิวสวยๆ หรือว่าหน้าเวทีการแสดง (วันนี้มีแต่เปิดเพลงให้ฟังเฉยๆไม่มีนักดนตรีมาร้องสดให้ฟังนะครับ) ที่ชอบอีกอย่างนึงคือเก้าอี้และโซฟาใหญ่นั่งเต็มก้นทุกตัว ไม่มีที่วางแขนด้านข้างมาบีบตัวเวลานั่ง ที่โต๊ะมีน้ำผสมมะกรูดหอมๆเอาไว้ให้เราล้างมือกับผ้าสีขาวรองตัก แต่ไม่มีกระดาษทิชชู่ให้เช็ดมือ(สามารถขอเพิ่มจากพนักงานได้) ที่โต๊ะมีแก้วน้ำให้คนละ 1 ใบ สำหรับให้น้องพนักงานมาเติมน้ำเปล่าให้ (รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์เรียบร้อยแล้ว) ส่วนถ้าใครอยากทานเครื่องดื่มอื่นๆก็มีให้บริการ(แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ)เดินดูรอบๆแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เราเริ่มไล่ดูอาหารกันดีกว่าครับ

เริ่มจากโซนแรกที่ถือว่าเป็น Highlight ของที่ห้องอาหารนี้คือ Seafood On Ice มีให้ทานตั้งแต่กุ้งขาวต้มตัวโตเนื้อแน่นหวาน/กั้งผ่าตรงกลางใช้ส้อมจิ้มเนื้อออกมาทานได้ง่ายๆ/ปูม้าต้มผ่ากลางความสดอยู่ในระดับกลางๆ/ปูอลาสก้าชิลีเนื้อไม่เค็มทานได้เพลินๆ/ปูหิมะถูกหั่นขาออกเป็นท่อนๆดึงเนื้อออกมาทานได้อย่างง่ายดาย/หอยนางรมเกาหลีตัวขนาดกลางรสหวานอ่อนๆ/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่เคี้ยวเต็มปากเต็มคำ/หอยหวานลวกสดเนื้อกรุบกรอบไร้กลิ่นแอมโมเนียและหอยตลับตัวใหญ่เนื้อเคี้ยวหนึบอร่อย มาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดและเครื่องสำหรับทานกับอาหารทะเลครบถ้วน ข้อเสียอย่างนึงคือถ้วยน้ำจิ้มที่นี่เล็กและแบนมาก จิ้มไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่ นอกนั้นถือว่าดีครับ

ต่อกันด้วยโซนซูชิและซาชิมิที่มีปลาดิบอยู่เต็มตู้ (เราสามารถสั่งเชฟตรงนี้ได้เลยว่าจะทานอะไรบ้างและกี่ชิ้น) มีวาซาบิ/ขิงดอง/กิมจิ/ไชเท้าดอง/แตงกวาดองสีเขียวและม่วงให้ตักทานแก้เลี่ยน ซูชิก็มีให้ตักแบบพร้อมทาน 6 ชนิด (เห็นเรียงใส่ถาดเยอะๆแบบนี้ซ้ำกันเยอะอยู่) และเมนูพิเศษเพียงนำคลิปหนีบบนโต๊ะของเรามาที่โซนซูชิ สามารถสั่งซูชิฟัวกราลนไฟชิ้นเป้งเคี้ยวเต็มปากเต็มคำได้คลิปละ 1 ชิ้น รสชาติบอกเลยว่าสุดยอด ฟัวกราย่างด้านนอกกรอบๆ เนื้อในฉ่ำหวาน เวลาเคี้ยวละลายในปากผสมกับซอสซีอิ๊ว/สาหร่าย/ข้าวซูชิรสหวานละมุน บอกเลยครัวว่าไหลลื่นลง คอ ข้างๆกันเป็นโซนสเต็กพร้อมทานวันนี้มีให้เลือกแค่ 1 เมนูเป็นสเต็กขาแกะด้านนอกสุกเกรียมสีสวย ด้านในมีเนื้อสีชมพูดูฉ่ำๆ กลิ่นเนื้อไม่ค่อนรุนแรงมากนัก ทานกับซอสบาร์บีคิว/มัสตาร์ต/พริกไทยดำ ก็อร่อยดีงามสุดๆเลยครับ

หันหลังกลับมาเป็นโซนชีส/แฮม/สลัด/ผลไม้สดอยู่ใต้กับโคมไฟคริสตัลปลาหน้าสุดของห้องอาหาร มีให้ทานทั้ง Brie's Cheese/Edam Cheese/Gryyere Cheese ไว้ทานคู่กับขนมปัง/องุ่น/ผลไม้อบแห้ง/ขนมปังแครกเกอร์ได้ตามใจ ถัดมาเป็นแฮมขาหมูมาแบบยกทั้งขาเอาไว้ทานกับมะกอกเขียวดอง/มะกอกดำดอง/หัวต้นหอมดอง/เมล็ดแคปเปอร์ดอง ข้างๆกันมีแฮมหมู/เปปเปอร์โรนี/แฮมหมูรมควัน/ปลาแซลมอนรมควันปกติและปลาแซลมอนรมควันสีแดง(ผสมบีทรูท) เดินอีกหน่อยเป็นผักสดพร้อมสลัด 5 สูตร เพิ่มชีสขูด/ขนมปังกรอบ/เบคอนกรอบๆได้แบบสะใจปิดท้ายด้วยผลไม้สดตัดแต่งพร้อมทานทั้งส้ม/สัปปะรด/แตงโม/แคนตาลูป/แอปเปิ้ลแดง/เขียว หยิบได้เองเลยครับ

เดินมาอีกหน่อยเป็นโซนอาหารขนาดใหญ่เรียงใต้โคมไฟคริสตัลรูปปลาอันที่ 2 ด้านในสุดของห้องอาหาร เป็นโซนอาหารปรุงร้อนพร้อมทานหลากหลายเมนูเรียงกันเป็นแนวยาว เดินมาก็สะดุดตากับจุดแรกที่มีอาหารทะเลเรียงกันใส่จานและหม้อทองเหลืองเรียงกันเป็นแนวยาว มันคือเมนูสุดฮิตอย่างยำทะเลรวมที่ตอนนี้ใครหลายๆคนถูกสาปให้ทานและราคาต่อจานพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว โดยเราสามารถเลือกวัตถุดิบที่ต้องการจะทานใส่ลงจานแล้วยื่นให้กับทางเชฟที่ยืนประจำอยู่ตรงนั้น ช่วยลวกและคลุกผสมลงกับน้ำยำสีแดงที่ดูเผ็ดแซ่บให้กับเราได้ รสชาติน้ำยำของที่นี่ขอบอกเลยว่าดีงาม เปรี้ยว/หวานหนักเค็มหน่อยๆ ทานกับซีฟู๊ดสดเนื้อหวานแน่นๆ เข้ากันได้เป็นอย่างดีเลยครับ ถัดมาอีกหน่อยเป็นเมนูอาหารไทยอย่างแกงเผ็ดกะทิเนื้อวัวใส่มะเขือพวง วางคู่กับข้าวสวยหอมมะลิและพริกน้ำปลาที่มีเครื่องแน่นๆ เนื้อวัวสไลด์ต้มในกะทิจนเนื้อนุ่ม ต้มกับพริกแกงที่ทำจากพริกสีเขียว รสชาติโดยรวมมีความคล้ายแกงเขียวหวานแต่มีรสเผ็ดฉุนพริกมากกว่า เพิ่มรสชาติด้วยพริกน้ำปลาใส่กระเทียมเยอะๆอีกหน่อย อร่อยสุดๆเลยครับ

ต่อกันด้วยซาโมซ่าไส้ผักทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยเมนูมังสวิรัติ ผัดเผ็ดหัวปลาแซลมอนชุบแป้งทอดเสิร์ฟกับมันฝรั่งอบ หมูสามชั้นสไลด์ทอดน้ำปลา เป็นหมูสามชั้นทอดแบบติดหนังแข็ง หมักด้วยน้ำปลาและชุบแป้งทอด รสเค็มกลมกล่อมหอมกลิ่นน้ำปลาอ่อนๆ แต่ค่อนข้างเหนียวไปนิดเคี้ยวไปนานๆชวนเมื่อยกรามอยู่เหมือนกัน แต่เป็นอีกเมนูที่คนตักบ่อยและพนักงานเติมบ่อยมาก น่าจะอร่อยถูกใจชาวต่างชาติหลายๆคน หมดโซนอาหารไทยตามมาด้วยเมนูยุโรปอย่างพาสต้าเบคอนผัดพริกแห้ง/กระเทียม/มะกอกดำและท๊อปปิ้งด้วยกะเพราทอดกรอบ ปลากระพงทอดในไวท์ซอส สตูว์เนื้อวัวรสชาติกลมกล่อม แต่เนื้อส่วนที่เลือกใช้มันค่อนข้างน้อยทำให้รู้สึกแห้งไปนิด

ถัดมาเป็นโซนน้ำจิ้มหลากหลายชนิดใส่ครกหินขนาดเล็กเอาไว้มีทั้งซอสไวน์แดง/ซอสดีจองมัสตาร์ต/ซอสพริกไทยดำ/น้ำจิ้มแจ่ว/น้ำจิ้มทะเล/ซอสมิ้นท์/ฮอลแลนด์เดสซอส/ซอสทาทาร์และซอสเห็ด ข้างๆกันเป็นพิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียนวางไว้ให้เราเลือกถึง 3 เมนูคือพิซซ่าหน้าปูอัด/พิซซ่าหน้าไส้กรอกรวมและพิซซ่าหน้าผักรวมย่าง ตามมาด้วยซุปในหม้อร้อนๆมีให้ทานถึง 2 เมนูได้แก่ ซุปข้นกุ้งหรือซุปเปลือกล๊อบสเตอร์บดปรุงรสแบบเข้มข้นและซุปใสใส่ไก่ตุ๋นยาจีน ที่มีแต่ไก่ส่วนปีกบนต้มกับเครื่องสมุนไพรจีนอัดแน่นอยู่เต็มหม้อ ซดร้อนๆสดชื่นดีครับผม

มาต่อกันด้วยโซนด้านหน้าครัว เริ่มจากซีฟู๊ดนึ่งทั้งหอยหวาน/หอยตลับ/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์/กุ้งขาวนึ่งในซึ้งไม้ร้อนๆตักได้ตามใจ และโซนบาร์บีคิวและสเต็กสุดอลังการ เรามีหน้าที่แค่หยิบใส่จานและหนีบคลิปเลขที่โต๊ะยื่นให้กับเชฟและรอทานได้เลยที่โต๊ะ มีให้เลือกทั้งบาร์บีคิวหมูเสียบไม้/บาร์บีคิวไก่เสียบไม้/สเต็กซี่โครงแกะ/สเต็กเนื้อวัวส่วนสันนอกออสเตรเลีย/สเต็กอกไก่/สเต็กเนื้อหมูส่วนสันนอก/สเต็กปลาแซลมอนและสเต็กเห็ดนางรมหลวงยักษ์ โดยทางเชฟจะย่างบนกระทะโรยแค่เกลือกับพริกไทยดำมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ หากอยากทานคู่กับซอสต่างๆก็ไปตักได้ที่โซนครกใส่น้ำจิ้มเล็กๆที่เรียงกันเมื่อกี้ เนื้อวัวสามารถเลือกความสุกได้ตามที่ต้องการ ข้อเสียของโซนนี้มีอย่างเดียวคือเนื้อบาร์บีคิวเสียบไม้ชิ้นค่อนข้างหนา จึงย่างไม่แห้งแบบร้านข้างทางทั่วไป คุณภาพเนื้ออื่นๆถือว่าดีสมราคาครับ

โซนสุดท้ายคือภายในครัวที่มีแต่เมนูอาหารที่ต้องใช้คลิปที่โต๊ะในการสั่ง เริ่มจากกุ้งแม่น้ำเผาที่เชฟจะเผาให้เราแบบสดๆ หนวดกุ้งกระดิกเวลาย่าง(สอบถามเชฟได้ความว่าที่นี่ใช้กุ้งเป็นแต่น๊อกน้ำแข็งก่อนนำมาย่าง) จึงมั่นใจได้ว่าเนื้อแน่นมันอัดแน่นเต็มหัวทุกตัว และเมนู Highlight อย่างฟัวกราอีก 3 เมนูที่สามารถสั่งได้ไม่อั้นจากโซนนี้ทั้ง อกเป็ดรมควันท๊อบปิ้งด้วยฟัวกราชิ้นหนา/ฟัวกราทอดราดซอสเบอรี่(อันนี้อร่อยสุด แนะนำให้สั่งเลยครับ)/ฟัวกราทอดราดซอสมะขาม(เป็นซอสแบบเดียวกับไข่ลูกเขย) 1 คลิปหนีบจะได้ฟัวกราเพียงแค่ 1 จานเท่านั้น ใครอยากคุ้มหน่อยก็เก็บคลิปหนีบเอาไว้ลงกับเมนูพวกนี้เยอะๆนะครับ ข้างๆกันเป็นขนมปังแบบต่างๆเสิร์ฟพร้อมเนยสด ส่วนเครื่องดื่มนอกจากน้ำเปล่าที่มีให้ดื่มในบุฟเฟ่ต์แล้ว ยังมีเครื่องกดชาร้อนและกาแฟร้อนแบบอัตโนมัติให้ได้ดื่มด้วย แต่หลายๆคนเลือกที่จะไม่ดื่ม ก็อย่างว่านะเป็นเวลาเย็นแล้วถ้าดื่มตอนนี้ก็คงตาแข็งไม่ต้องหลับนอนไปทั้งคืนแน่ๆ

ทั้งหมดที่จะเห็นต่อไปนี้คือเมนู Highlight ที่โรงแรมจัดมาอย่างอลังการเพื่อให้เราได้ถ่ายรูป เริ่มจากซีฟู๊ดรวมที่เราเห็นในไลน์อาหารเมื่อกี้ นำมาเรียงอย่างสวยงาม/ปูอลาสก้าชิลีแบบทั้งตัวได้เห็นหน้าแบบเต็มๆตัวมาเต็มจาน/อกเป็ดรมควันท๊อบปิ้งด้วยฟัวกราจัดแต่งมาอย่างสวยงาม/ฟัวกราทอดเสิร์ฟพร้อมหอมเจียวและซอสเบอร์รี่รวมเปรี้ยวอมหวาน ช่วยตัดเลี่ยนจากฟัวกราได้เป็นอย่างดี/สเต็กซี่โครงแกะที่นี่เขาใช้เกรดนำเข้าจากออสเตรเลีย เนื้อนุ่มแทรกไขมันสวย แต่ก็มีกลิ่นประมาณหนึ่ง/สเต็กปลาแซลมอนเนื้อแทรกไขมันสวยงามย่างมาเนื้อในฉ่ำสุกกำลังดี/บาร์บีคิวหมูและไก่เสียบไม้ย่างแบบไม่ได้ราดซอส หากต้องการทานซอสบาร์บีคิวก็สามารถเดินไปเพิ่มตักที่ไลน์อาหารได้ครับ

ตามมาด้วยทะเลนึ่งทั้งหอยตลับ/หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์/หอยหวาน/กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตๆ ซูชิและซาชิมิอีกหลากหลายทั้ง ซูชิโรลมากิ/ซูชิหน้าปลาซาบะดอง/ซูชิหน้าปลาฮามาจิ/ซูชิหน้าไข่ปลาบินปรุงรส/ซูชิหน้าปลาแซลมอน/ซูชิหน้าปูอัด/ซูชิหน้าปลาโอ/ซาชิมิปลาซาบะดอง/ซาชิมิปูอัด/ซาชิมิปลาแซลมอนแทรกไขมันสวยๆ/ซาชิมิปลาโอ/ซาชิมิไข่หวาน ปิดท้ายด้วยของหวานที่เป็น Highlight 2 รายการคือฮันนี่โทสต์ท๊อปปิ้งด้วยไอศครีมวนิลา/วิปปิ้งครีมและผลสตรอเบอรี่สด อีกรายการเป็นอีกเมนูที่ไม่เคยเจอที่ห้องอาหารของโรงแรมไหนคือ"ครีมบูเล่ต์ฟัวกรา"เมนูนี้มีส่วนประกอบทุอย่างเหมือนครีมบูเล่ต์สูตรปกติ แต่มีการผสมเนื้อฟัวกราตีละเอียดผสมลงไปในเนื้อเพิ่มความหอมมันให้รสชาติเข้มข้นมากขึ้น กลิ่นไข่และฟัวกราเข้ากันได้ดีกับน้ำตาลกรอบๆด้านบน เป็นอีกเมนูที่เราแนะนำให้มาลองครับ

สุดท้ายคือโซนของหวานของทางห้องอาหารที่จัดเต็มไม่แพ้ Sunday Brunch เริ่มจากไอศครีมมีให้เลือกถึง 5 รสชาติคือชาไทย/สตรอเบอรี่/ช๊อกโกแลต/แคนดี้และเสาวรส แพนเค้กพร้อมท๊อปปิ้งซอสผลไม้(เมนูขนมหวานแบบพิเศษก็สามารถสั่งได้จากตรงนี้เช่นเดียวกัน) นอกนั้นเป็นขนมหวานอย่างเค้กและมูสที่ใช้ผลไม้ลูกใหญ่คุณภาพดี ที่สำคัญคือเขาทำรสชาติไม่หวานมาก จึงทำให้ทานได้เรื่อยๆ ช๊อกโกแลตฟองดูว์ของที่นี่ก็รสชาติเข้มข้น ทานคู่กับผลไม้ชั้นดีหลากหลายชนิด จากประสบการณ์ที่เคยได้ชิมของหวานที่นี่ถึง 2 รอบ ถือว่ารักษามาตรฐานได้ดีมากครับยังไงอย่าทานจนอิ่มเกินไป ช่วยเผื่อกระเพาะไว้ให้ของหวานที่นี่บ้างนะครับ (ถ้าทานอย่างละชนิดก็เตรียมอิ่มได้แล้วล่ะ)

ใครที่ชีวิตติดขนมไทยที่นี่ก็มีให้เลือกทานหลากหลายเมนูทั้งตะโก้/ทองหยิบ/ทองหยอด/ฝอยทอง/สังขยาเผือก /กล้วยไข่เชื่อมราดกะทิ/ขนมหม้อแกง/มันเชื่อม/พุทราเชื่อม/วุ้นกะทิและเมนูบัวลอยเผือกไข่หวาน ที่เราสามารถใส่ไข่กี่ฟองก็ได้ตามใจเรา รสชาติหวานมันกำลังดีไข่หวานที่ใช้เป็นไข่ไก่มีความคาวนิดๆ พอทานกับน้ำกะทิลงตัวดีครับ

ความอลังการของไลน์อาหารและรสชาติของแต่ ละเมนูถือว่าทำได้ดีเช่นเดิม เป็นไปตามมาตรฐานของห้องอาหาร The Berkeley มาทานกี่ครั้งก็ยังดีแบบครบถ้วนเช่นเดิม วันนี้มีจุดติดขัดก็แค่ตรงที่โซนซูชิที่มีเชฟเพียงแค่ 2 คน โดยแยกหน้าที่หั่นปลาและทำซูชิฟัวกราลนไฟรวมถึงต้องปั้นซูชิหน้ามาตรฐานเพื่อวางไว้หน้าโซนของตัวเองอีกด้วย จึงได้รับซูชิฟัวกราค่อนข้างช้ากว่าปกติ เมื่อเทียบกับราคา/คุณภาพอาหารที่ได้รับแล้วถือว่าคุ้มสุดๆ ใครกำลังมองหาบุฟเฟ่ต์ที่มีฟัวกราและอาหารทะเลไม่อั้นในราคาสุดคุ้ม ที่นี่เราขอแนะนำเป็นอันดับ 1 ได้รับคะแนนความอร่อย/ความคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 559 ถนนราชปรารภ แขวง มักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดวัน ศ.-ส. 18.00 - 22.00 น. โทร.02-309-9999 ต่อ The Berkeley Dinning Room

Facebook : https://www.facebook.com/theberkeleybkk/

อ่านรีวิวแล้วชอบรบกวนช่วยกด Share ให้เพื่อนๆอ่าน

แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <

และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘



ดู 67 ครั้ง0 ความคิดเห็น